เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 บันทึกประจำวัน

บทที่ 65 บันทึกประจำวัน

บทที่ 65 บันทึกประจำวัน


หลินเจวี๋ยค้นหาภายในห้องอย่างละเอียด พยายามหาว่าจะมีเบาะแสเกี่ยวกับฝูอวี่เพิ่มเติมอีกหรือไม่

เขาอยากรู้ให้หมด ว่าชีวิตของตัวละครนี้เคยผ่านอะไรมาบ้าง

ท้ายที่สุด เขาพบกล่องเหล็กขึ้นสนิมอยู่ที่ชั้นล่างสุดของตู้เสื้อผ้า กล่องนั้นมีแม่กุญแจคล้องไว้

จะใช้กุญแจเล็กเปิดได้หรือเปล่านะ?

หลินเจวี๋ยหยิบกุญแจออกมา เสียบเข้ารูกุญแจได้อย่างพอดี หมุนเบา ๆ แม่กุญแจก็คลายออก

ภายในกล่อง มีเพียงสมุดบันทึกเก่าเล่มหนึ่ง กระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา

เมื่อเปิดออก สิ่งที่พบคือ บันทึกประจำวันของฝูอวี่

หน้าที่หนึ่งลงวันที่ 31 พฤษภาคมของปีนี้

31 พฤษภาคม อากาศแจ่มใส

วันนี้เป็นวันย้ายบ้านใหม่ ถึงสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกจะไม่ดีนัก แต่ราคาถูก ค่าเช่าแค่เดือนละ 400 ถ้ายังหางานไม่ได้ อาจไม่มีปัญญาเช่าที่นี่ต่อ

แต่คนพิการ จะหางานแบบไหนได้อีก

ค่าเช่าสี่ร้อนต่อเดือน… ดูเหมือนบ้านที่ฝูอวี่พูดถึง จะเป็นห้องหมายเลขสองที่หลินเจวี๋ยอยู่ในตอนนี้

ลายมือของฝูอวี่เรียบร้อยเป็นระเบียบ ทุกตัวอักษรดูสบายตา

อย่างที่เขาว่า เห็นลายมือเหมือนเห็นคน

จากลายมือ ยากจะจินตนาการว่าฝูอวี่จะกลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา

หลินเจวี๋ยพลิกหน้าถัดไป

1 มิถุนายน อากาศแจ่มใส

ที่นี่เป็นย่านชุมชนเมืองเก่า ร้านค้ากับบ้านคนมีน้อยมาก เดินไปตั้งหลายร้อยเมตรกว่าจะเจอร้านที่เปิดอยู่

ตอนซื้อของใช้ เจ้าของร้านบอกว่า อาคารที่อยู่ไม่สะอาด

เขาเล่าว่า เดิมทีมีตายายคู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น แต่ไม่มีลูกหลาน อยู่กันตามลำพัง

วันหนึ่งมีคนขายตรงมาหาตายาย พูดจาเอาใจสารพัด แถมยังชอบเอาของมาฝาก

พอตายายล้มป่วย เขาก็ทำตัวเหมือนคนรู้จักใกล้ชิด ดูแลอย่างดี จนสองคนนั้นเริ่มวางใจ

สุดท้าย ตายายก็ซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพจำนวนมากจากเขาอย่างไม่ลังเล

จนกระทั่งเงินเก็บของทั้งคู่ถูกรีดจนหมดสิ้น คนขายตรงก็หายตัวไป ทิ้งไว้แต่สินค้ากองโตที่ไม่มีประโยชน์

ตายายเสียใจหนัก รับไม่ไหวกับความจริงนั้น จึงกินยาฆ่าแมลงตายอยู่ในบ้าน

ตั้งแต่นั้นมา ตึกหลังนั้นตอนกลางคืนมักจะได้ยินเสียงร้องไห้ของคนแก่ ตะโกนเรียกร้องให้คืนเงิน

บันทึกตอนนี้จบลงแบบไม่ปกติ เหมือนบันทึกชีวิตธรรมดาที่แอบซ่อนเรื่องสยองไว้ข้างใน

หลินเจวี๋ยเปิดต่อ

2 มิถุนายน เมฆครึ้ม

วันนี้ได้ยินข่าวลือใหม่จากเจ้าของร้าน เป็นเรื่องของเจ้าของตึก…

….

ตอนท้ายถูกฉีกออกไป

เรื่องของเจ้าของตึกคืออะไร?

หลินเจวี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมต้องฉีกหน้านี้ออกด้วย?

เขาพลิกต่อไป

วันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันฝนตก

ในหน้านั้นมีเพียงประโยคเดียว

หลี่หมิงเฉิง ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล บริษัทคังหนิงเทคโนโลยี

บันทึกชื่อของคนหนึ่ง พร้อมตำแหน่งและที่ทำงาน

หลินเจวี๋ยพึมพำ “ฝนตก... หรือว่าหลี่หมิงเฉิงจะถูกฝูอวี่ฆ่าในวันนั้น?”

เขาพลิกหน้าต่อ คิดในใจว่าจะต้องหาเวลาไปตรวจสอบที่บริษัทนี้สักครั้ง

วันที่ถัดมา คือหกวันต่อมา วันนั้นก็ฝนตกอีกเช่นกัน

เหลียวเฟย โจวหยาหนัน ที่อยู่ ชุมชนเทียนเฉิน อาคาร 9 ห้อง 1801

ดูเหมือนจะเป็นสามีภรรยาคู่หนึ่ง... หรือว่าทั้งคู่ก็ตายด้วยมือของฝูอวี่เช่นกัน?

จากนั้นไม่มีบันทึกชีวิตประจำวันอีกเลย เหลือเพียงรายชื่อกับข้อมูลที่ถูกเขียนไว้ในวันที่ฝนตกเท่านั้น

หลินเจวี๋ยนับดู มีทั้งหมดสิบสามชื่อ

ถ้าการคาดเดาของเขาเป็นจริง นั่นหมายถึง สิบสามชีวิต!

บันทึกกลับมาเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปอีกครั้งในช่วงกลางเดือนสิงหาคม

เนื้อหาวันนั้นเขียนว่า มีสามีภรรยาคู่หนึ่งย้ายเข้ามาอยู่ในห้องหมายเลขสาม และกลายเป็นเพื่อนบ้านของฝูอวี่

จากเนื้อหาที่ฝูอวี่เขียนไว้ในบันทึก ระบุว่าในคู่สามีภรรยาที่เพิ่งย้ายมาอยู่นั้น ภรรยาชื่อ อู๋ฟาง เป็นแม่บ้าน แต่มีความชอบแปลกประหลาด เธอหลงใหลในงานปั้น โดยเฉพาะศีรษะมนุษย์ ตอนขนของย้ายบ้าน เธอยังนำหัวรูปปั้นหน้าตาประหลาด ๆ มาด้วยหลายชิ้น

ส่วนสามีของเธอ ในบันทึกของฝูอวี่ไม่ได้ใช้ชื่อจริง แต่ใช้นามปากกา เฟิงเจวี่ยสิบสาม เป็นนักเขียนนิยายสยองขวัญที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง เขาเขียนนิยายไว้หลายเรื่องแต่ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนรับตีพิมพ์ สุดท้ายเลยลงทุนพิมพ์ขายเอง และเคยขายให้ฝูอวี่หนึ่งเล่ม

ชื่อเรื่องคือ กับดัก

หลินเจวี๋ยจำได้ทันที  บนโต๊ะทำงานมีหนังสือชื่อกับดักอยู่จริง ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจยิ่งกว่า คือผู้หญิงคนนั้น อู๋ฟาง

เธอชอบปั้นรูป ในระบบยังมีฉากระดับสองดาวชื่อว่า โมเดล ซึ่งก็เกี่ยวกับงานปั้นเช่นกัน

ทั้งสองเรื่องนี้... อาจมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่?

หลินเจวี๋ยนั่งลงที่โต๊ะ หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดต่อ ปรับท่านั่งให้สบาย แล้วเริ่มอ่านอีกครั้ง

21 สิงหาคม อากาศแจ่มใส

คืนนี้พี่ฟางกับพี่สิบสามทะเลาะกันอีกแล้ว เสียงดังมาก ตอนนั้นหลับไปแล้วแต่ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงพวกเขา

คืนนั้นแนบหูฟังกับกำแพง แอบฟังพวกเขาทะเลาะกัน เหมือนพี่ฟางนอกใจ แล้วถูกพี่สิบสามจับได้

ทั้งคู่ยิ่งเถียงก็ยิ่งรุนแรงขึ้น สุดท้ายเหมือนจะลงไม้ลงมือ เสียงโครมครามดังสนั่น

ไม่นานก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของพี่ฟาง

ต่อด้วยเสียง “ตุบ” หนึ่งครั้ง หลังจากนั้นห้องข้าง ๆ ก็เงียบสนิทไป

….

22 สิงหาคม อากาศครึ้ม

วันนี้ไม่เห็นพี่สิบสาม แต่ตอนแอบไปดูในห้องของพวกเขา กลับพบว่ามีรูปปั้นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น

จากนั้นบันทึกก็ว่างเปล่า ไม่มีการเขียนต่ออีกเลย

“เฟิงเจวี่ยสิบสามหายตัวไป... แล้วในห้องกลับมีรูปปั้นเพิ่มขึ้นหนึ่งชิ้น งั้นแปลว่าอู๋ฟางฆ่าสามีตัวเอง แล้วเปลี่ยนเขาให้เป็นรูปปั้นงั้นเหรอ?”

“หรือว่ารูปปั้นหน้าประหลาดพวกนั้น... ล้วนเป็นคนที่เธอฆ่ามาทั้งหมด?”

“ฝูอวี่ก็น่าจะตายแล้วเหมือนกัน บางทีเขาอาจรู้ความลับของอู๋ฟาง แล้วเกิดการปะทะระหว่างฆาตกรทั้งสองคน สุดท้ายฝูอวี่ถูกฆ่า กลายเป็นรูปปั้นอีกชิ้น...”

“หลังจากนั้นอู๋ฟางก็ขนรูปปั้นทั้งหมดไปพร้อมกัน...”

หลินเจวี๋ยขมวดคิ้วแน่น

“ถ้าเทียบตามที่เจ้าของตึกเคยบอกว่า ฝูอวี่หายไปหนึ่งเดือน เวลาก็ตรงกับในบันทึกพอดี… ถึงจะคลาดเคลื่อนก็ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์”

“แปลว่าศพของฝูอวี่... อาจจะยังอยู่ในห้องของอู๋ฟาง?”

“แต่ก็ยังแปลกอยู่ดี เจ้าของตึกเคยบอกว่าห้องหมายเลขสามว่างมาตลอด... หรือจริง ๆ หมายถึงหลังจากที่อู๋ฟางย้ายออกไปแล้วถึงได้ว่าง?”

หลินเจวี๋ยปิดสมุดบันทึกลง เขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มมองเห็นเส้นเรื่องทั้งหมด แต่ความจริงยังต้องตรวจสอบอีกมาก

บทละครนี้... ยังไม่เริ่มจริง ๆ เลยด้วยซ้ำ แต่กลับเต็มไปด้วยปริศนาและช่องว่างให้ตีความ ดูแล้วน่าจะยากกว่าฉาก “คนโกหก” เยอะทีเดียว

ขณะที่เขากำลังเก็บบันทึก เสียงลมวูบหนึ่งพัดผ่าน

ในจังหวะที่ปิดสมุดลง “กระดาษแผ่นหนึ่ง” หลุดร่วงออกมาระหว่างหน้ากระดาษ

“นี่มัน...?”

เมื่อครู่เขาเปิดทุกหน้าแล้ว ไม่เห็นมีแผ่นนี้อยู่เลย

หลินเจวี๋ยก้มเก็บขึ้นมา บนกระดาษมีข้อความเพียงบรรทัดเดียว

เหลียวฝาน อายุ 6 ขวบ สถานสงเคราะห์เสี่ยวหงฮวา เมืองซานเจียง

“สถานสงเคราะห์งั้นเหรอ...?”

หลินเจวี๋ยชะงัก หรือว่าฝูอวี่... ถึงขั้นลงมือกับเด็กหกขวบด้วย?

จบบทที่ บทที่ 65 บันทึกประจำวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว