- หน้าแรก
- นักแสดงคนนี้เต็มไปด้วยกลอุบาย
- บทที่ 35 คนที่ชอบสะกดรอยคือหวังเทียนซู แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม
บทที่ 35 คนที่ชอบสะกดรอยคือหวังเทียนซู แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม
บทที่ 35 คนที่ชอบสะกดรอยคือหวังเทียนซู แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม
ตอนกลางคืน หลินเจวี๋ยนอนอยู่บนเตียง เลื่อนดูวิดีโอในมือถือไปเรื่อย ๆ พลางค้นหาหมวดลึกลับเหนือธรรมชาติ
วิดีโอแนวสำรวจสิ่งประหลาดมีอยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่คนก็หวงชีวิตกันทั้งนั้น
แต่ก็ยังมีบล็อกเกอร์บางคน ที่ชอบไปยังสถานที่ที่เคยเกิดเหตุประหลาดเพื่อสร้างกระแสและยอดเข้าชม
กว่าครึ่งขาดการอัปเดตไปนานมากแล้ว ส่วนมากคงเจอของจริงเข้าให้แล้ว
เหลืออยู่เพียงสามช่องที่ยังคงอัปโหลดอย่างต่อเนื่อง โดยคนที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดมีชื่อว่า “เฉียวคัง” มียอดผู้ติดตามราวแสนต้น ๆ วิดีโอล่าสุดของเขามีชื่อว่า
อุโมงค์เขาซั่วหลง ผมกำลังจะไปแล้ว
วิดีโอนั้นถูกโพสต์เมื่อสามวันก่อน ถ่ายในมุมเซลฟี
ในภาพเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบปลาย ๆ ตัดผมสั้นสะอาด ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อและเสียงหอบหายใจถี่
เบื้องหลังคือแนวภูเขามืดมิด เงาไม้โยกไหวราวกับเงาคน ที่ยืนอยู่เต็มป่า
ชายหนุ่มคนนั้นน่าจะเป็นเฉียวคังเจ้าของช่องเอง
ต้องยอมรับว่าเขาใจกล้ามาก เดินเข้าป่ารกร้างไปเพียงลำพังโดยไม่กลัวว่าจะเจอสิ่งประหลาดซ่อนอยู่ในนั้น
“พี่น้องทุกคนครับ ตรงนั้นแหละคืออุโมงค์เขาซั่วหลง” เฉียวคังพูดพลางยกกล้องหันลงไปด้านล่าง
ห่างออกไปราวร้อยเมตรเป็นถนนหลวงรกร้าง ฝั่งหนึ่งมีเทปกั้นและรั้วเหล็กพัง ๆ อีกฝั่งคือปากอุโมงค์ ทั้งถนนและอุโมงค์มืดสนิทราวกับกลืนทุกแสงไว้หมด ถ้าไม่มีกล้องโหมดกลางคืนก็คงมองไม่เห็นอะไรเลย
เสียงของเฉียวคังค่อย ๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงหลอกหลอนอย่างจงใจ “ว่ากันว่า... ก่อนที่หมอกจะปรากฏเมื่อสิบปีก่อน ที่อุโมงค์แห่งนี้เคยเกิดเหตุประหลาดขึ้น”
“มีคนขับรถบรรทุกตอนกลางคืน เห็นผู้หญิงชุดแดงที่มีแค่ครึ่งตัวโบกมือเรียกอยู่ในอุโมงค์…”
“นับตั้งแต่อุโมงค์นี้สร้างเสร็จก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก มีคนตายอย่างน้อยสิบราย สุดท้ายถึงต้องปิดเส้นทางนี้และสร้างถนนเบี่ยงผ่านเขาซั่วหลงแทน”
เฉียวคังพูดไปพลางยกกล้องหันกลับมาหาใบหน้าตัวเอง “พี่น้องชายหญิงทุกท่าน ที่นั่นคือเป้าหมายต่อไปของผม ถ้าใครอยากไปด้วย ก็คอมเมนต์บอกไว้ได้เลยนะครับ”
“อุโมงค์เขาซั่วหลงจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่? ตำนานหญิงชุดแดงจะมีจริงหรือไม่? รอติดตามในตอนต่อไปครับ”
เฉียวคังโบกมือลากล้อง ก่อนภาพจะตัด หลินเจวี๋ยเหมือนเห็นบางอย่าง ใต้ต้นไม้ข้างหลังเขา มีเงาดำวูบผ่านไปแวบหนึ่ง
ช่องคอมเมนต์ของวิดีโอเต็มไปด้วยคำด่า หมอกที่ปกคลุมโลกนี้เหมือนจะทำให้ผู้คนโมโหง่ายขึ้น ส่วนใหญ่ต่อว่าเฉียวคังว่าหิวแสง พยายามปั่นกระแส
แต่ยอดวิวกลับสูงมาก การสำรวจสิ่งประหลาดในโลกที่มีสิ่งประหลาดจริง ๆ อยู่ ย่อมเป็นเหยื่อล่อที่ดึงดูดสายตาคนได้ดี
นอกจากคอมเมนต์ด่า ก็ยังมีบางคนสมัครใจจะร่วมไปด้วยจริง ๆ เพียงแต่เฉียวคังไม่ได้ตอบ ไม่รู้ว่าเขาไม่เห็น หรือแค่ตอบเป็นข้อความส่วนตัวเท่านั้น
หลินเจวี๋ยปิดวิดีโอลง เจ้าเฉียวคังนี่ช่างกล้านัก เพื่อเรียกกระแสถึงกับยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปในอุโมงค์ร้างมืดทึบ ที่เต็มไปด้วยความสกปรกและสิ่งไม่บริสุทธิ์โดยแท้
“คนโกหก...” เขาคาดว่าน่าจะต้องจับทีมกับหมอนี่แน่
เขากำลังจะเรียกหน้าจอขึ้นมาเพื่อรับฉาก แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เสียงนั้นมาจากห้องข้าง ๆ เบามาก เหมือนเจ้าของเสียงพยายามไม่ให้ใครได้ยิน หลินเจวี๋ยรีบตั้งใจฟัง เขาปิดโทรศัพท์แล้วเงี่ยหูฟังอย่างระมัดระวัง
ไม่ใช่เพราะอยากสอดรู้ แต่ในฐานะคนที่ “มีน้ำใจต่อเพื่อนบ้าน” เขาควรใส่ใจว่าใครอาจต้องการความช่วยเหลืออยู่หรือเปล่า
ไม่ถึงสามวินาที เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น เหมือนครั้งก่อน ชายวัยกลางคนนั่นราวกับนั่งรออยู่หลังประตู คอยให้คนมาเคาะ
ประตูเปิดอยู่ไม่ถึงสิบวินาที ก็ถูกปิดลงอีกครั้ง จากนั้นในโถงก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
...ผิดปกติ!
มีคนเคาะประตู แต่พอเปิดกลับไม่มีใครพูดสักคำ ถึงจะเป็นคนส่งอาหารอย่างน้อยก็ควรพูดว่า “ของคุณมาถึงแล้ว” หรือ “อย่าลืมให้คะแนนนะครับ”
ยิ่งกว่านั้น
ก่อนจะมีเสียงเคาะ เขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า แต่หลังจากประตูปิดกลับมีเสียงฝีเท้าเกิดขึ้นแทน
เหลือเพียงคำอธิบายเดียว เสียงฝีเท้านั้นเป็นของเพื่อนบ้าน ส่วน “คนที่เคาะประตู” ไม่มีเสียงฝีเท้าเลย!
ไม่มีเสียงฝีเท้า? เดินเท้าเปล่ารึไง…
หลินเจวี๋ยค่อย ๆ ลุกจากเตียง แอบเดินไปที่ประตู แล้วเปิดแง้มออกเพียงเล็กน้อย
มองผ่านช่องประตูออกไป เห็นเงาคนสองคนกำลังเดินไปทางบันได
หนึ่งในนั้นคือเพื่อนบ้านคนนั้น ส่วนอีกคนสูงผิดปกติ ราวสองเมตร สวมเสื้อฮู้ดสีดำปิดหัวไว้แน่น
จังหวะฝีเท้าของทั้งคู่สอดคล้องกันเป๊ะ แต่เสียงฝีเท้ากลับมีเพียงของเพื่อนบ้านเท่านั้น
...ประหลาดคนจริง ๆ.
ในสายตาของหลินเจวี๋ย ไม่มีหมอกดำปรากฏขึ้นเลย หมายความว่าหมอนั่นไม่ใช่สิ่งประหลาดแน่คนที่เดินโดยไม่มีเสียงฝีเท้า มีอยู่สองความเป็นไปได้ ตั้งใจทำ หรือไม่ก็เดินเขย่งเท้าอยู่
หรือว่าจะตามไปดูดี... เพื่อนบ้านออกไปกับคนแปลก ๆ ตอนกลางคืน ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำยังไง?
ในฐานะต้นแบบเพื่อนบ้านแสนดี สนใจความปลอดภัยของเพื่อนบ้านนิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?
