เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 ใครคือคนโกหก?

บทที่ 39 ใครคือคนโกหก?

บทที่ 39 ใครคือคนโกหก?


“กลิ่นอะไรเนี่ย?”

ฟู่กุ้ยโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้า กลิ่นที่ลอยมากลับยิ่งแรงกว่าในรถอีก ตอนนี้มันฉุนจนแทบทนไม่ไหวแล้ว

“น่าจะเพราะคนอยู่ในหมู่บ้านนี้น้อย หนูแมลงเลยเยอะ ทางฝ่ายจัดการเลยต้องลงยาฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่ ถึงได้มีกลิ่นแบบนี้” เฉียวคังพูดขณะเดินไปถึงประตูวิลล่าแล้วกดรหัสบนกลอนประตูนิรภัย

ฝ่ายจัดการงั้นเหรอ?

หมู่บ้านนี้ไม่มีแม้แต่รปภ. แล้วจะมีฝ่ายจัดการได้ยังไง? อีกอย่าง ทั้งที่เป็นกลอนสแกนลายนิ้วมือ แค่แตะนิ้วก็พอ ทำไมต้องมากดรหัสด้วย? หรือเป็นแค่ความเคยชินส่วนตัว?

หลินเจวี๋ยมองแผ่นหลังของเฉียวคังที่กำลังกดรหัส สีหน้าเขาขมวดเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

ตอนเจอกันครั้งแรกยูทูบเบอร์คนนี้ดูเป็นคนปกติ แต่พอมาถึงวิลล่ากลับเริ่มมีท่าทีแปลก ๆ ให้ความรู้สึก... เหมือนไม่ใช่คนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้จริง ๆ

เสียง คลิ๊ก ดังขึ้นเมื่อกลอนประตูปลดล็อก เฉียวคังผลักประตูออกแล้วผายมือเชื้อเชิญ “เชิญเข้ามาเลยทุกคน”

ทุกคนพากันกรูก้าวเข้าไป ขณะเดียวกันก็มีเพียงเหอผิงเกอที่ยังดูอ่อนแรงไม่พูดไม่จา ส่วนที่เหลือ ต่างก็อุทานด้วยความทึ่งอย่างไม่ได้นัดหมาย

ต้องยอมรับว่าถึงหมู่บ้านจะดูรกร้าง แต่การตกแต่งภายในวิลล่าของเฉียวคังกลับหรูหราอย่างผิดคาด เป็นสไตล์ยุโรปย้อนยุค เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นดูมีมูลค่าทั้งนั้น

หลินเจวี๋ยกะคร่าว ๆ แล้ว ราคาบ้านหลังนี้ไม่น่าจะต่ำกว่าห้าสิบล้าน ถึงอย่างนั้นก็ยังเทียบไม่ได้กับเพนต์เฮาส์กลางเมืองเมื่อชาติก่อนของเขาที่มีพื้นที่ถึงแปดร้อยตารางเมตร

เขาทำท่าทางเหมือนตะลึง เดินดูนั่นดูนี่ไปทั่ว “พี่คัง ทำยูทูบมันได้เงินขนาดนี้เลยเหรอครับ? สอนผมหน่อยสิ”

เฉียวคังหัวเราะเบา ๆ “คลิปสำรวจสิ่งลึกลับน่ะ ได้เงินแค่พอซื้อหมั่นโถวสองลูกเอง เรื่องนี้ฉันทำเพราะชอบล้วน ๆ พอดีเกิดมาเป็นพวกชอบความตื่นเต้น”

เขาชวนทุกคนนั่ง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นพลางพูดต่อ “จริง ๆ ก็เพราะพ่อแม่ฉันเปิดบริษัท รายได้ดีมาก พอเป็นลูกคนเดียว เขาเลยซื้อวิลล่านี้ให้”

“เมื่อก่อนเรายังอยู่ด้วยกัน แต่พอธุรกิจของบริษัทขยายไปต่างจังหวัด เขาก็แทบไม่ได้กลับมา ฉันอยู่คนเดียวในบ้านใหญ่ขนาดนี้เลยไม่ค่อยชิน สุดท้ายก็ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแทน”

เฉียวคังหยิบองุ่นหนึ่งพวงกับบลูเบอร์รี่สองสามกล่องมาล้างในอ่างน้ำ แล้วพูดต่ออย่างสบาย ๆ “พวกนายก็น่าจะเห็นแล้ว หมู่บ้านนี้ถูกทิ้งมานาน ตอนนี้ราคาบ้านตกลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว ยังขายไม่ออกอีกต่างหาก”

“ถ้าไม่ใช่เพราะต้องกลับมาถ่ายคลิปอุโมงค์เขาซั่วหลง ฉันคงไม่กลับมาอยู่ที่นี่หรอก”

เขาจัดผลไม้ใส่จานวางบนโต๊ะกลาง แล้วยิ้มพูดว่า “ข้างบนมีห้องอยู่สามห้อง เจียเจียอยู่คนเดียว หลี่เก๋อ ขอให้ช่วยนอนกับเหอผิงเกอนะ ส่วนฟู่กุ้ยกับเหยาเหยาก็นอนห้องเดียวกันตามสะดวก”

“ทุกคนขึ้นไปเลือกห้องกันได้เลย”

เจียเจียนั่งบนโซฟาถ่ายรูปเซลฟีตั้งแต่เข้าบ้าน ฟู่กุ้ยกับคู่ของเขาเปิดวิดีโอคอลอวดเพื่อน ส่วนเหอผิงเกอนั่งหดตัวอยู่บนเก้าอี้เดี่ยวเงียบ ๆ ไม่พูดแม้แต่คำเดียว…

ทั้งสี่คนไม่มีใครขยับตัว หลินเจวี๋ยมองผลไม้บนโต๊ะครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองไปคนเดียว

ชั้นสองมีห้องนอนสองห้อง ห้องทำงานหนึ่งห้อง และห้องเก็บของอีกห้องหนึ่ง

ห้องนอนเป็นห้องสวีตมาตรฐาน แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว ผ้าปูเตียงกับผ้านวมดูสะอาดเรียบร้อย ตู้เสื้อผ้ากลับว่างเปล่า ไม่มีฝุ่นหรือกลิ่นอับแบบบ้านที่ไม่ได้อยู่มานาน

‘มีคนมาทำความสะอาดเป็นประจำงั้นเหรอ? ถ้าไม่มีคนอยู่ แล้วจะทำความสะอาดไปทำไม?’

‘หรือว่าเฉียวคังโกหก… เขาอาจจะอยู่ที่นี่มาตลอด แล้วทำไมต้องโกหกเรื่องนี้ด้วย?’

หลินเจวี๋ยกวาดตามองทุกมุมอย่างละเอียด บ้านหลังนี้ดูไม่เหมือนที่พักที่ถูกทิ้งร้าง แต่กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต พื้นสะอาดจนไม่มีฝุ่น ผ้าปูที่นอนยังมีกลิ่นน้ำยาซักผ้าที่เพิ่งตากแห้งใหม่ ๆ

เขาเดินออกจากห้อง แล้วเข้าไปในห้องทำงาน

ในตู้หนังสือมีหนังสือแน่นจนเต็ม ส่วนใหญ่เป็นประวัติศาสตร์กับปรัชญา ที่ชั้นกลางมีกรอบรูปตั้งอยู่หนึ่งอัน แต่ในกรอบกลับไม่มีรูปถ่าย

‘วางไว้ตรงกลางแบบนี้ หมายความว่ารูปนี้น่าจะสำคัญมาก… แล้วทำไมถึงเหลือแค่กรอบเปล่า?’

หลินเจวี๋ยหยิบกรอบรูปขึ้นมาดู พลิกด้านหลังแล้วพบข้อความสองบรรทัด

ภาพถ่ายครอบครัวในวันเกิดครบรอบหนึ่งปี

ถ่ายเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2009

ถ้าเด็กในภาพถ่ายมีอายุครบหนึ่งปีเมื่อเดือนตุลาคมปี 2009 งั้นตอนนี้ก็ยังไม่ถึงสิบหกปีเต็มดี แต่เฉียวคังกลับดูอายุเกินยี่สิบแน่ ๆ

“‘ครบรอบหนึ่งปี’ ที่ว่าหมายถึงใครกันแน่… ไม่ใช่เฉียวคังแน่ ๆ หรือว่าเขามีน้องชายหรือน้องสาว?”

แต่เมื่อกี้เขาเพิ่งพูดเองว่าเป็นลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอ?

ความสงสัยในใจของหลินเจวี๋ยยิ่งเพิ่มขึ้น เขาเดินไปที่ห้องเก็บของ พอเปิดประตูออกมา ฝุ่นก็ฟุ้งกระจายจนต้องยกมือปัด

ในห้องนั้นมีเตียงเด็กสองเตียงกับรถเข็นเด็กสองคัน

ของเหล่านั้นดูเก่าพอสมควร ทั้งขนาดและยี่ห้อกลับเหมือนกันทุกอย่าง

แปลก… ถ้าไม่ใช่ฝาแฝด ก็ไม่มีทางต้องซื้อของแบบเดียวกันขนาดนี้

แต่เฉียวคังกับ “น้อง” ที่ว่าอายุห่างกันอย่างน้อยสี่ห้าปี แล้วจะมีของใช้ขนาดเดียวกันไปเพื่ออะไร?

‘หรือว่าพ่อแม่ของเขามีลูกเพิ่ม เป็นฝาแฝดอีกคู่?’

ความสงสัยในใจของหลินเจวี๋ยยิ่งทวีขึ้น เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าเฉียวคังโกหกตั้งแต่มาถึงบ้านหลังนี้

วิลล่านี้อาจไม่ใช่ของเขาเลยก็ได้ และพ่อแม่ที่ว่า “ทำธุรกิจ” นั่นก็ดูน่าสงสัยไม่น้อย เพราะหนังสือเต็มตู้ล้วนเป็นพวกประวัติศาสตร์กับปรัชญา  ไม่ใช่แนวที่คนทำธุรกิจจะอ่าน อย่างน้อยก็น่าจะมีหนังสือแนว “การพัฒนาตนเอง” บ้าง

‘หรือเพราะอยากอวด? ถึงได้ไปเช่าวิลล่ามาหลอกว่าเป็นบ้านตัวเอง’

ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ หลินเจวี๋ยเองก็เคยเจอคนแบบนั้นมาก่อน

เขาปิดประตูห้องเก็บของ แล้วเดินต่อขึ้นไปยังชั้นสามอย่างเงียบงัน

ทันทีที่เขาเดินมาถึงหน้าห้องบนชั้นสาม ก็ได้ยินเสียงของเจียเจียดังลอดออกมาจากข้างใน

“ขอบคุณพี่ใหญ่สำหรับจรวดนะคะ!”

“ฮ่า ๆ บ้านนี้ไม่ใช่ของฉันหรอกค่ะ ของพ่อแม่ฉันเอง รวม ๆ แล้วก็แค่ราว ๆ ห้าร้อยตารางเมตรเท่านั้นแหละ~”

“เดี๋ยวอีกหน่อยจะมีการแข่ง PK ใครส่งของขวัญเยอะที่สุด จะได้เจอกับสตรีมเมอร์ตัวจริงแบบส่วนตัวนะคะ~”

หลินเจวี๋ยถอยกลับมายังบันไดชั้นสองอย่างเงียบ ๆ

เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด เจียเจียเป็นสตรีมเมอร์หญิง เธอโกหกเรื่องอาชีพของตัวเอง อีกทั้งยังเหมือนเฉียวคัง... ที่พยายามยกย่องตัวเองด้วยความการนำบ้านคนอื่นมาอ้างว่าเป็นของตัวเอง

เขาเดินลงบันไดทีละขั้น ดวงตาฉายแววครุ่นคิด

‘เจียเจียโกหกเรื่องอาชีพของเธอ…’

‘ฟู่กุ้ยกับเหยาเหยาก็โกหกเรื่องระยะเวลาที่คบกัน’

‘เฉียวคังสร้างภาพให้ตัวเองเป็นลูกคนรวย... นั่นก็โกหกเหมือนกัน…’

‘งั้นในหมู่พวกเขา ใครกันแน่ที่เป็น ‘คนโกหกตัวจริง’... หรือว่า... ทุกคนล้วนเป็นคนโกหกทั้งหมด?’

‘แล้วเหตุผลของการโกหกคืออะไร? คงไม่ใช่แค่เพื่อสร้างภาพลักษณ์แน่... เบื้องหลังของเรื่องนี้ต้องมีบางอย่างลึกซึ้งกว่านั้นแน่นอน…’

【บทละครที่ 2: คุณติดตามเฉียวคังและคนอื่น ๆ มายังวิลล่าบนภูเขา หลังจากได้ใกล้ชิด คุณเริ่มพบว่าทุกคนต่างโกหกในบางเรื่อง แต่เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไรกันแน่?】

【ในฐานะนักศึกษาสายวิทย์ผู้เชี่ยวชาญการใช้ตรรกะ และยังเป็นคนที่หลงใหลการสืบสวนเรื่องลี้ลับ  คุณตัดสินใจจะคลี่คลายความลับที่ซ่อนอยู่ในเหตุการณ์นี้ให้ได้…】

จบบทที่ บทที่ 39 ใครคือคนโกหก?

คัดลอกลิงก์แล้ว