เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 คนขับแท็กซี่

บทที่ 17 คนขับแท็กซี่

บทที่ 17 คนขับแท็กซี่


มุมปากของชายชราแข็งค้างไปชั่วขณะ คำถามชุดนี้มันล้ำลึกเกินกว่าขอบเขตความรู้ของมันเสียอีก

มันก็แค่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในหมอกเท่านั้น จะไปรู้เรื่องลึกซึ้งระดับนั้นได้อย่างไร

“พี่ชาย เปลี่ยนคำถามเถอะ พวกนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าก็แค่สิ่งประหลาดชั้นนอกเท่านั้น เรื่องพวกนั้นข้าเข้าไม่ถึงหรอก ถ้าอยากรู้จริง ๆ ต้องไปถามพวกที่อยู่ลึกลงไปในหมอก บางทีพวกมันอาจจะมีคำตอบให้ท่านได้”

หัวของชายชราแสดงสีหน้าท้อแท้ คำถามเหล่านี้ทำให้มันจนมุม

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เสแสร้ง หลินเจวี๋ยจึงเปลี่ยนคำถาม “เมื่อกี้ลุงพูดถึง ‘ชั้นนอกของหมอก’ กับ ‘ชั้นลึกของหมอก’ มันต่างกันยังไง?”

“หมอกที่นุษย์มองเห็นได้ อย่างที่ตอนนี้ปกคลุมเมืองของพวกมนุษย์ ก็คือเขตชั้นนอกของหมอก”

“ถ้าอยากไปถึงเขตลึก ต้องเดินเข้าไปในหมอกเรื่อย ๆ พวกเราจะเรียกตรงนั้นว่า ‘เขตหมอกหนา’ ส่วนรอบนอกเรียกว่า ‘เขตหมอกบาง’”

คราวนี้ชายชราตอบอย่างรวดเร็ว

เขตหมอกบาง เขตหมอกหนา?

หลินเจวี๋ยนิ่งคิด ฟังจากที่ชายชราพูด ดูเหมือนว่าเขตหมอกหนาจะเป็นอีกโลกหนึ่ง และเขตหมอกบางคือเส้นแบ่งระหว่างโลกนั้นกับโลกนี้ มีเพียงการข้ามผ่านเส้นแบ่งนั้นเท่านั้นจึงจะเข้าสู่โลกนั้นได้

แน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นแค่การคาดเดาของเขาเท่านั้น รายละเอียดจริงคงต้องรอให้มีโอกาสเข้าไปในหมอกก่อนถึงจะรู้ได้

“พี่ชาย ข้าตอบหมดแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ” หัวของชายชราทำหน้าประจบ

หลินเจวี๋ยปรายตามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ลุงก็ไม่ใช่ร่างจริง แล้วจะกลัวถูกฆ่าไปทำไมกัน? ถึงจะเสียหัวนี่ไป ก็แค่ทำให้ร่างจริงของลุงอ่อนแอลงเล็กน้อยก็เท่านั้น”

“อย่าเพิ่งรีบไป ผมยังมีคำถามอีก ถามเสร็จเมื่อไหร่ผมจะปล่อยลุงเอง”

“สมกับเป็นพี่ใหญ่จริง ๆ ตาแหลมไม่เบาเลย” ชายชราหัวเราะแห้ง ๆ พยายามยิ้มประจบ ท่าทางประจบสอพลอนั่นดูยังไงก็ไม่เข้ากับสิ่งประหลาดที่ฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วน

หลินเจวี๋ยไม่สนใจคำยอ เขาถามต่อทันที “จำแนกพลังสิ่งประหลาดยังไง?”

“ข้าไม่รู้ การจำแนกพลังเหนือธรรมชาติเป็นสิ่งที่มนุษย์อย่างพวกท่านชอบทำกันไม่ใช่เหรอ?”

หัวของชายชราโยกไปมาเหมือนพยายามปฏิเสธ แล้วพูดต่อว่า “แต่เท่าที่ข้ารู้ ตอนนี้สิ่งประหลาดในเขตหมอกบางยังไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก เก่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอก็คือหญิงตาบอดคนหนึ่ง…”

คำพูดของมันขาดหายกลางคัน

ไม่สิ! อีกฝ่ายเป็นมนุษย์ระดับสูง จะไม่รู้แม้แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการแบ่งระดับพลังได้ยังไง? หากเขาไม่เข้าใจแม้แต่การจำแนกพลังเหนือธรรมชาติ แล้วเขาจะถือว่าเป็นผู้ทรงพลังได้อย่างไร

“ไอ้หนุ่มสกปรก! เจ้าหลอกข้า!” ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเคียดแค้น มันอ้าปากพุ่งเข้ามา พยายามกัดหลินเจวี๋ยให้ตาย

แต่มีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟก็เสียบเข้าใส่ระหว่างคิ้วอย่างแม่นยำ

หลินเจวี๋ยดึงมีดที่เปื้อนเลือดดำออกมา “ก็ไม่โง่เท่าไหร่”

“เด็กสารเลว! ฟากไว้ก่อนเถอะ!” ชายชรากรีดร้องเสียงแหลม ก่อนที่หมอกดำจะสลาย หัวที่เหลืออยู่ก็แฟบลงราวกับลูกบอลที่ถูกปล่อยลม

“ไม่ต้องรอหรอก ผมจะไปหาคุณเอง” หลินเจวี๋ยพูดเรียบ ๆ ไม่สนใจคำขู่ที่ไร้น้ำหนักนั้นแม้แต่น้อย

จากนั้นเขาก็หยิบหัวที่หมดสภาพแล้วเดินออกไปนอกห้อง นำไปวางไว้ที่หน้าประตูห้องข้าง ๆ

จะเอาไว้ในห้องก็คงไม่ดี เดี๋ยวคนเห็นจะเข้าใจว่าเขาฆ่าคน แถมโยนลงมาจากที่สูงก็เสี่ยงทำคนอื่นบาดเจ็บอีก

คิดไปคิดมา เอาไว้นี่แหละดีที่สุด

หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ หลินเจวี๋ยกลับเข้าห้อง ล้างมีดปอกผลไม้จนสะอาด แล้วล้างมือด้วยสบู่หลายรอบ กว่าจะพอใจถึงได้ต้มบะหมี่กินเองหนึ่งชาม

หลังจากถูกหัวของชายชราก่อกวน เขาก็หมดอารมณ์นอนต่อ

พอกินบะหมี่เสร็จ ข้างนอกก็สว่างขึ้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าวันนี้เป็นอีกวันที่อากาศแจ่มใส

“ช่างเถอะ ไม่พักละ รับฉากต่อไปดีกว่า”

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา กดรับ “ฉาก การสืบสวน”

【1★ ฉาก “การสืบสวน”: ช่วงนี้เมืองซานเจียงเกิดเหตุฆาตกรรมประหลาด คุณจะรับบทเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบฝึกหัด มีหน้าที่ร่วมมือสืบคดีหัวบิน…】

“เจ้าหน้าที่ฝึกหัดเหรอ? หรือว่าต้องไปสัมภาษณ์ที่กรมตรวจสอบด้วย?”

【ฉากยืนยันแล้ว ชุดและอุปกรณ์ได้ถูกส่งเข้ากระเป๋า】

【โปรดตรวจสอบข้อมูลบทบาทที่คุณได้รับ】

หลินเจวี๋ยนั่งตรวจดูข้อมูลอย่างตั้งใจ

【ชื่อ: ฟางฮ่าว】

【อายุ: 35 ปี】

【บทบาท: คนขับแท็กซี่ ชายโสดวัยสามสิบห้าปี งานอดิเรกคือดูคลิปสั้นกับสูบบุหรี่】

“คนขับแท็กซี่งั้นเหรอ?”

นี่เป็นบทบาทที่หลินเจวี๋ยไม่เคยเล่นมาก่อนเลย แต่เขารู้ลักษณะเฉพาะของคนขับแท็กซี่ในวัยนี้อยู่ข้อหนึ่ง

เวลาพูดหรือส่งข้อความเสียงจะชอบพูดประโยคเดิมซ้ำสองครั้ง

“พี่ชาย อยู่ตรงไหน… ตรงไหนนะ? วันนี้รับผู้โดยสารไปสนามบิน… สนามบิน เสร็จงานแล้วไปดื่มกันหน่อยสิ… ดื่มกันหน่อยสิ

ผู้แปล: พอแปลเป็นไทยแล้วมันแปลก  ๆ หน่อยนะคะ เลยจะแก้ให้ดูเป็นคนชอบพูดย้ำแทนนะคะ

“พี่ชาย อยู่ไหน… ตรงไหนนะ? วันนี้ไปรับผู้โดยสารไปสนามบิน… ก็สนามบินไง เสร็จแล้วไปดื่มกันไหม… ก็ดื่มไง!”

ประมาณนี้แหละ บางทีนิสัยนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับบทบาทนี้

ส่วนเรื่อง “งานอดิเรก” ค่อนข้างจะยากเล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องสูบบุหรี่ เพราะหลินเจวี๋ยไม่สูบอยู่แล้ว อีกทั้งคนที่สูบบุหรี่จัดมักจะมีข้อนิ้วมือเหลือง ถึงตอนนี้เขาจะเริ่มสูบจริง ๆ ก็ไม่อาจทำให้ปลายนิ้วเหลืองได้ในเวลาอันสั้น

เขาจึงเลื่อนสายตาดูบรรทัดถัดไป

【บทละครที่ 1: คุณเป็นคนขับแท็กซี่ แต่เมื่อเจ็ดวันก่อน ระหว่างออกขับรถ คุณได้พบกับหมอกปกคลุมกะทันหัน และถูกสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนเข้ามา ทำให้ดินแดนแห่งจิตของคุณถูกจุดสว่างขึ้น คุณจึงได้รับความสามารถพิเศษด้านพละกำลังมหาศาล เจ้าหน้าที่กรมตรวจสอบที่ช่วยคุณไว้เห็นถึงความสามารถ จึงเชิญคุณเข้าร่วมกรมตรวจสอบในฐานะสมาชิกฝึกหัด…】

เจ็ดวันที่แล้วงั้นเหรอ

นั่นมันตรงกับเวลาที่หลี่เฉิงเคยบอกว่าแม่ของเขาถูกปนเปื้อนในวันที่ไปทำงานพอดี

ถูกสิ่งประหลาดปนเปื้อน… ดินแดนแห่งจิต… ได้รับพลังพิเศษ?

หลินเจวี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่คงเป็นพลังเหนือธรรมชาติที่หมอกนำมาสู่มนุษย์ แต่คำถามคือ ‘การปนเปื้อน’ กับ ‘การตื่นของพลัง’ สองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร? แล้วยัง ‘ดินแดนแห่งจิต’ นั่นคืออะไรกันแน่?

เขาคิดไม่ตกจริง ๆ

แต่เรื่องพละกำลังนี่ถือว่าเล่นง่ายหน่อย อยู่ที่อพาร์ตเมนต์ซินเฉียวตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาฝึกทักษะชุบไฟมาตลอด พละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เขาจึงเปิดดูในช่อง กระเป๋า ของระบบ คราวนี้มีของเพิ่มขึ้นมาสี่อย่าง

【ชุดของฟางฮ่าว, ถุงมือหนังมนุษย์, บัตรประชาชน, โทรศัพท์มือถือ】

เป็นชุดมาตรฐานที่ใช้เปลี่ยนรูปลักษณ์ และยังมีของสองอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน  “ถุงมือหนังมนุษย์” กับ “โทรศัพท์มือถือ”

หลินเจวี๋ยหยิบถุงมือหนังมนุษย์ออกมาก่อน มันดูเหมือนผิวหนังฝ่ามือชั้นบาง ๆ ลายนิ้วมือและเส้นชัดเจนมาก ที่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วนางของมือขวามีรอยเหลืองไหม้อยู่เล็กน้อย

“ของชิ้นนี้…”

เขาสวมมันลงบนมือของตัวเอง ถุงมือแนบสนิทราวกับเป็นผิวจริง

จากนั้นเขาก็พบอย่างน่าประหลาดใจว่า ลายนิ้วมือและรอยฝ่ามือของเขาถูกถุงมือบังไว้อย่างมิดชิด รอยเหลืองที่นิ้วขวาก็สมจริงอย่างกับคนสูบบุหรี่จัด

คงเพราะกรมตรวจสอบจะต้องตรวจลายนิ้วมือแน่ ๆ … ถุงมือนี่คงฝังลายนิ้วมือของฟางฮ่าวไว้ เวลาโดนตรวจสอบจะได้ไม่เปิดเผยตัวจริง

หลินเจวี๋ยเข้าใจหน้าที่ของอุปกรณ์นี้ทันที  แบบนี้เขาก็ไม่ต้องปวดหัวหาข้ออ้างเรื่องรอยนิ้วเหลืองอีกต่อไป

ระบบนี่เตรียมการได้รอบคอบจริง ๆ

สุดท้าย เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เป็นเครื่องรุ่นเก่าที่พอเห็นก็รู้ทันทีว่าคนที่ชื่อฟางฮ่าวคงเป็นคนประหยัดสุด ๆ

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ บนหน้าจอมีสายที่ไม่ได้รับถึงสามสาย กับข้อความหนึ่งฉบับ ทั้งหมดมาจากคนเดียวกัน

รายชื่อผู้ติดต่อระบุว่า “สวี่เสี่ยวชี แห่งกรมตรวจสอบ”

จบบทที่ บทที่ 17 คนขับแท็กซี่

คัดลอกลิงก์แล้ว