หลินเจวี๋ยแง้มประตูออกเล็กน้อย ก่อนจะปิดลงในทันที
ช่างเถอะ ทั้งคู่เดินออกไปด้วยกันแบบนั้น แสดงว่าคงรู้จักกันอยู่แล้ว เราเองก็ไม่ได้มีนิสัยชอบสะกดรอยตามใครนักหรอก
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ประตูปิดลง ชุดนอนบนตัวเขากลับกลายเป็นเสื้อเชิ้ตลายตาราง ใบหน้าเริ่มอ่อนเยาว์ลง ดวงตาเยือกเย็นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นหม่นหมอง
จากนั้นเขาก็ซ่อนมีดปอกผลไม้ไว้ในแขนเสื้อ เปิดประตูออก แล้วอาศัยจังหวะที่ทั้งสองเลี้ยวเข้าทางบันได แอบตามไปเงียบ ๆ
ตอนนี้คนที่ออกไปสะกดรอยตาม... คือหวังเทียนซู ไม่ใช่หลินเจวี๋ย
ยังไงในบทละคร ใต้เตียง หวังเทียนซูก็เป็นพวกชอบสะกดรอยและแอบถ่ายอยู่แล้ว
เมื่อมาถึงทางบันได เขาไม่ได้รีบร้อนตามลงไป แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงชานพัก ฟังจังหวะเสียงฝีเท้าอย่างตั้งใจ
“ชั้นสอง…”
“ชั้นหนึ่ง…”
เมื่อเสียงฝีเท้าเลื่อนลงมาถึงชั้นล่าง หลินเจวี๋ยจึงค่อย ๆ เดินตามลงไป
ออกจากตึก เขาเว้นระยะห่างราวสามสิบเมตร ไม่ใกล้เกินไปจนถูกจับได้ และไม่ไกลจนตามไม่ทัน
ทั้งสองคนนั้นดูเหมือนกลัวจะมีใครเห็น พวกเขาเดินเลี้ยวซ้ายทีขวาที จนสุดท้ายมุดเข้าไปในตรอกมืดสนิทสายหนึ่ง
หลินเจวี๋ยหลบอยู่ข้างกำแพงนอกตรอก แล้วยื่นสายตามองลอดเข้าไป
ทั้งคู่หยุดอยู่กลางตรอก ชายวัยกลางคนเพื่อนบ้านกำลังอุ้มไหทรงประหลาดใบหนึ่งไว้ในอ้อมแขน และจากไหใบนั้นมีหมอกดำพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย
‘หมอนี่มีวัตถุต้องสาปงั้นเหรอ?’
คนธรรมดาพวกนี้ไปหา ของแบบนั้น มาจากที่ไหนกันแน่... ทั้งคุณจู้เมื่อคราวก่อน และตอนนี้ก็เพื่อนบ้านอีกคน ทำไมถึงมีของต้องสาปกันทั้งคู่?
อีกคนหนึ่งถูกหมวกฮู้ดคลุมศีรษะไว้จนมิด มองไม่เห็นเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
“ผมเป็นผู้ศรัทธาที่ภักดีที่สุดของ องค์กรโลกใหม่! ผ...ผมสาบานจริง ๆ!” อยู่ดี ๆ ชายวัยกลางคนเพื่อนบ้านก็ทรุดลงคุกเข่า เสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว
องค์กรโลกใหม่?
นั่นมันองค์กรคลั่งที่กรมตรวจสอบขึ้นบัญชีไว้ไม่ใช่เหรอ!
หลินเจวี๋ยยังคงแอบมองอยู่ เขาไม่ได้ยินเสียงของคนสวมหมวกฮู้ดเลย แต่ดูเหมือนเพื่อนบ้านจะได้ยินอะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงจนตัวสั่นเทา
“อีกไม่นาน... อีกไม่นานผมก็จะเลี้ยง ราชากู่ ได้แล้ว”
“ไม่ใช่ว่าไหที่ท่านให้มามีปัญหา แต่เป็นเพราะผมเองยังควบคุมไม่ดีพอ”
ราชากู่... ไห…
หลินเจวี๋ยจับประโยคสำคัญได้ทันที เขาจ้องมองไหในมือของชายคนนั้น ที่แท้ไหต้องสาปนั่นคือวัตถุต้องสาปสำหรับเลี้ยงกู่ ไม่แปลกเลยที่ในห้องของหมอนั่นจะเต็มไปด้วยแมลงประหลาดพวกนั้น
“รีบก่อเหตุประหลาดโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป”
ในที่สุดชายสวมหมวกก็พูด เสียงของเขาทุ้มต่ำเหมือนพูดผ่านฝ่ามือที่ปิดปากอยู่
เพื่อนบ้านรีบพยักหน้าหงึกหงัก “ได้ครับ ได้แน่นอน! พอราชากู่เติบโตเมื่อไหร่ ผมจะลงมือทันที”
“เป้าหมายผมเลือกไว้แล้ว... ก็คือเพื่อนบ้านข้างห้องของผมเอง”
ถึงตรงนี้ น้ำเสียงของชายคนนั้นเย็นเยียบลงทันตา “ไอ้เด็กนั่นวัน ๆ เอาแต่ระแวงสงสัย แถมชอบแอบมองเข้ามาในห้องผม ต้องรู้แน่แล้วว่าผมมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เหตุการณ์ประหลาดครั้งแรกของผม... จะเริ่มจากเขา!”
เดี๋ยวนะ…
นี่เขาพูดถึงเราเหรอ!?
หลินเจวี๋ยนึกย้อนดูพฤติกรรมตัวเอง เขาแน่ใจว่าเขาเป็นเพื่อนบ้านตัวอย่าง เงียบ สุภาพ ไม่สร้างปัญหาให้ใคร แล้วทำไมหมอนั่นถึงคิดจะลงมือกับเขา!?