เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 คนโกหก

บทที่ 36 คนโกหก

บทที่ 36 คนโกหก


หลินเจวี๋ยจากไปอย่างเงียบงัน ชายสวมหมวกคนนั้นให้ความรู้สึกอันตรายอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่คิดจะไปก่อเรื่องกับเพื่อนบ้านในตอนนี้

เขาเดินย้อนกลับไปตามทาง และซุ่มอยู่บนเส้นทางที่ต้องผ่านก่อนถึงเขตที่พัก รอให้ชายวัยกลางคนปรากฏตัว ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่กับชายสวมหมวก เขาจะลงมือโจมตีทันที ถือเป็นการ “ทักทายแบบเพื่อนบ้าน” กันสักหน่อย

แต่สิ่งที่ทำให้ผิดหวังคือ จนถึงตีสาม เพื่อนบ้านก็ยังไม่กลับมา ราวกับว่าหลังออกไปกับชายสวมหมวกแล้วก็หายตัวไปเลย

‘หรือว่าจะรู้ว่าเราแอบฟัง?’

แต่เขาก็รีบปฏิเสธความคิดนั้นในทันที

’เป็นไปไม่ได้ ชายสวมหมวกคนนั้นมีพลังพอ ๆ กับเฉินฝู ถ้าเขารู้ว่าเราอยู่แถวนั้น เขาคงไม่ปล่อยไว้เฉย ๆ แน่’

บทสนทนาของคนสองคนนั้นเกี่ยวข้องกับการ “สร้างสิ่งประหลาดขึ้นมาเอง” และ “องค์กรโลกใหม่” ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ไม่ว่าใครที่บังเอิญได้ยินเรื่องนี้เข้าไป ย่อมหนีไม่พ้นชะตากรรมแน่

เขารอต่ออีกสิบนาที แต่เพื่อนบ้านก็ยังไม่กลับมา หลินเจวี๋ยจึงจำต้องละความตั้งใจ แล้วกลับเข้าห้องพักของตนเองแทน

“ทั้งเพื่อนบ้านและคุณจูต่างก็เป็นคนธรรมดา แต่กลับมีวัตถุต้องสาปอยู่ในมือ เพื่อนบ้านได้โถใบนั้นมาจากองค์กรโลกใหม่ แล้ววัตถุต้องสาปของคุณจูล่ะ... จะเป็นของจากองค์กรนั้นเหมือนกันไหม?”

สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ประตูเพื่อนบ้านที่ปิดสนิท หลินเจวี๋ยหยิบสร้อยข้อมือต้องสาปที่เคยได้มาจากคุณจูขึ้นมาดู ตอนนั้นคุณจูออกไปพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ แต่ตอนกลับมามีสร้อยเส้นนี้เพิ่มขึ้นมา

เขาเคยสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจจะ “แลก” ของในกระเป๋ากับบางสิ่งบางอย่าง แล้วกลับมาพร้อมวัตถุต้องห้ามชั้นนี้ อีกทั้งตอนที่ผู้หญิงคนนั้นกลายร่าง คุณจูกลับเหมือนรู้ล่วงหน้าและเตรียมเส้นด้ายสีดำไว้ก่อนแล้ว

ถ้ามันเกี่ยวข้องกับองค์กรโลกใหม่จริง ๆ... เป้าหมายของคุณจูในตอนนั้นก็คงไม่ใช่แค่การฆ่าภรรยาเพื่อยึดอพาร์ตเมนต์เท่านั้น แต่บางทีเขาอาจตั้งใจ “สร้างสิ่งประหลาด” ขึ้นมาเองด้วย

“ทั้งคุณจูและเพื่อนบ้านต่างก็พยายามสร้างสิ่งประหลาด... หรือว่านี่คือการแสดงความจงรักภักดี เพื่อจะได้เข้าร่วมกับองค์กรโลกใหม่?”

หลินเจวี๋ยครุ่นคิดไปพลาง เปิดประตูเข้าห้องพักไปพลาง เขาไม่ได้รีบขึ้นเตียง แต่ยืนฟังเสียงจากด้านนอกอยู่หลังประตู

แม่อแน่ใจแล้วว่าเพื่อนบ้านคงไม่กลับมาเขาจึงเดินกลับเข้าห้องนอน

แม้ตอนนั้นจะใกล้ตีสี่แล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ แต่เดิมตอนยังเป็นนักแสดง เขาก็ไม่ค่อยนอนอยู่แล้ว หลังจากเริ่มฝึกทักษะชุบไฟ ก็ยิ่งไม่รู้จักความง่วงอีกต่อไป

เมื่อหลับไม่ลง เขาจึงเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา แล้วรับฉากใหม่ “คนโกหก

【2★ ฉาก “คนโกหก”: คุณคือผู้ชื่นชอบการสำรวจสิ่งลึกลับ วันหนึ่งคุณเห็นโพสต์ชวนรวมทีมไปสำรวจอุโมงค์เขาซั่วหลง เพื่อถ่ายวิดีโอสำรวจสิ่งประหลาด คุณเกิดความสนใจและสมัครเข้าร่วม แต่เรื่องราวหลังจากนั้นกลับเกินกว่าที่คุณคาดคิดไว้มากนัก……】

【ฉากยืนยันแล้ว ชุดและอุปกรณ์ได้ถูกส่งเข้ากระเป๋า】

【โปรดตรวจสอบข้อมูลบทบาทที่คุณได้รับ】

หลินเจวี๋ยนั่งขึ้นจากเตียง แล้วเปิดดูรายละเอียดนั้นทันที。

【ชื่อ: หลี่เก๋อ】

【อายุ: 26 ปี】

【บทบาท: บัณฑิตปริญญาโทสาขาคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพิ่งจบใหม่ ชื่นชอบการออกกำลังกายและอ่านนิยายแนวสืบสวน สิ่งลึกลับ เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เชิงเหตุผล】

เพียงแค่บรรทัดเดียว หลินเจวี๋ยก็เข้าใจทันทีถึงลักษณะนิสัยของตัวละครนี้ ฉลาด มีเหตุมีผล เป็นคนสดใสร่าเริง

เป็นแนวที่เขาถนัดเลยทีเดียว ในอดีตตอนยังเป็นนักแสดง เขาเคยรับบทพวกนี้มามาก ทั้งแพทย์นิติเวช ตำรวจสืบสวน ล้วนเป็นตัวละครที่ใช้ตรรกะและเหตุผลสูงทั้งนั้น

ในกระเป๋ามีเพียงชุดของหลี่เก๋อ เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้ากีฬา ดูเป็นสไตล์คนชอบออกกำลังกาย

นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว เพราะการรวมทีมผ่านอินเทอร์เน็ต ส่วนมากก็แค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญรู้จักกัน ไม่ต้องมีหลักฐานยืนยันตัวตนให้ยุ่งยาก

【บทละครที่ 1: คุณเป็นคนที่หลงใหลในเรื่องลี้ลับมานาน แต่ก็ไม่กล้าไปยังสถานที่ที่เคยเกิดเหตุการณ์ประหลาด… จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณเห็นวิดีโอจากบล็อกเกอร์ชื่อ “เฉียวคัง” ที่กำลังเชิญชวนให้คนมาร่วมทีมไปสำรวจอุโมงค์เขาซั่วหลง……】

【คุณเกิดความสนใจ แม้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจสมัครเข้าร่วม】

“อย่างที่คิดเลยสินะ ต้องไปอยู่ทีมเดียวกับเฉียวคังแน่ ๆ”

หลินเจวี๋ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา สมัครบัญชีใหม่ในเว็บไซต์วิดีโอ แล้วพิมพ์คอมเมนต์ใต้คลิปของเฉียวคังเพื่อสมัครเข้าร่วมทีม

จากนั้นเขาก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนเก้าโมงเช้า ปิดไฟ แล้วเข้านอน

….

เช้าวันต่อมา นาฬิกายังไม่ทันดัง หลินเจวี๋ยก็ลืมตาตื่น เขาแนบหู ฟังเสียงจากห้องข้าง ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ

บนเว็บไซต์วิดีโอมีข้อความส่วนตัวส่งเข้ามา เป็นของเฉียวคัง

“น้องชาย นายอยากสมัครไปสำรวจอุโมงค์เขาซั่วหลงกับฉันเหรอ?”

ข้อความถูกส่งมาประมาณสิบนาทีก่อน หลินเจวี๋ยแปรงฟันไปพลาง พิมพ์ตอบกลับไปว่า

“ครับ”

ไม่นานอีกฝ่ายก็ส่งอีโมจิหน้ายิ้มกลับมา พร้อมข้อความว่า

“ดีเลย เหลือที่ว่างสุดท้ายพอดี เดี๋ยวฉันส่งรหัสกลุ่มของทีมสำรวจให้ นายเข้าไปในนั้นนะ”

ถัดมาก็มีหมายเลขกลุ่มส่งตามมา หลินเจวี๋ยจึงเปลี่ยนชื่อและรูปโปรไฟล์ในแอปสื่อสารใหม่ทั้งหมด ก่อนจะกดขอเข้ากลุ่มนั้น

ไม่นานระบบก็แจ้งว่า “หัวหน้ากลุ่มอนุมัติแล้ว

เขาเหลือบดูรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม ตอนนี้รวมตัวเขาแล้วทั้งหมดมีอยู่หกคน

มีคนหนึ่งที่ใช้ชื่อเล่นว่า “คังเฉียว” แท็กทุกคนในกลุ่มแล้วส่งข้อความมาว่า

“เพื่อน ๆ ในกลุ่ม ตอนนี้สมาชิกทีมเราครบแล้วนะ แผนคือเจอกันตอนเที่ยงวันมะรืนนี้ ที่ศูนย์การค้าอวั่นฮุ่ยในเขตใต้”

“ทุกคนพกของใช้ส่วนตัวติดมาด้วยหน่อยนะ คราวนี้จะใช้เวลาสำรวจหนึ่งวันหนึ่งคืน พอดีที่บ้านผมมีวิลล่าว่างอยู่หลังหนึ่งใกล้เขาซั่วหลง ตอนกลางคืนเราสามารถพักที่นั่นได้”

คนคนนี้คงเป็นบล็อกเกอร์เฉียวคังแน่ ๆ แต่บล็อกเกอร์สายสำรวจสิ่งลึกลับจะรวยขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงขั้นมี “วิลล่าส่วนตัว

หรือว่าเศรษฐีบางคนก็แค่ชอบความตื่นเต้นแบบนี้กันแน่?

ไม่นาน กลุ่มก็เริ่มคึกคัก มีคนตอบกลับหลายคน

เจียเจีย: พี่คังนี่รวยจริง ๆ นะ ทำไมในวิดีโอดูไม่ออกเลย?

เหอผิงเกอ: โคตรรวยเลย

ฟู่กุ้ย: ผมขอพักห้องเดียวกับแฟนผมได้ไหม บ้านพี่คังมีเตียงน้ำไหมครับ

หลินเจวี๋ยกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของแต่ละคนทีละคน

เจียเจีย” ดูเหมือนจะเป็นสตรีมเมอร์สาว โพสต์รูปโชว์หุ่นกับคลิปเต้นอยู่บ่อย ๆ

เหอผิงเกอ” ไม่เห็นชัดว่าอาชีพอะไร โพสต์ส่วนใหญ่เป็นคำคมของคนดังกับข้อความจากพระสูตร

ส่วน “ฟู่กุ้ย” ใช้รูปโปรไฟล์คู่กับผู้หญิงอีกคนในกลุ่ม ในหน้าโพสต์เต็มไปด้วยภาพไปเที่ยวด้วยกันและโพสต์ฉลองครบรอบ

ดูจากโพสต์เหล่านี้ ทุกคนในกลุ่มก็เหมือนคนทั่วไป ไม่มีอะไรผิดปกติ

แต่ชื่อของบทละครนี้คือ “คนโกหก” ราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่าคนในทีมต้องมีใครบางคนโกหกแน่ หลินเจวี๋ยจึงยังคงระแวดระวังและไม่ปักใจเชื่อภาพลักษณ์ในโซเชียลของพวกเขา

ท้ายที่สุด เขาเปิดหน้าโปรไฟล์ของเฉียวคังดู

กลับพบว่า “ไม่มีอะไรเลย

ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผล แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะผิดปกติไปเสียทีเดียว

โดยทั่วไป บล็อกเกอร์ที่ลงวิดีโอก็มักจะโปรโมตตัวเองในหน้าเพื่อน เพื่อให้คนรู้จักมากดไลก์หรือโอนเหรียญให้บ้าง แต่เฉียวคังกลับไม่ทำแบบนั้นเลย

ถึงอย่างนั้นมันก็อาจอธิบายได้ง่าย ๆ บางคนอาจไม่ชอบโพสต์ในโซเชียลก็ได้ อย่างหลินเจวี๋ยเองก็เป็นแบบนั้น ชาติที่แล้วต่อให้มีหนังใหม่ เขาก็ไม่เคยโพสต์โปรโมตเองเลย

โดยสรุปแล้ว จากที่เห็นในสื่อออนไลน์ ทั้งห้าคนนี้ดู “ปกติดี” ทุกอย่าง

ผู้แปล: เฉียวคัง คังเฉียว ไม่ได้เขียนสลับนะคะ ตัวละครนี้สลับชื่อจริงกับในโซเชียลเฉย ๆ

จบบทที่ บทที่ 36 คนโกหก

คัดลอกลิงก์แล้ว