- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นทาส แต่ข้ามีระบบอัปเกรดทันที
- บทที่ 20 - วิถีแห่งลมปราณคือความว่างเปล่า
บทที่ 20 - วิถีแห่งลมปราณคือความว่างเปล่า
บทที่ 20 - วิถีแห่งลมปราณคือความว่างเปล่า
บทที่ 20 - วิถีแห่งลมปราณคือความว่างเปล่า
ห้องปรุงยาตระกูลจ้าว
ไป๋ซู่นั่งขัดสมาธิ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย เสียงลมหายใจที่ปลายจมูกแผ่วเบาจนแทบจับสัมผัสไม่ได้
หลายชั่วโมงก่อน เขาและเถี่ยจู้ช่วยกันฝังศพซ่งฉือ
ความรู้สึกเร่งรีบในใจขับดันให้เขาต้องรีบฝึกคัมภีร์หัวใจมังกรแดงให้สำเร็จขั้นต้นโดยเร็วที่สุด มีเพียงการก้าวเข้าสู่ขั้นครรภ์ลมปราณเท่านั้น ที่จะทำให้เขามีที่ยืนเล็กๆ ในโลกอันแปลกประหลาดใบนี้
หลังจากกล่อมเถี่ยจู้ให้มาอยู่ที่ห้องปรุงยา ทั้งสองก็ช่วยกันเก็บรวบรวมอาวุธและชุดเกราะที่กระจัดกระจาย ตอนที่ประตูกลไกปิดลงเสียงดังสนั่น เถี่ยจู้มีสีหน้าใจหายเหมือนสูญเสียอะไรบางอย่างไป
ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนรับใช้ข้างกายจ้าวซิว ถ้าจ้าวซิวไม่ได้สร้างห้องหนังสือไว้ใต้ดิน... เกรงว่าไป๋ซู่คงถูกฝูงซอมบี้รุมทึ้งไปตั้งแต่ตอนเกิดภัยพิบัติแรกๆ ตอนที่ยังไม่รู้วิธีใช้หน้าต่างสถานะด้วยซ้ำ
ไป๋ซู่ส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกไป แล้วกลับมาตั้งสมาธิใหม่
ผ่านไปราวๆ สองก้านธูป หลังจากเดินลมปราณเคล็ดวิชาฉางชุนประจำวันเสร็จสิ้น เขาก็พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกจากปอดเฮือกใหญ่ รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
เถี่ยจู้หามุมสงบกอดกระบองยาวสัปหงกอยู่ ส่วนเซี่ยฟ่านจิ้งกำลังนั่งเล่นกับแมวอยู่ข้างเตาใบเล็ก
พอนึกถึงซ่งฉือ แม้แต่ไป๋ซู่เองก็ยังอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้
ในเมื่อพึ่งพาคนอื่นไม่ได้ ที่พึ่งเดียวที่มี ก็คือตัวเขาเอง
เขากวาดตามองหีบเหล็กสีดำทมึนที่เรียงรายอยู่ในห้องปรุงยา แววตาฉายประกายร้อนแรง
เมื่อวานนี้ อาศัยความรู้ของเซี่ยฟ่านจิ้ง เขาได้แยกประเภทและสรรพคุณของยาเหล่านี้ไว้คร่าวๆ แล้ว
หีบเหล็กสามสิบสองใบ มียาเม็ดห้าชนิด และยาน้ำสามชนิด
ยาขัดผิวเสือดาวดำสิบสองหีบ สรรพคุณไม่ต้องพูดถึง การฝึกคัมภีร์หัวใจมังกรแดงขั้นต้นต่อจากนี้ ไป๋ซู่จำเป็นต้องใช้มัน
ยาชะล้างจิตสองหีบ ช่วยชำระล้างจิตใจ ป้องกันธาตุไฟเข้าแทรกจากมารภายนอก กินแล้วช่วยเพิ่มโอกาสในการทะลวงจุดชีพจรเข้าสู่ขั้นยันต์สุริยัน เรียกได้ว่านอกจากโอสถวัชระแล้ว เจ้านี่ก็คือของล้ำค่าที่สุดในห้องนี้
ยาไขกระดูกหยกสี่หีบ เป็นยาวิเศษสำหรับร่างกายโดยเฉพาะ ทำให้กระดูกแวววาวใสกระจ่างดั่งหยก ทลายขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ กระดูกคือแหล่งกำเนิดของสารจำเป็น มันจึงมีประโยชน์อย่างมากในการเสริมสร้างเลือดลมและความแข็งแกร่งของอวัยวะภายใน
ยาบำรุงปราณภายในห้าหีบ ใช้สำหรับรักษาอาการบาดเจ็บ แต่สรรพคุณแค่พื้นๆ ยิ่งไป๋ซู่มีเคล็ดวิชาฉางชุนขั้นสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ยานี้เลยแทบไม่มีประโยชน์กับเขา
หีบสุดท้าย ก็คือโอสถวัชระเม็ดนั้น
ส่วนพวกยาน้ำ มีน้ำทมิฬสามหีบ น้ำทิพย์แสงดาวสามหีบ และน้ำเลี้ยงวิญญาณสองหีบ
น้ำทมิฬคือน้ำนมที่เกิดจากหินในที่ที่มีไอหยินชั่วร้าย แค่หยดเดียวก็พอจะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นครรภ์ลมปราณไส้ขาดได้ แม้แต่ขั้นเปิดทวาร ถ้าไม่ระวังก็อาจเจ็บหนัก
ไป๋ซู่ไม่ได้ต้องการมัน ตอนนี้เขาไม่ต้องไปลอบกัดใคร
แม้น้ำทมิฬจะเป็นยาพิษ แต่ก็เป็นวัตถุดิบสำคัญในการฝึกฝ่ามือร้อยพิษ น่าเสียดายที่ไป๋ซู่ไม่เจอวิชานี้ในหอซ่อนจันทร์
ส่วนน้ำทิพย์แสงดาว เอามาผสมน้ำเปล่าในอัตราส่วนสามต่อเจ็ด หยดใส่ตา จะช่วยเพิ่มพลังการมองเห็นได้อย่างมหาศาล
น้ำเลี้ยงวิญญาณ ก็ตามชื่อ เอาไว้ให้คนตระกูลจ้าวเลี้ยงสัตว์อสูร ซึ่งก็ไร้ประโยชน์กับไป๋ซู่เช่นกัน
สามสิบสองหีบ ดูเหมือนจะมีของเยอะแยะ แต่ที่เขาใช้ได้จริงๆ กลับมีไม่กี่อย่าง
แค่ไม่กี่อย่างนี่แหละ
แต่ลำพังแค่สามสิบสองหีบตรงหน้า มูลค่าของมันก็เทียบเท่ากับตระกูลเล็กๆ ในเมืองเฟินยินได้เลย
หนทางแห่งการฝึกตน ธรรมะ สหาย สถานที่ ทรัพย์สิน
การได้ครอบครองสมบัติเกือบครึ่งของห้องปรุงยา ก็ถือว่าตอบโจทย์เรื่องทรัพย์สินได้ในระดับหนึ่ง
"เสร็จแล้ว"
ไม่รู้เมื่อไหร่ เซี่ยฟ่านจิ้งอุ้มแมวมายืนอยู่ข้างๆ
"น้ำของเจ้าได้ที่แล้ว"
นางย้ำอีกครั้ง
"ขอบใจมาก" ไป๋ซู่ยิ้ม ลูบหัวแมวเบาๆ
เปิดฝาเตาใบเล็ก น้ำกำลังเดือดปุดๆ ควันขาวพวยพุ่งขึ้นฟ้า
ไป๋ซู่เปิดผนึกขี้ผึ้ง เทขวดยาพอร์ซเลนสีขาว เทเม็ดยาขัดผิวเสือดาวดำลงไปในน้ำเดือด
ซู่—ซู่—
ควันขาวหยุดกะทันหัน เม็ดยาละลายหายไปในน้ำเดือดอย่างรวดเร็ว ผิวน้ำที่เคยเดือดพล่านเหมือนถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็ง ค่อยๆ สงบนิ่งลง
"มหัศจรรย์จริงๆ"
ไป๋ซู่โยนขวดเปล่าทิ้ง แล้วนั่งยองๆ ลงด้วยความสนใจ
ยกเตาลงจากกองไฟ ไม่นานนัก น้ำเดือดในเตาก็แข็งตัวกลายเป็นวุ้น เหมือนวุ้นปลาที่ทิ้งไว้ข้ามคืน
ไป๋ซู่ลองเอานิ้วแตะเบาๆ สัมผัสที่ได้กลับเย็นเฉียบอย่างน่าประหลาด กลิ่นยาเข้มข้นลอยเตะจมูก
เขาเพิ่งจะถอดเสื้อตัวนอกออก ก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
"หลับตา ห้ามแอบดูนะ"
เขาตบหัวแมวในอ้อมกอดเด็กหญิง กำชับเสียงเข้ม
"อื้อ"
เซี่ยฟ่านจิ้งหลับตาลงอย่างงงๆ ยืนทื่ออยู่ตรงหน้า
"ไปหลังชั้นวางของนู่น" ไป๋ซู่หมดคำจะพูด "หันหน้าเข้ากำแพง ข้าบอกให้หันมาค่อยหันมาได้"
"อื้อ"
เซี่ยฟ่านจิ้งอุ้มแมวเดินไปหลังชั้นวางของ เอาหัวชนกำแพง ยืนนิ่งอย่างว่าง่าย
ไป๋ซู่ "..."
กลิ่นยาในอากาศหอมตลบอบอวล เถี่ยจู้จามออกมาทีหนึ่ง แล้วมองมาอย่างงัวเงีย
"เอาล่ะนะ"
ไป๋ซู่ถอดเสื้อผ้าออก นั่งขัดสมาธิ ใช้มือควักยาที่เป็นวุ้นก้อนใหญ่ออกมา ทาให้ทั่วตัว
"เหมือนจะไม่รู้สึกอะไรแฮะ..."
ไม่นาน ยาในเตาก็ถูกใช้จนหมด นอกจากความรู้สึกเย็นๆ กับกลิ่นหอมที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
"ยาปลอม? หรือข้าข้ามขั้นตอนบิด ชิมครีม จุ่มนมไป?"
ไป๋ซู่เกาหัว งงเป็นไก่ตาแตก
"ยาปลอมเหรอ?"
เถี่ยจู้จับจุดผิดสังเกตได้ไว แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อ ไป๋ซู่ที่อยู่ไม่ไกลก็หน้าบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที
เจ็บ!
เจ็บ!!
เจ็บ!!!
ไป๋ซู่จิกเล็บลงในฝ่ามือ คำรามออกมาอย่างสุดกลั้น
ในคอเหมือนกลืนถ่านไฟแดงๆ ลงไป เสียงแหบแห้งไปหมด
เหมือนมีเข็มเล่มเล็กๆ นับไม่ถ้วนทิ่มแทงไปมาบนผิวหนัง ความเจ็บปวดแหลมคมพุ่งมาจากทุกทิศทาง แต่ลึกเข้าไปในกระดูก กลับคันยุกยิกอย่างทรมาน เหมือนมีมดตัวเล็กๆ ไต่ยั้วเยี้ยอยู่ข้างใน เขาอยากจะฉีกเนื้อตัวเองออกมาเกาให้รู้แล้วรู้รอด
ไป๋ซู่แทบจะลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้น สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายสั่งให้เขาฝืนนั่งขัดสมาธิ เดินลมปราณตามเคล็ดวิชา
"ลมปราณคือความว่างเปล่า ลมปราณคือความไม่มี ลมปราณคือการเชื่อมต่อ ลมปราณคือสายลม ลมปราณคือการเคลื่อนไหว ลมปราณคือรูปลักษณ์ ลมปราณคือการเปลี่ยนแปลง ลมปราณคือลมหายใจ ลมปราณคือการลอยล่อง ลมปราณคือการโบยบิน..."
ทุกถ้อยคำในคัมภีร์ที่ดังก้อง เหมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางกบาล
"ลมปราณคือภาพแห่งแสง ลมปราณคือการซ่อนเร้นกายา ลมปราณคือการหมุนเวียน สรรเสริญอานุภาพแห่งการเปลี่ยนแปลงของจิตและปราณ ไม่อาจหยั่งวัดได้..."
ความร้อนสายหนึ่ง ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นใต้ผิวหนังตามการเดินลมปราณ
เริ่มจากนิ้วมือ ลามมาที่ฝ่ามือ
มันเป็นความอบอุ่นที่รุนแรงแต่อ่อนโยน แม้แต่ความเจ็บปวดทางกายก็ดูเหมือนจะด้านชาไปชั่วขณะ ไป๋ซู่ดีใจได้ไม่ทันไร ความเจ็บปวดระลอกใหม่ที่รุนแรงดั่งภูผาถล่มทลายก็ถาโถมเข้ามาอีก
ภาพตรงหน้าดับวูบ ความรู้สึกร้อนวูบวาบเมื่อกี้หายวับไปกับตา
ดวงตาเขาแดงก่ำ เสียงคำรามต่ำๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่
ภาพที่เห็นพร่ามัว เหมือนมองดอกไม้ผ่านหมอก วัตถุตรงหน้าแยกจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ พอเผลอหน่อยก็กลายเป็นนับไม่ถ้วน
ภาพซ้อนทับกันยุ่งเหยิงลอยไปมา ความรู้สึกจมดิ่งจนหายใจไม่ออกซัดเข้ามาเป็นระลอก
เจ็บยิ่งกว่าเดิมอีก!
ไป๋ซู่เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกจ้าวซิวถึงกลัวยาขัดผิวเสือดาวดำจนหัวหด แค่ได้ยินชื่อก็หน้าถอดสี ความเจ็บปวดระดับนี้ทำเอาสติแตกได้ง่ายๆ
ไม่รู้ตัวเลยว่าท่าขัดสมาธิหลุดไปตอนไหน ไป๋ซู่กางนิ้วเกร็งจิกพื้นดินจนเลือดโชกปลายนิ้ว
เถี่ยจู้มองเขาด้วยความตื่นตะลึง ลุกขึ้นยืนทำท่าจะเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
[จบตอน]