- หน้าแรก
- คำสาปนี้ดีต่อใจ ยิ่งโดนกระทืบข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 17 ความคิดอันห้าวหาญ (ตอนจบ)
บทที่ 17 ความคิดอันห้าวหาญ (ตอนจบ)
บทที่ 17 ความคิดอันห้าวหาญ (ตอนจบ)
บทที่ 17 ความคิดอันห้าวหาญ (ตอนจบ)
ปัญหาใหญ่แล้ว!
มึงเรียกสิ่งนี้ว่าไม่สูบบุหรี่เหรอ?
พ่นควันเป็นวงกลมได้พลิ้วขนาดนี้เนี่ยนะ?
มือคีบบุหรี่ของชายวัยกลางคนสั่นเล็กน้อย "ดูยังไง... เอ็งก็ไม่เหมือนคนสูบไม่เป็นเลยนะ"
เฉินอวี่คีบข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ไปพร้อมกับสูบบุหรี่ "สงสัยผมจะมีพรสวรรค์มั้งครับ"
"...ไม่สูบก็ดี ไม่สูบก็ดีต่อสุขภาพ"
เพื่อหวังส่วนลดในอนาคต ชายวัยกลางคนจำต้องฝืนทำตีสนิท "ไอ้หนู ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว? ทำไมมาทำงานที่นี่ล่ะ?"
เฉินอวี่ไม่ตอบ แต่หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา "ตามกฎหมาย ผู้ซื้อบุหรี่ห้ามอยู่ในร้านเกินสิบนาทีนะครับ"
"อย่าซีเรียสน่า! คุยเล่นกันหน่อย ว่างอยู่พอดี"
"เหลืออีกสี่นาที"
"ไอ้เด็กนี่! ไม่น่ารักเอาซะเลย!"
"สามนาที" เฉินอวี่ปลดล็อกหน้าจอมือถือ "เบอร์ตำรวจนี่ 191 หรือเปล่านะ?"
"..."
ชายวัยกลางคนถอนหายใจ เดินออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย
เดินไปบ่นพึมพำไป "นายจ้างเป็นยังไง ลูกจ้างก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ..."
"ปัง"
ประตูปิดสนิท
ชายวัยกลางคนจากไปแล้ว
เฉินอวี่เบะปาก แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
เปิดร้านทำมาหากิน เจอพวก "นักเลงข้างถนน" รุ่นเดอะแบบนี้ จะไปทำตัวเป็นมิตรด้วยไม่ได้ ยิ่งทำตามกฎระเบียบเคร่งครัดเท่าไหร่ยิ่งดี
ไม่งั้นอีกฝ่ายจะได้คืบจะเอาศอก หาทางเอาเปรียบสารพัด
...
กินข้าวเช้าเสร็จ เก็บกวาดเรียบร้อย
เฉินอวี่เอนตัวลงนอนบนเก้าอี้ผู้บริหาร คีบก้นบุหรี่ที่พี่ฉีทิ้งไว้มาสูบต่อ แล้วเปิดหนังดู
เหลือเวลาอีก 31 วันจะถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ต้องรีบเร่งฝึกวิชาแล้วสิ...
ถ้าไม่ทำผลงานให้เปรี้ยงปร้างบนเวทีสอบต่อหน้าสาธารณชน เขาจะมีอนาคตที่สดใสได้ยังไง?
ประเทศชาติจะได้บุคลากรชั้นยอดมาจากไหน?
[ได้รับก๊าซพิษรุกราน : ปราณ +17]
[กำลังเกียจคร้าน : ปราณ +1]
[กำลังเกียจคร้าน : ปราณ...]
ผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง เฉินซือเหวินก็โทรมา
"ว่าไงพี่ มีไร" เฉินอวี่ขยี้บุหรี่ดับ ถามเสียงเรียบ
"เป็นไงบ้าง? ปรับตัวกับการอยู่หอพักโรงเรียนได้หรือยัง?"
"สบายมาก เหมือนอยู่บนสวรรค์เลยพี่"
"งั้นก็ดี" ปลายสาย เฉินซือเหวินน้ำเสียงร่าเริง "ยาเพิ่มปราณคงหมดฤทธิ์แล้ว พรุ่งนี้เช้าพี่จะเอาไปให้กินอีกเม็ด"
"อืม..." เฉินอวี่ลังเล "เดี๋ยวผมกลับไปเอาที่บ้านเองดีกว่า"
"ไม่ต้องหรอก อย่าเสียเวลาฝึกวิชา เดี๋ยวพี่แวะเอาไปให้ตอนไปทำงาน"
"งั้น... ก็ได้ครับ เจอกันหน้าโรงเรียนตอนเช้า"
"โอเค"
"วางนะ"
"บาย"
วางสายเสร็จ เฉินอวี่กุมขมับ "วุ่นวายชะมัด พรุ่งนี้เช้าต้องถ่อไปโรงเรียนอีก อย่าให้ที่บ้านรู้เชียวว่าโดนไล่ออกแล้ว..."
"แอ๊ด——"
ทันใดนั้น ลมเย็นยะเยือกวูบหนึ่งก็พัดเข้ามา
ประตูร้านถูกผลักเปิดออก
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สามคนเดินเข้ามา
สีหน้าเย็นชา การแต่งกายแปลกตา คลื่นพลังปราณที่แผ่ออกมาบ่งบอกสถานะของพวกเขาได้อย่างชัดเจน...
ผู้ฝึกยุทธ์พเนจร
หรือที่ทางการเรียกว่า —— ทหารรับจ้าง
"ทั้งสามท่านต้องการบุหรี่อะไรครับ" เฉินอวี่ลุกขึ้นยืน ถามอย่างระมัดระวัง
"ขอฝูหรงหวังสองซอง" ชายหนุ่มทางซ้ายเอ่ย
"ฉันก็เอาฝูหรงหวัง สามซอง" ชายหนุ่มทางขวาเสริม แล้วหันไปถามชายคนกลาง "ลูกพี่ เอาอะไรครับ?"
"จงหวนสองซอง" ชายคนกลางเสียงแหบพร่า
"ฝูหรงหวังห้าซอง จงหวนสองซอง ถูกต้องไหมครับ?" เฉินอวี่หยิบบุหรี่เจ็ดซองออกมาจากตู้
"ถูกต้อง"
"ทั้งหมดสี่หมื่นสี่พันห้าร้อยหยวน เงินสดหรือโอนครับ?"
"อาลีเพย์" ชายหนุ่มทางซ้ายหยิบมือถือขึ้นมาสแกนคิวอาร์โค้ดที่เคาน์เตอร์
[ติ๊ง!]
[อาลีเพย์ได้รับยอดเงิน : 44,500 หยวน]
"ขอบคุณครับ" เฉินอวี่พยักหน้า ยื่นบุหรี่ทั้งเจ็ดซองให้
ชายหนุ่มทางซ้ายรับไป เก็บฝูหรงหวังไว้เองสองซอง แล้วแจกจ่ายที่เหลือให้เพื่อนร่วมทีม
ทั้งสามคนยังไม่ไปไหน
แต่ยืนพิงกำแพง แกะซองบุหรี่ คีบออกมาสูบกันสดๆ ร้อนๆ คนละมวน
นี่เป็นพฤติกรรมปกติของสิงห์อมควัน
ซื้อปุ๊บ สูบปั๊บ
กันเหนียวเผื่อออกจากร้านไปแล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นของปลอม
เพราะบุหรี่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ราคาแพงหูฉี่...
"ฟู่ว..."
ชายหนุ่มทางซ้ายสูดหายใจลึก ยืนยันว่าเป็นของแท้ พยักหน้าพอใจ แล้วหันไปถามลูกพี่ "ลูกพี่ เอาไงต่อดี? ประตูมิติ 341 บี นี่แม่งหลอกแดกชัดๆ เสียเที่ยวเปล่าเลย"
"นั่นสิ" ชายหนุ่มทางขวาบ่นอุบ "เปลืองค่ารถชิบหาย"
เฉินอวี่ที่อยู่ในเคาน์เตอร์ยังคงยืนนิ่ง เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
"ช่วยไม่ได้นี่หว่า" ลูกพี่พ่นควันโขมง เสียงแหบต่ำ "ใครจะไปรู้ว่าข้างในประตูมิติมันจะเต็มไปด้วยรังสีมรณะขนาดนั้น ด้วยฝีมือระดับข้า เข้าไปอย่างมากก็ทนได้แค่ชั่วโมงเดียว"
"แล้วเราจะยังอยู่เมืองชิงเฉิงต่อไหมครับ?"
