- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตพ่อมด
- บทที่ 78 การศึกษาวัตถุเวทมนตร์
บทที่ 78 การศึกษาวัตถุเวทมนตร์
บทที่ 78 การศึกษาวัตถุเวทมนตร์
เฉินมู่กำลังจดบันทึกลงในสมุดเล่มเล็ก
การทดลองซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์ ครั้งที่ 42 ซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์ได้สำเร็จสามสัญลักษณ์ หินเรืองแสงไม่มีปฏิกิริยาผิดปกติ ผลของการซ้อนทับยังไม่ทราบแน่ชัด
เมื่อเห็นว่าเฉินมู่หยุดเขียน มอร์ตันก็ไม่ได้ซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์ใหม่ลงบหินเรืองแสงนั้นต่อ แต่เลือกวางมันไว้ข้าง ๆ แทน
หินเรืองแสงดิบสามารถรับการซ้อนทับของสัญลักษณ์เวทมนตร์ได้มากที่สุดเพียงสามสัญลักษณ์เท่านั้น หากมากกว่านี้จะต้องใช้แผ่นโลหะเวทมนตร์ที่ทำจากหินเรืองแสงสำเร็จรูป
เหตุผลที่ไม่ใช้แผ่นโลหะเวทมนตร์โดยตรงนั้นก็ง่ายมาก แผ่นโลหะเวทมนตร์มีราคาสูงกว่าหินเรืองแสงหลายเท่า
หลังจากวางหินเรืองแสงไว้ มอร์ตันก็หยิบแผ่นโลหะเวทมนตร์ขึ้นมา แล้วทำตามขั้นตอนเดิมเพื่อซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์สามชุด
เมื่อซ้อนทับเสร็จ มอร์ตันกระตุ้นพลังจิตของตนเอง แผ่นโลหะเวทมนตร์ส่องแสงขึ้น เปลี่ยนสภาพเป็นลูกไฟลูกใหญ่ที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะระเบิดในระยะไกล
โชคดีที่ลูกไฟถูกส่งไปยังเขตทดสอบของห้องทดลอง จึงไม่ได้สร้างความเสียหายหรือความวุ่นวายใด ๆ
“จดบันทึกไว้ด้วย!”
“รับทราบครับ”
การทดลองครั้งที่ 42 ซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์สามชุดสำเร็จ ไม่มีปฏิกิริยาผิดปกติ คุณลักษณะคือ ‘ไฟ ความเร็ว การระเบิด’ พลังอยู่ในระดับต่ำกว่าพ่อมดฝึกหัดระดับสาม
หลังจากสิ้นสุดการทดลอง เฉินมู่ก็ส่งสมุดบันทึกในมือให้มอร์ตัน
“ท่านอาจารย์ ช่วยดูด้วยครับ”
มอร์ตันรับสมุดมา เปิดดูอย่างคร่าว ๆ ก่อนจะพยักหน้า
“ท่านอาจารย์ ปกติแล้ว ถ้าอยากได้พลังระดับนี้ อย่างน้อยต้องจารึกสัญลักษณ์เวทมนตร์เก้าชุดลงบนแผ่นโลหะเวทมนตร์ใช่ไหมครับ?”
เฉินมู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย ขณะมองมอร์ตันที่กำลังอ่านบันทึก
มอร์ตันพยักหน้า “อืม พลังของแผ่นโลหะเวทมนตร์ที่อยู่ในสภาวะซ้อนทับนั้น จะมากกว่าแผ่นที่จารึกแบบปกติหลายเท่า ทั้งคุณสมบัติที่หลากหลายกว่า และระยะเวลาการกระตุ้นที่สั้นลง”
จากนั้นเขาก็ส่ายหัวเบา ๆ “แต่ความยากในการจารึกก็สูงขึ้นตาม รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ผิดพลาดไม่ได้เลย แม้จะมีเวทมนตร์เสริมช่วยหลายอย่าง อัตราความสำเร็จก็ยังไม่สูงนัก”
“แน่นอน เมื่อเทียบกับวัตถุเวทมนตร์จริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้ยังถือว่าเป็นแค่ของเล่นเด็กเท่านั้น”
“วัตถุเวทมนตร์งั้นเหรอ...”
เฉินมู่ที่อยู่ในสถาบันมาราวหนึ่งปี ตอนนี้ก็ได้เรียนรู้อะไรไปมากมาย
เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่า ใคร ๆ ก็สามารถสร้างวัตถุเวทมนตร์ได้
แต่ตอนนี้... เขารู้แล้วว่าความคิดแบบนั้นมันไร้เดียงสาเพียงใด
เพราะวัตถุเวทมนตร์ทุกชิ้น ต่อให้เป็นระดับต่ำที่สุด ก็มีความยากลำบากอย่างยิ่งในการสร้าง
พ่อมดที่สามารถสร้างวัตถุเวทมนตร์ได้ จะถูกเรียกว่า “นักสร้างวัตถุเวทมนตร์” ซึ่งเป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงในหมู่พ่อมด
ผู้ที่สามารถปรุงน้ำยาเวทมนตร์ได้ ก็ได้รับความเคารพในระดับใกล้เคียงกัน
ทั้งวัตถุเวทมนตร์และน้ำยาเวทมนตร์ ต่างก็มีความสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้สำหรับพ่อมดทุกคน
และสำหรับเฉินมู่ที่สามารถได้วัตถุเวทมนตร์ระดับ 1 อย่าง “กุญแจมิติ” มาครอบครองนั้น ก็ถือว่าเป็นโชคดีอย่างเหลือเชื่อจริง ๆ
“เจ้าสนใจการศึกษาวัตถุเวทมนตร์งั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเฉินมู่พึมพำกับตัวเอง มอร์ตันก็พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
เฉินมู่พยักหน้า จะให้บอกว่าไม่สนใจคงเป็นเรื่องโกหก การสร้างวัตถุเวทมนตร์ย่อมเป็นสิ่งที่พ่อมดทุกคนใฝ่ฝันถึงอยู่แล้ว
อย่างน้อยสำหรับเฉินมู่ เขาเองก็สนใจอย่างมากในการหล่อหลอมวัตถุเวทมนตร์
“งั้นเจ้าก็ต้องพยายามอีกมาก ตอนนี้เจ้าห่างไกลจากการสร้างวัตถุเวทมนตร์นัก แม้แต่ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดอย่างการจารึกสัญลักษณ์ลึกลับลงบนวัตถุเวทมนตร์ เจ้าก็ยังทำไม่ได้”
เฉินมู่รู้ดีว่ามอร์ตันไม่ได้พูดเพื่อดูถูก แต่เพราะมันคือความจริงทั้งหมด
แม้ตอนนี้จะมีต้นแบบของวัตถุเวทมนตร์วางอยู่ตรงหน้า เขาก็คงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี
เพราะนอกจากความรู้เพียงผิวเผินแล้ว เขายังไม่เข้าใจเลยว่าการสร้างวัตถุเวทมนตร์นั้นต้องทำอย่างไร
“ท่านอาจารย์… เคยสร้างวัตถุเวทมนตร์สำเร็จไหมครับ?”
“เจ้าถามถูกคนแล้วล่ะ”
เมื่อได้ยินคำนี้ ดวงตาของมอร์ตันก็สว่างวาบขึ้น ก่อนจะเริ่มพูดเจื้อยแจ้วด้วยความตื่นเต้น
“แน่นอน! ผลงานที่ข้าภูมิใจที่สุดก็คือ ‘ไม้เท้าเวทมนตร์แบล็กสโตน’ ที่สร้างเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนี้มันอยู่ในมือของพ่อมดตัวจริงแล้ว!”
เฉินมู่พยักหน้ารับด้วยความเห็นด้วยอยู่ข้าง ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นมอร์ตันในมุมนี้ ปกติมอร์ตันเป็นคนเงียบขรึมสุขุม แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนคนที่ถูกเปิดสวิตช์ พูดไม่หยุดราวกับเครื่องจักรที่เดินหน้าเต็มกำลัง
เฉินมู่เองก็สนใจหัวข้อนี้ไม่น้อย จึงตั้งใจฟังอย่างเต็มที่
“แค่ก แค่ก... เอาล่ะ ตอนนี้ยังพอมีเวลา เจ้าควรไปเตรียมตัวสำหรับ ‘แดนลึกลับ’ ได้แล้ว”
เมื่อเห็นเฉินมู่มองตนอย่างตั้งใจเกินไป มอร์ตันจึงไอเบา ๆ แล้วกลับเข้าสู่ท่าทีสุขุมเยือกเย็นดังเดิม
เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า... เมื่อกี้อาจจะพูดโอ้อวดตัวเองมากไปหน่อยก็ได้
แม้ว่าไม้เท้าเวทมนตร์แบล็กสโตนนั้นจะเป็นผลงานของเขาจริง แต่ในความเป็นจริงยังมีพ่อมดอีกหกคนที่ร่วมสร้างวัตถุเวทมนตร์ชิ้นนั้นด้วย
“ครับ ท่านอาจารย์”
เฉินมู่เอ่ยลา แล้วออกจากห้องทดลองไป
ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนจะถึงการเดินทางไปยังแดนลึกลับอย่างเป็นทางการ
ระยะเวลาที่จะได้อยู่ในแดนลึกลับจริง ๆ คือสองเดือน
แต่กระแสเวลาภายในแดนลึกลับแตกต่างจากโลกภายนอก ไม่ใช่เร็วกว่า แต่กลับช้ากว่า
สองเดือนในแดนลึกลับ เท่ากับเวลาจริงประมาณสี่เดือนในโลกภายนอก
อย่างไรก็ตาม หากฝึก เทคนิคแห่งสมาธิ อยู่ในแดนลึกลับเป็นเวลาสองเดือน ก็เท่ากับว่าฝึกไปถึงแปดเดือนในความเป็นจริง
เมื่อคำนวณบวกและลบแล้ว ก็ถือว่าความเร็วในการทำสมาธิเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยประมาณ
การเพิ่มขึ้นนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่สำหรับพ่อมดที่มีพรสวรรค์โดดเด่น แต่สำหรับเฉินมู่ มันยังถือว่าเล็กน้อยนัก
หลังจากการเดินทางสู่แดนลึกลับครั้งนี้ เฉินมู่ก็จะผ่านพ้นช่วงเวลาทดลองของสถาบัน
นั่นหมายความว่า หลังจากกลับมา เขาจะไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถาบันตลอดเวลาอีกต่อไป
แน่นอน นอกจากวัตถุสำคัญที่เขาจำเป็นต้องได้มาภายในแดนลึกลับแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เฉินมู่ต้องการตรวจสอบด้วยตัวเอง
นั่นคือ จำนวนครั้งของการจำลองชีวิต ที่จะสะสมได้ในช่วงสองเดือนนั้น
หากเป็นไปตามกระแสเวลาภายในแดนลึกลับ ก็น่าจะสะสมได้สองครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ถ้าเป็นไปตามกระแสเวลาของโลกพ่อมดภายนอก ซึ่งเท่ากับสี่เดือน ก็หมายความว่า จะสะสมได้สี่ครั้ง
นี่คือสิ่งที่ต้องให้ “เฉินมู่ตัวจริง” เป็นผู้พิสูจน์ด้วยตนเอง
เพราะในโลกของระบบจำลองนั้น “เฉินมู่ในระบบ” ไม่สามารถสะสมจำนวนครั้งได้เลย
แทนที่จะกลับไปยังหอพักนักเรียน เฉินมู่เลือกที่จะตรงไปยังห้องสมุดของสถาบันแทน
มอร์ตันไม่ได้บอกเขาอย่างละเอียดเกี่ยวกับแดนลึกลับ ดังนั้นเขาจึงต้องค้นคว้าจากหนังสือที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง
ที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้เฉินมู่ก็เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับแดนลึกลับอยู่หลายเล่ม ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ไม่รู้เรื่องทั้งหมด
แดนลึกลับนั้น โดยพื้นฐานแล้วคือเศษเสี้ยวของ พื้นที่มิติ หรือ มิติย่อย ที่ถูกจับเอาไว้ เมื่อโลกบางแห่งแตกสลาย มันจะกลายเป็นเศษเสี้ยวของมิติจำนวนมาก
บางเศษนั้นมีขนาดใหญ่เท่าทวีปพ่อมดเลยทีเดียว
แน่นอนว่า เศษที่เล็กกว่าก็จะก่อเกิดเป็นแดนลึกลับที่มีขนาดเล็กกว่าเช่นกัน
แดนลึกลับที่เฉินมู่จะเดินทางไปในครั้งนี้ คือ แดนลึดลับกุหลาบขาว ซึ่งเป็นแดนลึกลับขนาดเล็ก
เฉินมู่หยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้น ชื่อว่า การเดินทางของพ่อมดในแดนลึกลับคัดมิโอ แล้วหาที่นั่งลงเพื่อเริ่มอ่าน
การอ่านหนังสือให้มากไว้ย่อมมีประโยชน์เสมอ เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเมื่อใด ความรู้ที่อ่านไว้อาจได้ใช้ขึ้นมาทันที
สำหรับพ่อมดแล้ว ขอบเขตพลัง และเวทมนตร์คือสิ่งสำคัญที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
รองลงมานั้น ไม่ใช่วัตถุเวทมนตร์ ไม่ใช่น้ำยาเวทมนตร์ แต่คือ “ความรู้”
แน่นอน… ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า พ่อมดมีทั้งสองมีขอบเขตพลังเท่ากัน
พ่อมดระดับหนึ่ง ต่อให้มีความรู้มากเพียงใด
เมื่อเผชิญหน้ากับพ่อมดระดับสอง ก็ไม่ต่างอะไรจากแมลงตัวเล็กที่พยายามจะโค่นต้นไม้ใหญ่เลย