เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ไปเข้าใจคำถามตัวเองก่อน แล้วค่อยมาหลอกคนอื่น

บทที่ 16 ไปเข้าใจคำถามตัวเองก่อน แล้วค่อยมาหลอกคนอื่น

บทที่ 16 ไปเข้าใจคำถามตัวเองก่อน แล้วค่อยมาหลอกคนอื่น


หลินเจวี๋ยนอนหลับเต็มอิ่มตลอดคืน หลังจากกลับถึงบ้าน พูดตามตรง แค่การถ่ายฉากนี้สองวันก็หนักหนาเท่ากับชาติก่อนที่ต้องแสดงต่อเนื่องถึงสองเดือน ถึงจะเหนื่อย…แต่กลับรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างประหลาด

นี่คือความตื่นเต้นที่การแสดงในชาติก่อนไม่สามารถมอบให้เขาได้ และเขาก็รู้สึกติดใจความรู้สึกนี้

ประมาณตีสี่ตีห้า เขาก็ตื่นขึ้นตามสัญชาตญาณ ถึงจะข้ามมิติมาแล้ว แต่นาฬิกาชีวภาพของเขาดูเหมือนจะยังไม่ได้ปรับตาม เพราะในชาติก่อน เขาต้องลุกขึ้นมาถ่ายละครตั้งแต่เช้ามืดจนเคยชิน

ช่วงที่ยังไม่ได้รับ “ฉาก” ใหม่ มักจะน่าเบื่อเสมอ หลินเจวี๋ยนั่งพิงหัวเตียงแล้วเรียก “แผงข้อมูลนักแสดง” ของตัวเองขึ้นมา

【นักแสดง: หลินเจวี๋ย】

【ทักษะ: ทักษะชุบไฟ】

【พลังพิเศษ: ดวงตาแห่งความจริง】

【กระเป๋า: ชุดของโจวเย่ว์, ชุดของหวังเทียนซู, แบบฟอร์มขอเข้าพักอาคารราตรีนิรันดร์】

【สภาพจิตใจ: ย่ำแย่】(ถูกสิ่งประหลาดไม่ทราบชนิดปนเปื้อนอยู่ ระดับการปนเปื้อน 70% สามารถขจัดได้โดยการแสดงฉากจนจบ)

【กำลังเข้าร่วมฉาก: ไม่มี】

【ฉากที่สามารถเข้าร่วมได้:】

【1★ ฉาก “การสืบสวน”: ช่วงนี้เมืองซานเจียงเกิดเหตุฆาตกรรมประหลาด คุณจะรับบทเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบฝึกหัด มีหน้าที่ร่วมมือสืบคดีหัวบิน…】

【2★ ฉาก “โมเดล”: คุณคือแบบจำลองร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ให้เหล่านักศึกษาศิลปะใช้เป็นแบบ วันหนึ่ง คุณถูกเชิญไปเป็นแบบให้แผนกประติมากรรมของสถาบันศิลปะชิงมู่แห่งเมืองซานเจียง และที่นั่น คุณก็พบเข้ากับนักศึกษาคนหนึ่งที่แปลกประหลาด...】

【2★ ฉาก “แอบมอง”: ทุกคืนมีเสียงพูดคุยดังจากบ้านเพื่อนบ้าน คุณจะรับบทเป็นฆาตกรในคืนฝนพรำ แอบเฝ้ามองเพื่อนบ้าน พร้อมคิดจะเก็บศพเธอไว้เป็นถ้วยรางวัล…】

ฉากระดับหนึ่ง “ใต้เตียง” ได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยฉากระดับสอง ตอนนี้จึงเหลือเพียงฉากระดับหนึ่งสุดท้าย

การสืบสวน

“ไว้ค่อยรับฉากระดับหนึ่งนี้ให้ครบก่อน แล้วค่อยคิดถึงพวกฉากระดับสองทีหลัง”

เขาพึมพำกับตัวเอง “วันนี้พักก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มก็แล้วกัน”

แต่จู่ ๆ ก็มีเสียง ก๊อง ๆ ๆ ดังขึ้นในห้อง เสียงเหมือนมีใครกำลังเคาะอะไรบางอย่าง ทว่าทิศทางของเสียงนั้นมาจาก “หน้าต่าง

นี่มันชั้นสามนะ สูงตั้งเกือบเก้าเมตร ใครจะมาเคาะหน้าต่างได้?

หลินเจวี๋ยหยิบมีดผลไม้ขึ้นมา แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง

นอกหน้าต่าง มีชายชรากำลังใช้ศีรษะโขกกระจก ปึก...ปึก...ปึก...  ครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

หลินเจวี๋ยเปิดหน้าต่างออก สีหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน “คุณลุง ไม่เจ็บเหรอครับ?”

ถ้าไม่นับว่ามีมีดซ่อนไว้ในแขนเสื้อ เขาคงดูเป็นหนุ่มใจดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

จนเมื่อเข้าไปใกล้ เขาถึงเห็นชัดว่า…

นอกหน้าต่างนั้น “ชายชรา” มีแค่หัว แต่ไม่มีร่าง!

หัวลอยอยู่กลางอากาศ!

เหตุการณ์หัวบิน

เขานึกขึ้นได้ทันทีว่า เคยมีข้อความแจ้งเตือนจากทางการว่า

“หากพบ ศีรษะมนุษย์ลอยมาเคาะหน้าต่าง โปรดรีบหาที่ปลอดภัย และรายงานต่อทางการทันที”

ไม่นึกเลยว่าผ่านมาแค่วันเดียว เขาจะได้เจอกับหัวที่กำลังเคาะหน้าต่างด้วยตัวเอง

ดีเลย…ถือโอกาสดูซะหน่อยว่าของแบบนี้มันเป็นตัวอะไรกันแน่

ชายชราคนนั้นเมื่อเห็นหลินเจวี๋ยเปิดหน้าต่าง ใบหน้าเหี่ยวย่นก็ฉีกยิ้มประหลาด “หนุ่มน้อย ขอถามอะไรเจ้าหน่อยได้ไหม?”

“เข้ามาถามข้างในสิครับ ข้างนอกอันตรายนะ” หลินเจวี๋ยพูดเสียงเรียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับผมของหัวนั้น แล้ว ยกเข้ามาในห้อง อย่างง่ายดาย

ปฏิกิริยาอันนิ่งเฉยของเขากลับทำให้หัวของชายชรานั้น ถึงกับนิ่งงันไป ก่อนหน้านี้ที่มันไปหลอกใครต่อใคร คนพวกนั้นต่างก็ร้องลั่นหรือหนีหัวซุกหัวซุนทุกครั้ง

แต่พ่อหนุ่มคนนี้…กลับทำหน้าเฉย แถมยังเชิญมันเข้าบ้านอย่างสุภาพอีกต่างหาก

‘เด็กคนนี้…สมองไม่ปกติหรือเปล่า?’

หัวของชายชรามองหลินเจวี๋ยอย่างประหลาดใจ

ส่วนหลินเจวี๋ยนั่งลงบนโซฟาอย่างสบายใจ วางหัวไว้บนโต๊ะชาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า

“คุณลุง มีเรื่องอะไรอยากถามครับ?”

คนคนนี้แปลกประหลาดจริง ๆ… อยู่ ๆ ก็ไม่อยากปนเปื้อนพ่อหนุ่มนี่ซะแล้ว ถ้ามันบ้า แล้วโรคทางจิตติดต่อได้ล่ะจะทำยังไง!

สีหน้าของชายชรากลับกลายเป็นแปลกประหลาดอีกครั้ง “ยายของข้าคลอดแม่ของข้า แม่ของข้าคลอดข้า แล้วทำไมยายของข้าไม่คลอดข้าโดยตรงเลยล่ะ?”

“ถ้าเจ้าตอบถูก ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

ในดวงตาของชายชรามีแววคาดหวัง มันอยากฟังคำตอบจากหลินเจวี๋ยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ตาม

‘คำถามบ้าอะไรเนี่ย?’

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเจวี๋ยชะงักไปเล็กน้อย เขาเดาได้ทันทีว่า ตราบใดที่ตอบคำถาม ไม่ว่าจะตอบว่าอะไร ก็จะถูก “ปนเปื้อน” ทันที

การ ถามตอบ คงเป็นวิธีที่สิ่งประหลาดนี้ใช้แพร่การปนเปื้อนของมัน

“อืม…” หลินเจวี๋ยทำท่าครุ่นคิด พลางเกยคางอย่างจริงจัง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “ผมแนะนำให้ลุงไปเขย่าหาคำตอบให้แน่ชัดที่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน แล้วค่อยกลับมาหลอกคนจะดีกว่านะ”

“เขย่าอะไรให้แน่ใจ?” หัวชรานิ่งงันทันที

หลินเจวี๋ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปเล่นเพลง แล้วกดเปิดเพลงเด็กยอดฮิตที่ทุกคนคุ้นเคย

เสียงดนตรีใส ๆ ดังขึ้น พร้อมเสียงร้องของเด็กเล็กอย่างร่าเริง

“พ่อของพ่อเรียกว่าปู่… แม่ของพ่อเรียกว่าย่า…”

หัวของชายชราแข็งค้างไปทันที นี่มัน… ข้าถามอะไรไปเนี่ย?!

สีหน้าของมันเริ่มซีดสลับคล้ำ ฟันเหลือง ๆ ขบกันดังกรอด กรอด! เลือดสีดำเริ่มไหลออกจากรูหู รูจมูก และตา ทำให้ภาพลักษณ์ของมันดูน่าขนลุกยิ่งขึ้นไปอีก

“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะน่ากลัวขึ้น?”

หลินเจวี๋ยมองภาพนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน “ผมเคยเห็นของที่น่ากลัวกว่าลุงมาเยอะ”

น้ำเสียงของเขาเรียบเย็น ดวงตาของเขาหม่นหมองราวกับจมดิ่งอยู่ในห้วงความทรงจำ

“ลุงรู้จักคนที่เอาปัสสาวะมาเป็นน้ำส้มไหม?”

“หรือสิ่งประหลาดที่ขาขาดทั้งสองข้าง ดวงตาถูกเย็บปิด ต้องคลานไปตามพื้น… พื้นที่คลานยังเต็มไปด้วยโคลนสีดำกับเลือด?”

“ลุงรู้ไหมว่ามีสิ่งประหลาดที่แค่ ‘เคาะประตู’ ก็ฆ่าคนได้? ฆ่าไม่ตาย ทำลายไม่ได้ มีเพียงทองคำเท่านั้นที่ขวางมันไว้ได้…”

“ลุงเคยเห็นตัวตลกที่กินความกลัวเป็นอาหาร แปลงร่างได้ตามใจ และไม่มีวันตายอย่างแท้จริงไหม?”

หลินเจวี๋ยพูดไปเรื่อย ๆ ใบหน้าเริ่มแฝงรอยยิ้มเย็นยะเยือก เขาก้มหน้าลงไปใกล้หัวนั้นทีละนิด

สองเรื่องสุดท้าย… เอามาจากนิยายสยองกับหนังที่เคยดูในชาติก่อน ใช้ข่มมันเฉย ๆ

จาก “ดวงตาแห่งความจริง” เขามองเห็นชัดว่า รอบ ๆ หัวชายชรามีเพียงกลุ่มหมอกสีดำบางเบา หมายความว่า มันไม่ใช่สิ่งประหลาดตัวจริง แต่เป็นแค่หัวของมนุษย์ที่ถูกสิ่งประหลาดควบคุมไว้ หน้าที่เดียวคือ “แพร่การปนเปื้อน”

“……” ชายชรานิ่งอึ้งไปจริง ๆ เลือดสีดำที่ไหลออกจากรูทั้งหมด กลับไหลย้อนกลับเข้าไปในหัว ก่อนจะ กลิ้งตุบ ๆ ตกลงพื้น

สิ่งที่หลินเจวี๋ยพูดตอนท้าย… มันฟังดู “น่ากลัวสำหรับสิ่งประหลาด” ด้วยซ้ำ

ระดับนั้นน่ะ ต้องเป็นพวกสิ่งประหลาดขั้นสูงสุด จาก ‘ห้วงหมอกลึก’ แน่ ๆ! อย่าบอกนะว่าพ่อหนุ่มนี่เคยเผชิญหน้ากับสิ่งพรรค์นั้นมาก่อน?

ไม่แปลกเลยที่เขาจะไม่กลัวข้า… ที่แท้ก็เพราะเคยเจอของที่สยองกว่านี้มาแล้ว

ถ้าเขาสามารถต่อกรกับสิ่งประหลาดจากห้วงหมอกได้จริง งั้นคนตรงหน้าก็ต้องเป็น “มนุษย์ระดับสูง” แน่!

หัวชายชรากลิ้งหลุน ๆ ไปบนพื้น ก่อนจะหาจังหวะดีดีแล้วลอยตัวขึ้น ตั้งใจจะพุ่งออกทางหน้าต่างหนีทันที

แต่หลินเจวี๋ยไวกว่า เขาปิดหน้าต่าง ปัง! แล้วหันมายิ้ม “ไปไหนล่ะคุณลุง? รีบจังเลยนะครับ”

“ยายข้าจะคลอดแล้ว ข้าต้องรีบกลับไปดู…” หัวของชายชราฝืนยิ้ม หน้ายิ่งกว่าคนร้องไห้เสียอีก

“อย่าเพิ่งสิ” หลินเจวี๋ยคว้าผมของมันขึ้นมาอีกครั้ง ยกขึ้นแล้วโยนกลับลงไปบนโต๊ะชา “ผมก็มีคำถามอยากถามเหมือนกัน”

เขาหมุนมีดผลไม้เล่นไปมา เปลวไฟสีส้มพุ่งวูบขึ้นบนคมมีด ราวกับมีชีวิต

ไฟนี่… อันตรายเกินไป!

หนังศีรษะของชายชราขนลุกซู่ มันรู้สึกถึง “ความกลัวจากส่วนลึกของวิญญาณ” นี่ไม่ใช่แค่ความร้อนแต่มันคือพลังที่สามารถทำลายมันได้จริง!

หมอนี่ต้องเป็นยอดฝีมือของมนุษย์แน่… ระดับที่สามารถต่อกรกับสิ่งประหลาดจากห้วงหมอกได้!

หัวของชายชราสั่นสะท้านไปทั้งหัว เพราะคิดว่าหลินเจวี๋ยเพียงแค่ “โชว์พลังเล็กน้อย” ข่มขวัญตนเท่านั้น

แต่ที่จริงแล้ว นั่นคือ “พลังทั้งหมด” ที่หลินเจวี๋ยมี

“เชิญท่านถามได้เลย…” เสียงของชายชราเริ่มสั่น เพราะความหวาดกลัวทำให้คำเรียกของมันเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว

หลินเจวี๋ยมองตรงนิ่ง น้ำเสียงเย็นเยียบ “หมอกนั้น… มันคืออะไรกันแน่? มาจากที่ไหน? ข้างในมันคืออีกโลกหนึ่งหรือเปล่า?”

ผู้แปล: อาจจะงงกับมุกของหลินเจวี๋ยได้นะคะ ทางต้นฉบับใช้คำว่า “去超市门口摇明白了” เป็นการเล่นคำในภาษาจีน หมายถึง “ไปหน้า supermarket แล้วเขย่า (摇) ให้เข้าใจ (明白)” ซึ่งจริง ๆ เป็นมุกจากเพลงเด็ก “爸爸的妈妈叫奶奶” ที่มีท่าทาง “เขย่าไปมา” ตอนร้องเพลง

หลินเจวี๋ยพูดแบบประชดสิ่งประหลาดที่ถามคำถามไร้สาระ ประมาณว่า “ไปฟังเพลงเด็กเรียนพื้นฐานก่อนเถอะ จะได้รู้ว่าทำไมยายถึงไม่คลอดเอง”

จบบทที่ บทที่ 16 ไปเข้าใจคำถามตัวเองก่อน แล้วค่อยมาหลอกคนอื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว