เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 โลกใบใหม่

บทที่ 30 โลกใบใหม่

บทที่ 30 โลกใบใหม่


เหตุการณ์สิ่งประหลาดในลานจอดรถจบลงอย่างสมบูรณ์ สวี่เสี่ยวชีรับหน้าที่พาหลินเจวี๋ยกับคนอื่น ๆ ออกมาจากพื้นที่ ส่วนงานเก็บกวาดที่เหลือทั้งหมด ก็ส่งต่อให้หัวหน้าหวังดูแล

“กลับดี ๆ ล่ะ ระวังตัวด้วย”

หลินเจวี๋ยโบกมือให้พวกเขา จากนั้นก็ไปสแกนจักรยานสาธารณะที่จอดอยู่ข้างถนน ก่อนจะปั่นกลับบ้านในยามค่ำคืน

เวลาผ่านไปเพียงสิบนาทีเศษ เขาก็มาถึงอาคารที่พัก แต่ทันทีที่ก้าวขึ้นบันได… เขาก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ในอาคารมีกลิ่นเหม็นโชยอยู่ในอากาศ ไม่ใช่กลิ่นเน่าของสิ่งประหลาด แต่เป็นกลิ่นคาวน้ำขุ่น ๆ คล้ายกลิ่นของแมลงสาบที่รวมตัวอยู่เต็มท่อระบายน้ำ

เขาเดินตามกลิ่นนั้นขึ้นไปทีละชั้น กลิ่นยิ่งแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแน่ชัดว่ามันมาจาก “ชั้นสาม”

“ชั้นสามเหรอ? นั่นมันชั้นที่เราอยู่…”

คิ้วของหลินเจวี๋ยขมวดแน่น “ใครไปเลี้ยงพวกแมลงอะไรในห้องหรือไง?”

เขาก้าวต่อขึ้นไปอย่างระแวดระวัง

และพอถึงบันไดขั้นสุดท้าย เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

แกร๊ก…

เสียงปิดประตูดังมาจากด้านบน…

จากชั้นสาม ชั้นที่เขาอาศัยอยู่เอง  

“มีคนกลับบ้านเหรอ?”

หลินเจวี๋ยยืนอยู่หน้าทางเข้าชั้นสาม มองลอดไปตามแนวทางเดินในอาคาร แต่ในทางเดินนั้นกลับไม่มีใครอยู่เลย ประตูทุกบานปิดเงียบสนิท แปลว่าไม่มีใครออกมา

บานประตูปิดหมด แล้วเสียงเปิดประตูเมื่อกี้คืออะไร?”

เขาเหลือบดูเวลาในโทรศัพท์ เกือบตีหนึ่งแล้ว

เวลานี้จะมีใครมาเปิดประตูได้ยังไง นอกจากว่า...อีกฝ่ายกำลัง แอบมองอะไรบางอย่างอยู่ แต่พอได้ยินเสียงฝีเท้าของเขา ก็รีบปิดประตูลงทันที

หลินเจวี๋ยมองสำรวจประตูแต่ละห้อง ทุกบานปิดสนิท ไม่มีร่องรอยบอกได้เลยว่าห้องไหนเพิ่งปิดไปเมื่อครู่

พอเดินมาถึงหน้าห้องข้าง ๆ ที่เป็นของเพื่อนบ้าน เขาก็หยุดเท้าอีกครั้ง

จากช่องว่างระหว่างประตูกับพื้น…

มีแมลงสาบหลายตัวกำลังคลานออกมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ทันทีที่มันเหมือนจะรู้ว่ามีคนอยู่ใกล้ ๆ  พวกมันก็พากันรีบมุดกลับเข้าไปในช่องมืดอย่างรวดเร็ว

“หมอนี่... เลี้ยงแมลงไว้ในห้องหรือไง?”

หลินเจวี๋ยขมวดคิ้ว มองบานประตูตรงหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะเบา ๆ

เสียงตอบรับมาเร็วกว่าที่คิด

ไม่ถึงสามวินาที ประตูก็แง้มออกเล็กน้อย

และในช่องแคบนั้น... ใบหน้าของชายวัยกลางคนก็โผล่ออกมาเงียบ ๆ

ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นเหม็นฉุนก็พุ่งออกมาแทบจะทันที กลิ่นอับชื้นคละคลุ้งราวกับของเสียหมักหมมมานาน

เมื่อชายคนนั้นเห็นว่าคนที่มายืนอยู่หน้าห้องคือหลินเจวี๋ย สีหน้าที่เดิมเหมือนมีแววรอคอยบางอย่างกลับเปลี่ยนไปในทันที กลายเป็นเย็นชาแทน

“มาทำไม?” เขาถามเสียงห้วน

‘เปิดประตูเร็วกว่าที่คิดอีก… หมอนี่คงยืนรออยู่หลังประตูแน่ แล้วรอใครกัน? เหมือนรู้ว่าจะมีคนมาก่อนจะเคาะเลยด้วยซ้ำ…’

หลินเจวี๋ยก้มลงเหยียบแมลงสาบตัวหนึ่งที่คลานออกมาจากช่องประตู ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“คุณครับ ช่วยดูแลความสะอาดด้วยครับ มีแมลงพวกนี้คลานออกมาจากห้องของคุณเยอะเลย”

เขาพูดไปพลาง แอบเอนตัวไปด้านหน้า สอดสายตามองลอดช่องเข้าไปในห้อง

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ!” ชายคนนั้นสบถอย่างหัวเสีย แล้วพยายามจะปิดประตูใส่หน้าเขา

“เอ้า ๆ อย่าเพิ่งโมโหสิครับ” หลินเจวี๋ยยกมือขึ้นดันประตูไว้ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่สายตาไม่ละจากด้านใน “ผมก็แค่ห่วงในฐานะเพื่อนบ้านเท่านั้นเอง”

ชายคนนั้นกัดฟันแน่น ใช้แรงทั้งหมดดันประตู แต่เหมือนขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว สุดท้ายจึงพูดลอดไรฟันออกมาทีละคำ

“ปล่อยมือ... ไม่งั้น... ฉันแจ้งตำรวจนะ!”

ได้ยินอย่างนั้น หลินเจวี๋ยถึงค่อย ๆ ปล่อยมือออก

ปัง!

ประตูถูกปิดลงทันที

เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้อง สายตานิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยความคิด

แม้จะเป็นช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีที่ประตูเปิดอยู่ แต่หลินเจวี๋ยก็เห็นบางอย่างอยู่ข้างในนั้น

ตามแนวผนังทางเดินในห้องนั้น เต็มไปด้วย ตัวอย่างแมลงดองและแมลงสตัฟฟ์ หลากหลายชนิด

บางตัวดูเหมือนจะเป็นแมลงทั่วไป แต่บางตัว…รูปร่างผิดแปลกจนน่าขนลุก

มีแมงมุมปีกสีแดงสด

มีตะขาบสองหัวขนาดยาวเท่าฝ่ามือ

หมอนี่… หรือว่าจะเป็นนักกีฏวิทยาที่หมกมุ่นกับการสะสมแมลงแปลก ๆ จริง ๆ?

หรือเราแค่คิดมากไปเอง…

ผู้แปล: กีฏวิทยา เป็นสาขาวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ในกลุ่มของแมลง

หลินเจวี๋ยก้มลงเหยียบแมลงสาบอีกตัวที่คลานออกมา ก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องของตัวเองอย่างเงียบ ๆ

….

รุ่งเช้า

ทันทีที่มาถึง กรมตรวจสอบ หลินจือก็ได้ยินเสียงสบถดังมาจากห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยหิ่งห้อยข้างห้อง

เสียงสบถหยาบ ๆ ปะปนกันไม่ขาดสาย และท่ามกลางเสียงโวยวายนั้น เขายังได้ยินประโยคที่ฟังดูชัดเจนที่สุด

“ถ้ามีครั้งหน้าอีกล่ะก็ ไม่ต้องมาทำงานให้ฉันแล้ว! กลับบ้านไปซะ!”

หลินเจวี๋ยวางกระเป๋าบนโต๊ะ หันไปถามอย่างอยากรู้

“เสี่ยวชี เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

สวี่เสี่ยวชีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยังไม่เงยหน้า ตอบไปขณะมองภาพถ่ายบนโต๊ะ

“ก็เรื่องเมื่อวานนั่นแหละ”

“เรื่องหมอปีศาจ?”

“อืม” สวี่เสี่ยวชีถอนหายใจ “ก็มีแต่พี่เท่านั้นแหละที่เชื่อสิ่งที่หมอนั่นพูด”

“เมื่อวานพอเรื่องจบ หวงหยงเล่นหนีหัวซุกหัวซุน มีพวกเรายืนดูอยู่ด้วยแบบนั้น หัวหน้าหน่วยหิ่งห้อยเลยอับอายสุด ๆ เช้านี้ก็เลยเปิดฉากด่าตั้งแต่ประตูยังไม่ทันเปิดเลย”

เขาพูดพลางหยิบแฟ้มบนโต๊ะขึ้นดู แล้วหันมาพูดอย่างสั้น ๆ

“พี่ฮ่าว ช่วยไปที่ฝ่ายเอกสารหน่อยสิ ช่องล่างสุดของตู้เก็บเอกสารลำดับที่สามนะ เอาแฟ้มที่มีรหัสว่า X มาให้ผมหน่อย”

“อ๋อ ได้เลย ๆ” หลินเจวี๋ยตอบรับพลางเหลือบมองภาพถ่ายบนโต๊ะของสวี่เสี่ยวชี เป็นภาพศพของสิ่งประหลาดจากเมื่อคืนทั้งหมด เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบจนรู้สึกได้

เขาเดินออกจากห้อง ผ่านโถงทางเดินออฟฟิศที่สว่างด้วยไฟนีออนสีซีด ไปยัง ฝ่ายเอกสาร

เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งพาเขาไปถึงหน้าห้องเก็บแฟ้ม ก่อนจะชี้มือให้ “ตู้ที่สาม อยู่ทางขวามือค่ะ”

ภายในมีตู้เอกสารมากกว่าสิบตู้เรียงรายกัน แต่มีเพียงสามตู้แรกเท่านั้นที่แน่นขนัด ส่วนที่เหลือมีเพียงกล่องเอกสารกระจัดกระจายอยู่ไม่กี่กล่อง

“ตู้ที่สาม... ตู้ล่างสุดแถวสุดท้ายสินะ”

หลินเจวี๋ยนั่งยองลง มือค่อย ๆ ลูบผ่านแฟ้มแต่ละเล่มที่มีป้ายชื่อแปะอยู่ข้างขอบ

“โรงเรียนฝึกอบรมหมิงหย่วน เมืองซานเจียง…”

“โลกใหม่…”

“รหัส X... เจอแล้ว”

เขาค่อย ๆ ดึงแฟ้มออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วเหลียวมองรอบห้องโดยอัตโนมัติ

ทั้งห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศหมุนเบา ๆ และตอนนี้ในห้องเอกสาร... มีเขาเพียงคนเดียว

หลินเจวี๋ยมองแฟ้มในมือ

ในเมื่อเขาก็เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมตรวจสอบอยู่แล้ว…

แค่เปิดดูนิดหน่อย ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

เขาหยิบแฟ้มที่มีป้ายชื่อว่า โรงเรียนฝึกอบรมหมิงหย่วน เมืองซานเจีย  ออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วเปิดฝากล่องขึ้น

ข้างในมีเพียงเอกสารบาง ๆ ชุดเดียวเท่านั้น

[เหตุการณ์สิ่งประหลาด: โรงเรียนฝึกอบรมหมิงหย่วน เมืองซานเจียง]

[ลักษณะทั่วไป: เป็นสถาบันกวดวิชานอกเวลา สำหรับนักเรียนระดับมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ในวันที่หมอกลงจัด โรงเรียนแห่งนี้ “หายไป” คาดการณ์ว่า “อยู่ภายในหมอก”]

[จำนวนผู้เสียชีวิต: ไม่ทราบ]

[ระดับอันตราย: ไม่ทราบ]

ด้านล่างของเอกสารยังมีบันทึกเพิ่มอีกสองบรรทัด

[หน่วยยามราตรี เฉินฝู ได้เข้าสำรวจภายในหมอกหลังเหตุการณ์เกิดขึ้น 7 วัน แต่ไม่พบผลลัพธ์ใด]

[หน่วยเจิ้นไห่ จวงข่าย ได้เข้าสำรวจหลังเหตุการณ์เกิดขึ้น 10 วัน แต่ไม่พบผลลัพธ์ใด]

เอกสารจบลงเพียงเท่านี้

หลินเจวี๋ยมองกระดาษแผ่นสุดท้ายในมือ ดวงตาแฝงประกายแปลกประหลาด

‘ทั้งโรงเรียน... หายไปในหมอกงั้นเหรอ?’

เขาเงยหน้ามองไปยังแฟ้มอีกกล่องที่อยู่ข้าง ๆ

ป้ายชื่อบนสันกล่องเขียนไว้เพียงสองคำ

[โลกใหม่]

หลินเจวี๋ยนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ หยิบแฟ้มใบนั้นออกมา

[องค์กรลึกลับ: โลกใหม่]

[ลักษณะทั่วไป: องค์กรลึกลับ สมาชิกทั้งหมดคาดว่าเป็น “ผู้มีอาการหลงเหลือจากการปนเปื้อนขั้นรุนแรง” ส่วนใหญ่มีลักษณะนิสัยก้าวร้าว กระหายเลือด บ้าคลั่ง และเคย “สร้างเหตุการณ์ประหลาด” ด้วยฝีมือตนเองหลายครั้ง】

[จำนวนสมาชิก: ไม่ทราบแน่ชัด]

[สถานะปัจจุบัน: ถูกจับกุมแล้ว 3 ราย]

“ผู้ที่มีอาการหลงเหลือจากการปนเปื้อนขั้นรุนแรง?

งั้นก็หมายความว่า สมาชิกขององค์กรที่เรียกว่า ‘โลกใหม่’ นี้ ล้วนแต่เป็นคนที่ ‘จุดประกายดินแดนแห่งจิต’ แล้วสินะ?

แล้ว “เหตุการณ์สิ่งประหลาด” มันสร้างขึ้นได้ด้วยมนุษย์จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ…?”

หลินเจวี๋ยเลื่อนสายตาลงต่อ

ข้างล่างคือสำเนาคำให้การของผู้ถูกจับกุมทั้งสามราย

[คำให้การที่ 1]

“โลกนี้สกปรกและเสื่อมโทรม หมอกคือการชำระล้าง การปนเปื้อนคือแสงนำทาง...

สักวันหนึ่ง ทั้งโลกจะสะอาดใสเหมือนกระจกเงา...”

[คำให้การที่ 2]

“ผู้ที่อ่อนแอต้องตาย ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงมีสิทธิ์อยู่ โลกใหม่จะยุติธรรมอย่างแท้จริง ตราบเท่าที่คุณมีพลังของ ‘ราชา’...”

[คำให้การที่ 3]

“ร่างกายเป็นเพียงภาชนะของจิต วิวัฒนาการไม่อาจหยุดได้ กรมตรวจสอบของพวกแกคือโซ่ตรวนขวางทางการเปลี่ยนแปลงของโลก อีกไม่นาน... หมอกจะปกคลุมผืนดินทั้งหมด และ โลกใหม่ จะมาถึง...”

แค่อ่านข้อความพวกนี้ หลินเจวี๋ยก็รู้สึกได้ถึงความคลุ้มคลั่งในถ้อยคำ เพียงสามบรรทัดก็พอให้เห็นภาพทั้งองค์กรได้ชัดเจน

พวกเขาไม่เพียง ไม่ต่อต้านการปนเปื้อน แต่กลับ ยินดีเปิดรับมัน... ราวกับเป็นศาสนาใหม่

หลินเจวี๋ยหลุบตาลง ปิดแฟ้มในมือเบา ๆ

ในความเงียบของห้องเอกสาร เสียงหมอกที่มองไม่เห็นเหมือนจะคืบคลานเข้ามาใกล้...

จบบทที่ บทที่ 30 โลกใบใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว