เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 ผม…อยากลองดู

บทที่ 77 ผม…อยากลองดู

บทที่ 77 ผม…อยากลองดู


“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน? ดูเหมือนใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ”

มอร์ตันขมวดคิ้ว มองลูกศิษย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ขอโทษครับ ท่านอาจารย์”

เฉินมู่รีบเอ่ยขอโทษทันที

เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น มอร์ตันก็ชะงักมือจากการทดลองที่กำลังทำอยู่

วันนี้เป็นครั้งแรกที่เฉินมู่ได้มาช่วยเขาทำการทดลองเล็ก ๆ แต่เขากลับสังเกตเห็นว่าเฉินมู่ดูเหมือนจะไม่มีสมาธิอยู่เรื่อย

“เป็นเพราะเรื่องแดนลึกลับงั้นหรือ?”

มอร์ตันหยุดทำงานแล้วหันมาถาม ดวงตาจ้องเฉินมู่ตรง ๆ

“อ๊ะ ท่านอาจารย์ รู้ได้ยังไงกันครับ?”

เฉินมู่ทำหน้าตกใจ ราวกับความลับของตนถูกเปิดเผยออกมา

แน่นอนว่า…มันเป็นเพียงการแสร้งทำเท่านั้น เป้าหมายของเขาเรียบง่ายมาก

และก็เป็นไปตามคาด มอร์ตันพูดต่อทันที “ข้าได้ยินมาจากธีโอดอร์ ว่าช่วงนี้เจ้ามักถามถึงเรื่องแดนลึกลับ เจ้าอยากจะไปที่นั่นปีนี้หรือ?”

แท้จริงแล้วเฉินมู่ตั้งใจให้ธีโอดอร์ช่วยถามถึงเรื่องแดนลึกลับ เพื่อเป็นข้ออ้างเปิดทางให้มอร์ตันพูดถึงหัวข้อนี้เอง

เพราะในความเป็นจริง เฉินมู่รู้อยู่แล้วทุกอย่างเกี่ยวกับแดนลึกลับจากการจำลองชีวิตของตน ไม่มีความจำเป็นต้องให้ใครช่วยสืบเลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่เขาต้องการ คือกระตุ้นให้มอร์ตันพูดถึงแดนลึกลับออกมาด้วยปากของตัวเอง หากเป็นเขาเอ่ยขึ้นก่อน มันจะดูน่าสงสัยเกินไป

“เจ้าพอจะอธิบายได้ไหมว่าทำไมถึงอยากไปที่แดนลึกลับ? เอาตรง ๆ ข้าว่ามันคงไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก อีกอย่าง แดนลึกลับก็ไม่ได้วิเศษอะไรอย่างที่เจ้าคิดหรอก”

มอร์ตันพูดอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่อยากให้ลูกศิษย์ถูกคำร่ำลือหรือข่าวลือชักนำไปผิดทาง

ในฐานะนักวิชาการของสถาบัน เขารู้ดีกว่าใครว่าแท้จริงแล้ว “แดนลึกลับ” คืออะไร

แน่นอน…มันไม่ได้วิเศษหรือทรงพลังอย่างที่คนภายนอกพูดกันเลยสักนิด สำหรับเขา ความรู้สึกที่มีต่อแดนลึกลับนั้นมีเพียงสองคำ

ดูแคลน

“ขอโทษครับท่านอาจารย์ ที่เมื่อครู่ผมใจลอยไปหน่อย”

เฉินมู่เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “แต่ผมไม่อยากหยุดอยู่แค่พ่อมดฝึกหัดระดับสอง ผมได้ยินมาว่าแดนลึกลับสามารถช่วยเร่งความเร็วในการฝึกสมาธิได้… ผมอยากลองดูครับ!”

คำพูดของเฉินมู่ฟังดูหนักแน่น เต็มไปด้วยความปรารถนาและความไม่พอใจในตัวเอง

ทว่าความจริง เขาแค่แสดงละครเท่านั้น แม้แต่ประโยคที่พูดออกมาก็ล้วนเป็นคำลวงทั้งหมด

เหตุผลที่เขาอยากเข้าแดนลึกลับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “ความเร็วในการทำสมาธิ” เลยแม้แต่น้อย

ณ ตอนนี้ สิ่งที่เฉินมู่พูดออกมาไม่มีคำไหนเป็นความจริง

แต่เมื่อมอร์ตันเห็นแววแน่วแน่ในดวงตาของลูกศิษย์ ก็อดเชื่อไม่ได้ เพราะความปรารถนาที่อยากแข็งแกร่งขึ้นนั้น มีอยู่ในตัวทุกคน

ไม่มีใครที่เมื่อกลายเป็นพ่อมดฝึกหัดแล้ว จะไม่อยากก้าวต่อบนเส้นทางแห่งพ่อมด

ทุกคนล้วนอยากให้ตัวเองทรงพลังขึ้นทั้งนั้น

และความปรารถนานี้…ไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อเจ้ากลายเป็นคนแข็งแกร่ง เจ้าก็จะอยากแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม และแม้เมื่อเจ้ามีพลังมหาศาลแล้ว ความอยากนั้นก็ยังไม่หายไปอยู่ดี

มอร์ตันเชื่อว่าลูกศิษย์ของตนก็ไม่ต่างกัน

แม้เฉินมู่จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดฝึกหัดระดับสอง ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อมดคนอื่น แต่ความทะเยอทะยานที่จะพัฒนาตัวเองให้สูงขึ้นอีก ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

และตอนนี้ เขาเพียงแค่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับแดนลึกลับของสถาบันเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม “คุณสมบัติระดับห้า” นั้นต่ำเกินไปจริง ๆ หากเฉินมู่มีคุณสมบัติระดับสี่ มอร์ตันก็คงไม่ถึงขั้นให้เขาละทิ้งเส้นทางแห่งพ่อมดไป

แต่ด้วยคุณสมบัติระดับห้า โอกาสที่จะก้าวข้ามจากพ่อมดฝึกหัดระดับสอง ขึ้นไปสูงกว่านั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพ่อมด และไม่ใช่พ่อมดระดับหนึ่งธรรมดาทั่วไปด้วย แต่ต้องเป็นพ่อมดระดับสองเท่านั้น

เมื่อภารกิจที่ต้องอาศัยพ่อมดระดับสองถึงจะสำเร็จได้ เช่นนั้น แดนลึกลับธรรมดาทั่วไปจะมีประโยชน์อะไร?

แต่มอร์ตันกลับเห็นได้ชัดว่าลูกศิษย์ของตนดูเหมือนจะจมอยู่ในความยึดมั่นบางอย่าง

หากเขาไม่ยอมให้ลูกศิษย์ได้ลองด้วยตัวเองเสียบ้าง อีกฝ่ายอาจจะมัวแต่ใจลอยเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ

ท่าทีดื้อรั้นของเฉินมู่ทำให้มอร์ตันรู้สึกจนปัญญา

แน่นอนว่ามอร์ตันไม่รู้เลยว่า ความกังวลทั้งหมดของเขานั้นไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย เพราะแม้แต่คำว่า “ผมอยากลอง” ของเฉินมู่ ก็เป็นเพียงคำโกหกทั้งสิ้น

“ความมุ่งมั่นอยากแข็งแกร่งของเจ้านั้นน่าชื่นชม... แต่ข้าต้องบอกไว้ก่อนว่า ผลลัพธ์จากแดนลึกลับมันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดที่เจ้าคิดหรอก”

มอร์ตันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปราศจากอารมณ์ขันใด ๆ

เฉินมู่ได้แต่ถอนหายใจ เขาคิดว่าความหวังของตนคงจบลงแล้ว

แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะพยักหน้าอย่างจำยอม มอร์ตันกลับพูดขึ้นอีกว่า “ข้าจะอนุญาตให้เจ้าลองไปดูสักครั้ง แต่หลังจากกลับมาจากแดนลึกลับ ข้าหวังว่าเจ้าจะทุ่มเทให้กับการทดลองของเราอย่างเต็มที่”

เฉินมู่ชะงัก ดวงตาพราววาบด้วยความยินดี

สำเร็จแล้วงั้นเหรอ!?

เดิมทีเฉินมู่วางแผนไว้ว่าจะต้องหาวิธีโน้มน้าวอีกครั้ง แต่ไม่คิดเลยว่ามอร์ตันจะยอมให้ “ลองดู” ได้รวดเร็วขนาดนี้

แท้จริงแล้ว การตัดสินใจของมอร์ตันนั้นมาจากการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

เฉินมู่ดูเหมือนจะถูก “ล้างสมอง” เกี่ยวกับแดนลึกลับไปแล้ว จิตใจของเขาถูกความเชื่อมั่นครอบงำ ว่าการไปที่นั่นจะช่วยให้พลังของเขาก้าวหน้าอย่างมหาศาล

แต่เขาไม่ได้คิดตามเหตุผลเลย หากแดนลึกลับนั้นมหัศจรรย์จริงอย่างที่ร่ำลือ ป่านนี้ในสถาบันคงมีพ่อมดฝึกหัดระดับสามมากกว่าสิบคนไปนานแล้ว ทั้งที่เวลาผ่านมาหลายร้อยปี

มอร์ตันจึงตัดสินใจ “ปล่อยให้ลูกศิษย์ของตนชนกำแพงเอง

เขารู้ดีว่าเฉินมู่จะไม่สามารถพัฒนาได้จากการไปแดนลึกลับครั้งนี้แน่นอน

“ขอบคุณครับท่านอาจารย์ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง แล้ว...แล้วศิษย์พี่ล่ะครับ?”

เฉินมู่พูดอย่างรวดเร็ว แทบกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่ ท่าทีที่ดูตื้นตันจริงใจนั้น อย่างน้อยก็หลอกตาของมอร์ตันได้สนิท

“ช่างเถอะ อย่าผิดหวังมากนักเลย คราวนี้ข้าจะคุยกับศิษย์พี่ของเจ้าเอง เขาไม่ได้สนใจแดนลึกลับเท่าไรอยู่แล้ว ตอนนี้เขามุ่งทำภารกิจของสถาบันมากกว่า จริง ๆ แล้ว ถ้าไม่ต้องไปแดนลึกลับ เขาคงดีใจมากกว่านี้”

เมื่อเห็นแววตาเฉินมู่ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มอร์ตันก็ได้แต่โบกมืออย่างจนใจ

หวังว่าเมื่อเจ้ากลับมาจากแดนลึกลับ เจ้าจะยังมีแววตาเช่นนี้อยู่…

มอร์ตันเองก็ไม่แน่ใจนักว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของตนถูกหรือผิด

หากเฉินมู่ตระหนักได้ว่าแดนลึกลับไม่ได้มีผลลัพธ์ยิ่งใหญ่อย่างที่เขาคิด แล้วรับความผิดหวังนั้นไม่ได้... มันอาจกลายเป็นผลเสียต่อเขามากกว่า

ต่อมา มอร์ตันก็หันกลับไปยังโต๊ะทดลองอีกครั้ง

เมื่อเฉินมู่กลับมามีสมาธิ การทดลองก็สามารถดำเนินต่อได้

มอร์ตันเริ่มการทดลองการซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเฉินมู่รับหน้าที่บันทึกผลอยู่ด้านข้าง

มอร์ตันใช้ปากกาจารึกเส้นละเอียด สลัก “สัญลักษณ์เวทมนตร์” ลงบนหินเรืองแสง เมื่อจารึกสัญลักษณ์แรกเสร็จ เขาก็ซ้อนสัญลักษณ์ต่อไปทันที แต่พอจารึกสัญลักษณ์ที่สาม หินเรืองแสงก็แตกละเอียดกลายเป็นผงทันที

“จดบันทึกไว้!”

“ครับท่านอาจารย์ ผมจดไว้แล้วครับ”

เขาหยิบหินเรืองแสงอีกก้อนขึ้นมา แต่พอถึงสัญลักษณ์ที่สาม มันก็ระเบิดเหมือนเดิม

“จดบันทึกไว้!”

“ครับท่านอาจารย์ ผมจดไว้แล้วครับ”

เวลาในห้องทดลองดูเหมือนจะไหลเร็วกว่าภายนอก มอร์ตันทำต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหินเรืองแสงก้อนที่สี่สิบสอง

แต่คราวนี้ เขาจารึกสัญลักษณ์เวทมนตร์สามชั้นได้สำเร็จ

สัญลักษณ์ทั้งสามซ้อนทับกันอยู่บนหินเรืองแสง มันเปร่งประกายอย่างสดใส

“จดบันทึกไว้!”

“ครับท่านอาจารย์!”

จบบทที่ บทที่ 77 ผม…อยากลองดู

คัดลอกลิงก์แล้ว