เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 หนี

บทที่ 60 หนี

บทที่ 60 หนี


กรมตรวจสอบ ห้องทำงานหัวหน่วยยามราตรี

เฉินฝูนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน พลางนวดขมับเบา ๆ

เกือบสามทุ่มแล้วแต่ยังไม่ได้กลับบ้าน ดูเหมือนว่าการทำโอทีจะกลายเป็นเรื่องปกติของหัวหน้าหน่วยในกรมตรวจสอบไปแล้ว

ตั้งแต่กลับจากสำนักงานใหญ่ เขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง พวกเขาทั้งหมดต้องเข้าไปใน “หมอก” ที่ปกคลุมพื้นที่ลึกลับ แม้ครั้งนี้จะไม่เจออันตรายถึงชีวิต แต่แรงกดดันทางจิตใจกลับรุนแรงจนต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวได้

โลกในหมอกนั้นต่างจากโลกจริงโดยสิ้นเชิง ไร้ระเบียบ เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวและเหนือเหตุผล

แม้คนธรรมดาจะไม่ได้เจอสิ่งประหลาด แต่ถ้าอยู่ในนั้นนานเกินไป จิตใจก็จะเริ่มพังลง

เฉินฝูหยิบบุหรี่มวนสุดท้ายจากซองบนโต๊ะ สูดเข้าปอดลึก ๆ แล้วขยำซองเปล่าทิ้งลงถังขยะ

ทันใดนั้น โทรศัพท์บนโต๊ะก็สั่นขึ้น มีข้อความใหม่เข้ามา

เขาจุดไฟจี้บุหรี่ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

พอเห็นชื่อผู้ส่ง เขาก็ชะงัก สีหน้าพลันเปลี่ยนทันที ก่อนจะเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้

ผู้ส่งคือ... ฟางฮ่าว

ไม่ใช่ฟางฮ่าวที่ตายไปใต้สะพานข้ามแม่น้ำ แต่เป็น ฟางฮ่าวที่เคยอยู่ในกรมตรวจสอบ นั่นเอง!

“ทำไม X ถึงส่งข้อความมาหาฉัน?” เฉินฝูเปิดอ่านทันที

บนหน้าจอมีเพียงประโยคเดียว

หัวหน้า ผมเจอร่องรอยของ ‘โลกใหม่’ แล้ว! จัตุรัสวันแรงงาน เขตเมืองเก่า! รีบมา!

...อะไรนะ?

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รหัส X เข้าไปพัวพันกับ ‘โลกใหม่’?

หรือว่านี่เป็นกับดัก?

ตอนเห็นข้อความ เฉินฝูคิดหลายแง่ เขาลองโทรกลับ แต่ปลายสายถูกปิดเครื่องไปแล้ว

ท้ายที่สุด เขาก็คว้ากุญแจรถบนโต๊ะ รีบออกจากห้องไปทันที

จากสไตล์การทำงานของ X เขารู้ดีว่าคนนั้นไม่น่าจะเป็นพวกของ ‘โลกใหม่’ แม้จะยังไม่แน่ใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของข้อความนี้ แต่ก็ดูไม่เหมือนกับดักเท่าไหร่

ไม่กี่นาทีต่อมา รถสปอร์ตสีเขียวเข้มพุ่งออกจากโรงจอดของกรมตรวจสอบ มุ่งหน้าไปยังเขตเมืองเก่า

….

ชุมชนซินฝูหยวน

ความสว่างดูเหมือนจะหายไปจากที่นี่โดยสิ้นเชิง ความมืดมิดปกคลุมอาคารทั้งหลังราวกับความตายกำลังย่างกราย

ชายสวมหมวกยืนอยู่หน้าประตู มองร่างชายวัยกลางคนที่นอนแน่นิ่งบนพื้นอย่างไร้อารมณ์

ชายคนนั้นเหมือนจะรู้สึกได้ เขาพยายามลืมตาที่เต็มไปด้วยหนองและเลือดขึ้นมาอย่างยากลำบาก

เมื่อเห็นชายสวมหมวก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและแววขอชีวิต “ท่านจู่... ท่านจู่ ได้โปรดช่วยผม...”

ชายสวมหมวกก้าวเข้าไปหาเขา ร่างใต้เสื้อฮู้ดสีดำป่องสูงขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติ เหมือนมีบางอย่างจะทะลักออกมา

“โลกใหม่... ไม่ต้องการของเสีย”

เสียงพูดเย็นชาไร้อารมณ์ ดังก้องขึ้นพร้อมกับที่มือเปื้อนเลือดข้างหนึ่งทะลุออกมาจากใต้เสื้อของเขา แทงทะลุลำคอชายวัยกลางคนในพริบตา

เลือดกระเซ็นก่อนมือจะถูกดึงกลับไป

ชายสวมหมวกหรี่ตาลง มองไปยังระเบียงที่เปิดกว้าง ผ้าม่านพลิ้วไหวตามแรงลม เหมือนมีใครเพิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น

เขาหันกายทันที ออกไปยืนในทางเดิน มองลงไปข้างล่าง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังยืนอยู่ชั้นบน ตอนนี้กลับมายืนอยู่ชั้นล่างแล้ว และกำลังโบกมือทักทายเขา

สายตาทั้งคู่สบกันอีกครั้ง

แต่ตำแหน่งของพวกเขา... กลับสลับกันแล้ว

“น่าสนใจ... น่าสนใจจริง ๆ!”

ชายสวมหมวกยกมุมปากขึ้น ลิ้นสีเลือดแลบออกมาเลียอากาศอย่างกระหาย

จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นบนราวระเบียง แล้วกระโจนลงมา!

นั่นมันชั้นสาม!

แต่ชายสวมหมวกกลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย

คนพวกนี้... ไม่มีใครปกติเลยจริง ๆ

หลินเจวี๋ยไม่ลังเลแม้แต่วินาที เขาหันหลัง แล้ววิ่งหนีทันที

เขาไม่ได้คิดว่าชายสวมหมวกจะตายหรือบาดเจ็บหนัก สำหรับพวกที่มีระดับแบบนั้น การกระโดดจากชั้นสามอาจง่ายเหมือนกระโดดลงจากบันไดสามขั้นเท่านั้น

จากช่วงที่เราเคยอยู่ในกรมตรวจสอบมา ตอนนี้เฉินฝูน่าจะยังอยู่ในที่ทำงาน

‘จากกรมตรวจสอบไปจัตุรัสวันแรงงานใช้เวลายี่สิบนาที ถ้าวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่จะใช้เวลาสิบห้านาที นั่นหมายความว่าเราแค่ต้องวิ่งไปให้ถึงจัตุรัสแล้วเปลี่ยนร่างแฝงตัวในฝูงชน หายไปสักห้านาที ก็พอให้เฉินฝูมาถึงได้’

‘เวลาอาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ไม่น่าจะเกินสองนาที!’

หลินเจวี๋ยคิดพลางวิ่ง จัตุรัสวันแรงงานเป็นจัตุรัสใหญ่ที่สุดในเขตเมืองเก่า ตอนนี้น่าจะยังมีคนอยู่บ้าง

ตราบใดที่เขาดึงชายสวมหมวกไปให้พ้นจากที่พักของตน แล้วใช้ฝูงชนเปลี่ยนตัวตน ทิ้งเรื่องที่เหลือไว้ให้เฉินฝูจัดการ แผนนี้ใช้งานได้แน่

ชัดเจนว่าหากฆ่าชายข้างห้องไปแล้ว ชายสวมหมวกต้องคิดจะฆ่าเขาแน่นอน

จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยภัยคุกคามที่ซุ่มรออยู่ในความมืด เขาจึงส่งข้อความหาเฉินฝูก่อนหนี และดึงชายสวมหมวกให้ไกลจากที่อยู่พักศัยของตัวเอง แล้วยกให้เฉินฝูเป็นคนจบคดีด้วยมือของเขา

เขาไม่กังวลเลยว่าเฉินฝูจะไม่ไปจัตุรัสด้วยนิสัยของคนคนนั้น ต้องไปแน่!

แผนรับมือต่าง ๆ เหล่านี้ถูกวางไว้ในหัวเขาตั้งแต่ยังไม่ออกไปที่อุโมงค์เขาซั่วหลงด้วยซ้ำ

ถนนเก่าทั้งสายมืดมิด หลินเจวี๋ยรู้สึกถึงลมเย็นจากด้านหลังที่คืบคลานเข้ามา เขายื่นมือขวาออกไป เปลวไฟปรากฏขึ้นจากอากาศ แล้วพุ่งออกไปข้างหลังเพื่อชะลอความเร็วของผู้ไล่ตาม

เขาไม่ได้หันกลับไปมอง และก็ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นจะทำอันตรายชายสวมหมวกได้มากนัก แค่หวังชะลอให้ช้าลงเท่านั้น

เมื่อเห็นลูกไฟพุ่งมา ชายสวมหมวกหัวเราะเย็น ๆ ใต้ฮู้ดอีกครั้ง มือสกปรกเปื้อนเลือดยื่นออกมาจากใต้เสื้อ

เลือดไหลรวมตัว ตามฝ่ามือกลายเป็นก้อน

ปัง!

ลูกไฟระเบิดกระจัดกระจายเป็นประกายไฟ ชายสวมหมวกสะท้าน ตรงหูดังขึ้นด้วยเสียงครางแผ่ว มือสกปรกเก็บกลับเข้าไปในฮู้ดอย่างรวดเร็ว

“ไฟนี้ดูเหมือนจะมีผลอย่างมากต่อสิ่งประหลาดที่ข้าควบคุม”

ชายสวมหมวกปัดเศษประกายไฟที่ติดตัว แล้วแค่นเสียงหัวเราะเหยียดพร้อมความดูหมิ่น

“ในเมื่อมันเล่นงานสิ่งประหลาดได้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะเล่นงานคนได้”

เส้นใยเลือดสีแดงผุดขึ้นในอากาศใกล้ ๆ เขา หลอมรวมกันจนกลายเป็นหอกยาวสีเลือดพุ่งทะลุอากาศไป

หอกสีเลือดกลายเป็นเงาสีแดงแล่นไปข้างหลังของหลินเจวี๋ยในพริบตา

หลินเจวี๋ยรู้สึกตัวทัน รีบหลบไปด้านข้าง

หอกสีเลือดเฉียดตัวเขาลงกระแทกพื้น แผ่นหินปูพื้นแตกกระจาย เศษหินปลิวว่อน ก้อนหินชิ้นหนึ่งเฉียดแก้มเขา เลือดซึมขึ้นมาเป็นทางบาง ๆ

หลินเจวี๋ยก้าวเท้าไม่หยุด เมื่อเลี้ยวหัวมุม จัตุรัสวันแรงงานก็ปรากฏตรงหน้า

ที่นี่สว่างกว่าถนนเก่ามาก แม้จะเป็นกลางคืน แต่ก็ยังมีคนอยู่เยอะ ทั้งผู้สูงอายุที่เต้นออกกำลังกายกลางแจ้ง ไปจนถึงหนุ่มสาวที่แอบพลอดรักกันในมุมเงียบ ๆ

พลังทั้งหมดในร่างหลั่งไปที่ขา เขาเร่งความเร็ว พุ่งเข้าไปในฝูงชน แล้วใช้ช่วงชุลมุนของฝูงชนเปลี่ยนตัวตนเป็น หลี่เก๋อ ได้อย่างรวดเร็ว

“ที่รักจ๋าดูสิ คน ๆ นั้นหน้าเปลี่ยนได้ด้วยล่ะ...” ชายเมานั่งข้างทางพูดกับคนข้าง ๆ ด้วยสำเนียงตาปรือ

ฝ่ายหญิงข้าง ๆ หงุดหงิดตวาด “ฉันบอกว่าอย่าดื่มเยอะไง ตอนนี่เห็นภาพหลอนไปแล้ว!”

ชายสวมหมวกมองมาทางจัตุรัส ก้าวช้าลงเล็กน้อย “คิดว่าจะใช้ฝูงชนมาขัดขาข้างั้นเหรอ?”

สายตาของเขากวาดไปทั่วฝูงชน หาตัวหลินเจวี๋ย อีกฝ่ายดูเหมือนจะหายไปวับไปในอากาศ

แต่เขาแน่ใจว่าคนคนนั้นต้องซ่อนอยู่ในคนกลุ่มนี้แน่ ๆ

“คิดว่าที่คนเยอะแล้วข้าทำอะไรไม่ได้หรือไง? หรือคิดว่าจะซ่อนตัวในฝูงชนแล้วรอด?”

ชายสวมหมวกค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในจัตุรัส ไฟสปอร์ตไลท์บนเสาเริ่มดับตามฝีเท้าของเขาทีละดวง

“ไม่เป็นไร ถ้าแกซ่อนในฝูงชน งั้นข้าจะฆ่าให้หมดทุกคน ข้าอยากรู้นักว่าแกจะไปซ่อนตัวได้ที่ไหน!

จบบทที่ บทที่ 60 หนี

คัดลอกลิงก์แล้ว