เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 การรายงานตัวของนักตรวจสอบฝึกหัด

บทที่ 18 การรายงานตัวของนักตรวจสอบฝึกหัด

บทที่ 18 การรายงานตัวของนักตรวจสอบฝึกหัด


“อ๊าาาาาา!!!”

เวรเอ๊ย! นี่มันตัวบ้าอะไรเนี่ย!!”

เสียงกรีดร้องของชายข้างบ้านดังขึ้น ทำลายความเงียบสงัดของยามเช้า หลินเจวี๋ยยังคงทำตัวไม่สะทกสะท้าน มือถือโทรศัพท์พลางดูสายที่ไม่ได้รับและข้อความบนหน้าจอ

ข้อความถูกส่งมาตั้งแต่กลางวันเมื่อวาน ส่วนสายโทรศัพท์นั้นมาจากเมื่อสามวันก่อน

ข้อความมีเพียงประโยคสั้น ๆ ว่า “รีบโทรกลับ”

เขาเปิดอัลบั้มภาพ ภายในเต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต มีทั้งรูปเซลฟี่ของชายวัยกลางคนและภาพวิวต่าง ๆ ในแอปแชทก็มีประวัติการสนทนากับคนอื่น ๆ แต่เวลาสุดท้ายหยุดอยู่ที่สามวันก่อน

ไม่ปกติเอาซะเลย!

ตอนที่เขาสวมบทบาทเป็น หวังเทียนซู เขาก็เคยสงสัยอยู่แล้วว่าบทนี้เป็นคนจริงหรือไม่ แต่จากมือถือเครื่องนี้ดูเหมือนว่าบทนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา หากแต่เป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง

“ทำไมระบบถึงให้ต้องให้เราสวมบทคนจริง? แล้วคนพวกนี้ตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่?”

คำถามผุดขึ้นในใจหลินเจวี๋ยทีละข้อ เขาเพิ่งยืนยันสมมุติฐานหนึ่งได้ ก็กลับมีคำถามใหม่ตามมาอีก

เขาคิดไม่ออกเลย ไม่ว่าจะเป็นโลกนี้ เจ้าของร่างเดิม หรือแม้แต่ระบบ ก็ล้วนแปลกประหลาดทั้งนั้น

เขาออกจากแอปแชท แล้วไปยังข้อความที่ สวี่เสี่ยวชี ส่งมา กดโทรกลับทันที

เพียงสองเสียงเรียกเท่านั้น เสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้นจากปลายสาย “พี่ชาย ในที่สุดพี่ก็ยอมติดต่อผมสักที! เมื่อวานไม่ต้องมารายงานตัวแล้วเหรอ? ตอนนี้พี่อยู่ไหน?”

เมื่อวานต้องมารายงานตัว?

หลินเจวี๋ยไอเบา ๆ สองครั้ง ทำเสียงแหบและเหนื่อยล้า “ขอโทษทีนะ พอดีเมื่อไม่กี่วันก่อนฉันเพิ่งโดนปนเปื้อน ร่างกายไม่ค่อยดี เลยนอนอยู่บ้าน นายส่งที่อยู่มาเลย เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ”

“รีบหน่อยนะ ช่วงนี้หัวหน้าอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เรื่องที่พี่เข้าทำงานก็ทำให้วุ่นวายไปหมด พี่ก็คงไม่อยากเริ่มงานตั้งแต่วันแรกก็ไปทำให้เจ้านายตัวเองไม่พอใจใช่ไหม?”

ปลายสายไม่ได้สงสัยในคำพูดของหลินเจวี๋ย รีบบอกที่อยู่ทันที

ถนนซวงจือ เขตใต้ เมืองซานเจียง

ไม่ได้บอกที่อยู่ชัดเจน แค่ให้ไปถึงแล้วติดต่ออีกที

วางสายแล้ว หลินเจวี๋ยเดินเข้าห้องน้ำ เปลี่ยนเป็นชุดของ ฟางฮ่าว

เป็นแค่เสื้อยืดดำเรียบ ๆ กับกางเกงช่าง

ในกระจก ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยน เส้นสายที่คมชัดค่อย ๆ กลมขึ้น หนังตาสองชั้นกลายเป็นชั้นเดียว รอบปากมีตอหนวดบาง ๆ

เขาสวมถุงมือ หยิบมือถือใส่กระเป๋า จากนั้นดึงเงินสดออกมาจากลิ้นชักไม่กี่ใบแล้วออกจากห้อง

หัวของชายชราที่เขาโยนไว้บ้านข้าง ๆ หายไปแล้ว ประตูบ้านปิดสนิทแน่นเหมือนไม่เคยเปิดมาก่อน

“เขาไม่แจ้งตำรวจ? ทำไม?”

ตามปกติ คนเห็นหัวมนุษย์ต้องตกใจแล้วโทรแจ้งตำรวจเป็นอย่างแรก

แต่หมอนี่กลับแค่ตกใจตอนแรกแล้วก็ไม่มีอะไรต่อเลย

หรือว่ากลัวเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น?

เขาจ้องประตูห้องข้าง ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากตึกไปโบกแท็กซี่

คนขับอายุพอ ๆ กับ ฟางฮ่าว พูดไม่หยุดตลอดทาง จากเหนือจรดใต้

นี่แหละ ตัวอย่างอ้างอิงชั้นยอด

หลินเจวี๋ยนั่งเงียบ ๆ ที่เบาะหลัง ฟังอยู่เงียบ ๆ พลางใช้กระจกหลังรถคอยสังเกตอากัปกิริยาของคนขับ ปรับสายตาและอารมณ์ของตัวเองตาม

‘หมอนี่ทำไมดูเป็นคนละคนเลย? แถมยังจ้องไม่หยุกอีก?’

คนขับโดนจ้องจนขนลุก มองผ่านกระจกหลัง เห็นชายวัยกลางคนคนนั้น แม้หน้าตาไม่เปลี่ยน แต่กลับเหมือนเป็นคนละคนกับตอนขึ้นรถ เหมือนกำลังลอกเลียนแบบเขา ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น “คนในวงการเดียวกัน”

‘หรือว่าจะเป็นสิ่งประหลาด? ที่สามารถลอกเลียนสีหน้าและแววตาของคนได้ ถ้าลอกเลียนสำเร็จ ฉันจะถูกปนเปื้อนด้วยเหรอ?’

เหงื่อเย็นของคนขับแท็กซี่ไหลพรากเต็มแผ่นหลัง เขาเม้มปากแน่น ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

พอรถมาถึง ถนนซวงจือ เขตใต้ เมืองซานเจียง เขาก็รีบไล่ให้หลินเจวี๋ยลงจากรถทันที

“คงเพราะหน้าของฟางฮ่าวมันดูโหดเกินไปสินะ คนทั่วไปถึงได้มองเป็นโจรตั้งแต่แรกเห็น…”

หลินเจวี๋ยลงจากรถอย่างเสียศักดิ์ศรี มองแท็กซี่ที่พุ่งออกไปจนลับหายตรงปลายถนน

“ยังไม่ได้จ่ายเงินเลย… น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เขาหยิบโทรศัพท์โทรหา สวี่เสี่ยวชี ทั้งสองฝ่ายแอด เฟยซิ่น แล้วเปิดแชร์ตำแหน่งกัน

ผู้แปล: เฟยซิ่น คือชื่อของ แอปสื่อสาร ของจีนค่ะ คล้ายกับ LINE, WeChat หรือ Messenger ในบ้านเรา

ไม่นาน หลินเจวี๋ยก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งข้ามถนนมาหา

หน้าตาคุ้นมาก…

หลินเจวี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขานึกได้ว่าหลังจากจัดการ หลี่เฉิง เสร็จ ตอนที่เขาแอบสังเกตอยู่นอกคอนโดเพื่อตรวจดูว่ามีหน่วยงานพิเศษมาจัดการกับสิ่งประหลาดหรือไม่ คนที่มาคราวนั้นก็มีชายหนุ่มคนนี้ด้วย

บังเอิญขนาดนั้นเลย?

“ไปกันเถอะ ทุกคนในทีมกำลังรออยู่”

สวี่เสี่ยวชีมองหลินเจวี๋ยตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจ คนตรงหน้าดูอ่อนล้า เหมือนร่างกายยังไม่ฟื้นดีหลังถูกปนเปื้อน

“ไปสิ ไปสิ” หลินเจวี๋ยยิ้มกว้าง ทำทีเหมือนสนิทกันดี พูดเสียงกลั้วหัวเราะ “ร่างกายยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่จริง ๆ มลพิษจากสิ่งประหลาดนี่น่ากลัวชะมัด”

สวี่เสี่ยวชีเดินนำพลางพูดว่า “ก็จริง ถึงจะจุดสว่างดินแดนแห่งจิตได้ มันก็แค่ช่วยชำระมลพิษ แต่ผลข้างเคียงยังอยู่ ตอนนั้นผมเองก็ฉี่รดที่นอนอยู่สามวันกว่าจะหาย”

…นั่นอาจไม่ใช่ผลข้างเคียง แต่คงป่วยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบมากกว่านะ

“ใช่ ๆ แต่ที่ว่า… ‘จุดสว่างดินแดนแห่งจิต’ หมายถึงอะไรเหรอ?”

หลินเจวี๋ยเริ่มเก็บข้อมูล เพราะในบทบาทของฟางฮ่าวนั้นเป็นมือใหม่

“ผมก็พูดไปแล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันนี่”

สวี่เสี่ยวชีหยุดเดิน มองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ แล้วก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ “อ้อ เข้าใจละ ผลข้างเคียงคงหนักจริง ๆ ถึงขั้นเริ่มหลงลืมแล้วสินะ”

หลินเจวี๋ยกำลังคิดว่าจะตอบยังไง ก็หลุดหัวเราะแหะ ๆ พยักหน้าเออออตามน้ำไป คาดไม่ถึงว่าสวี่เสี่ยวชีจะช่วย “ปิดช่องโหว่” ให้เขาเองด้วยซ้ำ

สวี่เสี่ยวชีอธิบายต่อ “ในสมองของเราทุกคน จริง ๆ แล้วมีดินแดนแห่งจิตอยู่ พี่อาจคิดซะว่ามันเหมือนเซลล์สมองที่ยังไม่ถูกใช้งาน ส่วนการจุดสว่างดินแดนแห่งจิต ก็คือการเปิดใช้งานสมองส่วนนั้น พอเปิดได้แล้วก็จะได้รับพลังพิเศษต่าง ๆ”

หลินเจวี๋ยนึกถึงภาพยนตร์ที่เคยดูในชาติก่อนเรื่อง Lucy 

นางเอกในเรื่องพัฒนาเซลล์สมองส่วนที่ยังไม่ถูกเปิดใช้งาน จนมีพลังเหนือมนุษย์ และยิ่งสมองเปิดมาก ความสามารถก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ดูเหมือนคำว่า “จุดสว่างดินแดนแห่งจิต” จะหมายถึงการพัฒนาสมองจริง ๆ

“แล้วจะจุดสว่างดินแดนแห่งจิตได้ยังไง? ผ่านการปนเปื้อนของสิ่งประหลาดเหรอ?”

หลินเจวี๋ยถามต่อ เขานึกถึงเนื้อเรื่องในฉากที่บอกว่า ฟางฮ่าวเปิดดินแดนแห่งจิตได้หลังจากถูกปนเปื้อน

“ถูกต้อง” สวี่เสี่ยวชีพยักหน้า “มลพิษคือหนทางเดียวที่จะเปิดดินแดนแห่งจิตได้ คนส่วนใหญ่เมื่อถูกปนเปื้อนจะกลายเป็นบ้า แต่ก็มีส่วนน้อยที่สามารถชำระมลพิษด้วยตนเองได้ และเมื่อชำระสำเร็จ ดินแดนแห่งจิตก็จะถูกจุดสว่างขึ้น”

ชำระมลพิษได้ ดินแดนแห่งจิตก็จะถูกจุดสว่างขึ้น…

งั้นทำไมเราถึงยังเปิดไม่ได้ล่ะ? หรือเพราะระบบเป็นคนชำระให้ ไม่ใช่ตัวเราเอง?

หลินเจวี๋ยคิดในใจ ขณะเดียวกันสวี่เสี่ยวชีก็พูดต่อ

“ดินแดนแห่งจิตที่เพิ่งจุดสว่างใหม่ ๆ ก็เหมือนเทียนไขที่เพิ่งจุด ไฟยังอ่อน ถ้าจะให้แข็งแกร่งขึ้นก็ต้องปล่อยให้สิ่งประหลาดปนเปื้อนอยู่เรื่อย ๆ แล้วค่อยชำระมลพิษซ้ำ ๆ เหมือนเติมเชื้อให้เปลวไฟ จนกว่าเทียนจะกลายเป็นดวงอาทิตย์”

“แต่กระบวนการนี้อันตรายมาก ถ้าเผลอพลาดแค่ครั้งเดียว ก็อาจกลายเป็นคนบ้า และตกเป็นทาสของสิ่งประหลาดได้ตลอดกาล”

“นี่คือกระบวนการที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและโอกาส มลพิษสามารถสร้างยอดคน หรือทำลายเขาได้ในพริบตา”

“ตอนนั้น หัวหน้าคนก่อนของทีม ยามราตรี ของเราก็พยายามทะลวงขั้นสี่ แต่สุดท้ายก็ถูกมลพิษกลืนกินจนเสียสติ วิ่งหายเข้าไปในหมอก ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม”

หลินเจวี๋ยกำลังจะถามต่อเรื่องนี้อีกหน่อย แต่สวี่เสี่ยวชีกลับเปลี่ยนเรื่องพร้อมรอยยิ้ม

“ถึงแล้วล่ะ”

“นักตรวจสอบคนใหม่ ฟางฮ่าว  ยินดีต้อนรับสู่ กรมตรวจสอบ สาขาเมืองซานเจียง

จบบทที่ บทที่ 18 การรายงานตัวของนักตรวจสอบฝึกหัด

คัดลอกลิงก์แล้ว