- หน้าแรก
- นักแสดงคนนี้เต็มไปด้วยกลอุบาย
- บทที่ 17 คนขับแท็กซี่
บทที่ 17 คนขับแท็กซี่
บทที่ 17 คนขับแท็กซี่
มุมปากของชายชราแข็งค้างไปชั่วขณะ คำถามชุดนี้มันล้ำลึกเกินกว่าขอบเขตความรู้ของมันเสียอีก
มันก็แค่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในหมอกเท่านั้น จะไปรู้เรื่องลึกซึ้งระดับนั้นได้อย่างไร
“พี่ชาย เปลี่ยนคำถามเถอะ พวกนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าก็แค่สิ่งประหลาดชั้นนอกเท่านั้น เรื่องพวกนั้นข้าเข้าไม่ถึงหรอก ถ้าอยากรู้จริง ๆ ต้องไปถามพวกที่อยู่ลึกลงไปในหมอก บางทีพวกมันอาจจะมีคำตอบให้ท่านได้”
หัวของชายชราแสดงสีหน้าท้อแท้ คำถามเหล่านี้ทำให้มันจนมุม
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เสแสร้ง หลินเจวี๋ยจึงเปลี่ยนคำถาม “เมื่อกี้ลุงพูดถึง ‘ชั้นนอกของหมอก’ กับ ‘ชั้นลึกของหมอก’ มันต่างกันยังไง?”
“หมอกที่นุษย์มองเห็นได้ อย่างที่ตอนนี้ปกคลุมเมืองของพวกมนุษย์ ก็คือเขตชั้นนอกของหมอก”
“ถ้าอยากไปถึงเขตลึก ต้องเดินเข้าไปในหมอกเรื่อย ๆ พวกเราจะเรียกตรงนั้นว่า ‘เขตหมอกหนา’ ส่วนรอบนอกเรียกว่า ‘เขตหมอกบาง’”
คราวนี้ชายชราตอบอย่างรวดเร็ว
เขตหมอกบาง เขตหมอกหนา?
หลินเจวี๋ยนิ่งคิด ฟังจากที่ชายชราพูด ดูเหมือนว่าเขตหมอกหนาจะเป็นอีกโลกหนึ่ง และเขตหมอกบางคือเส้นแบ่งระหว่างโลกนั้นกับโลกนี้ มีเพียงการข้ามผ่านเส้นแบ่งนั้นเท่านั้นจึงจะเข้าสู่โลกนั้นได้
แน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นแค่การคาดเดาของเขาเท่านั้น รายละเอียดจริงคงต้องรอให้มีโอกาสเข้าไปในหมอกก่อนถึงจะรู้ได้
“พี่ชาย ข้าตอบหมดแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ” หัวของชายชราทำหน้าประจบ
หลินเจวี๋ยปรายตามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ลุงก็ไม่ใช่ร่างจริง แล้วจะกลัวถูกฆ่าไปทำไมกัน? ถึงจะเสียหัวนี่ไป ก็แค่ทำให้ร่างจริงของลุงอ่อนแอลงเล็กน้อยก็เท่านั้น”
“อย่าเพิ่งรีบไป ผมยังมีคำถามอีก ถามเสร็จเมื่อไหร่ผมจะปล่อยลุงเอง”
“สมกับเป็นพี่ใหญ่จริง ๆ ตาแหลมไม่เบาเลย” ชายชราหัวเราะแห้ง ๆ พยายามยิ้มประจบ ท่าทางประจบสอพลอนั่นดูยังไงก็ไม่เข้ากับสิ่งประหลาดที่ฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วน
หลินเจวี๋ยไม่สนใจคำยอ เขาถามต่อทันที “จำแนกพลังสิ่งประหลาดยังไง?”
“ข้าไม่รู้ การจำแนกพลังเหนือธรรมชาติเป็นสิ่งที่มนุษย์อย่างพวกท่านชอบทำกันไม่ใช่เหรอ?”
หัวของชายชราโยกไปมาเหมือนพยายามปฏิเสธ แล้วพูดต่อว่า “แต่เท่าที่ข้ารู้ ตอนนี้สิ่งประหลาดในเขตหมอกบางยังไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก เก่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอก็คือหญิงตาบอดคนหนึ่ง…”
คำพูดของมันขาดหายกลางคัน
ไม่สิ! อีกฝ่ายเป็นมนุษย์ระดับสูง จะไม่รู้แม้แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการแบ่งระดับพลังได้ยังไง? หากเขาไม่เข้าใจแม้แต่การจำแนกพลังเหนือธรรมชาติ แล้วเขาจะถือว่าเป็นผู้ทรงพลังได้อย่างไร
“ไอ้หนุ่มสกปรก! เจ้าหลอกข้า!” ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเคียดแค้น มันอ้าปากพุ่งเข้ามา พยายามกัดหลินเจวี๋ยให้ตาย
แต่มีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟก็เสียบเข้าใส่ระหว่างคิ้วอย่างแม่นยำ
หลินเจวี๋ยดึงมีดที่เปื้อนเลือดดำออกมา “ก็ไม่โง่เท่าไหร่”
“เด็กสารเลว! ฟากไว้ก่อนเถอะ!” ชายชรากรีดร้องเสียงแหลม ก่อนที่หมอกดำจะสลาย หัวที่เหลืออยู่ก็แฟบลงราวกับลูกบอลที่ถูกปล่อยลม
“ไม่ต้องรอหรอก ผมจะไปหาคุณเอง” หลินเจวี๋ยพูดเรียบ ๆ ไม่สนใจคำขู่ที่ไร้น้ำหนักนั้นแม้แต่น้อย
จากนั้นเขาก็หยิบหัวที่หมดสภาพแล้วเดินออกไปนอกห้อง นำไปวางไว้ที่หน้าประตูห้องข้าง ๆ
จะเอาไว้ในห้องก็คงไม่ดี เดี๋ยวคนเห็นจะเข้าใจว่าเขาฆ่าคน แถมโยนลงมาจากที่สูงก็เสี่ยงทำคนอื่นบาดเจ็บอีก
คิดไปคิดมา เอาไว้นี่แหละดีที่สุด
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ หลินเจวี๋ยกลับเข้าห้อง ล้างมีดปอกผลไม้จนสะอาด แล้วล้างมือด้วยสบู่หลายรอบ กว่าจะพอใจถึงได้ต้มบะหมี่กินเองหนึ่งชาม
หลังจากถูกหัวของชายชราก่อกวน เขาก็หมดอารมณ์นอนต่อ
พอกินบะหมี่เสร็จ ข้างนอกก็สว่างขึ้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าวันนี้เป็นอีกวันที่อากาศแจ่มใส
“ช่างเถอะ ไม่พักละ รับฉากต่อไปดีกว่า”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา กดรับ “ฉาก การสืบสวน”
【1★ ฉาก “การสืบสวน”: ช่วงนี้เมืองซานเจียงเกิดเหตุฆาตกรรมประหลาด คุณจะรับบทเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบฝึกหัด มีหน้าที่ร่วมมือสืบคดีหัวบิน…】
“เจ้าหน้าที่ฝึกหัดเหรอ? หรือว่าต้องไปสัมภาษณ์ที่กรมตรวจสอบด้วย?”
【ฉากยืนยันแล้ว ชุดและอุปกรณ์ได้ถูกส่งเข้ากระเป๋า】
【โปรดตรวจสอบข้อมูลบทบาทที่คุณได้รับ】
หลินเจวี๋ยนั่งตรวจดูข้อมูลอย่างตั้งใจ
【ชื่อ: ฟางฮ่าว】
【อายุ: 35 ปี】
【บทบาท: คนขับแท็กซี่ ชายโสดวัยสามสิบห้าปี งานอดิเรกคือดูคลิปสั้นกับสูบบุหรี่】
“คนขับแท็กซี่งั้นเหรอ?”
นี่เป็นบทบาทที่หลินเจวี๋ยไม่เคยเล่นมาก่อนเลย แต่เขารู้ลักษณะเฉพาะของคนขับแท็กซี่ในวัยนี้อยู่ข้อหนึ่ง
เวลาพูดหรือส่งข้อความเสียงจะชอบพูดประโยคเดิมซ้ำสองครั้ง
“พี่ชาย อยู่ตรงไหน… ตรงไหนนะ? วันนี้รับผู้โดยสารไปสนามบิน… สนามบิน เสร็จงานแล้วไปดื่มกันหน่อยสิ… ดื่มกันหน่อยสิ
ผู้แปล: พอแปลเป็นไทยแล้วมันแปลก ๆ หน่อยนะคะ เลยจะแก้ให้ดูเป็นคนชอบพูดย้ำแทนนะคะ
“พี่ชาย อยู่ไหน… ตรงไหนนะ? วันนี้ไปรับผู้โดยสารไปสนามบิน… ก็สนามบินไง เสร็จแล้วไปดื่มกันไหม… ก็ดื่มไง!”
ประมาณนี้แหละ บางทีนิสัยนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับบทบาทนี้
ส่วนเรื่อง “งานอดิเรก” ค่อนข้างจะยากเล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องสูบบุหรี่ เพราะหลินเจวี๋ยไม่สูบอยู่แล้ว อีกทั้งคนที่สูบบุหรี่จัดมักจะมีข้อนิ้วมือเหลือง ถึงตอนนี้เขาจะเริ่มสูบจริง ๆ ก็ไม่อาจทำให้ปลายนิ้วเหลืองได้ในเวลาอันสั้น
เขาจึงเลื่อนสายตาดูบรรทัดถัดไป
【บทละครที่ 1: คุณเป็นคนขับแท็กซี่ แต่เมื่อเจ็ดวันก่อน ระหว่างออกขับรถ คุณได้พบกับหมอกปกคลุมกะทันหัน และถูกสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนเข้ามา ทำให้ดินแดนแห่งจิตของคุณถูกจุดสว่างขึ้น คุณจึงได้รับความสามารถพิเศษด้านพละกำลังมหาศาล เจ้าหน้าที่กรมตรวจสอบที่ช่วยคุณไว้เห็นถึงความสามารถ จึงเชิญคุณเข้าร่วมกรมตรวจสอบในฐานะสมาชิกฝึกหัด…】
เจ็ดวันที่แล้วงั้นเหรอ
นั่นมันตรงกับเวลาที่หลี่เฉิงเคยบอกว่าแม่ของเขาถูกปนเปื้อนในวันที่ไปทำงานพอดี
ถูกสิ่งประหลาดปนเปื้อน… ดินแดนแห่งจิต… ได้รับพลังพิเศษ?
หลินเจวี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่คงเป็นพลังเหนือธรรมชาติที่หมอกนำมาสู่มนุษย์ แต่คำถามคือ ‘การปนเปื้อน’ กับ ‘การตื่นของพลัง’ สองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร? แล้วยัง ‘ดินแดนแห่งจิต’ นั่นคืออะไรกันแน่?
เขาคิดไม่ตกจริง ๆ
แต่เรื่องพละกำลังนี่ถือว่าเล่นง่ายหน่อย อยู่ที่อพาร์ตเมนต์ซินเฉียวตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาฝึกทักษะชุบไฟมาตลอด พละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาจึงเปิดดูในช่อง กระเป๋า ของระบบ คราวนี้มีของเพิ่มขึ้นมาสี่อย่าง
【ชุดของฟางฮ่าว, ถุงมือหนังมนุษย์, บัตรประชาชน, โทรศัพท์มือถือ】
เป็นชุดมาตรฐานที่ใช้เปลี่ยนรูปลักษณ์ และยังมีของสองอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน “ถุงมือหนังมนุษย์” กับ “โทรศัพท์มือถือ”
หลินเจวี๋ยหยิบถุงมือหนังมนุษย์ออกมาก่อน มันดูเหมือนผิวหนังฝ่ามือชั้นบาง ๆ ลายนิ้วมือและเส้นชัดเจนมาก ที่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วนางของมือขวามีรอยเหลืองไหม้อยู่เล็กน้อย
“ของชิ้นนี้…”
เขาสวมมันลงบนมือของตัวเอง ถุงมือแนบสนิทราวกับเป็นผิวจริง
จากนั้นเขาก็พบอย่างน่าประหลาดใจว่า ลายนิ้วมือและรอยฝ่ามือของเขาถูกถุงมือบังไว้อย่างมิดชิด รอยเหลืองที่นิ้วขวาก็สมจริงอย่างกับคนสูบบุหรี่จัด
คงเพราะกรมตรวจสอบจะต้องตรวจลายนิ้วมือแน่ ๆ … ถุงมือนี่คงฝังลายนิ้วมือของฟางฮ่าวไว้ เวลาโดนตรวจสอบจะได้ไม่เปิดเผยตัวจริง
หลินเจวี๋ยเข้าใจหน้าที่ของอุปกรณ์นี้ทันที แบบนี้เขาก็ไม่ต้องปวดหัวหาข้ออ้างเรื่องรอยนิ้วเหลืองอีกต่อไป
ระบบนี่เตรียมการได้รอบคอบจริง ๆ
สุดท้าย เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เป็นเครื่องรุ่นเก่าที่พอเห็นก็รู้ทันทีว่าคนที่ชื่อฟางฮ่าวคงเป็นคนประหยัดสุด ๆ
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ บนหน้าจอมีสายที่ไม่ได้รับถึงสามสาย กับข้อความหนึ่งฉบับ ทั้งหมดมาจากคนเดียวกัน
รายชื่อผู้ติดต่อระบุว่า “สวี่เสี่ยวชี แห่งกรมตรวจสอบ”