"รอดูสถานการณ์อีกสักสองสามวัน" ลูกพี่วิเคราะห์ "ได้ข่าวว่ารัฐบาลท้องถิ่นเมืองชิงเฉิงสั่งโรงงานเร่งผลิตชุดป้องกันรังสีแล้ว ถ้าราคาพอรับไหว พวกเราก็ซื้อมาคนละชุด แล้วลองเข้าไปดู"
"ยังไงก็ต้องโดนรังสีอยู่ดีแหละพี่" ชายหนุ่มทางขวาถอนหายใจ
"ก็ต้องเข้า เพราะมันเป็นประตูมิติใหม่ ของดีข้างในยังไม่มีใครแตะ..."
คุยกันไปสูบบุหรี่กันไป จนเดินออกจากร้าน
ทิ้งให้เฉินอวี่ยืนครุ่นคิดอยู่คนเดียว
"ประตูมิติ 341 บี..."
เขาจำได้ว่า ตอนที่เพิ่งข้ามมิติมายังโลกยุทธ์นี้ เขาเคยเห็นป้ายประกาศเกี่ยวกับ [ประตูมิติหมายเลข 341 บี] แขวนอยู่ในห้องเรียน
เมื่อวานพี่ฉีก็พูดถึง
วันนี้ก็ได้ยินอีก...
ไม่รอช้า เฉินอวี่หยิบมือถือออกมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ [ประตูมิติหมายเลข 341 บี] ในเบราว์เซอร์ทันที
ข่าวสารนับร้อยนับพันเด้งขึ้นมาเต็มหน้าจอ
ยิ่งอ่าน เฉินอวี่ยิ่งประหลาดใจ และยิ่งตื่นเต้น...
ประตูมิติ ตามชื่อเลย คือช่องทางที่บิดเบือนกาลเวลาและสถานที่
"โลก" ที่อยู่ภายในประตูมิติ เรียกว่า มิติลี้ลับ
แม้แวดวงวิทยาศาสตร์จะทำการวิจัยมาหลายปี ก็ยังหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของมิติลี้ลับไม่ได้
แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ มิติลี้ลับทุกแห่ง ล้วนเต็มไปด้วยอันตราย!
โดยทั่วไป มนุษย์แบ่งประตูมิติออกเป็นสองระดับ
ระดับที่เข้าได้
และระดับที่เข้าไม่ได้
แบบแรก ขอแค่ใจกล้า ฝีมือถึง ใครๆ ก็เข้าไป "ขุดทอง" ได้ ของดีที่เอาออกมาได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ออก
แบบหลัง คือแดนประหาร เข้าไปก็ตายสถานเดียว...
[ประตูมิติหมายเลข 341 บี] ที่เฉินอวี่ค้นหานี้ ก่อนที่จะเปิดออก ทางการได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นระดับที่เข้าได้
แต่ใครจะไปรู้ว่าพอเปิดออกมา ภายในมิติลี้ลับ [341 บี] กลับเต็มไปด้วยรังสีมรณะ!
ปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับอาจสูงถึง 8,000 มิลลิซีเวิร์ต (mSv) ในชั่วพริบตา!
โดยปกติ แค่ได้รับรังสีเกิน 2,000 mSv ก็เพียงพอที่จะทำลายเซลล์ เนื้อเยื่อ เลือดออกภายใน ผมร่วง หรือถึงขั้นเสียชีวิต
8,000 mSv... ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ก็รับไม่ไหว
ถึงร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงจะทนทาน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รังสีเข้มข้นขนาดนี้ จะเกิดผลกระทบแฝงหรือความเสียหายถาวรอะไรบ้าง?
ดังนั้น เหล่าผู้ฝึกยุทธ์จากทั่วโลกที่แห่กันมาต่างผิดหวัง และทยอยถอนตัว
รัฐบาลเมืองชิงเฉิงย่อมไม่อยากให้ "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" เหล่านี้จากไป จึงเร่งผลิตชุดป้องกันรังสีออกมาขายในราคาทุน
หวังว่าผู้ฝึกยุทธ์จะเข้าไป "สำรวจ" และนำของดีออกมาได้บ้าง...
"..."
เก็บมือถือ เฉินอวี่หรี่ตาลง
"รังสีเข้มข้นเกินพิกัดเหรอ..."
ก้มมองร่างกายตัวเอง
เขาก็เริ่มมีความคิดอันห้าวหาญผุดขึ้นมาในหัว...
...
(จบตอน)