- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตพ่อมด
- บทที่ 77 ผม…อยากลองดู
บทที่ 77 ผม…อยากลองดู
บทที่ 77 ผม…อยากลองดู
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน? ดูเหมือนใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ”
มอร์ตันขมวดคิ้ว มองลูกศิษย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ขอโทษครับ ท่านอาจารย์”
เฉินมู่รีบเอ่ยขอโทษทันที
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น มอร์ตันก็ชะงักมือจากการทดลองที่กำลังทำอยู่
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เฉินมู่ได้มาช่วยเขาทำการทดลองเล็ก ๆ แต่เขากลับสังเกตเห็นว่าเฉินมู่ดูเหมือนจะไม่มีสมาธิอยู่เรื่อย
“เป็นเพราะเรื่องแดนลึกลับงั้นหรือ?”
มอร์ตันหยุดทำงานแล้วหันมาถาม ดวงตาจ้องเฉินมู่ตรง ๆ
“อ๊ะ ท่านอาจารย์ รู้ได้ยังไงกันครับ?”
เฉินมู่ทำหน้าตกใจ ราวกับความลับของตนถูกเปิดเผยออกมา
แน่นอนว่า…มันเป็นเพียงการแสร้งทำเท่านั้น เป้าหมายของเขาเรียบง่ายมาก
และก็เป็นไปตามคาด มอร์ตันพูดต่อทันที “ข้าได้ยินมาจากธีโอดอร์ ว่าช่วงนี้เจ้ามักถามถึงเรื่องแดนลึกลับ เจ้าอยากจะไปที่นั่นปีนี้หรือ?”
แท้จริงแล้วเฉินมู่ตั้งใจให้ธีโอดอร์ช่วยถามถึงเรื่องแดนลึกลับ เพื่อเป็นข้ออ้างเปิดทางให้มอร์ตันพูดถึงหัวข้อนี้เอง
เพราะในความเป็นจริง เฉินมู่รู้อยู่แล้วทุกอย่างเกี่ยวกับแดนลึกลับจากการจำลองชีวิตของตน ไม่มีความจำเป็นต้องให้ใครช่วยสืบเลยด้วยซ้ำ
สิ่งที่เขาต้องการ คือกระตุ้นให้มอร์ตันพูดถึงแดนลึกลับออกมาด้วยปากของตัวเอง หากเป็นเขาเอ่ยขึ้นก่อน มันจะดูน่าสงสัยเกินไป
“เจ้าพอจะอธิบายได้ไหมว่าทำไมถึงอยากไปที่แดนลึกลับ? เอาตรง ๆ ข้าว่ามันคงไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก อีกอย่าง แดนลึกลับก็ไม่ได้วิเศษอะไรอย่างที่เจ้าคิดหรอก”
มอร์ตันพูดอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่อยากให้ลูกศิษย์ถูกคำร่ำลือหรือข่าวลือชักนำไปผิดทาง
ในฐานะนักวิชาการของสถาบัน เขารู้ดีกว่าใครว่าแท้จริงแล้ว “แดนลึกลับ” คืออะไร
แน่นอน…มันไม่ได้วิเศษหรือทรงพลังอย่างที่คนภายนอกพูดกันเลยสักนิด สำหรับเขา ความรู้สึกที่มีต่อแดนลึกลับนั้นมีเพียงสองคำ
ดูแคลน
“ขอโทษครับท่านอาจารย์ ที่เมื่อครู่ผมใจลอยไปหน่อย”
เฉินมู่เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “แต่ผมไม่อยากหยุดอยู่แค่พ่อมดฝึกหัดระดับสอง ผมได้ยินมาว่าแดนลึกลับสามารถช่วยเร่งความเร็วในการฝึกสมาธิได้… ผมอยากลองดูครับ!”
คำพูดของเฉินมู่ฟังดูหนักแน่น เต็มไปด้วยความปรารถนาและความไม่พอใจในตัวเอง
ทว่าความจริง เขาแค่แสดงละครเท่านั้น แม้แต่ประโยคที่พูดออกมาก็ล้วนเป็นคำลวงทั้งหมด
เหตุผลที่เขาอยากเข้าแดนลึกลับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “ความเร็วในการทำสมาธิ” เลยแม้แต่น้อย
ณ ตอนนี้ สิ่งที่เฉินมู่พูดออกมาไม่มีคำไหนเป็นความจริง
แต่เมื่อมอร์ตันเห็นแววแน่วแน่ในดวงตาของลูกศิษย์ ก็อดเชื่อไม่ได้ เพราะความปรารถนาที่อยากแข็งแกร่งขึ้นนั้น มีอยู่ในตัวทุกคน
ไม่มีใครที่เมื่อกลายเป็นพ่อมดฝึกหัดแล้ว จะไม่อยากก้าวต่อบนเส้นทางแห่งพ่อมด
ทุกคนล้วนอยากให้ตัวเองทรงพลังขึ้นทั้งนั้น
และความปรารถนานี้…ไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อเจ้ากลายเป็นคนแข็งแกร่ง เจ้าก็จะอยากแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม และแม้เมื่อเจ้ามีพลังมหาศาลแล้ว ความอยากนั้นก็ยังไม่หายไปอยู่ดี
มอร์ตันเชื่อว่าลูกศิษย์ของตนก็ไม่ต่างกัน
แม้เฉินมู่จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดฝึกหัดระดับสอง ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อมดคนอื่น แต่ความทะเยอทะยานที่จะพัฒนาตัวเองให้สูงขึ้นอีก ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา
และตอนนี้ เขาเพียงแค่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับแดนลึกลับของสถาบันเท่านั้นเอง
อย่างไรก็ตาม “คุณสมบัติระดับห้า” นั้นต่ำเกินไปจริง ๆ หากเฉินมู่มีคุณสมบัติระดับสี่ มอร์ตันก็คงไม่ถึงขั้นให้เขาละทิ้งเส้นทางแห่งพ่อมดไป
แต่ด้วยคุณสมบัติระดับห้า โอกาสที่จะก้าวข้ามจากพ่อมดฝึกหัดระดับสอง ขึ้นไปสูงกว่านั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพ่อมด และไม่ใช่พ่อมดระดับหนึ่งธรรมดาทั่วไปด้วย แต่ต้องเป็นพ่อมดระดับสองเท่านั้น
เมื่อภารกิจที่ต้องอาศัยพ่อมดระดับสองถึงจะสำเร็จได้ เช่นนั้น แดนลึกลับธรรมดาทั่วไปจะมีประโยชน์อะไร?
แต่มอร์ตันกลับเห็นได้ชัดว่าลูกศิษย์ของตนดูเหมือนจะจมอยู่ในความยึดมั่นบางอย่าง
หากเขาไม่ยอมให้ลูกศิษย์ได้ลองด้วยตัวเองเสียบ้าง อีกฝ่ายอาจจะมัวแต่ใจลอยเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ
ท่าทีดื้อรั้นของเฉินมู่ทำให้มอร์ตันรู้สึกจนปัญญา
แน่นอนว่ามอร์ตันไม่รู้เลยว่า ความกังวลทั้งหมดของเขานั้นไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย เพราะแม้แต่คำว่า “ผมอยากลอง” ของเฉินมู่ ก็เป็นเพียงคำโกหกทั้งสิ้น
“ความมุ่งมั่นอยากแข็งแกร่งของเจ้านั้นน่าชื่นชม... แต่ข้าต้องบอกไว้ก่อนว่า ผลลัพธ์จากแดนลึกลับมันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดที่เจ้าคิดหรอก”
มอร์ตันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปราศจากอารมณ์ขันใด ๆ
เฉินมู่ได้แต่ถอนหายใจ เขาคิดว่าความหวังของตนคงจบลงแล้ว
แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะพยักหน้าอย่างจำยอม มอร์ตันกลับพูดขึ้นอีกว่า “ข้าจะอนุญาตให้เจ้าลองไปดูสักครั้ง แต่หลังจากกลับมาจากแดนลึกลับ ข้าหวังว่าเจ้าจะทุ่มเทให้กับการทดลองของเราอย่างเต็มที่”
เฉินมู่ชะงัก ดวงตาพราววาบด้วยความยินดี
สำเร็จแล้วงั้นเหรอ!?
เดิมทีเฉินมู่วางแผนไว้ว่าจะต้องหาวิธีโน้มน้าวอีกครั้ง แต่ไม่คิดเลยว่ามอร์ตันจะยอมให้ “ลองดู” ได้รวดเร็วขนาดนี้
แท้จริงแล้ว การตัดสินใจของมอร์ตันนั้นมาจากการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน
เฉินมู่ดูเหมือนจะถูก “ล้างสมอง” เกี่ยวกับแดนลึกลับไปแล้ว จิตใจของเขาถูกความเชื่อมั่นครอบงำ ว่าการไปที่นั่นจะช่วยให้พลังของเขาก้าวหน้าอย่างมหาศาล
แต่เขาไม่ได้คิดตามเหตุผลเลย หากแดนลึกลับนั้นมหัศจรรย์จริงอย่างที่ร่ำลือ ป่านนี้ในสถาบันคงมีพ่อมดฝึกหัดระดับสามมากกว่าสิบคนไปนานแล้ว ทั้งที่เวลาผ่านมาหลายร้อยปี
มอร์ตันจึงตัดสินใจ “ปล่อยให้ลูกศิษย์ของตนชนกำแพงเอง”
เขารู้ดีว่าเฉินมู่จะไม่สามารถพัฒนาได้จากการไปแดนลึกลับครั้งนี้แน่นอน
“ขอบคุณครับท่านอาจารย์ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง แล้ว...แล้วศิษย์พี่ล่ะครับ?”
เฉินมู่พูดอย่างรวดเร็ว แทบกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่ ท่าทีที่ดูตื้นตันจริงใจนั้น อย่างน้อยก็หลอกตาของมอร์ตันได้สนิท
“ช่างเถอะ อย่าผิดหวังมากนักเลย คราวนี้ข้าจะคุยกับศิษย์พี่ของเจ้าเอง เขาไม่ได้สนใจแดนลึกลับเท่าไรอยู่แล้ว ตอนนี้เขามุ่งทำภารกิจของสถาบันมากกว่า จริง ๆ แล้ว ถ้าไม่ต้องไปแดนลึกลับ เขาคงดีใจมากกว่านี้”
เมื่อเห็นแววตาเฉินมู่ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มอร์ตันก็ได้แต่โบกมืออย่างจนใจ
หวังว่าเมื่อเจ้ากลับมาจากแดนลึกลับ เจ้าจะยังมีแววตาเช่นนี้อยู่…
มอร์ตันเองก็ไม่แน่ใจนักว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของตนถูกหรือผิด
หากเฉินมู่ตระหนักได้ว่าแดนลึกลับไม่ได้มีผลลัพธ์ยิ่งใหญ่อย่างที่เขาคิด แล้วรับความผิดหวังนั้นไม่ได้... มันอาจกลายเป็นผลเสียต่อเขามากกว่า
ต่อมา มอร์ตันก็หันกลับไปยังโต๊ะทดลองอีกครั้ง
เมื่อเฉินมู่กลับมามีสมาธิ การทดลองก็สามารถดำเนินต่อได้
มอร์ตันเริ่มการทดลองการซ้อนทับสัญลักษณ์เวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเฉินมู่รับหน้าที่บันทึกผลอยู่ด้านข้าง
มอร์ตันใช้ปากกาจารึกเส้นละเอียด สลัก “สัญลักษณ์เวทมนตร์” ลงบนหินเรืองแสง เมื่อจารึกสัญลักษณ์แรกเสร็จ เขาก็ซ้อนสัญลักษณ์ต่อไปทันที แต่พอจารึกสัญลักษณ์ที่สาม หินเรืองแสงก็แตกละเอียดกลายเป็นผงทันที
“จดบันทึกไว้!”
“ครับท่านอาจารย์ ผมจดไว้แล้วครับ”
เขาหยิบหินเรืองแสงอีกก้อนขึ้นมา แต่พอถึงสัญลักษณ์ที่สาม มันก็ระเบิดเหมือนเดิม
“จดบันทึกไว้!”
“ครับท่านอาจารย์ ผมจดไว้แล้วครับ”
เวลาในห้องทดลองดูเหมือนจะไหลเร็วกว่าภายนอก มอร์ตันทำต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหินเรืองแสงก้อนที่สี่สิบสอง
แต่คราวนี้ เขาจารึกสัญลักษณ์เวทมนตร์สามชั้นได้สำเร็จ
สัญลักษณ์ทั้งสามซ้อนทับกันอยู่บนหินเรืองแสง มันเปร่งประกายอย่างสดใส
“จดบันทึกไว้!”
“ครับท่านอาจารย์!”