เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53 ควบคุมไฟ

บทที่ 53 ควบคุมไฟ

บทที่ 53 ควบคุมไฟ


เงาบนพื้นพลิ้วไหวบิดเบี้ยว ใบหน้าของเฉียวคังค่อย ๆ บิดงอ ดวงตาเต็มไปด้วยความชิงชังและอาฆาต

“หลี่เก๋อ ฉันต้องยอมรับเลยนะ ว่านายฉลาดจริง ๆ สมกับที่จบจากสถาบันชั้นนำ”

“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่เข้าใจ ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกถึงความกลัวจากตัวนายเลย”

เงาดำคืบคลานออกจากเท้าของเขา แผ่ขยายราวใยแมงมุม ไม่ช้าก็ปกคลุมทั่วทั้งห้อง

อารมณ์ด้านลบจำนวนมหาศาลพุ่งขึ้นราวกับคลื่นซัด ราวกับจะกลืนกินหลินเจวี๋ย

ด้านหลัง เฉินฟู่กุ้ยกับเหยาเหยาใบหน้าซีดเผือด ดวงตาสั่นระริก เห็นได้ชัดว่ากำลังถูกแรงกดดันของอารมณ์เหล่านั้นครอบงำ สภาพจิตใจใกล้จะพังทลาย

‘นี่คือพลังของสิ่งประหลาดระดับ D อย่างนั้นเหรอ…’

หลินเจวี๋ยมองเงาดำคืบคลานไปทั่วผนัง ทั้งหมดนี้เทียบกับระดับ E ไม่ได้เลย ความมืดนี้แฝงคำสาปร้ายแรงที่รุมกัดกินจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง

“ฉันถามนายอยู่นะ ทำไมถึงไม่กลัว?”

เฉียวคังก้าวเข้ามาอีกก้าว ผนังโดยรอบปรากฏเงามือสีดำสนิทนับไม่ถ้วน คืบคลานเข้าหาเขา “งั้นให้ฉันลองดูหน่อย ถ้าฉันค่อย ๆ ฉีกร่างของนายออกทีละชิ้น… นายจะเริ่มรู้สึกกลัวได้หรือยัง?”

ทันใดนั้น เหอผิงเกอที่เงียบอยู่ตลอดกลับขยับขึ้นมาขวางหน้า เขายื่นมือขวาออกไป

ถุงมือที่สวมอยู่ฉีกขาดออกในทันที เส้นเลือดสีดำเส้นหนาหลายเส้นพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ขวางเงามือเหล่านั้นไว้

ไม่เพียงเท่านั้น เส้นเลือดเหล่านั้นยังแทงทะลุเข้าไปในเงามือ ก่อนจะเริ่มเต้นเป็นจังหวะคล้ายกำลังดูดบางสิ่งออกมา

“นั่นมันอะไร...”

หลินเจวี๋ยถอยไปหนึ่งก้าว เขาพอเดาได้ว่าเหอผิงเกอน่าจะมีพลังพิเศษบางอย่าง แต่รูปลักษณ์แบบนี้มันชวนขนหัวลุกเกินไป

มือของคนธรรมดาจะมีเส้นเลือดโผล่ออกมาได้ยังไง?

‘หรือว่า...เหมือนภรรยาของคุณจู หมอนี่ก็เป็นสิ่งประหลาดที่ยังคงสติไว้ได้?’

แต่ก็แปลก...เขาไม่เห็นกลุ่มหมอกสีดำเลย

ตอนเงาดำปรากฏขึ้น ดวงตาแห่งความจริง ของเขาก็มองเห็นหมอกดำจำนวนมาก นั่นแปลว่าพลังพิเศษของเขาไม่ได้มีปัญหา แล้วทำไมเหอผิงเกอที่ดูเหมือนสิ่งประหลาด กลับไม่มีหมอกดำยู่เลย?

“ฉันระแวงนายมาตลอด!” เฉียวคังคำราม “คิดว่าการเย็บอวัยวะของสิ่งประหลาดเข้ากับร่างตัวเองจะสู้ฉันได้ยังงั้นเหรอ!”

เงาดำด้านหลังของเขารวมตัวกันกลายเป็นคลื่นสีดำขนาดมหึมา พุ่งกระแทกลงมาอย่างรุนแรง

“ระวัง!” เหอผิงเกอสีหน้าเปลี่ยนทันที ถุงมืออีกข้างของเขาฉีกขาด เส้นเลือดนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นกลางอากาศ รวมตัวกันเป็นร่มขนาดใหญ่

คลื่นสีดำกระแทกใส่ร่มนั้น แตกกระจายเป็นสายหมอกไหลลงสู่พื้น

หมอกดำพลิ้วไปทั่วห้อง กลืนกินทุกสิ่งที่อยู่ภายใน

“แย่แล้ว...”

เหอผิงเกอหน้าถอดสี เส้นเลือดสีดำรีบพันเข้าหาหลินเจวี๋ยกับคนอื่น พยายามจะดึงพวกเขาเข้ามาใกล้

แต่เงามือนับร้อยกลับยื่นออกมาจากหมอก คว้าเส้นเลือดไว้แล้วกระชากอย่างแรง

เสียงฉีกขาดดังขึ้น เส้นเลือดขาดสะบั้น เลือดสีดำกระเซ็นเป็นสาย เหอผิงเกอครางออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเรียกเส้นเลือดกลับอย่างไม่เต็มใจนัก

“เอาตัวไม่รอด แล้วยังจะคิดช่วยคนอื่นอีก”

เฉียวคังปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเงามืด “ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าคนเป็นอย่างนาย เอาอวัยวะของสิ่งประหลาดมาจากไหน ให้ฉันได้ศึกษาหน่อยเถอะ”

“พูดมากเกินไปแล้ว!” เหอผิงเกอเอ่ยเสียงเย็น เส้นเลือดหมุนวนรอบตัว ต่อสู้กับมือเหล่านั้น

แต่ความต่างของพลังนนั้นเห็นได้ชัดเจน เส้นเลือดฉีกขาดไม่หยุด เลือดสีดำหยดลงพื้นราวกับน้ำหมึกไหลนอง

“รอฆ่านายก่อน แล้วค่อยจัดการหนูสามตัวนั้น...”

เฉียวคังหัวเราะเสียงต่ำ มองผ่านไปยังหลินเจวี๋ยกับคนอื่นที่ถูกเงาดำกลืนหายไป พลางยิ้มอย่างบ้าคลั่ง หมอกดำรอบตัวเริ่มเดือดพล่านราวกับเปลวเพลิงสีดำ

ชายคนนี้ได้กลายเป็นทาสของสิ่งประหลาดโดยสมบูรณ์ ไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์อีกเลย

อีกด้านหนึ่ง หลินเจวี๋ยมองเงาดำที่ทะลักเข้ามาเหมือนคลื่นทะเล ความรู้สึกอึดอัดแผ่ปกลุมไปทั่วร่าง

เงาดำไหลทะลักเข้าทางปากและจมูก มันต่างจากการจมน้ำ ตรงที่สิ่งที่ไหลเข้าสู่ร่างกายกลับเต็มไปด้วยคำสาป ความสิ้นหวัง และความชิงชังที่กัดกินจิตใจอย่างช้า ๆ

ขณะเดียวกัน เงามือนับไม่ถ้วนยังคงคว้าตามร่างเขาราวกับกรงเล็บที่ยื่นออกมาจากขุมนรก พยายามจะลากเขาลงสู่เหวลึก

ต้องยอมรับ สิ่งประหลาดระดับ D แข็งแกร่งจริง ๆ มันเหนือกว่าระดับ E หลายเท่าตัว ถ้าเป็นเมื่อสามวันก่อน เขาคงไม่มีทางสู้ได้เลย

แต่ตอนนี้ เขามีพลัง “เพลิงประกาย” อยู่ในร่าง กระดูกสีทองทำให้ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า

ก่อนจะมาที่อุโมงค์เขาซั่วหลง เขาได้ทะลวง “ทักษะชุบไฟ” ขึ้นถึงชั้นที่สองเรียบร้อยแล้ว

ชั้นที่สอง ควบคุมเปลวเพลิง

ควบคุมไฟ ครอบครองพลังที่เกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์!

“ฟู่…”

หลินเจวี๋ยค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ยื่นมือขวาออกไปคว้าเงามือที่พุ่งเข้ามา

ตูม!

เปลวเพลิงปะทุขึ้นจากฝ่ามือของเขา เผาไหม้จากศูนย์กลางที่สัมผัสกับเงามือนั้น ลามกระจายออกไปทั่วทุกทิศ

เงาดำที่ปกคลุมเขาไว้พลันลุกไหม้ เปลวเพลิงแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว สาดแสงแผดเผาไปทั่ววิลล่าอันมืดมิด

“อ๊ากกกกกกกก!!!”

“นั่นมันอะไรกัน!?”

เสียงกรีดร้องเจ็บปวดดังขึ้นจากเงามืด พื้นที่ที่ถูกเปลวเพลิงแตะต้องเริ่มพ่นควันดำออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เงาดำรีบตัดสินใจในทันที สลัดส่วนที่ถูกไฟลามทิ้ง แล้วถอยหนีอย่างตื่นตระหนก ราวหนูที่เห็นแมว

สีหน้าของเฉียวคังมืดลงทันที เขาเหลียวมองไปยังทิศของหลินเจวี๋ย

เหอผิงเกอก็รู้สึกถึงความผิดปกติ หันกลับไปมองด้านหลัง

ท่ามกลางเงาดำที่ถอยร่นเหมือนคลื่นซัดกลับ เปลวเพลิงลุกโชนขึ้น สลายความมืดมิดไปทุกทิศทุกทาง

ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้า หลินเจวี๋ยก้าวออกมาช้า ๆ จากเปลวเพลิง

เขาเป่าควันบาง ๆ ที่ยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะเงยหน้ามองเฉียวคังที่ยืนนิ่งตะลึง แล้วคลี่ยิ้มบาง “จำผมไม่ได้เหรอครับ... พี่เฉียวคัง?”

สิ่งที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่เฉียวคังคาดไว้ทั้งหมด เงามืดของเขาระแวดระวังเหอผิงเกอมาตลอด เพราะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แต่กลับไม่ทันระวัง “หลี่เก๋อ” ที่ดูเหมือนคนธรรมดา

ในความเข้าใจของเขา หลี่เก๋อก็แค่คนทั่วไป ฉลาดหน่อยก็เท่านั้น แล้วทำไมถึงมีไฟที่สามารถเผาผลาญเขาได้ขนาดนี้!?

“แกเป็นใครกันแน่!?” เสียงของเฉียวคังกับเงามืดประสานถามออกมาพร้อมกัน

นับตั้งแต่กลายเป็นสิ่งประหลาดระดับ D มันไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน มราวกับอีกฝ่ายมีพลังที่เหนือกว่าโดยสิ้นเชิง

เป็นไปไม่ได้! หรืออีกฝ่ายเป็นตัวตนระดับสูงของมนุษย์!?

“มีหลายคนที่เคยถามคำถามนี้กับผม” หลินเจวี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ “คุณจะได้คำตอบนั้นในไม่ช้า”

ทุกย่างก้าวที่เขาเดินออกไป เปลวเพลิงจะหมุนวนรอบตัวเขา ราวกับเทพแห่งไฟที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อเผาผลาญสิ่งอัปมงคลทั้งปวง

เงามืดส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนจะหดตัวลงเหลือขนาดเงาธรรมดา มันควบคุมร่างของเฉียวคังให้พุ่งเข้าหาหลินเจวี๋ย ขณะที่ตัวมันพยายามแทรกลงไปในพื้น พยายามหนีออกทางรอยแยกใต้ประตู

เปลวเพลิงนั่นน่ากลัวเกินไป สำหรับมนุษย์อาจเห็นเป็นเพียงไฟธรรมดา แต่สำหรับสิ่งประหลาดอย่างมัน มันคือศัตรูโดยธรรมชาติ แค่แตะต้องก็ไม่อาจหลุดพ้น ต้องสละบางส่วนของร่างเพื่อหนีเอาตัวรอด

หลังจากทิ้งส่วนหนึ่งของร่างไป พลังของมันก็ลดลงมาก อีกทั้งเหอผิงเกอที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็คอยจับจ้องมันอยู่ ดังนั้นมันจึงไม่มีความกล้าที่จะสู้ต่อ จึงเลือกที่จะหนีทันที

เหอผิงเกอสลัดความตกตะลึงออกไป ใช้เส้นเลือดเส้นหนึ่งพันร่างเฉียวคังกระแทกไปด้านข้าง แล้วตะโกนเสียงเข้ม “มัวช้าอะไร! รีบตามมันไปสิ!”

“ไม่ต้อง” หลินเจวี๋ยส่ายหน้าเบา ๆ

เพลิงทั่วร่างของเขาค่อย ๆ รวมตัวขึ้นเหนือศีรษะ กลั่นเป็นลูกไฟขนาดเท่าศีรษะมนุษย์

เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ลูกไฟนั้นระเบิดแตกเป็นหยดเพลิงนับร้อย ราวกับสายฝนโหมกระหน่ำลงมา สายฝนสีทอง โหมคลุมพื้นที่ที่เงามืดกำลังหนีไป

“ถอยไป!”

เงาดำเปล่งเสียงแหลมสูง เงามือนับไม่ถ้วนไขว้กันขึ้นกลายเป็นหอคอยสูง ราวสร้างขึ้นจากความอาฆาตพยาบาท

แต่ก็ไม่อาจต้านทานสายฝนสีทองนั้นได้ หอคอยสั่นสะท้าน ก่อนจะถล่มลงภายในไม่กี่วินาที

ควันดำหนาทึบลอยขึ้นพร้อมเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง พื้นบริเวณนั้นลุกเป็นไฟ บิดงอ ส่งเสียงดัง

ซี่…

ภายใต้เปลวเพลิงอันสว่างไสว เงาดำบิดเบี้ยวราวกับถูกเผาจนละลาย เสียงกรีดร้องค่อย ๆ แผ่วลง…

และสุดท้าย มันก็สลายหายไปเหมือนหิมะที่ละลายภายใต้แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน.

จบบทที่ บทที่ 53 ควบคุมไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว