เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 การศึกษาวัตถุเวทมนตร์

บทที่ 78 การศึกษาวัตถุเวทมนตร์

บทที่ 78 การศึกษาวัตถุเวทมนตร์


เฉินมู่กำลังจดบันทึกลงในสมุดเล่มเล็ก

การทดลองซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์ ครั้งที่ 42 ซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์ได้สำเร็จสามสัญลักษณ์ หินเรืองแสงไม่มีปฏิกิริยาผิดปกติ ผลของการซ้อนทับยังไม่ทราบแน่ชัด

เมื่อเห็นว่าเฉินมู่หยุดเขียน มอร์ตันก็ไม่ได้ซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์ใหม่ลงบหินเรืองแสงนั้นต่อ แต่เลือกวางมันไว้ข้าง ๆ แทน

หินเรืองแสงดิบสามารถรับการซ้อนทับของสัญลักษณ์เวทมนตร์ได้มากที่สุดเพียงสามสัญลักษณ์เท่านั้น หากมากกว่านี้จะต้องใช้แผ่นโลหะเวทมนตร์ที่ทำจากหินเรืองแสงสำเร็จรูป

เหตุผลที่ไม่ใช้แผ่นโลหะเวทมนตร์โดยตรงนั้นก็ง่ายมาก แผ่นโลหะเวทมนตร์มีราคาสูงกว่าหินเรืองแสงหลายเท่า

หลังจากวางหินเรืองแสงไว้ มอร์ตันก็หยิบแผ่นโลหะเวทมนตร์ขึ้นมา แล้วทำตามขั้นตอนเดิมเพื่อซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์สามชุด

เมื่อซ้อนทับเสร็จ มอร์ตันกระตุ้นพลังจิตของตนเอง แผ่นโลหะเวทมนตร์ส่องแสงขึ้น เปลี่ยนสภาพเป็นลูกไฟลูกใหญ่ที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะระเบิดในระยะไกล

โชคดีที่ลูกไฟถูกส่งไปยังเขตทดสอบของห้องทดลอง จึงไม่ได้สร้างความเสียหายหรือความวุ่นวายใด ๆ

“จดบันทึกไว้ด้วย!”

“รับทราบครับ”

การทดลองครั้งที่ 42  ซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์สามชุดสำเร็จ ไม่มีปฏิกิริยาผิดปกติ คุณลักษณะคือ ‘ไฟ ความเร็ว การระเบิด’ พลังอยู่ในระดับต่ำกว่าพ่อมดฝึกหัดระดับสาม

หลังจากสิ้นสุดการทดลอง เฉินมู่ก็ส่งสมุดบันทึกในมือให้มอร์ตัน

“ท่านอาจารย์ ช่วยดูด้วยครับ”

มอร์ตันรับสมุดมา เปิดดูอย่างคร่าว ๆ ก่อนจะพยักหน้า

“ท่านอาจารย์ ปกติแล้ว ถ้าอยากได้พลังระดับนี้ อย่างน้อยต้องจารึกสัญลักษณ์เวทมนตร์เก้าชุดลงบนแผ่นโลหะเวทมนตร์ใช่ไหมครับ?”

เฉินมู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย ขณะมองมอร์ตันที่กำลังอ่านบันทึก

มอร์ตันพยักหน้า “อืม พลังของแผ่นโลหะเวทมนตร์ที่อยู่ในสภาวะซ้อนทับนั้น จะมากกว่าแผ่นที่จารึกแบบปกติหลายเท่า ทั้งคุณสมบัติที่หลากหลายกว่า และระยะเวลาการกระตุ้นที่สั้นลง”

จากนั้นเขาก็ส่ายหัวเบา ๆ “แต่ความยากในการจารึกก็สูงขึ้นตาม รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ผิดพลาดไม่ได้เลย แม้จะมีเวทมนตร์เสริมช่วยหลายอย่าง อัตราความสำเร็จก็ยังไม่สูงนัก”

“แน่นอน เมื่อเทียบกับวัตถุเวทมนตร์จริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้ยังถือว่าเป็นแค่ของเล่นเด็กเท่านั้น”

“วัตถุเวทมนตร์งั้นเหรอ...”

เฉินมู่ที่อยู่ในสถาบันมาราวหนึ่งปี ตอนนี้ก็ได้เรียนรู้อะไรไปมากมาย

เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่า ใคร ๆ ก็สามารถสร้างวัตถุเวทมนตร์ได้

แต่ตอนนี้... เขารู้แล้วว่าความคิดแบบนั้นมันไร้เดียงสาเพียงใด

เพราะวัตถุเวทมนตร์ทุกชิ้น ต่อให้เป็นระดับต่ำที่สุด ก็มีความยากลำบากอย่างยิ่งในการสร้าง

พ่อมดที่สามารถสร้างวัตถุเวทมนตร์ได้ จะถูกเรียกว่า “นักสร้างวัตถุเวทมนตร์” ซึ่งเป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงในหมู่พ่อมด

ผู้ที่สามารถปรุงน้ำยาเวทมนตร์ได้ ก็ได้รับความเคารพในระดับใกล้เคียงกัน

ทั้งวัตถุเวทมนตร์และน้ำยาเวทมนตร์ ต่างก็มีความสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้สำหรับพ่อมดทุกคน

และสำหรับเฉินมู่ที่สามารถได้วัตถุเวทมนตร์ระดับ 1 อย่าง “กุญแจมิติ” มาครอบครองนั้น ก็ถือว่าเป็นโชคดีอย่างเหลือเชื่อจริง ๆ

“เจ้าสนใจการศึกษาวัตถุเวทมนตร์งั้นหรือ?”

เมื่อได้ยินเฉินมู่พึมพำกับตัวเอง มอร์ตันก็พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

เฉินมู่พยักหน้า จะให้บอกว่าไม่สนใจคงเป็นเรื่องโกหก การสร้างวัตถุเวทมนตร์ย่อมเป็นสิ่งที่พ่อมดทุกคนใฝ่ฝันถึงอยู่แล้ว

อย่างน้อยสำหรับเฉินมู่ เขาเองก็สนใจอย่างมากในการหล่อหลอมวัตถุเวทมนตร์

“งั้นเจ้าก็ต้องพยายามอีกมาก ตอนนี้เจ้าห่างไกลจากการสร้างวัตถุเวทมนตร์นัก แม้แต่ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดอย่างการจารึกสัญลักษณ์ลึกลับลงบนวัตถุเวทมนตร์ เจ้าก็ยังทำไม่ได้”

เฉินมู่รู้ดีว่ามอร์ตันไม่ได้พูดเพื่อดูถูก แต่เพราะมันคือความจริงทั้งหมด

แม้ตอนนี้จะมีต้นแบบของวัตถุเวทมนตร์วางอยู่ตรงหน้า เขาก็คงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี

เพราะนอกจากความรู้เพียงผิวเผินแล้ว เขายังไม่เข้าใจเลยว่าการสร้างวัตถุเวทมนตร์นั้นต้องทำอย่างไร

“ท่านอาจารย์… เคยสร้างวัตถุเวทมนตร์สำเร็จไหมครับ?”

“เจ้าถามถูกคนแล้วล่ะ”

เมื่อได้ยินคำนี้ ดวงตาของมอร์ตันก็สว่างวาบขึ้น ก่อนจะเริ่มพูดเจื้อยแจ้วด้วยความตื่นเต้น

“แน่นอน! ผลงานที่ข้าภูมิใจที่สุดก็คือ ‘ไม้เท้าเวทมนตร์แบล็กสโตน’ ที่สร้างเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนี้มันอยู่ในมือของพ่อมดตัวจริงแล้ว!”

เฉินมู่พยักหน้ารับด้วยความเห็นด้วยอยู่ข้าง ๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นมอร์ตันในมุมนี้ ปกติมอร์ตันเป็นคนเงียบขรึมสุขุม แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนคนที่ถูกเปิดสวิตช์ พูดไม่หยุดราวกับเครื่องจักรที่เดินหน้าเต็มกำลัง

เฉินมู่เองก็สนใจหัวข้อนี้ไม่น้อย จึงตั้งใจฟังอย่างเต็มที่

“แค่ก แค่ก... เอาล่ะ ตอนนี้ยังพอมีเวลา เจ้าควรไปเตรียมตัวสำหรับ ‘แดนลึกลับ’ ได้แล้ว”

เมื่อเห็นเฉินมู่มองตนอย่างตั้งใจเกินไป มอร์ตันจึงไอเบา ๆ แล้วกลับเข้าสู่ท่าทีสุขุมเยือกเย็นดังเดิม

เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า... เมื่อกี้อาจจะพูดโอ้อวดตัวเองมากไปหน่อยก็ได้

แม้ว่าไม้เท้าเวทมนตร์แบล็กสโตนนั้นจะเป็นผลงานของเขาจริง แต่ในความเป็นจริงยังมีพ่อมดอีกหกคนที่ร่วมสร้างวัตถุเวทมนตร์ชิ้นนั้นด้วย

“ครับ ท่านอาจารย์”

เฉินมู่เอ่ยลา แล้วออกจากห้องทดลองไป

ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนจะถึงการเดินทางไปยังแดนลึกลับอย่างเป็นทางการ

ระยะเวลาที่จะได้อยู่ในแดนลึกลับจริง ๆ คือสองเดือน

แต่กระแสเวลาภายในแดนลึกลับแตกต่างจากโลกภายนอก ไม่ใช่เร็วกว่า แต่กลับช้ากว่า

สองเดือนในแดนลึกลับ เท่ากับเวลาจริงประมาณสี่เดือนในโลกภายนอก

อย่างไรก็ตาม หากฝึก เทคนิคแห่งสมาธิ อยู่ในแดนลึกลับเป็นเวลาสองเดือน ก็เท่ากับว่าฝึกไปถึงแปดเดือนในความเป็นจริง

เมื่อคำนวณบวกและลบแล้ว ก็ถือว่าความเร็วในการทำสมาธิเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยประมาณ

การเพิ่มขึ้นนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่สำหรับพ่อมดที่มีพรสวรรค์โดดเด่น แต่สำหรับเฉินมู่ มันยังถือว่าเล็กน้อยนัก

หลังจากการเดินทางสู่แดนลึกลับครั้งนี้ เฉินมู่ก็จะผ่านพ้นช่วงเวลาทดลองของสถาบัน

นั่นหมายความว่า หลังจากกลับมา เขาจะไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถาบันตลอดเวลาอีกต่อไป

แน่นอน นอกจากวัตถุสำคัญที่เขาจำเป็นต้องได้มาภายในแดนลึกลับแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เฉินมู่ต้องการตรวจสอบด้วยตัวเอง

นั่นคือ จำนวนครั้งของการจำลองชีวิต ที่จะสะสมได้ในช่วงสองเดือนนั้น

หากเป็นไปตามกระแสเวลาภายในแดนลึกลับ ก็น่าจะสะสมได้สองครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ถ้าเป็นไปตามกระแสเวลาของโลกพ่อมดภายนอก ซึ่งเท่ากับสี่เดือน ก็หมายความว่า จะสะสมได้สี่ครั้ง

นี่คือสิ่งที่ต้องให้ “เฉินมู่ตัวจริง” เป็นผู้พิสูจน์ด้วยตนเอง

เพราะในโลกของระบบจำลองนั้น “เฉินมู่ในระบบ” ไม่สามารถสะสมจำนวนครั้งได้เลย

แทนที่จะกลับไปยังหอพักนักเรียน เฉินมู่เลือกที่จะตรงไปยังห้องสมุดของสถาบันแทน

มอร์ตันไม่ได้บอกเขาอย่างละเอียดเกี่ยวกับแดนลึกลับ ดังนั้นเขาจึงต้องค้นคว้าจากหนังสือที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง

ที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้เฉินมู่ก็เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับแดนลึกลับอยู่หลายเล่ม ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ไม่รู้เรื่องทั้งหมด

แดนลึกลับนั้น โดยพื้นฐานแล้วคือเศษเสี้ยวของ พื้นที่มิติ หรือ มิติย่อย ที่ถูกจับเอาไว้ เมื่อโลกบางแห่งแตกสลาย มันจะกลายเป็นเศษเสี้ยวของมิติจำนวนมาก

บางเศษนั้นมีขนาดใหญ่เท่าทวีปพ่อมดเลยทีเดียว

แน่นอนว่า เศษที่เล็กกว่าก็จะก่อเกิดเป็นแดนลึกลับที่มีขนาดเล็กกว่าเช่นกัน

แดนลึกลับที่เฉินมู่จะเดินทางไปในครั้งนี้ คือ แดนลึดลับกุหลาบขาว ซึ่งเป็นแดนลึกลับขนาดเล็ก

เฉินมู่หยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้น  ชื่อว่า การเดินทางของพ่อมดในแดนลึกลับคัดมิโอ แล้วหาที่นั่งลงเพื่อเริ่มอ่าน

การอ่านหนังสือให้มากไว้ย่อมมีประโยชน์เสมอ เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเมื่อใด ความรู้ที่อ่านไว้อาจได้ใช้ขึ้นมาทันที

สำหรับพ่อมดแล้ว ขอบเขตพลัง และเวทมนตร์คือสิ่งสำคัญที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

รองลงมานั้น ไม่ใช่วัตถุเวทมนตร์ ไม่ใช่น้ำยาเวทมนตร์ แต่คือ “ความรู้

แน่นอน… ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า พ่อมดมีทั้งสองมีขอบเขตพลังเท่ากัน

พ่อมดระดับหนึ่ง ต่อให้มีความรู้มากเพียงใด

เมื่อเผชิญหน้ากับพ่อมดระดับสอง ก็ไม่ต่างอะไรจากแมลงตัวเล็กที่พยายามจะโค่นต้นไม้ใหญ่เลย

จบบทที่ บทที่ 78 การศึกษาวัตถุเวทมนตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว