เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 พี่ชาย…

บทที่ 46 พี่ชาย…

บทที่ 46 พี่ชาย…


“อย่าไปสนใจ! อย่าหันกลับ! ห้ามมองเด็ดขาด!”

เหอผิงเกอที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าตะโกนบอกเสียงดังลั่น “จำที่ฉันพูดไว้ให้ดี! ไม่ว่าจะเจออะไร อย่าเข้าไปยุ่งกับมันเด็ดขาด! ต่อให้ต้อง ‘แบกมันไว้บนหลัง’ ก็ต้องหนีให้ได้!”

เมื่อได้ยินแบบนั้น เฉินฟู่กุ้ยก็ขบกรามแน่น กัดฟันอดกลั้นไม่หันกลับไป แม้จะรู้สึกถึงตุ๊กตาที่เกาะอยู่บนหลัง ก็ยังวิ่งหนีไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าสะเปะสะปะ

แต่พอวิ่งไปได้สักพัก “ตุ๊กตา” บนหลังกลับค่อย ๆ หันหัวมาทางด้านหลัง จ้องไปทางเหยาเหยากับหลินเจวี๋ยที่วิ่งตามอยู่

ทั้งคู่มองเห็นพร้อมกัน และนั่นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ  เพราะ “หน้าของตุ๊กตา” ไม่ใช่ใบหน้าทั่วไป หากแต่เป็น ใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เหมือนถูก “ลอกออกมา” แล้วเอามาเย็บติดไว้บนหัวของมัน!

“อื้อออออ…” เหยาเหยาแทบพูดไม่ออก เธอกัดนิ้วตัวเองแน่น น้ำตาไหลพราก ก้มหน้าหลบ ไม่กล้าแม้แต่จะมองมัน

ส่วนหลินเจวี๋ยกลับสบตากับมันตรง ๆ ใบหน้าขาวซีดของหญิงคนนั้นค่อย ๆ แสยะยิ้มอย่างผิดรูป เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบิดมุมปากของเธอขึ้นอย่างฝืน ๆ รอยยิ้มนั้นแข็งทื่อ เหมือนร่างยังไม่ชินกับใบหน้านี้เลย

ตุ๊กตาตัวนั้นค่อย ๆ ไต่ลงจากหลังเฉินฟู่กุ้ย มือเท้าเปื้อนดินปัดพื้นไปพลาง พามันคลานอ้อมผ่านเหยาเหยา มาหยุดอยู่ที่เท้าของหลินเจวี๋ย ก่อนจะยื่นมือเล็ก ๆ ที่เปรอะโคลนออกมา คว้าจะจับขากางเกงของเขาเพื่อปีนขึ้น

“บ้าเอ๊ย พระเจ้า!”

หลินเจวี๋ยแกล้งร้องลั่น ทำทีเป็นตกใจ ก่อนจะเหวี่ยงขาเตะมันเต็มแรงจนลอยกระเด็น

ตุ๊กตากลิ้งไปหลายรอบ ก่อนจะหยุดนิ่งในท่าคลานก้มหน้า ใบหน้าผู้หญิงบนหัวมันมองเขาด้วยแววตาอาฆาตเต็มเปี่ยม

“ของนั่นมัน… เหมือนจะปีนขึ้นหลังผมอีกแล้ว!”

หลินเจวี๋ยร้องโวยวายอย่างตื่นกลัว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ถีบตัวพุ่งเข้าใกล้ตุ๊กตานั่นอีกครั้ง พร้อมรวบรวมแรงทั้งหมดไว้ที่ขา

ร่างกายของเขาตอนนี้มีแรงมากกว่า สามร้อยจิน เพียงเตะครั้งเดียว ศีรษะของตุ๊กตาก็ขาดสะบั้นกระเด็นออกจากลำตัว

ผู้แปล: 1จิน ประมาณ ครึ่งกิโลกรัม

หัวของมันกลิ้งไปตามพื้นแล้วกระแทกเข้ากับต้นไม้เสียงดัง “ตุบ!” ถึงจะหยุดนิ่ง

“เสียงอะไรน่ะ!” เจียเจียสะดุ้งร้องขึ้น “มีของอย่างอื่นโผล่มาอีกแล้วเหรอ!?”

“ไม่…ไม่ใช่…” หลินเจวี๋ยหอบหายใจแรง ทำท่าหวาดกลัว “เมื่อกี้มัน… มันปีนขึ้นไปบนต้นไม้แล้ว”

“โอ๊ย ผมจะหัวใจวายอยู่แล้ว!”

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ เหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ

“อย่าพูดแล้ว วิ่งต่อไป!” เหอผิงเกอตะโกนเตือนอีกครั้ง

เพราะตอนนี้มีสิ่งประหลาดปรากฏให้เห็นจริง ทุกคนยิ่งระแวดระวังเป็นพิเศษ ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดอีก วิ่งเงียบ ๆ ตามเหอผิงเกอไป กลัวว่าหากหลุดจากกลุ่มเพียงก้าวเดียว จะถูกสิ่งในหมอกฉุดหายไป

แต่ยังไม่ทันถึงครึ่งทาง เหยาเหยาที่เริ่มตั้งสติได้บ้างก็กลับเอามือปิดปากอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้าง มองไปยังป่าทางขวาด้วยความสยอง

ระหว่างต้นไทรสองต้นนั้น มี “ชายคนหนึ่ง” ยืนอยู่

เขาสวม ชุดศพ สีขาวซีด ใบหน้ามีสีฟ้าหม่นทาทับ ปัดแก้มด้วยสีแดงจัด ดูประหลาดราวกับ “หุ่นกระดาษแต่งหน้า” มากกว่าจะเป็นคนจริง

ที่น่าขนลุกยิ่งกว่านั้น… ชายคนนั้นกำลังยื่นมือออกมา “โบกเรียก” เหมือนกำลังเชิญให้พวกเขาเข้าไปหา

หมอกดำที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นแรงกว่าตุ๊กตาเมื่อครู่พอสมควร เกือบเทียบได้กับ “สิ่งประหลาด” ที่หลินเจวี๋ยเคยเจอในลานจอดรถ

หลินเจวี๋ยมองเพียงแวบเดียวแล้วเบือนหน้าหนี เสียดายที่อีกฝ่ายอยู่ไกลเกินไป หากไม่ต้องกลัวถูกสงสัย เขาคงอยาก “เก็บมันไว้” มากกว่า ไม่อย่างนั้นสิ่งประหลาดตัวนั้นคงต้องยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเดียวดาย

เขาคิดในใจว่า... เจ้าสิ่งประหลาดตัวนี้กับตุ๊กตาน่าจะเข้ากันได้ดี ถ้าได้อยู่ด้วยกันก็คงไม่เหงา

“อย่ามอง! ห้ามมองมันอีก!”

เหอผิงเกอตะโกนเตือนอีกครั้ง “สิ่งนั้น… น่าจะเป็นสื่อกลางของการปนเปื้อนของมัน!”

ทุกคนสะดุ้งเฮือก รีบหันหน้ากลับมา ไม่กล้าชำเลืองไปอีกแม้แต่นิด

หลังจากนั้น แม้ระหว่างทางจะยังเจอ “ของไม่ดี” อีกหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเหอผิงเกอมักเอ่ยเตือนก่อนเสมอ ทำให้ทุกคนรอดมาได้โดยไม่เป็นอันตราย

เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้เคย “ผ่านหมอก” มาหลายครั้งแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางรู้วิธีเอาชีวิตรอดได้ละเอียดขนาดนี้

เมื่อแสงไฟจากเขตวิลล่าปรากฏอยู่ไม่ไกล ทุกคนก็พากันถอนหายใจโล่งอก ถึงแม้ว่าวิลล่าจะถูกหมอกปกคลุมอยู่เช่นกัน แต่เพียงได้เห็นมัน ก็ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นอย่างประหลาด

ราวกับ “ผ้าห่ม” สำหรับคนที่กลัวผี แค่คลุมไว้เหนือหัว ก็เหมือนจะไม่มีอะไรทำอันตรายได้อีกแล้ว

แม้จะเป็นเพียงแค่ ภาพลวงทางจิตใจ

แต่ในตอนนี้... มันก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของทุกคนสงบลงได้ชั่วขณะ

ทันทีที่หลินเจวี๋ยกำลังจะวิ่งตามทุกคนเข้าไปในเขตวิลล่า เขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่าง “ตบ” เข้าที่ไหล่ขวาเบา ๆ

ในมุมสายตา เขาเห็น “มือหนึ่ง” ที่ซีดจนออกสีเขียวอมฟ้า วางอยู่บนไหล่ของเขา

สีผิวแบบนี้… มันคือหมอนั่น ที่ใส่ชุดศพเมื่อกี้นี่เอง

ฉันยังไม่ไปหาแกเลยนะ… แต่กลับเป็นแกที่มาหาฉันก่อนงั้นเหรอ?

หลินเจวี๋ยชะลอฝีเท้าลง พอเห็นว่าคนอื่นวิ่งเข้าไปในเขตวิลล่าหมดแล้ว เขาก็หยุดกะทันหัน

จากนั้นก็เหวี่ยงศอกกลับไปเต็มแรง

เสียง “อึ่ก” หนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ตอนนี้พละกำลังของหลินเจวี๋ยรุนแรงมหาศาลจนชายชุดศพคนนั้นรู้สึกเหมือนถูกรถกระแทกเข้าที่ท้องอย่างจัง ร่างงอคู้พลางพ่นเลือดสีดำออกมาหนึ่งคำ

มันดันไปงัดกับของแข็งเข้าแล้ว!

เพียงแค่ศอกเดียว สิ่งประหลาดตนนั้นก็รับรู้ได้ถึงความต่างชั้นของพลัง พยายามจะดึงมือตัวเองออกจากไหล่ของหลินเจวี๋ยแล้วหนีไป

แต่ทันใดนั้น มืออันทรงพลังอีกข้างก็จับข้อมือของมันไว้แน่น ก่อนจะถูกเหวี่ยงหมุนในอากาศ

เสียง “ตึง!” ดังสนั่น ร่างของมันกระแทกพื้นอย่างแรงจากแรงเหวี่ยงของท่าทุ่มแบบข้ามไหล่

จากนั้น มันก็เห็นชายหนุ่มคนนั้น ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่น ดูเหมือนไม่มีพิษภัย เดินเข้ามา คุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วใช้เข่าหนีบศีรษะของมันไว้ ก่อนโอบแขนรอบเอว ยกตัวมันขึ้นมาทั้งตัว

“มมม… ไม่… พี่ชาย… พี่ชาย… ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้วววววว!”

หัวของชายในชุดศพที่ถูกหนีบอยู่ระหว่างเข่าหลินเจวี๋ยเริ่มดิ้นสุดชีวิต รู้ทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

แต่ด้วยพลังของหลินเจวี๋ยในตอนนี้ ต่อให้ดิ้นยังไงก็ไร้ประโยชน์

เขากระโดดขึ้น ขาทั้งสองงอ รับน้ำหนัก แล้ว “กระแทกหัว” ของชายคนนั้นลงกับพื้นอย่างรุนแรง!

ภาพที่เห็นราวกับตอกตะปูลงพื้น

เสียง ปัง! ดังสะเทือน ศีรษะของสิ่งประหลาดตนนั้นกระแทกเข้ากับพื้นปูนอย่างแรงจนรู้สึกเหมือนถูกค้อนเหล็กกระแทกเข้าเต็มแรง เสียงกระดูกสันหลังดัง “กร๊อบ

มันเอียงคอ มองร่างของหลินเจวี๋ยที่ลุกขึ้นยืนลูบหัวเข่าอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“นี่แก... เป็นมือรับจ้างตอกโลงศพหรือยังไง...”

ข้า… สิ่งประหลาดที่ใครเห็นก็ต่างหวาดกลัว กลับโดนเด็กหนุ่มคนหนึ่งเล่นท่าตอกหัวลงกับพื้นจนตายแบบนี้…  น่าอับอายจริง ๆ

เลือดสีดำเริ่มไหลออกมาจากรูทวารทั้งเจ็ดของชายในชุดศพ ร่างของมันเริ่มเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว

หลินเจวี๋ยลูบหัวเข่าที่เริ่มเจ็บนิด ๆ แล้วรีบวิ่งตามคนอื่นต่อ เขาแอบคิดในใจ ถ้าไม่กลัวว่าจะถูกจับได้ เขาคงใช้ “ทักษะชุบไฟ” ไปนานแล้ว ไม่ต้องลงแรงแบบนี้ให้ปวดหัวเข่าเลย

เมื่อเขาวิ่งมาถึงหน้าวิลล่า ก็เห็นทุกคนกำลังยืนรอด้วยสีหน้าร้อนรน ขณะเฉียวคังกำลังใส่รหัสเข้าประตู

“เร็วหน่อยสิ! ตัวล็อกนี้มันใช้ลายนิ้วมือนี่นา ทำไมไม่ใช้สแกนนิ้ว จะมัวมานั่งพิมพ์รหัสทำไม!”

เจียเจียพูดเสียงสั่น น้ำตาคลอ

“อย่าเร่งได้ไหม!” เฉียวคังตะโกนกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ความตื่นตระหนกจากหมอกทำให้ทุกคนแทบขาดสติ

ในที่สุด เมื่อกดตัวเลขสุดท้าย เสียงประตูก็ดัง “คลิก

ประตูเปิดออก พวกเขาแทบจะเบียดกันเข้าไปในบ้าน เหมือนถ้าใครช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว จะต้องถูกทิ้งไว้ข้างนอกตลอดกาล

พอทุกคนเข้ามาหมด เฉียวคังก็รีบปิดประตูดังปัง แล้วสั่งให้หลินเจวี๋ยกับเฉินฟู่กุ้ยช่วยกันลากตู้มาปิดขวางไว้แน่นหนา

ขณะที่เจียเจียกับเหยาเหยารีบวิ่งไปปิดหน้าต่างทั้งหมด ดึงผ้าม่านลงจนมิดชิด

เมื่อแน่ใจแล้วว่าทุกทางเข้าออกถูกปิดสนิท ไม่มีช่องไหนเหลือ ทุกคนก็ทรุดตัวลงบนโซฟา ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

แต่แล้ว เฉียวคังก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขารีบเงยหน้าขึ้น “ตอนพวกเราออกไปเมื่อกี้ดันเปิดหน้าต่างทิ้งไว้... พวกนายคิดว่า จะมีอะไร ‘เข้ามา’ แล้วหรือเปล่า?”

พอได้ยินเท่านั้น สีหน้าทุกคนก็แข็งค้าง มองเขาพร้อมกันด้วยสายตาเดียว

เราจะโยนหมอนี่ออกไปนอกบ้านตอนนี้เลยได้ไหม…

ผู้แปล: กำลังสนุกเลย ขอฟากคอมเม้นเป็นกำลังใจที่หน้าหลักด้วยนะคะ

ป.ล. ท่าที่พระเอกใช้เป็นท่าของ The Undertaker ชื่อ Tombstone Piledriver ไปหาดูกันได้นะคะ

จบบทที่ บทที่ 46 พี่ชาย…

คัดลอกลิงก์แล้ว