- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตพ่อมด
- บทที่ 44 ประหลาดใจ
บทที่ 44 ประหลาดใจ
บทที่ 44 ประหลาดใจ
ในเวลาเดียวกัน ลึกเข้าไปในป่าหนาม
เงาสามร่างกำลังวิ่งฝ่าความมืดอย่างรวดเร็ว คอยเหลียวหลังมองตลอดทาง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมา ทั้งสามจึงค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าลง
“แผนคงล้มเหลวแล้วแน่ ๆ! อาร์เธอร์รู้แม้กระทั่งที่ซ่อนของพวกเรา…
หรือไม่ก็วิเซนเตกับโนแลนหักหลังสโมสรไปแล้ว! ให้ตายสิ! ไอ้แก่เลแวนยังไม่ได้ให้ของตอบแทนตามที่สัญญาเลย!”
คนหนึ่งพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธและไม่เต็มใจ
“อย่าว่าแต่รางวัลเลย ตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเลแวนจะรอดไหม ฉันเคยบอกเขาแล้วว่าตระกูลสิงโตทองคำไม่ใช่พวกที่รับมือได้ง่าย ๆ แต่เขาไม่ฟัง สมควรแล้วที่ต้องตาย!”
อีกเสียงเอ่ยตามขึ้น น้ำเสียงแฝงทั้งความหงุดหงิดและหวาดหวั่น
“หึ ตายได้ก็ดี! คนไร้ค่าอย่างมันที่ฝึกเทคนิคสมาธิมาทั้งชีวิตแล้วยังเป็นได้แค่พ่อมดฝึกหัดระดับหนึ่งแบบนั้น จะมีสิทธิ์อะไรมานำสโมสกัน? อย่างน้อยก็คงช่วยถ่วงเวลาให้อาร์เธอร์ได้บ้างละนะ”
พูดจบ คนผู้นั้นก็หันกลับไปมองอีกครั้ง หัวใจสั่นไหวเล็กน้อย
เมื่อไม่เห็นใครตามมา เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ไปกันต่อเถอะ ที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน ต้องรีบออกจากที่นี่ให้ได้โดยเร็ว ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน พรุ่งนี้เราคงพ้นเขตแดนตะวันออกไกลแล้ว”
ทันทีที่พูดจบ ทั้งสามก็เร่งฝีเท้าอีกครั้ง
ทว่า ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผนที่พวกเขาหวังไว้
วินาทีถัดมา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
“เกรงว่าพวกแก… คงจะไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ!”
ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เสียงแผ่วเบาแต่เย็นชาดังสะท้อนออกมา
ทักษะอัศวิน
ฟันกระแทกคลื่น!
แสงสีน้ำเงินพุ่งผ่านกลางความมืด ก่อนที่ศีรษะของคนหนึ่งจะลอยขึ้นสู่ฟ้า
เสียงเลือดสดพุ่งกระจายดังสะท้อนในความมืด!
“ซุ่มโจมตี!”
สองคนที่เหลือตอบสนองกลับในทันทีที่แสงสีน้ำเงินพุ่งเข้ามา
เวทมนตร์ศูนย์วงแหวน ลูกบอลเงา
เวทมนตร์ศูนย์วงแหวน มือแห่งเงา
เกือบจะพร้อมกัน คาถาทั้งสองก็ถูกปล่อยเข้าใส่ทิศทางของแสงนั้น
หลังจากฟันจนหัวขาดแล้ว เอล์ม ก็ไม่คิดจะปิดบังตัวเองแม้แต่น้อย ดาบอัศวินในมือเขากวัดแกว่ง แผ่กระแสพลังสีฟ้าสว่างออกไปรอบกาย
“ตายซะ!”
โดยไม่คิดจะป้องกันเวทมนตร์แม้แต่น้อย เอล์มพุ่งเข้าประจันหน้ากับคาถาทั้งสองตรง ๆ ดาบในมือฟาดฟันใส่พวกนั้นอย่างดุดัน
เสียงระเบิดดังสะท้อนทันทีที่เวทมนตร์กระทบเข้ากับร่างของเอล์ม
ในดวงตาของพ่อมดฝึกหัดทั้งสองที่ปล่อยคาถาออกมา ปรากฏแววบ้าคลั่ง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนโง่พอที่จะเอาร่างกายไปรับเวทมนตร์โดยตรง!
แต่สิ่งที่พวกเขามองไม่เห็น คือรอยยิ้มเย็นชาและแววล้อเลียนที่มุมปากของเอล์ม
ดาบของเอล์ม… ไม่ได้ฟันใส่พวกเขาเลย
เพราะการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับพวกเขา ไม่ใช่การพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าระห่ำท่ามกลางเวทมนตร์ของเอล์ม
แต่มันมาจากด้านหลังของพวกเขา!
ดาบจันทราแดง!!
แสงสีแดงสดสว่างขึ้นกลางป่าหนาม เปล่งประกายราวกับจันทร์สีเลือด
การโจมตีครั้งนี้ สังหารได้ในดาบเดียว!
ท่าทางบ้าระห่ำของเอล์ม และคำพูดคำว่า “ตายซะ” นั่น ทำให้พวกเขาไม่ทันระวังหลังเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น เมื่อรู้สึกถึงแรงลมกรรโชกที่พัดมาจากด้านหลัง มันก็สายเกินไปแล้ว
พวกเขาไม่มีทางร่ายเวทที่จารึกอยู่ใน ทะเลแห่งจิต ของตนได้อีกต่อไป…
ไม่ต้องสงสัยเลย ร่างของพวกเขาถูกฟันจนแหลกเละกลายเป็นชิ้นเนื้อเกลื่อนพื้น
แต่วิลเลียมผู้ที่เป็นคนลงมือโจมตี กลับไม่ได้แสดงสีหน้าโล่งใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เขาไม่แม้แต่จะมองเศษเนื้อที่กองอยู่บนพื้นด้วยซ้ำ
คิ้วของเขาขมวดแน่น ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ
“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ ถึงจะปะทะกันตรง ๆ พวกมันก็ไม่มีปัญญาสู้อยู่ดี วิธีนี้เสี่ยงเกินไป”
ขณะพูด วิลเลียมก็เดินเข้าไปประคองเอล์มที่ยังยืนไม่มั่นขึ้นมา
พลังของเวทมนตร์พ่อมดนั้นร้ายกาจอย่างยิ่ง แม้แต่เวทของพ่อมดฝึกหัดก็ไม่อาจประมาทได้ ปกติแล้วต่อให้เป็นอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่กล้ารับเวทมนตร์ด้วยร่างกายโดยตรง
ที่จริง ทั้งคู่ไม่ได้ตกลงกันไว้ว่าจะใช้วิธีนี้ แต่เอล์มเป็นฝ่ายบอกเองว่า “เคยชินแล้ว”
และแน่นอน หลังจากนั้นเอล์มก็พูดต่ออย่างไม่ใส่ใจ “นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ? อีกอย่าง… ข้าเองก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไร”
เขากลืนเลือดสดในปากลงอย่างแนบเนียน ใบหน้าสงบนิ่งไร้อารมณ์ราวกับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย
เห็นดังนั้น วิลเลียมก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ
เลือดกำลังจะทะลักจากจมูกอยู่แล้ว ยังกล้าพูดว่าไม่เป็นอะไรอีก…
แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ดื้อรั้นขนาดไหน
….
ในอีกด้านหนึ่ง เฉินมู่ กลับรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกในตอนนี้
ใช่ “ประหลาด”
เพราะหลังจากลองโจมตีสำรวจไป เขากลับพบว่าพ่อมดฝึกหัดคนนั้น… แตกต่างจากที่เขาคิดไว้มาก
ไม่ใช่แข็งแกร่งกว่าที่คิด ไม่ใช่กำลังสะสมพลังเพื่อร่ายเวทใหญ่
แต่กลับดู อ่อนแอ อย่างน่าประหลาด!
‘นั่นมัน… พ่อมดฝึกหัดระดับ 2 งั้นเหรอ? ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนี้?’
เฉินมู่รำพึงในใจ ขณะฟันออกไป
คมดาบเฉียดผ่านร่างของเลแวนไปอย่างเฉียดฉิว ทิ้งให้ฝ่ายนั้นหน้าซีดเผือด พลันเบี่ยงตัวหลบอย่างลนลาน!
ตอนนี้ สีหน้าของเลแวนเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
เขารู้สึกได้ทันทีว่าตัวเอง “โดนหลอกเข้าเต็ม ๆ”
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ อาร์เธอร์ และยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นคนที่พวกเขาพยายามตามฆ่าด้วยสารพัดวิธี เวอร์นอน เวสลีย์
‘เวอร์นอน… เป็นอัศวินผู้ยิ่งใหญ่งั้นเหรอ!? เป็นไปได้ยังไงกัน!’
เลแวนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เขารู้จักมานานหลายสิบปีพังทลายลงตรงหน้า
ตั้งแต่วินาทีที่เวอร์นอนเผยตัวและโจมตี เขาก็รู้ทันทีว่าความเข้าใจในโลกนี้ของตนพังพินาศหมดสิ้น
ไม่แปลกเลยที่วิเซนเตกับโนแลนถึงล้มเหลว ให้ตายสิ! คงจะแปลกถ้าพวกเขาสามารถโจมตีอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ที่เตรียมตัวมาอย่างดีได้สำเร็จ
เวทมนตร์ศูนย์วงแหวน มือแห่งเงา
เฉินมู่เบี่ยงตัวหลบเวทมนตร์ของเลแวนอีกครั้ง และรอบนี้เขามั่นใจแล้ว พ่อมดฝึกหัดตรงหน้าไม่ได้ “แสร้งทำเป็นอ่อนแอ” แต่ อ่อนแอจริง ๆ
‘แปลว่าเรากำลังต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกับอากาศอยู่งั้นเหรอ?’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินมู่ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
ทำไมถึงไม่หนีไปพร้อมกับพวกพ้อง แล้วกลับมายืนแอ๊คท่าอยู่ตรงนี้กัน?
ตอนนี้ถูกองครักษ์เงาหลายร้อยล้อมไว้ แถมเขายังอัศวินผู้ยิ่งใหญ่อีกคน ตอนนี้คิดจะหนีก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว?
ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาณพลุที่ปล่อยไปเมื่อครู่นี้ก็ไม่ใช่เพื่อความเท่ เอิร์ล อาร์เธอร์ คงกำลังมาถึงแล้วแน่ ๆ
นี่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่… อยากตายหรือยังไง?
เฉินมู่รู้สึกอายอยู่นิด ๆ ทั้งที่มีประสบการณ์มากขนาดนี้ กลับยังโดนหลอกจนคิดว่ากำลังสู้กับศัตรูตัวฉกาจ
แต่ก็แค่ “นิดหน่อย” เท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่า พ่อมดฝึกหัดคนนี้แสดงได้แนบเนียนเหลือเกิน ถึงขั้นทำให้เขาคิดว่าเจอกับตัวอันตรายจริง ๆ
วินาทีต่อมา เฉินมู่ตัดสินใจจบเกมทันที พร้อมส่งสัญญาณให้เหล่าองครักษ์เงารอบข้างเข้าร่วมการโจมตี
ที่ผ่านมา พวกองครักษ์เงาเพียงล้อมวงไว้โดยไม่ลงมือ เพราะเฉินมู่สั่งไว้ก่อน เขาไม่รู้ระดับพลังของพ่อมดฝึกหัดคนนี้แน่ชัด จึงไม่อยากส่งพวกกึ่งอัศวินไปตายโดยเปล่าประโยชน์
แต่ตอนนี้ เมื่อรู้แล้วว่าอีกฝ่ายแค่แสร้งทำเป็นแข็งแกร่ง เขาก็ไม่จำเป็นต้องลังเลอีกต่อไป
ทักษะอัศวิน
ระเบิดพลัง!
ฟันต่อเนื่องสองดาบ!!
กระแสพลังสีทองปะทุรอบตัวเฉินมู่ ก่อนจะหมุนวนเข้ามารวมที่สองมือและดาบหัวใจสิงห์ของเขา
เลแวนไม่มีทางรับการโจมตีนี้ได้แน่!
แสงสีทองแล่นวาบผ่านกลางความมืด โดดเด่นสะดุดตาราวกับแสงอาทิตย์กลางราตรี
พร้อมกันนั้น หยดเลือดสีแดงหลายหยดก็พุ่งกระเซ็นลอยอยู่ในอากาศ…