เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ดัดลีย์: ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่าสูญเสียอะไรไป

บทที่ 4 ดัดลีย์: ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่าสูญเสียอะไรไป

บทที่ 4 ดัดลีย์: ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่าสูญเสียอะไรไป


บทที่ 4: ดัดลีย์: ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่าสูญเสียอะไรไป

"นี่เป็น... ชุดเก่าของฉันเอง"

ป้าเพ็ตทูเนียใช้ผ้าขนหนูแห้งเช็ดผมยาวสีดำขลับของแฮร์รี่ หรือต้องเรียกว่าฮอลลี่ เมื่ออยู่หน้ากระจก เพ็ตทูเนียก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"แม่ของเธอเองก็มีชุดแบบนี้เหมือนกัน เหมือนกันเปี๊ยบเลย คุณยายซื้อให้เราทั้งคู่เหมือนกันเสมอ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันว่าชุดของใครสวยกว่า"

"ถึงฉันจะไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ฉันอยากให้เธอรู้นะฮอลลี่ เธอหน้าเหมือนแม่ของเธอมาก ไม่ใช่แค่ดวงตาเท่านั้น ตอนที่ฉันมองเธอครั้งแรก ฉันนึกว่าลิลี่กลับมาแล้วเสียอีก"

"แม่ของเธอมีผมสีแดงเข้ม เฉดสีเข้มกว่าของฉัน เรามักจะเถียงกันตลอดว่าสีผมของใครสวยกว่ากัน แม้ตอนนั้นฉันจะไม่ยอมรับ แต่ลึกๆ แล้วฉันคิดเสมอว่าผมสีแดงเข้มของแม่เธอสวยกว่ามาก ยามที่เส้นผมพวกนั้นต้องลมและแสงแดด มันจะเปล่งประกายราวกับแสงอาทิตย์อุ่นยามเช้า ทั้งสีทองบริสุทธิ์และสีแดงระยับ"

"นอกเหนือจากสีผมแล้ว เธอดูเหมือนถูกแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกับลิลี่เลย โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น มันสวยงามเหมือนกับของแม่เธอไม่มีผิด เป็นสีเขียวหยกที่ใสกระจ่าง เจิดจ้าและสุกสว่างยิ่งกว่ามรกตเม็ดงามใดๆ"

ฮอลลี่มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอย่างเหม่อลอย แม้ว่าภาพจะเบลอเล็กน้อยเมื่อไม่มีแว่นตา แต่ในระยะใกล้ขนาดนี้เธอยังคงมองเห็นได้ชัดเจน

"ไม่ต้องกังวล และไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น"

หลังจากจัดการผมของฮอลลี่เสร็จแล้ว เพ็ตทูเนียก็โอบกอดเธอเบาๆ "ป้าอยู่นี่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวนะฮอลลี่"

ฮอลลี่กำหมัดแน่น ความรู้สึกมากมายที่พูดไม่ออกอัดอั้นอยู่ภายใน เหมือนที่ลินน์สัญญาไว้เป๊ะ หลังจากกินบิสกิตชิ้นนั้น เธอก็ได้รับผลตอบแทนทันที หลังจากจ่าย 'ราคา' ไป ทัศนคติของป้าเพ็ตทูเนียที่มีต่อเธอก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ความห่วงใยที่อ่อนโยนนี้เป็นของจริง และอ้อมกอดที่อบอุ่นแข็งแรงนี้ก็สัมผัสได้จริง

กำปั้นที่กำแน่นของเธอคลายออกเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปกำแน่นอีกครั้งทันที

เธอรับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้!

เธออยากจะไปหาลินน์เดี๋ยวนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้านั่นไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ทางเลือกเดียวในตอนนี้คือต้องรอจนถึงพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นเวลาที่ลินน์จะกลับมาที่ชิงช้า

เพ็ตทูเนียพาฮอลลี่เดินออกจากห้องน้ำ ตอนนี้มีเพียงพวกเธอสองคนในห้องนั่งเล่น จากชั้นสองมีเสียงดังตึงตังและเสียงลากของจากการย้ายข้าวของ เวอร์นอนและดัดลีย์กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง ดัดลีย์ผู้ซึ่งมักจะอู้งาน วันนี้กลับขยันผิดหูผิดตา น่าจะเป็นเพราะโดนแม่ขู่จนกลัว เด็กผู้ชายมักจะโตขึ้นหลังจากได้เรียนรู้บทเรียนบางอย่างเสมอ

"ฉันให้ลุงกับลูกพี่ลูกน้องของเธอเคลียร์ห้องให้แล้ว เป็นห้องที่ดัดลีย์เคยใช้เก็บของเล่น เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปจัดห้องให้เรียบร้อยอีกหน่อย คืนนี้เธอนอนที่นั่นนะ"

"เมื่อก่อนป้าอาจจะทำไม่ดีกับเธอ แต่ฮอลลี่ ได้โปรดอย่าโกรธป้าเลย มันมีเหตุผล..." เพ็ตทูเนียเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กัดริมฝีปากเหมือนตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่

"พ่อแม่ของเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุรถชน"

ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปากเพ็ตทูเนีย ฮอลลี่ก็นั่งตัวตรงทันที ดวงตาที่แดงระเรื่อเล็กน้อยจ้องเขม็งไปที่เพ็ตทูเนีย ริมฝีปากของเธอสั่นระริกก่อนจะกัดมันแน่นจนแทบห่อเลือด

"ลิลี่..." เพ็ตทูเนียกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก "เธอแตกต่างจากฉัน"

หลังจากเงียบไปอึดใจหนึ่ง เพ็ตทูเนียก็เริ่มเล่าต่อ

"ตอนที่ลิลี่อายุสิบเอ็ดปี เธอได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง จดหมายที่ส่งมาโดยนกฮูก ในนั้นบอกว่าโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์เชิญเธอไปเรียนที่นั่น มันไม่ใช่โรงเรียนธรรมดา แต่เป็น..." เพ็ตทูเนียสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง พยายามตั้งสติ

"มันเป็นโรงเรียนเวทมนตร์ โรงเรียนที่ฝึกสอนพ่อมดแม่มดและสอนวิธีใช้เวทมนตร์"

"แต่มีแค่แม่ของเธอเท่านั้นที่ไปได้ ฉันไปไม่ได้ ฉันไม่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ พูดตามตรงนะ ตอนนั้นฉันอิจฉาแม่ของเธอมาก ฉันรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย"

"แต่ต่อมา ฉันก็ทำใจยอมรับมันได้ แม่ของเธอเรียนจบจากโรงเรียนนั้น แต่เธอบอกฉันว่าโลกฝั่งนั้นไม่ได้สงบสุข มันมีผู้ก่อการร้ายชื่อว่า... ชื่อ... โวลเดอมอร์ ที่ไล่ฆ่าผู้คนไปทั่ว เมื่อสิบปีก่อน อาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ได้มาที่นี่ เขามอบเธอให้กับฉัน และอธิบายว่าแม่ของเธอตายเพื่อปกป้องเธอ และทิ้งมนตร์คุ้มครองไว้บนตัวเธอ มนตร์นี้จะทำงานก็ต่อเมื่อเธออาศัยอยู่กับญาติทางสายเลือด พ่อแม่ของเรา หรือก็คือตายายของเธอ เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บตอนที่ฉันกับลิลี่ยังเรียนอยู่ ดังนั้นจึงเหลือแค่ฉันคนเดียว"

"ฉันกลัวมาก เพราะลูกสมุนของคนคนนั้นยังลอยนวลอยู่ข้างนอก แม้เราจะได้ยินมาว่าโวลเดอมอร์ตายไปแล้ว แต่พรรคพวกของมันกำลังตามหาตัวเธอ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์บอกว่าเพราะเธอ โวลเดอมอร์ถึงได้ตาย และคนพวกนั้นย่อมต้องตามล่าเธอเพื่อแก้แค้นให้เจ้านาย"

"ฉันกลัวเหลือเกินว่าเธอจะแสดงความสามารถผิดธรรมชาติพวกนั้นออกมา เพราะมันอันตราย ถ้าคนพวกนั้นหาเธอเจอขึ้นมาล่ะ?"

เพ็ตทูเนียกุมมือฮอลลี่ไว้แน่น มือของเธอก็สั่นเทาเล็กน้อยเช่นกัน

"ได้โปรดอย่าโกรธป้าที่เคยทำกับเธอแบบนั้น และอย่าโทษที่ฉันโมโหใส่เธอรุนแรง เพราะถ้าเรื่องพวกนี้ถูกเปิดเผยออกไป... คนที่จะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว..."

"หนูขอโทษ..." ฮอลลี่ก้มหน้าและพูดด้วยเสียงที่แหบแห้ง ในเมื่อป้าเพ็ตทูเนียบอกความจริงทุกอย่าง ฮอลลี่ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมป้าถึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟทุกครั้งที่เธอทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดๆ

เธอไม่ได้โง่หรือหัวช้า เธอเข้าใจดีว่าเรื่องนี้มีนัยสำคัญอย่างไร

"แต่หนูไม่ได้ตั้งใจ... หนูคุมไม่ได้... หนูไม่ได้อยากให้..." ฮอลลี่พูดตะกุกตะกักอย่างอึดอัด "หนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนูทำให้เรื่องพวกนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง..."

"หนูขอโทษจริงๆ..."

"มันเป็นอดีตไปแล้วฮอลลี่ ผ่านไปแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องขอโทษ ป้าต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายขอโทษ"

ป้าเพ็ตทูเนียกอดฮอลลี่เบาๆ แล้วประคองใบหน้าของเธอขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ขณะที่มองดู ดวงตาของป้าก็เริ่มแดงก่ำ แต่เธอกลั้นน้ำตาไว้และฝืนยิ้มออกมาบางๆ

"เธอเหมือนแม่มาก เมื่อก่อนเธอเหมือนพ่อมากกว่า พูดตามตรงนะ ลุงกับป้าไม่ค่อยชอบพ่อของเธอเท่าไหร่ เขาดูมุทะลุ เป็นตัวประหลาด และไม่มีมารยาท ฉันไม่สบายใจเลยที่น้องสาวไปแต่งงานกับเขา แต่ฉันก็ห้ามไม่ได้ แต่ตอนนี้ เธอดูเหมือนแม่ของเธอแทบทุกกระเบียดนิ้ว"

เพ็ตทูเนียลูบผมฮอลลี่เบาๆ และพึมพำ "ยกเว้นผม แต่ผมสีดำก็สวยเหมือนกัน ราวกับผ้าไหมเลย มันให้ความรู้สึกเหมือนผ้าซาตินชั้นดี พรุ่งนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน ป้าจะพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ถ้าเธอยังปรับตัวไม่ได้ เราจะซื้อเสื้อผ้าเด็กผู้ชายมาใส่ก่อนก็ได้ เธอใส่แล้วก็คงดูเท่เหมือนกัน เหมือนแม่ของเธอ ไม่ว่าจะใส่อะไรก็ดูดีไปหมด"

การพูดถึงเรื่องนี้ทำให้ฮอลลี่รู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งกว่าเดิม เธอกัดริมฝีปาก ไม่รู้จะตอบอย่างไร

"ลิลี่ก็เป็นแบบนี้เหมือนกันเวลาตัดสินใจไม่ได้ เธอชอบกัดริมฝีปากเสมอ"

"งั้น... งั้นเหรอฮะ?" ฮอลลี่เม้มปากและหลุบตาลงต่ำอีกครั้ง

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงดังจากชั้นบนก็เงียบลงในที่สุด เพ็ตทูเนียหันไปมองและเห็นศีรษะสองหัวกำลังด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงบันได ทันทีที่เธอหันไปมอง หัวใหญ่ๆ สองหัวนั้นก็หดกลับไปซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว

"ไม่ว่าจะยังไง นี่เป็นสิ่งที่ต้องเผชิญนะฮอลลี่"

เพ็ตทูเนียตบหลังมือฮอลลี่เบาๆ แล้วร้องเรียก "เวอร์นอน ลงมาข้างล่างหน่อย"

ร่างท้วมของลุงเวอร์นอนปรากฏขึ้นที่ชานพักบันได รอยยิ้มเจื่อนๆ แปะอยู่บนใบหน้า เขาค่อยๆ เดินลงมาทีละก้าวอย่างช้าๆ

"ฉันมีเรื่องต้องบอกคุณ เวอร์นอน คุณนั่งลงก่อนสิ"

แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลุงเวอร์นอนก็นั่งลงอย่างเชื่อฟัง

"เมื่อกี้นี้" ป้าเพ็ตทูเนียชี้ไปที่ห้องน้ำ "แฮร์รี่กลายเป็นผู้หญิง ฉันเห็นกับตา ฉันมั่นใจ และ—"

"คุณ! ว่า! อะไร! นะ!!!"

"หุบปาก!"

"โอ้ ได้จ้ะ ได้จ้ะ..." ลุงเวอร์นอนหดคอกลับทันควัน เหลือบมองแฮร์รี่ที่นั่งหันหลังให้อย่างหวาดๆ

"และแฮร์รี่หน้าตาเหมือนลิลี่มาก แทบจะถอดแบบกันมาเลยยกเว้นสีผม ตอนที่ฉันเห็นเธอครั้งแรก ฉันนึกว่าลิลี่กลับมาแล้วด้วยซ้ำ"

"เป็นไปได้ยังไง... เป็นไปได้ยังไง..." ลุงเวอร์นอนพึมพำอย่างสับสน "นี่ต้องเป็นกลตบตาแน่ๆ มันไม่น่า..."

"แต่มันเป็นไปแล้ว ฉันเห็นกับตา แฮร์รี่"

เมื่อได้รับกำลังใจจากป้าเพ็ตทูเนีย แฮร์รี่ก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลุงเวอร์นอน

ชายร่างใหญ่หน้าแดงก่ำถึงกับตะลึงงัน แววตาว่างเปล่าเจือด้วยความตกใจ

สักพัก ลุงเวอร์นอนก็เริ่มได้สติและพูดด้วยเสียงที่เบามาก "เธอ... เธอหน้าเหมือนลิลี่จริงๆ... เพ็ตทูเนีย คุณบอกว่าเธอคือแฮร์รี่งั้นเหรอ? พระเจ้าช่วย... เธอเหมือนลิลี่เปี๊ยบเลย"

"ไม่มีทางผิดพลาด ฉันไม่มีวันลืมน้องสาวตัวเองหรอก"

ป้าเพ็ตทูเนียกล่าวอย่างหนักแน่น

"แต่เด็กผู้ชายจะเป็น..."

"บางทีอาจจะเป็นการทำเพื่อปกป้องแฮร์รี่ก็ได้?"

ป้าเพ็ตทูเนียตั้งข้อสันนิษฐาน "ทุกคนคิดว่าแฮร์รี่เป็นเด็กผู้ชาย แต่ไม่ช้าก็เร็ว แฮร์รี่จะต้องกลับไปที่โลกฝั่งนั้น คุณก็รู้เรื่องอดีตของแฮร์รี่ แต่ถ้าเกิดแฮร์รี่ต้องไปที่โลกนั้นหลังจากนี้ล่ะ..."

"ลิลี่ได้รับจดหมายตอนอายุสิบเอ็ด เป็นจดหมายที่ส่งมาโดยนกฮูก และปีนี้แฮร์รี่ก็จะอายุครบสิบเอ็ดตอนสิ้นเดือนกรกฎาคม"

"โอ้! ผมเข้าใจแล้ว!"

ลุงเวอร์นอนตบต้นขาฉาดใหญ่ "ถ้าแฮร์รี่ไม่ใช่แฮร์รี่ แต่เป็นแฮร์เรียต งั้นแฮร์เรียตก็สามารถ... ใช่ไหม?"

การคาดเดาของพวกเขาฟังดูมีเหตุผลในตอนแรก แต่แฮร์รี่ผู้รู้ความจริงตระหนักดีว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด เขาเป็นผู้ชาย เป็นลูกผู้ชายอกสามศอกมาก่อนแน่นอน!

แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้... แฮร์รี่ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี กินคุกกี้ชิ้นเดียวแล้วกลายเป็นผู้หญิง... นี่มันไม่เป็นวิทยาศาสตร์ยิ่งกว่าการมีอยู่ของเวทมนตร์เสียอีก!

ทั้งสองคนสวมวิญญาณเชอร์ล็อก โฮล์มส์ เริ่มวิเคราะห์กันอย่างเจาะลึก และยิ่งคุยกันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูสมเหตุสมผลมากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้นสายตาของลุงเวอร์นอนที่มองมายังแฮร์รี่จึงค่อยๆ เปลี่ยนไป พูดตามตรง ในใจเขานั้น ถ้าแฮร์รี่เป็นเด็กผู้หญิงตั้งแต่แรก เขาคงไม่ตะคอกหรือดุด่าเหมือนเมื่อก่อนแน่ ถ้าเด็กผู้หญิงคนนี้น่ารักและสวยเหมือนแฮร์รี่ในตอนนี้ เขาก็คงทำใจพูดจารุนแรงด้วยยาก

ท้ายที่สุดแล้ว ในสมัยหนุ่มๆ ที่ยังไม่อ้วนฉุ ลุงเวอร์นอนก็ภูมิใจในความเป็นสุภาพบุรุษอังกฤษของตัวเอง แฮร์รี่คนเก่าหน้าเหมือนพ่อที่น่ารำคาญของเขา และเวอร์นอนก็ย่อมรู้สึกขวางหูขวางตาเป็นธรรมดา แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

ประเด็นหลักคือ เขามีลูกชายอยู่แล้ว และเขาก็โหยหา 'ลูกสาวที่น่าเอ็นดู' ไว้คอยเอาใจสักคน และถึงแม้ 'ลูกสาว' คนนี้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขา แต่ก็ถือว่าเป็นคนในปกครองได้ เพราะเขาก็ทำงานหนักหาเงินมาเลี้ยงดูเธอ

แต่การสนทนาของยอดนักสืบทั้งสองก็ดำเนินไปได้ไม่นาน เพราะมีเสียงกระแทกหนักๆ ดังมาจากบันได เสียง 'ตุ้บ~~โครม~~~' ตามด้วยเสียงร้อง 'โอ๊ย' ด้วยความเจ็บปวด ดัดลีย์ที่แอบมองอยู่ตรงราวบันไดพลาดท่าตกลงมาและกลิ้งเป็นลูกขนุน

ทุกคนหันไปมองโดยสัญชาตญาณ เมื่อดัดลีย์ลืมตาที่คลอไปด้วยน้ำตาขึ้น เขาก็สบตากับแฮร์รี่

"อ๊าก!!!!"

เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของดัดลีย์ดังลั่น!

"หุบปาก!!!" x2

ลุงเวอร์นอนและป้าเพ็ตทูเนียพูดพร้อมกัน ตัดบทเสียงกรีดร้องของดัดลีย์

"มันอธิบายยาก เอาเป็นว่าสั้นๆ ตอนนี้แกมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงแล้ว ดัดลีย์"

ลุงเวอร์นอนพูดเสียงเข้ม ก้าวเข้าไปคว้าแขนดัดลีย์แล้วดึงให้ลุกขึ้นจากพื้น

"แฮร์รี่เป็นผู้หญิง แต่เมื่อก่อนเราทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นผู้ชาย เข้าใจไหม?"

"เข้าใจ... เข้าใจอะไรฮะ?" ดัดลีย์อ้าปากค้าง ตัวสั่นเทิ้มไปหมด

'เพียะ~'

ดัดลีย์โดนลุงเวอร์นอนตบเข้าที่หลังจนสะดุ้งโหยง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ

"ตกลงแกเข้าใจหรือไม่เข้าใจ?"

"เข้าใจครับ! เข้าใจครับ! ผมเข้าใจแจ่มแจ้งเลยครับ!!!"

ดัดลีย์รีบตอบทันทีโดยไม่รีรอ "เดิมทีแฮร์รี่เป็นผู้หญิง แต่เมื่อก่อนผมคิดว่าเขาเป็นผู้ชาย! ผมมันโง่เอง! ผมไม่น่าไปแกล้งเธอเลย... ใช่ไหมครับพ่อ?"

ในวินาทีนี้ สมองของดัดลีย์ที่ถูกกระตุ้นด้วยฝ่ามืออรหันต์ก็ประมวลผลหักศอก 90 องศาด้วยความเร็ว 180 ไมล์ต่อชั่วโมง คำพูดของเขาที่แทบจะเผาผลาญเซลล์สมองจนหมดได้รับกานพยักหน้ายอมรับจากลุงเวอร์นอน

"ถูกต้อง แต่แกไม่ต้องไปบอกคนอื่นนะ เดี๋ยวแฮร์รี่จะต้องย้ายไปโรงเรียนใหม่ แค่อย่าปากโป้ง ที่เหลือพ่อจัดการเอง"

ลุงเวอร์นอนแสดงอำนาจของหัวหน้าครอบครัวออกมาในเวลานี้ พูดตามตรง เขาอยากจะย้ายบ้านด้วยซ้ำ แต่ยังผ่อนบ้านหลังนี้ไม่หมด และการย้ายบ้านก็คงทำไม่ได้ในเร็วๆ นี้ เขาได้แต่หวังว่าพวกเพื่อนบ้านหูผีช่างนินทาจะรู้เรื่องนี้ช้าหน่อย อย่างน้อยก็ขอให้เขาหาเงินได้มากพอที่จะซื้อบ้านใหม่ก่อน

"ถ้าใครถามว่าแฮร์รี่คนเดิมไปไหน พวกเราจะบอกว่าเขาถูกส่งไปโรงเรียนประจำ ส่วนนี่คือลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ที่มาเยี่ยมช่วงปิดเทอม แฮร์รี่ เธอเองก็ควรใช้ชื่อปลอมนะ เพื่อไม่ให้เพื่อนบ้านสงสัย เอาเป็นชื่อ ลีอา ก็แล้วกัน... ลีอา เอฟแวนส์"

แฮร์รี่เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้า เพราะตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

เว้นเสียแต่ว่าเธอจะกลับคืนร่างเดิมได้เดี๋ยวนี้ กลับไปเป็นเด็กผู้ชาย

'แต่ฉันจะมีโอกาสนั้นไหมนะ?' แฮร์รี่ถามตัวเอง ความเศร้าและความสิ้นหวังจางๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ความคับแค้นใจดูจะเบาบางลงไปมาก

"พรุ่งนี้เราจะพาแฮร์... ลีอา ไปที่ห้างสรรพสินค้าแล้วซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอ เวอร์นอน"

"ผมไม่มีปัญหาเลย แม้ว่าลี... ลีอาจะดูดีมากในชุดนี้ แต่เราควรซื้อเพิ่ม ซื้อหลายๆ ชุดเลย ผมลางานสักครึ่งวันได้ แล้วผมจะขับรถไปส่งเอง"

ลุงเวอร์นอนไม่มีบ่นเลยสักคำในเวลานี้ แฮร์รี่ไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนั้นที่ส่งมาให้เธอมาก่อน

และในตอนนี้นี่เอง ดัดลีย์ที่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนทำของสำคัญหายไปยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น แต่พอเขาคิดดูดีๆ เขาก็หัวเราะคิกคักออกมา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย พึมพำว่า "ลีอา? ลีอา! อิอิ... ฉันมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงแล้ว อิอิ~"

"แกจะยิ้มหาอะไร เจ้าลูกบ้า!"

ดัดลีย์ที่จู่ๆ ก็โดนพ่อตบอีกฉาดรีบยืนตรงแน่ว

"กลับไปนอนที่ห้องซะ"

"โอ้..." ดัดลีย์รับคำเสียงอ่อย

"แล้วก็"

ป้าเพ็ตทูเนียเรียกชื่อดัดลีย์ไว้

"ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ดัดลีย์ ลูกห้ามกินขนมจุกจิก เมื่อก่อนลูกเคยเรียนชกมวยมาสองสามปีไม่ใช่เหรอ? กลับไปซ้อมใหม่ซะ เข้าใจไหม?"

"หือ?" ดัดลีย์ทำหน้าเหมือนหมูเศร้า คำว่า 'พังพินาศ' ดังก้องในหัว "ทำไมล่ะครับแม่?"

"ลูกเป็นพี่ชายคนโตแล้วนะ และวันๆ ลูกก็เอาแต่กิน กิน แล้วก็กิน พ่อของลูกผอมกว่าลูกมากตอนเขาหนุ่มๆ หุ่นแบบนี้จะมีสาวที่ไหนมาชอบ? ถ้าลูกลดน้ำหนักไม่ได้สัก 20 ปอนด์ก่อนเปิดเทอม ลูกจะไม่ได้ค่าขนมเลยตลอดทั้งเทอม!"

"อ๊าก!!!!"

"หุบปาก!" x2

ดัดลีย์ที่เพิ่งจะตระหนักได้ว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปจริงๆ แววตาแห่งความสดใสในชีวิตได้ดับวูบลง เขาเดินลากขาขึ้นบันไดด้วยฝีเท้าหนักอึ้งราวกับซอมบี้ร่างยักษ์ เสียงหัวใจที่แตกสลายของเขากระจัดกระจายไปตามทุกย่างก้าวที่เดิน

จบบทที่ บทที่ 4 ดัดลีย์: ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่าสูญเสียอะไรไป

คัดลอกลิงก์แล้ว