- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตพ่อมด
- บทที่ 144 โลกจิตวิญญาณ (ตอนยาวพิเศษ)
บทที่ 144 โลกจิตวิญญาณ (ตอนยาวพิเศษ)
บทที่ 144 โลกจิตวิญญาณ (ตอนยาวพิเศษ)
เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังขึ้น
เฉินมู่รีบกระตุ้นพลังจิต ห่อหุ้มวัตถุวิเศษตรงหน้าที่ระเบิดแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไว้ทันที
เศษวัตถุวิเศษถูกพลังจิตห่อหุ้ม ลอยขึ้นมาอยู่เหนือโต๊ะทดลองตรงหน้าเฉินมู่
เสียงค่อย ๆ เงียบลง สีหน้าของเฉินมู่ไม่เปลี่ยนแปลง
‘ยังไม่ได้อีก สัญลักษณ์เวทที่สลักบนวัตถุวิเศษกึ่งสำเร็จล้วนเปราะบางเกินไป ไม่อาจต้านทานแรงกระแทกของพลังจิตได้เลย’
เฉินมู่พึมพำในใจ สรุปปัญหาที่พบ
เวลาผ่านไปหลายเดือน เฉินมู่สามารถทำการทดลองวัตถุวิเศษแบบง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเองแล้ว
เขายังลองสร้างวัตถุวิเศษพื้นฐานบางอย่างด้วย
การสร้างวัตถุวิเศษระดับพ่อมดฝึกหัดและระดับพ่อมดหนึ่งวงแหวน สำหรับเขาถือว่าง่าย ส่วนวัตถุวิเศษระดับสองและระดับสาม ใช้เวลามากเกินไป เฉินมู่จึงยังไม่ได้ลองสร้าง
แต่บรรดาวัตถุวิเศษกึ่งสำเร็จ หรือกล่าวอีกอย่างคือวัตถุวิเศษที่ยังอยู่ในขั้นพัฒนาสำหรับเฉินมู่แล้ว การทดลองสลักกลับยากลำบากกว่ามาก
อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยประสบความสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว
“เจ้าก้าวเร็วเกินไป ยังเดินไม่เป็นก็อยากวิ่ง แน่นอนว่าย่อมเป็นไปไม่ได้”
“แต่เจ้าสามารถสลักมาถึงขั้นตอนสุดท้ายได้ ก็ถือว่าดีมากแล้ว เจ้าเป็นพ่อมดขาวระดับสาม พลังจิตมีมากกว่าพ่อมดสายจิตวิญญาณทั่วไป หากจำนวนสัญลักษณ์เวทที่ซ้อนทับกันน้อยเกินไป วัตถุวิเศษย่อมไม่อาจต้านทานแรงกระแทกจากพลังจิตของเจ้าได้”
เบนน์ที่ยืนอยู่ข้างเฉินมู่เอ่ยขึ้น
ความจริงแล้ว เพียงไม่กี่เดือน ศิษย์ของเขาจะก้าวมาถึงระดับนี้ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ในอดีต ตอนที่เขาสามารถทำการทดลองวัตถุวิเศษด้วยตนเองอย่างแท้จริง ก็เป็นหลังจากเข้าร่วมทะเลแห่งการเฝ้ามองไปแล้วกว่าร้อยปี
ได้ยินเช่นนั้น เฉินมู่พยักหน้า ปล่อยพลังจิตออก เศษวัตถุวิเศษก็ตกกระจายลงบนโต๊ะทดลอง
“เวทมนตร์ที่ข้าส่งเข้าไปในคัมภีร์แห่งสัจจะของเจ้า ลองไปสร้างดู”
“หากเจ้าสามารถสร้างเส้นใยจิตได้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทดลองวัตถุวิเศษของเจ้า”เบนน์กล่าว
ระหว่างที่พูด ทะเลแห่งจิตของเขาขยับไหว เส้นใยหลายสายพุ่งออกมาจากทะเลแห่งจิต พันรอบเศษวัตถุวิเศษบนโต๊ะทดลองตรงหน้าเฉินมู่
ชั่วขณะถัดมา เศษวัตถุวิเศษที่แตกสลายก็ประกอบกลับเข้าด้วยกันอีกครั้ง ราวกับเป็นวัตถุวิเศษสมบูรณ์
วัตถุวิเศษลอยเข้ามาในมือเฉินมู่ เขารับไว้และพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ใช่แค่ดูเหมือน แต่มันคือวัตถุวิเศษที่สมบูรณ์จริง ๆ
รอยต่อของชิ้นส่วนไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย มองไม่ออกเลยว่าเคยแตกสลายมาก่อน
แววตาของเฉินมู่ฉายประกายชื่นชม
วิธีการเช่นนี้ สำหรับอาจารย์เบนน์อาจไม่ถือว่าเป็นอะไร แต่สำหรับตัวเขาเองแล้ว ยังยากที่จะทำได้
การควบคุมพลังจิตของเขา ยังไม่อาจละเอียดประณีตได้เทียบเท่าอาจารย์ ในทะเลแห่งจิตของเขาได้สร้างเวทมนตร์สามวงแหวนไว้แล้วหกบท แต่ยังไม่มีเวทบทนี้
เพราะในการจำลองด้วยร่างจริง เขาไม่ได้สนใจเวทบทนี้ จึงไม่ได้เสียเวลาสร้าง
เหตุผลก็ง่ายมาก แม้แต่ในจำลองด้วยร่างจริง เวลาก็ยังมีค่าอย่างยิ่ง
แน่นอน หากเขาต้องการเชี่ยวชาญ ก็ทำได้ง่ายมาก เพียงเปิดการจำลองด้วยตัวอักษรหนึ่งครั้งแล้วเลือกที่จะศึกษาเวทมนตร์นี้ก็พอ
“ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์”
เฉินมู่เอ่ย
เวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เขาคุ้นเคยกับห้องทดลองในมิติบลูไลน์แห่งนี้เป็นอย่างดีแล้ว
การเป็นผู้ช่วยให้อาจารย์เบนน์ก็คล่องแคล่วไม่น้อย
แม้จะเรียกว่าผู้ช่วย แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เขาช่วยเบนน์ได้ก็มีไม่มากนัก
“อ้อ ใช่แล้ว เส้นทางโลกของทะเลแห่งการเฝ้ามองได้เปิดแล้ว” เบนน์นึกอะไรขึ้นมา จึงเอ่ยกล่าว
“เร็วขนาดนั้นเลย” เฉินมู่เอ่ยอย่างประหลาดใจ
เขาไม่ได้เลือกเก็บความทรงจำในวัยยี่สิบแปดปี จึงไม่รู้ว่าเส้นทางโลกถูกเปิดแล้ว แต่จากการจำลองด้วยตัวอักษรครั้งก่อน เขาเลือกไปทำภารกิจแห่งสัจจะหลังจากนั้นสองปี
“ไม่ใช่ว่าทุกเส้นทางจะถูกเปิดได้ ทะเลแห่งการเฝ้ามองเปิดเส้นทางโลกได้ ก็เพราะท่านแมนซูร์ ฮาล ลงมือเอง” เบนน์กล่าว
ได้ยินเช่นนั้น เฉินมู่ก็เข้าใจทันที
พ่อมดระดับเจ็ดของทะเลแห่งการเฝ้ามองลงมือเอง เส้นทางย่อมถูกเปิดได้อย่างง่ายดาย
“เจ้าต้องการไปทำภารกิจแห่งสัจจะตอนนี้เลยหรือไม่?” เบนน์ถาม
กำหนดเวลาของภารกิจแห่งสัจจะยังยาวนาน จะไปทำเมื่อไรก็ได้
แต่เฉินมู่ยังคงพยักหน้า
เพราะภารกิจแห่งสัจจะของเขาไม่ยาก ยิ่งทำเร็ว ก็ยิ่งกลับสู่โลกพ่อมดได้เร็วขึ้น
ยิ่งยืดเยื้อออกไป โลกสายเลือดก็ยิ่งเคลื่อนไหวมากขึ้น ใครจะรู้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีกหรือไม่
เขายังเหลือการจำลองด้วยตัวอักษรอีกหนึ่งครั้ง พอดีจะใช้ลองหยั่งเชิงได้
[....]
[การจำลองสิ้นสุด โปรดเลือกรางวัล!]
[เก็บรักษา ‘ขอบเขตพลัง’] หรือ [เก็บรักษา ‘ทักษะ’]
[สามารถเลือกเก็บรักษาความทรงจำได้สามช่วง!]
‘เก็บรักษาทักษะ!’ ความคิดของเฉินมู่ขยับไหว
ชั่วขณะถัดมา ในทะเลแห่งจิตของเขาก็ปรากฏโครงสร้างเวทมรตร์แปลกใหม่เพิ่มขึ้นอีกเก้าบท
การจำลองครั้งนี้ เขาให้ความสำคัญกับการสร้างเวทมนตร์เป็นหลัก ดังนั้นย่อมเลือกเก็บรักษาทักษะเอาไว้
‘เก็บรักษาความทรงจำตอนอายุยี่สิบเก้า เจ็ดสิบสอง และสามร้อยสามสิบปี’
ความทรงจำจากสามช่วงเวลาผุดขึ้นในจิตสำนึกของเฉินมู่ ทำให้ภาพของอนาคตชัดเจนยิ่งขึ้น
‘ไม่คิดเลยว่าโลกสายเลือดจะอึดขนาดนี้ สงครามข้ามโลกยืดเยื้อถึงสามร้อยปีก็ยังไม่จบ’ หลังรับความทรงจำ เฉินมู่นวดขมับเบา ๆ พึมพำในใจ
สงครามข้ามโลกครั้งนี้ ช่วงท้ายแม้แต่ทวีปพ่อมดของโลกพ่อมดก็ถูกดึงเข้าไปพัวพัน
โลกสายเลือดแม้จะเสียเปรียบตลอด แต่สงครามกลับไม่อาจยุติลงได้
การจำลองด้วยตัวอักษรครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่เขามีชีวิตอยู่นานที่สุดหลังสงครามข้ามโลกระหว่างโลกสายเลือดกับโลกพ่อมดเริ่มต้นขึ้น
ยิ่งมีชีวิตอยู่นาน เฉินมู่ก็ยิ่งเข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น
‘บ่อบรรพชนโลหิต โลกสายเลือดมีของน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้อยู่จริง ๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่กล้าท้าทายโลกพ่อมด’
‘ผู้นำของสภาศาสดาแห่งพระวรสารไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ การกัดกร่อนจากภายนอก แม้แต่โลกพ่อมดก็ยังได้รับผลกระทบ?’
ความคิดของเฉินมู่พันกันยุ่งเหยิง
การจำลองครั้งนี้ ทำให้เขารู้เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนจำนวนมาก
แม้แต่เกี่ยวกับการจำลองด้วยการจุติ เขาก็เริ่มมีข้อสันนิษฐานบางอย่าง
ไม่คิดต่อไป สิ่งเหล่านี้ยังคงห่างไกลจากเขานัก เขาปัดม่านแสงสีฟ้าอ่อนออก ร่างขยับไหวหายไปจากที่เดิม
“ท่านอาจารย์ ช่วยเปิดทางห้ข้าด้วย”
เฉินมู่ปรากฏตัวข้างเบนน์ เอ่ยกล่าว
เบนน์ไม่พูดอะไร เรียกคัมภีร์แห่งสัจจะออกมา และเปิดประตูมิติ
เฉินมู่ก้าวเข้าไป เมื่อร่างปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็อยู่ในทะเลตะวันออกของทะเลแห่งการเฝ้ามองแล้ว
ไลน์เห็นเฉินมู่ปรากฏตัวขึ้นก็ไม่แปลกใจ ยิ้มและพยักหน้า
“ไปเถอะ ข้อมูลของโลกจิตวิญญาณ เจ้าคงตรวจสอบมาแล้ว ข้าจะไม่พูดมาก”
“หากเจออันตราย ให้เปิดใช้ตราประทับยโลกในคัมภีร์แห่งสัจจะ ข้าจะพาเจ้ากลับสู่ทะเลแห่งการเฝ้ามอง”
“ภารกิจแห่งสัจจะสำคัญก็จริง แต่ชีวิตของเจ้าย่อมสำคัญกว่า” ไลน์กล่าว
ชั่วขณะถัดมา คัมภีร์แห่งสัจจะของเขาปรากฏขึ้น แสงสายหนึ่งพุ่งออกมา พาเฉินมู่ออกจากน่านฟ้าเหนือทะเลตะวันออก
เมื่อทั้งสองปรากฏตัวอีกครั้ง ก็อยู่ในห้วงสุญญากาศแล้ว
ประตูมายาขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินมู่ เขาไม่ลังเล ก้าวเข้าไปทันที
แสงสายหนึ่งวาบผ่านสายตา แสงจางหาย ตรงหน้ายังคงเป็นห้วงสุญญากาศ
แต่ที่นี่ไม่ใช่สุญญากาศนอกโลกพ่อมดอีกต่อไป หากเป็นสุญญากาศนอกโลกจิตวิญญาณ
กล่าวโดยรวม โลกจิตวิญญาณถือเป็นส่วนหนึ่งของโลกพ่อมด เพราะเป็นโลกที่โดนพิชิต
แต่การพิชิต ไม่ได้หมายความว่าโลกนั้นจะมีเพียงพ่อมดเท่านั้น เนื่องจากระยะห่างระหว่างสองโลกห่างไกลอย่างยิ่ง การควบคุมโลกจิตวิญญาณของโลกพ่อมด จึงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
การพิชิตโลกหนึ่งไม่ยาก แต่การรักษาและบริหารโลกหนึ่งกลับยากกว่ามาก
อย่างน้อย ระยะเวลานับล้านปีก็ยังไม่เพียงพอ
แม้โลกจิตวิญญาณจะพ่ายแพ้ในสงครามข้ามโลกต่อโลกพ่อมด แต่โลกนี้ก็ไม่ได้ไร้พลังต่อต้านโดยสิ้นเชิง
ตลอดล้านปีที่ผ่านมา โลกจิตวิญญาณไม่เคยละทิ้งความคิดที่จะหลุดพ้นจากการควบคุมของโลกพ่อมด และสงครามระหว่างโลกพ่อมดกับโลกสายเลือดครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยในช่วงร้อยปีในการจำลองของเฉินมู่ โลกจิตวิญญาณก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
“เจ้าหนู”
ขณะที่เฉินมู่กำลังสำรวจห้วงสุญญากาศแห่งนี้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู
ชั่วขณะถัดมา ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
“ท่านฮิลล์”
เฉินมู่เอ่ยอย่างเคารพ
บุคคลผู้นี้คือผู้ที่ทะเลแห่งการเฝ้ามองส่งมาประจำการ ณ ที่แห่งนี้
พ่อมดขาวระดับสี่
ฮิลล์ยิ้ม พินิจเฉินมู่เล็กน้อย ก่อนจะโบกมือ วาดทางเดินขึ้นในห้วงสุญญากาศ
“เข้าไปเถอะ โลกจิตวิญญาณไม่เหมือนโลกพ่อมด แม้สำหรับเจ้าแล้วจะไม่อันตราย แต่หลังจากทำภารกิจ ก็ต้องรีบกลับสู่โลกพ่อมดโดยเร็วที่สุด”
“คนบางส่วนในโลกจิตวิญญาณ ไม่ได้เป็นมิตรกับพ่อมดนัก”
ฮิลล์เอ่ยปากกล่าว
จุดนี้เฉินมู่รู้อยู่แล้ว พูดกันตามตรง เหตุผลที่เขารู้จักแท่นบูชาจิตวิญญาณ ก็เกี่ยวข้องกับภารกิจครั้งนี้โดยตรง
ในช่วงการจำลองด้วยร่างจริง หลังจากเขารับภารกิจแห่งสัจจะมา ย่อมต้องค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโลกใบนี้
พอค้นเข้าไปกลับพบว่า เขามีความเกี่ยวพันบางอย่างกับโลกจิตวิญญาณนี้อยู่ก่อนแล้ว
วินาทีถัดมา เฉินมู่ไม่ลังเล ก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางในห้วงสุญญากาศ
หากมองจากมุมมองของโลกแล้ว โลกจิตวิญญาณกับโลกพ่อมด แท้จริงไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โลกใบนี้ก็สามารถฝึกฝนเทคนิคการทำสมาธิของพ่อมด และก้าวสู่เส้นทางพ่อมดได้เช่นกัน
แน่นอนว่า ผู้คนส่วนใหญ่ของโลกนี้ เลือกเดินบนเส้นทางเหนือสามัญอีกสายหนึ่ง นั่นคือเส้นทางของนักจิตวิญญาณ
และองค์กรนักจิตวิญญาณที่ใหญ่ที่สุดของโลกนี้ ก็คือสถาบันจิตวิญญาณ
เมื่อมาถึงโลกใบนี้ เฉินมู่ไม่ได้หยุดยืนสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว ร่างของเขาเคลื่อนไหว ก่อนจะหายไปจากจุดเดิม
พิกัดภารกิจถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์แห่งสัจจะ เขาเพียงแค่เดินตามการชี้นำของคัมภีร์แห่งสัจจะก็เพียงพอ
ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจแห่งสัจจะนี้ เขาเคยทำสำเร็จมาแล้วหนึ่งครั้งในช่วงการจำลองด้วยร่างจริง จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่แต่อย่างใด
โลกจิตวิญญาณ เขาก็ไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรกเช่นกัน จึงยิ่งไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นใด ๆ
กาลเวลาไหลผ่าน หลายวันต่อมา เฉินมู่ก็มาถึงสถานที่ของภารกิจได้สำเร็จ
เขาหยุดยืนอยู่หน้าทะเลสาบแห่งหนึ่ง ใจกลางผืนป่า
หากพูดกันเฉพาะเรื่องทิวทัศน์ ที่นี่นับว่างดงามจริง ๆ
ท้องฟ้ากว้างไกล ทะเลสาบเบื้องหน้าของเฉินมู่ทอดยาวสุดสายตา ผิวน้ำราวกับกระจก สะท้อนเงาท้องฟ้าและแนวภูเขาโดยรอบ
น้ำในทะเลสาบใสสะอาดผิดปกติ เป็นประกายแวววาวดุจหยกเขียว
ดวงอาทิตย์บนฟากฟ้าสาดแสงลงมา ผิวน้ำเกิดระลอกแสงระยิบระยับ เปล่งประกายสีสันงดงาม
รอบกายเฉินมู่ถูกโอบล้อมด้วยป่าทึบและภูเขาเขียวขจี ริมฝั่งทะเลสาบเต็มไปด้วยพืชพรรณรูปร่างประหลาดนานาชนิด
ทันใดนั้น ในมือของเขาปรากฏลูกแก้วทรงกลมหนึ่งเม็ด ก่อนที่เขาจะโยนมันลงไปในทะเลสาบเบื้องหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
วินาทีถัดมา พลังจิตของเขาก็เริ่มไหลทะลักออกมาจากทะเลแห่งจิต และหลั่งเข้าสู่ทะเลสาบตรงหน้า
ผิวน้ำที่สงบนิ่งเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย แต่เพียงครู่เดียวก็กลับสู่ความสงบดังเดิม
ในอีกหลายเดือนต่อจากนี้ เฉินมู่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้
ภารกิจแห่งสัจจะของเขาไม่ได้ยาก เพียงแต่ค่อนข้างจุกจิก
หากทำครบทุกขั้นตอน จะต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งสำหรับเฉินมู่แล้ว นับว่าไม่นานมากนัก
‘ไข่มุกน้ำ…’
เฉินมู่พึมพำในใจ
หนึ่งในขั้นตอนของภารกิจแห่งสัจจะ คือการบ่มไข่มุกขึ้นมาหนึ่งเม็ด ในทะเลสาบบริสุทธิ์เบื้องหน้า
สำหรับเฉินมู่ที่เป็นพ่อมดระดับสามแล้ว เรื่องนี้ไม่ถือว่ายาก
ขอเพียงเขาส่งพลังจิตลงสู่ทะเลสาบอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาไม่นาก็สำเร็จแล้ว
พลังจิตของเฉินมู่ไหลออกจากทะเลแห่งจิต และส่งลงสู่ทะเลสาบบริสุทธิ์เบื้องหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกครั้งที่พลังจิตถูกใช้ไปกว่าครึ่ง เขาจะหยุดพักชั่วครู่ รอให้พลังจิตฟื้นตัว แล้วจึงกลับมาถ่ายเทพลังจิตเข้าสู่ทะเลสาบอีกครั้ง
กาลเวลาไหลผ่าน พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองเดือน
เฉินมู่ยังคงถ่ายเทพลังจิตลงสู่ทะเลสาบตามปกติ
วินาทีถัดมา ผิวน้ำของทะเลสาบก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ลูกแก้วที่ถูกโยนลงไปเมื่อสองเดือนก่อน ลอยขึ้นจากผิวน้ำ และพุ่งกลับสู่มือของเฉินมู่
เฉินมู่กำไข่มุกในมือเบา ๆ
สำเร็จแล้ว
ขั้นตอนแรกของภารกิจแห่งสัจจะ การบ่มไข่มุกน้ำขึ้นมาหนึ่งเม็ด ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
เฉินมู่เก็บไข่มุกเข้าไปในวัตถุมิติ ร่างของเขาเคลื่อนไหว ก่อนจะหายไปจากหน้าทะเลสาบแห่งนี้
ภารกิจถัดไปก็ไม่ยากเช่นกัน เขาต้องหานักจิตวิญญาณสักคน เพื่อทำการปลุกจิตให้ไข่มุกเม็ดนี้
นักจิตวิญญาณที่เชื่อถือได้ ในโลกจิตวิญญาณมีอยู่ไม่น้อย แต่ในความเป็นจริง เขาไม่มีนักจิตวิญญาณที่คุ้นเคยอยู่เลย
ในการจำลองด้วยร่างจริง ขั้นตอนนี้เคยทำให้เขาติดขัดอยู่นานหลายปี
ปัญหาในตอนนี้คือ เขารู้จักผู้อื่น แต่ผู้อื่นกลับไม่รู้จักเขา
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่ปัญหา เฉินมู่สามารถเลือกทางลัดได้ นั่นคือใช้เงิน
ขอเพียงมีหินเวทมากพอ ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ และหากหินเวทยังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็แปลว่ามีหินไม่มากพอก็เท่านั้น
“ท่านอาจต้องรอสักระยะ อาจารย์ของข้า ช่วงนี้แทบไม่อยู่ที่ร้านเลย”
เด็กสาวตรงหน้าเฉินมู่เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเบา
เฉินมู่พยักหน้า
เขาไม่ได้รีบร้อน
“มาแล้ว!”
วินาทีถัดมา ดวงตาของเด็กสาวก็สว่างขึ้น และเอ่ยออกมา
ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอย่างเชื่องช้า
เขาเห็นเฉินมู่ที่นั่งอยู่ในร้านตั้งแต่แรก และในดวงตาก็เผยความประหลาดใจออกมา
พ่อมด?
พ่อมดมาหาเขาทำไม?
“อาจารย์ ท่านผู้นี้มาพบท่านด้วยเรื่องบางอย่าง”
เด็กสาวเดินไปข้างกายดอลฟิน และเอ่ยเสียงเบา
ดอลฟินพยักหน้า ก่อนจะโบกมือให้ศิษย์ของตนออกไปจากที่นี่
พ่อมดปรากฏตัวในร้านของเขา ไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก
หลังจากเด็กสาวจากไป ภายในร้านก็เหลือเพียงเฉินมู่กับดอลฟินสองคน
ดอลฟินมองเฉินมู่ ไม่ได้พูดอะไร แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยคำถาม
“ข้าต้องการปลุกจิตให้ไข่มุกน้ำ ไม่ทราบว่าท่านมีเวลาหรือไม่” เฉินมู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ท่าทีเป็นมิตรยิ่ง
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คิ้วของดอลฟินก็คลายลง เขานึกว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร “ท่านนำไข่มุกน้ำออกมาให้ข้าดูก่อน ข้าไม่ได้ปลุกจิตให้วัตถุจิตมานานแล้ว”
เฉินมู่พยักหน้า
พลังจิตเคลื่อนไหว ไข่มุกจากในวัตถุมิติปรากฏขึ้นในมือของเขา
เขายื่นไข่มุกให้ชายชราตรงหน้า โดยไม่กล่าวอะไร
ดอลฟินรับไป พินิจดูอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่คือไข่มุกที่บ่มขึ้นในทะเลสาบน้ำบริสุทธิ์หรือ”
ดอลฟินถามออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ใช่ นี่คือไข่มุกน้ำที่บ่มขึ้นจากทะเลสาบน้ำบริสุทธิ์”
เฉินมู่ตอบกลับ
ดอลฟินละสายตาจากไข่มุกในมือ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “การปลุกจิตให้กับวัตถุธรรมชาติ ข้ายังพอมีความมั่นใจ แต่การปลุกจิตไข่มุกที่บ่มขึ้นจากทะเลสาบน้ำบริสุทธิ์ ข้าไม่อาจรับประกันได้”
พูดจบ เขาก็ยื่นไข่มุกกลับคืนให้เฉินมู่
เฉินมู่รู้ดีว่า ดอลฟินไม่ได้ขาดความมั่นใจ แต่เป็นเพราะยังไม่เห็นผลประโยชน์
นักจิตวิญญาณระดับสาม นับว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เฉินมู่สามารถหาได้แล้ว
ในช่วงการจำลองด้วยร่างจริง ชายคนนี้สามารถทำได้สำเร็จ ในความเป็นจริงย่อมไม่ต่างกัน
วินาทีถัดมา วัตถุมิติชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเฉินมู่
พลังจิตห่อหุ้มวัตถุมิติ และส่งไปอยู่ตรงหน้าดอลฟิน
เฉินมู่ยิ้ม พร้อมส่งสัญญาณให้ดอลฟินลองตรวจดู
ดอลฟินรับวัตถุมิติมาเหลือบมอง ดวงตาก็เผยความพึงพอใจออกมา
“อืม…จริง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะลองไม่ได้”
“ข้าต้องเตรียมวัสดุบางอย่าง หากท่านไม่รีบ ก็สามารถพักอยู่ที่ร้านของข้าได้สักสองสามวัน”
ดอลฟินยิ้มกล่าว สีหน้าที่ก่อนหน้านี้อ้างว่าไม่มั่นใจ หายไปหมดสิ้น
ชัดเจนว่าเขามั่นใจเต็มร้อย
เฉินมู่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ หากไม่ใช่เพราะเขาเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้วในการจำลองด้วยร่างจริง เขาอาจเชื่อไปแล้วว่าคนตรงหน้าไม่มีความมั่นใจจริง ๆ
ในตอนนั้น เขายังไร้เดียงสาเกินไปจริง ๆ
นักจิตวิญญาณ…. ล้วนแต่มีเล่ห์เหลี่ยมจริง ๆ
“ขอบคุณ”
เฉินมู่เอ่ย
ดอลฟินยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหยิบไข่มุกของเฉินมู่ขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปด้านในของร้าน
เฉินมู่หาที่นั่งอย่างไม่ใส่ใจ
เขาจำเป็นต้องรออยู่ที่นี่
กาลเวลาไหลผ่าน ห้าวันต่อมา
ดอลฟินเดินออกมาจากด้านในร้านด้วยรอยยิ้ม ในมือถือไข่มุกน้ำที่ปลุกจิตเรียบร้อยแล้ว
“เรียบร้อยแล้ว ท่านลองตรวจดู”
ดอลฟินยื่นไข่มุกให้เฉินมู่
เฉินมู่รับมา พลังจิตไหลเข้าไปตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
ไม่มีปัญหา
ไข่มุกน้ำได้รับการปลุกจิตเรียบร้อยแล้ว ภารกิจถัดไปก็ยิ่งง่ายขึ้นไปอีก
อัตราการไหลของเวลาในโลกจิตวิญญาณกับโลกพ่อมดไม่เท่ากัน ดังนั้นสิ่งที่เฉินมู่คิดก็คือ ทำภารกิจให้เสร็จเร็วที่สุด แล้วรีบกลับสู่โลกพ่อมด
เพราะการสะสมจำนวนครั้งของการจำลอง สำหรับเขาแล้ว ย่อมเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง