- หน้าแรก
- นักแสดงคนนี้เต็มไปด้วยกลอุบาย
- บทที่ 16 ไปเข้าใจคำถามตัวเองก่อน แล้วค่อยมาหลอกคนอื่น
บทที่ 16 ไปเข้าใจคำถามตัวเองก่อน แล้วค่อยมาหลอกคนอื่น
บทที่ 16 ไปเข้าใจคำถามตัวเองก่อน แล้วค่อยมาหลอกคนอื่น
หลินเจวี๋ยนอนหลับเต็มอิ่มตลอดคืน หลังจากกลับถึงบ้าน พูดตามตรง แค่การถ่ายฉากนี้สองวันก็หนักหนาเท่ากับชาติก่อนที่ต้องแสดงต่อเนื่องถึงสองเดือน ถึงจะเหนื่อย…แต่กลับรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างประหลาด
นี่คือความตื่นเต้นที่การแสดงในชาติก่อนไม่สามารถมอบให้เขาได้ และเขาก็รู้สึกติดใจความรู้สึกนี้
ประมาณตีสี่ตีห้า เขาก็ตื่นขึ้นตามสัญชาตญาณ ถึงจะข้ามมิติมาแล้ว แต่นาฬิกาชีวภาพของเขาดูเหมือนจะยังไม่ได้ปรับตาม เพราะในชาติก่อน เขาต้องลุกขึ้นมาถ่ายละครตั้งแต่เช้ามืดจนเคยชิน
ช่วงที่ยังไม่ได้รับ “ฉาก” ใหม่ มักจะน่าเบื่อเสมอ หลินเจวี๋ยนั่งพิงหัวเตียงแล้วเรียก “แผงข้อมูลนักแสดง” ของตัวเองขึ้นมา
【นักแสดง: หลินเจวี๋ย】
【ทักษะ: ทักษะชุบไฟ】
【พลังพิเศษ: ดวงตาแห่งความจริง】
【กระเป๋า: ชุดของโจวเย่ว์, ชุดของหวังเทียนซู, แบบฟอร์มขอเข้าพักอาคารราตรีนิรันดร์】
【สภาพจิตใจ: ย่ำแย่】(ถูกสิ่งประหลาดไม่ทราบชนิดปนเปื้อนอยู่ ระดับการปนเปื้อน 70% สามารถขจัดได้โดยการแสดงฉากจนจบ)
【กำลังเข้าร่วมฉาก: ไม่มี】
【ฉากที่สามารถเข้าร่วมได้:】
【1★ ฉาก “การสืบสวน”: ช่วงนี้เมืองซานเจียงเกิดเหตุฆาตกรรมประหลาด คุณจะรับบทเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบฝึกหัด มีหน้าที่ร่วมมือสืบคดีหัวบิน…】
【2★ ฉาก “โมเดล”: คุณคือแบบจำลองร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ให้เหล่านักศึกษาศิลปะใช้เป็นแบบ วันหนึ่ง คุณถูกเชิญไปเป็นแบบให้แผนกประติมากรรมของสถาบันศิลปะชิงมู่แห่งเมืองซานเจียง และที่นั่น คุณก็พบเข้ากับนักศึกษาคนหนึ่งที่แปลกประหลาด...】
【2★ ฉาก “แอบมอง”: ทุกคืนมีเสียงพูดคุยดังจากบ้านเพื่อนบ้าน คุณจะรับบทเป็นฆาตกรในคืนฝนพรำ แอบเฝ้ามองเพื่อนบ้าน พร้อมคิดจะเก็บศพเธอไว้เป็นถ้วยรางวัล…】
ฉากระดับหนึ่ง “ใต้เตียง” ได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยฉากระดับสอง ตอนนี้จึงเหลือเพียงฉากระดับหนึ่งสุดท้าย
“การสืบสวน”
“ไว้ค่อยรับฉากระดับหนึ่งนี้ให้ครบก่อน แล้วค่อยคิดถึงพวกฉากระดับสองทีหลัง”
เขาพึมพำกับตัวเอง “วันนี้พักก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มก็แล้วกัน”
แต่จู่ ๆ ก็มีเสียง ก๊อง ๆ ๆ ดังขึ้นในห้อง เสียงเหมือนมีใครกำลังเคาะอะไรบางอย่าง ทว่าทิศทางของเสียงนั้นมาจาก “หน้าต่าง”
นี่มันชั้นสามนะ สูงตั้งเกือบเก้าเมตร ใครจะมาเคาะหน้าต่างได้?
หลินเจวี๋ยหยิบมีดผลไม้ขึ้นมา แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง
นอกหน้าต่าง มีชายชรากำลังใช้ศีรษะโขกกระจก ปึก...ปึก...ปึก... ครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย
หลินเจวี๋ยเปิดหน้าต่างออก สีหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน “คุณลุง ไม่เจ็บเหรอครับ?”
ถ้าไม่นับว่ามีมีดซ่อนไว้ในแขนเสื้อ เขาคงดูเป็นหนุ่มใจดีคนหนึ่งเลยทีเดียว
จนเมื่อเข้าไปใกล้ เขาถึงเห็นชัดว่า…
นอกหน้าต่างนั้น “ชายชรา” มีแค่หัว แต่ไม่มีร่าง!
หัวลอยอยู่กลางอากาศ!
เหตุการณ์หัวบิน
เขานึกขึ้นได้ทันทีว่า เคยมีข้อความแจ้งเตือนจากทางการว่า
“หากพบ ศีรษะมนุษย์ลอยมาเคาะหน้าต่าง โปรดรีบหาที่ปลอดภัย และรายงานต่อทางการทันที”
ไม่นึกเลยว่าผ่านมาแค่วันเดียว เขาจะได้เจอกับหัวที่กำลังเคาะหน้าต่างด้วยตัวเอง
ดีเลย…ถือโอกาสดูซะหน่อยว่าของแบบนี้มันเป็นตัวอะไรกันแน่
ชายชราคนนั้นเมื่อเห็นหลินเจวี๋ยเปิดหน้าต่าง ใบหน้าเหี่ยวย่นก็ฉีกยิ้มประหลาด “หนุ่มน้อย ขอถามอะไรเจ้าหน่อยได้ไหม?”
“เข้ามาถามข้างในสิครับ ข้างนอกอันตรายนะ” หลินเจวี๋ยพูดเสียงเรียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับผมของหัวนั้น แล้ว ยกเข้ามาในห้อง อย่างง่ายดาย
ปฏิกิริยาอันนิ่งเฉยของเขากลับทำให้หัวของชายชรานั้น ถึงกับนิ่งงันไป ก่อนหน้านี้ที่มันไปหลอกใครต่อใคร คนพวกนั้นต่างก็ร้องลั่นหรือหนีหัวซุกหัวซุนทุกครั้ง
แต่พ่อหนุ่มคนนี้…กลับทำหน้าเฉย แถมยังเชิญมันเข้าบ้านอย่างสุภาพอีกต่างหาก
‘เด็กคนนี้…สมองไม่ปกติหรือเปล่า?’
หัวของชายชรามองหลินเจวี๋ยอย่างประหลาดใจ
ส่วนหลินเจวี๋ยนั่งลงบนโซฟาอย่างสบายใจ วางหัวไว้บนโต๊ะชาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า
“คุณลุง มีเรื่องอะไรอยากถามครับ?”
คนคนนี้แปลกประหลาดจริง ๆ… อยู่ ๆ ก็ไม่อยากปนเปื้อนพ่อหนุ่มนี่ซะแล้ว ถ้ามันบ้า แล้วโรคทางจิตติดต่อได้ล่ะจะทำยังไง!
สีหน้าของชายชรากลับกลายเป็นแปลกประหลาดอีกครั้ง “ยายของข้าคลอดแม่ของข้า แม่ของข้าคลอดข้า แล้วทำไมยายของข้าไม่คลอดข้าโดยตรงเลยล่ะ?”
“ถ้าเจ้าตอบถูก ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
ในดวงตาของชายชรามีแววคาดหวัง มันอยากฟังคำตอบจากหลินเจวี๋ยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ตาม
‘คำถามบ้าอะไรเนี่ย?’
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเจวี๋ยชะงักไปเล็กน้อย เขาเดาได้ทันทีว่า ตราบใดที่ตอบคำถาม ไม่ว่าจะตอบว่าอะไร ก็จะถูก “ปนเปื้อน” ทันที
การ ถามตอบ คงเป็นวิธีที่สิ่งประหลาดนี้ใช้แพร่การปนเปื้อนของมัน
“อืม…” หลินเจวี๋ยทำท่าครุ่นคิด พลางเกยคางอย่างจริงจัง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “ผมแนะนำให้ลุงไปเขย่าหาคำตอบให้แน่ชัดที่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน แล้วค่อยกลับมาหลอกคนจะดีกว่านะ”
“เขย่าอะไรให้แน่ใจ?” หัวชรานิ่งงันทันที
หลินเจวี๋ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปเล่นเพลง แล้วกดเปิดเพลงเด็กยอดฮิตที่ทุกคนคุ้นเคย
เสียงดนตรีใส ๆ ดังขึ้น พร้อมเสียงร้องของเด็กเล็กอย่างร่าเริง
“พ่อของพ่อเรียกว่าปู่… แม่ของพ่อเรียกว่าย่า…”
หัวของชายชราแข็งค้างไปทันที นี่มัน… ข้าถามอะไรไปเนี่ย?!
สีหน้าของมันเริ่มซีดสลับคล้ำ ฟันเหลือง ๆ ขบกันดังกรอด กรอด! เลือดสีดำเริ่มไหลออกจากรูหู รูจมูก และตา ทำให้ภาพลักษณ์ของมันดูน่าขนลุกยิ่งขึ้นไปอีก
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะน่ากลัวขึ้น?”
หลินเจวี๋ยมองภาพนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน “ผมเคยเห็นของที่น่ากลัวกว่าลุงมาเยอะ”
น้ำเสียงของเขาเรียบเย็น ดวงตาของเขาหม่นหมองราวกับจมดิ่งอยู่ในห้วงความทรงจำ
“ลุงรู้จักคนที่เอาปัสสาวะมาเป็นน้ำส้มไหม?”
“หรือสิ่งประหลาดที่ขาขาดทั้งสองข้าง ดวงตาถูกเย็บปิด ต้องคลานไปตามพื้น… พื้นที่คลานยังเต็มไปด้วยโคลนสีดำกับเลือด?”
“ลุงรู้ไหมว่ามีสิ่งประหลาดที่แค่ ‘เคาะประตู’ ก็ฆ่าคนได้? ฆ่าไม่ตาย ทำลายไม่ได้ มีเพียงทองคำเท่านั้นที่ขวางมันไว้ได้…”
“ลุงเคยเห็นตัวตลกที่กินความกลัวเป็นอาหาร แปลงร่างได้ตามใจ และไม่มีวันตายอย่างแท้จริงไหม?”
หลินเจวี๋ยพูดไปเรื่อย ๆ ใบหน้าเริ่มแฝงรอยยิ้มเย็นยะเยือก เขาก้มหน้าลงไปใกล้หัวนั้นทีละนิด
สองเรื่องสุดท้าย… เอามาจากนิยายสยองกับหนังที่เคยดูในชาติก่อน ใช้ข่มมันเฉย ๆ
จาก “ดวงตาแห่งความจริง” เขามองเห็นชัดว่า รอบ ๆ หัวชายชรามีเพียงกลุ่มหมอกสีดำบางเบา หมายความว่า มันไม่ใช่สิ่งประหลาดตัวจริง แต่เป็นแค่หัวของมนุษย์ที่ถูกสิ่งประหลาดควบคุมไว้ หน้าที่เดียวคือ “แพร่การปนเปื้อน”
“……” ชายชรานิ่งอึ้งไปจริง ๆ เลือดสีดำที่ไหลออกจากรูทั้งหมด กลับไหลย้อนกลับเข้าไปในหัว ก่อนจะ กลิ้งตุบ ๆ ตกลงพื้น
สิ่งที่หลินเจวี๋ยพูดตอนท้าย… มันฟังดู “น่ากลัวสำหรับสิ่งประหลาด” ด้วยซ้ำ
ระดับนั้นน่ะ ต้องเป็นพวกสิ่งประหลาดขั้นสูงสุด จาก ‘ห้วงหมอกลึก’ แน่ ๆ! อย่าบอกนะว่าพ่อหนุ่มนี่เคยเผชิญหน้ากับสิ่งพรรค์นั้นมาก่อน?
ไม่แปลกเลยที่เขาจะไม่กลัวข้า… ที่แท้ก็เพราะเคยเจอของที่สยองกว่านี้มาแล้ว
ถ้าเขาสามารถต่อกรกับสิ่งประหลาดจากห้วงหมอกได้จริง งั้นคนตรงหน้าก็ต้องเป็น “มนุษย์ระดับสูง” แน่!
หัวชายชรากลิ้งหลุน ๆ ไปบนพื้น ก่อนจะหาจังหวะดีดีแล้วลอยตัวขึ้น ตั้งใจจะพุ่งออกทางหน้าต่างหนีทันที
แต่หลินเจวี๋ยไวกว่า เขาปิดหน้าต่าง ปัง! แล้วหันมายิ้ม “ไปไหนล่ะคุณลุง? รีบจังเลยนะครับ”
“ยายข้าจะคลอดแล้ว ข้าต้องรีบกลับไปดู…” หัวของชายชราฝืนยิ้ม หน้ายิ่งกว่าคนร้องไห้เสียอีก
“อย่าเพิ่งสิ” หลินเจวี๋ยคว้าผมของมันขึ้นมาอีกครั้ง ยกขึ้นแล้วโยนกลับลงไปบนโต๊ะชา “ผมก็มีคำถามอยากถามเหมือนกัน”
เขาหมุนมีดผลไม้เล่นไปมา เปลวไฟสีส้มพุ่งวูบขึ้นบนคมมีด ราวกับมีชีวิต
ไฟนี่… อันตรายเกินไป!
หนังศีรษะของชายชราขนลุกซู่ มันรู้สึกถึง “ความกลัวจากส่วนลึกของวิญญาณ” นี่ไม่ใช่แค่ความร้อนแต่มันคือพลังที่สามารถทำลายมันได้จริง!
หมอนี่ต้องเป็นยอดฝีมือของมนุษย์แน่… ระดับที่สามารถต่อกรกับสิ่งประหลาดจากห้วงหมอกได้!
หัวของชายชราสั่นสะท้านไปทั้งหัว เพราะคิดว่าหลินเจวี๋ยเพียงแค่ “โชว์พลังเล็กน้อย” ข่มขวัญตนเท่านั้น
แต่ที่จริงแล้ว นั่นคือ “พลังทั้งหมด” ที่หลินเจวี๋ยมี
“เชิญท่านถามได้เลย…” เสียงของชายชราเริ่มสั่น เพราะความหวาดกลัวทำให้คำเรียกของมันเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
หลินเจวี๋ยมองตรงนิ่ง น้ำเสียงเย็นเยียบ “หมอกนั้น… มันคืออะไรกันแน่? มาจากที่ไหน? ข้างในมันคืออีกโลกหนึ่งหรือเปล่า?”
ผู้แปล: อาจจะงงกับมุกของหลินเจวี๋ยได้นะคะ ทางต้นฉบับใช้คำว่า “去超市门口摇明白了” เป็นการเล่นคำในภาษาจีน หมายถึง “ไปหน้า supermarket แล้วเขย่า (摇) ให้เข้าใจ (明白)” ซึ่งจริง ๆ เป็นมุกจากเพลงเด็ก “爸爸的妈妈叫奶奶” ที่มีท่าทาง “เขย่าไปมา” ตอนร้องเพลง
หลินเจวี๋ยพูดแบบประชดสิ่งประหลาดที่ถามคำถามไร้สาระ ประมาณว่า “ไปฟังเพลงเด็กเรียนพื้นฐานก่อนเถอะ จะได้รู้ว่าทำไมยายถึงไม่คลอดเอง”