- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตพ่อมด
- บทที่ 16 สมาคมช่วยเหลือพ่อมด
บทที่ 16 สมาคมช่วยเหลือพ่อมด
บทที่ 16 สมาคมช่วยเหลือพ่อมด
ดาบอัศวินพลันกลายเป็นแสงสีแดงขึ้นมาทันที
ชั่วพริบตาเดียว มันก็แทงทะลุหน้าอกของนักรบเดนตาย
ทว่าแสงสีดำกลับสว่างขึ้นที่หน้าอกของนักรบเดนตาย ทำให้เขาไม่ตายในทันที
วินาทีนั้นเอง รถม้าก็ระเบิดออก แผ่นไม้ปลิวกระจัดกระจายไปทั่ว เผยให้เห็น เฉินมู่ ที่อยู่ภายในรถม้า
ใบหน้าของเฉินมู่สงบนิ่ง เขายกดาบอัศวินที่ถืออยู่ในมือขึ้นอย่างแผ่วเบา
ต่อหน้ามีดสั้นที่เล็งตรงมาที่หน้าผาก ในดวงตาของเฉินมู่ไม่ปรากฏแม้เงาความตื่นตระหนก มีเพียงความสงบเยือกเย็นเฉกเช่นผิวน้ำทะเลสาบ
แสงสีเงินวาบผ่าน
ทักษะกึ่งอัศวิน ดาบหัวใจสิงห์!
ภายในหัวใจที่เต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธเกรี้ยวของวิลเลียม ในตอนนี้ สิ่งที่เขามองเห็นมีเพียงแสงสีเงินนั้นเท่านั้น
แม้กระทั่งในดวงตาของนักรบเดนตาย ก็ยังปรากฏประกายความตกตะลึงขึ้นมา
พวกเขาไม่ได้ไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง เมื่ออารมณ์ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ก็ยังเผยให้เห็นความรู้สึกอยู่บ้าง
สามารถจินตนาการได้เลยว่าความปั่นป่วนในใจของนักรบเดนตายเวลานี้รุนแรงเพียงใด
ดาบอัศวินสีเงินขาวเฉือนผ่านลำคอของนักรบเดนตาย เลือดสดพุ่งกระฉูดออกมา
นักรบเดนตายทำได้เพียงเฝ้ามองมีดสั้นเคลือบพิษที่พุ่งเข้าหาเฉินมู่ แต่ไม่อาจเข้าถึงตัวเขาได้
วินาทีต่อมา วิลเลียมก็พุ่งเข้ามา คว้าดาบยาวที่ปักอยู่บนหน้าอกของนักรบเดนตายออกมา แล้วฟันลงอีกครั้ง ตัดร่างของนักรบเดนตายให้ขาดเป็นสองส่วน
เลือดสดไหลนองไปทั่ว แม้จะมีพ่อมดมาถึงตอนนี้ ก็ไม่อาจช่วยชีวิตนักรบเดนตายคนนี้ได้อีกแล้ว
“คุณชาย ข้า…”
สีหน้าของวิลเลียมเต็มไปด้วยความละอาย คล้ายจะเอ่ยบางอย่างขณะคุกเข่าลงกับพื้น
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินมู่จึงขัดคำพูดของวิลเลียมขึ้นมา
“ท่านวิลเลียม เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของท่าน เบื้องหลังครั้งนี้มีการเตรียมการรอบคอบกว่าที่พวกเราคาดไว้มากนัก”
ในขณะที่ยื่นมือออกไปพยุงวิลเลียม เฉินมู่ก็ไม่ใช่คนที่เพิกเฉยต่อบุญคุณที่ได้รับ
ในยามที่ถูกจู่โจมครั้งนี้หากมิใช่วิลเลียม เขามีโอกาสสูงที่จะตายไปแล้ว
แม้นี่จะเป็นหน้าที่ของวิลเลียม แต่เฉินมู่ก็ย่อมไม่อาจลืมบุญคุณนี้ได้ง่าย ๆ ท้ายที่สุด นี่คือการช่วยชีวิตเขา
มันเหมือนกับว่าคุณมีผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณช่วยชีวิตคุณไว้ คุณจะไม่จดจำบุญคุณเช่นนั้นหรือ?
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเข้าใจของเฉินมู่ ดวงตาของวิลเลียมก็เอ่อล้นด้วยความสำนึกในบุญคุณ สีหน้าค่อย ๆ สงบลง
ในเมื่อเรื่องราวได้เกิดขึ้นแล้ว ความโกรธก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก
วิลเลียมเอ่ยว่า “คุณชาย นักรบเดนตายที่เพิ่งจู่โจมท่านไปนั้นได้ดื่มน้ำยาเวทมนตร์! มีเพียงพ่อมดหรือพ่อมดฝึกหัดเท่านั้นที่สามารถปรุงยาเช่นนี้ได้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจู่โจมตระกูลสิงโตทองคำครั้งนี้ ย่อมไม่ใช่พวกกระจอกแน่นอน!”
ถึงตรงนี้ วิลเลียมก็ไม่คิดแล้วว่าผู้บงการเบื้องหลังจะจงใจเล็งเป้าไปที่เฉินมู่เพียงลำพัง
ท้ายที่สุด ด้วยอำนาจที่ใหญ่โตขนาดนี้ เป้าหมายที่แท้จริงย่อมเป็นตระกูลสิงโตทองคำมากกว่า
เฉินมู่ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ปรากฏอยู่ในการจำลอง
เขารู้ว่าการกระทำบางอย่างในความเป็นจริง อาจก่อให้เกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก ทำให้ชีวิตของเขาเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางในการจำลอง
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อในครั้งนี้กันแน่? หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เฉินมู่ก็เข้าใจ
ค่อนข้างชัดเจนว่า เป็นเพราะการไปเยือน สังเวียนสิงโตทองคำ นั่นเอง
ในการจำลองครั้งที่สาม เฉินมู่ไม่เคยไปที่สังเวียนสิงโตทองคำ ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงไม่เคยเกิดขึ้น ทว่าในความเป็นจริง เขาได้ไปที่สังเวียนสิงโตทองคำ
เมื่อลู่ทางชีวิตของเขาเบี่ยงเบนไปจากการจำลอง เหตุการณ์ที่เขาพบเจอหลังจากนั้นก็ย่อมแตกต่างออกไปเช่นกัน
“ท่านวิลเลียม หรือว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพียงบังเอิญได้ครอบครองยาเวทมนตร์? ในราชอาณาจักรก็ใช่ว่าจะไม่มีพ่อมด เพียงแต่ได้ยินว่ามีน้อยคนนักที่จะยอมมาเยือนที่กันดารแห่งนี้” เฉินมู่เอ่ยเสนอความเห็น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น วิลเลียมก็ส่ายหัว ปฏิเสธสมมติฐานของเฉินมู่
หากเพียงแค่บังเอิญได้ครอบครองยาเวทมนตร์ เช่นนั้นผู้บงการเบื้องหลังก็จำเป็นต้องเตรียมยาไม่ต่ำกว่าสิบขวด
ท้ายที่สุด มีรถม้ากว่า 10 คันที่เดินทางแยกไปในทิศทางต่าง ๆ พร้อมเฉินมู่
ทว่าความจริงกลับไม่ใช่เช่นนั้น
การจู่โจมครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า จากความแน่วแน่ของเหล่านักรบเดนตายก็ชี้ชัว่าพวกเขามั่นใจว่าเฉินมู่ต้องอยู่ในรถม้าคันนี้
วิธีการดังกล่าว คล้ายคลึงกับเวทมนตร์ของพ่อมดอย่างยิ่ง
วิลเลียมซึ่งคุ้นเคยกับพ่อมด รู้จักเวทมนตร์บทหนึ่งที่พ่อมดฝึกหัดสามารถร่ายได้
นั่นคือ เวทมนตร์ศูนย์วงแหวน คาถาติดตาม
ดังนั้น วิลเลียมจึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณชาย ในเมื่อเรื่องได้เกิดขึ้นแล้ว ข้าก็จะไม่ปิดบังความลับบางอย่างจากท่านอีกต่อไป อย่างไรเสีย ท่านก็จะได้รู้มันสักวันหนึ่งอยู่ดี”
แม้เฉินมู่จะมีสถานะสูงส่ง แต่เขาก็เป็นเพียงบุตรชายคนที่สองของเอิร์ล หาใช่เอิร์ลเสียเอง ดังนั้น หากไม่มีผู้ใดบอก เขาก็ย่อมไม่อาจล่วงรู้ข้อมูลบางอย่างได้
“ในราชอาณาจักร แน่นอนว่าไม่มีพ่อมดเปิดเผยตัวต่อสาธารณะ แต่กลับมี ‘สมาคมช่วยเหลือพ่อมด’ อยู่ในความลับ ชื่อที่แท้จริงของสมาคมนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัด เพียงแต่ผู้นำสมาคมนั้นคือพ่อมดฝึกหัดระดับ 3 ตัวจริง”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินมู่ถึงกับตกตะลึง
“พ่อมดฝึกหัดระดับ 3? เหตุใดบุคคลเช่นนั้นถึงต้องมาก่อตั้งสมาคมช่วยเหลือขึ้นในราชอาณาจักรกันดารเช่นนี้ด้วย? มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี”
คำพูดของเฉินมู่ถือว่ามีเหตุผล เพราะพ่อมดฝึกหัดระดับ 3 คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดภายใต้พ่อมด
แม้แต่ในทวีปพ่อมด สถานะของพวกเขาก็ไม่ได้ต่ำต้อยนัก แล้วบุคคลเช่นนี้จะมาอยู่บนทวีปกันดารได้อย่างไร?
พ่อมดทั่วไปที่ฝึกฝนเทคนิคการทำสมาธิพ่อมด จนบรรลุเป็นพ่อมดฝึกหัดระดับ 3 ได้ ย่อมมีอายุขัยอย่างน้อยสองร้อยปี
หากบุคคลเช่นนั้นคิดจะเล็งเป้าไปที่ตระกูลสิงโตทองคำ ก็เหมือนกับการใช้หินทุ่มใส่ไข่ ตระกูลสิงโตทองคำคงไม่มีทางต้านทานได้เลย
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินมู่ วิลเลียมก็ทำได้เพียงส่ายหัวขมขื่น เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าพวกพ่อมดกำลังคิดอะไรกันแน่
อย่างไรก็ดี เขาไม้ได้โกหก เพราะบรรดาขุนนางส่วนใหญ่ในราชอาณาจักรต่างล้วนรับรู้ถึงการมีอยู่ของสมาคมช่วยเหลือพ่อมดแห่งนี้
“คุณชาย ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไป นี่เป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น มีโอกาสสูงที่ผู้บงการเบื้องหลังจะไม่ใช่คนจากสมาคมช่วยเหลือพ่อมด ความจริงแล้ว สมาคมช่วยเหลือพ่อมดนี้กลับมีชื่อเสียงที่ดีในหมู่ขุนนางทั้งหลายภายในราชอาณาจักรเสียด้วยซ้ำ
เป็นไปได้มากกว่าที่ผู้บงการครั้งนี้จะไปหาศิษย์พ่อมดเถื่อนมาได้สักคน เมื่อเรากลับไป ข้าจะลองสอบถามท่านลอร์ด ว่าเราพอจะรู้หรือไม่ว่าผู้ใดกันที่กำลังเล็งเป้าตระกูลสิงโตทองคำของเราอยู่”
เฉินมู่พยักหน้าเห็นด้วย และมิได้ตอบโต้ต่อ
เมื่อวิลเลียมเอ่ยถึงพ่อมดเถื่อน เฉินมู่ก็พลันนึกถึงบุคคลหนึ่งขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
ใช่แล้ว มันคือพ่อมดฝึกหัดเถื่อนผู้นั้น ที่เคยสาปเจ้าของร่างเดิมก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา
ทว่าครั้งนี้ เฉินมู่กลับคิดอย่างรอบคอบยิ่งกว่าเดิม เขาฉุกใจคิดขึ้นได้ว่า แท้จริงแล้วการวางแผนกำจัดตระกูลสิงโตทองคำ อาจเริ่มต้นขึ้นก่อนที่เขาจะทะลุมิติมาเสียอีก
หากการที่เจ้าของร่างเดิมไปล่วงเกินพ่อมดฝึกหัดคนนั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ เช่นนั้นทุกอย่างก็คงเชื่อมโยงกันทั้งหมด
ท้ายที่สุด หากเฉินมู่ไม่ได้ทะลุมิติมา เวลานี้เจ้าของร่างเดิม คงต้องตายไปแล้ว
แต่เรื่องนี้ก็ไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี เพราะในการจำลองก่อนหน้านี้ ไม่มีร่องรอยของพ่อมดปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย
หากนี่เป็นแผนการที่วางไว้ล่วงหน้า เช่นนั้นเมื่อพบว่าเฉินมู่ไม่ได้ตายเพราะ เวทมนตร์สาปแช่ง พวกเขาก็ควรยิ่งบีบบังคับหนักหน่วงกว่าเดิม เหมือนดังเช่นที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ใช่หรือ?
ต่อให้มีพลังจิตวิญญาณเหนือกว่าคนทั่วไป เฉินมู่ก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้ เขาจึงเลือกที่จะไม่ขบคิดต่อไป
อย่างไรเสีย อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงรอบการจำลองใหม่ ซึ่งทุกอย่างคงกระจ่างขึ้นมาเอง
เฉินมู่และวิลเลียมขึ้นควบม้า
รถม้าในตอนนี้ไม่อาจใช้งานได้อีกแล้ว พวกเขาจึงต้องใช้ม้าตัวเดียวกันเร่งกลับไปยังตระกูลสิงโตทองคำโดยเร็วที่สุด
ม้าขาวทะยานไปเบื้องหน้า ก่อให้เกิดฝุ่นผงตลบขึ้นใต้กีบเท้า…