- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นทาส แต่ข้ามีระบบอัปเกรดทันที
- บทที่ 12: ดอกซิ่งโปรยปรายเต็มศีรษะในยามวสันต์
บทที่ 12: ดอกซิ่งโปรยปรายเต็มศีรษะในยามวสันต์
บทที่ 12: ดอกซิ่งโปรยปรายเต็มศีรษะในยามวสันต์
บทที่ 12: ดอกซิ่งโปรยปรายเต็มศีรษะในยามวสันต์
ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย อิฐสีเขียวแตกกระจายเป็นระยะ น้ำเลือดไหลรวมเป็นลำธารสายเล็กๆ ค่อยๆ ไหลลงสู่เบื้องล่าง สัตว์ร้ายที่มีแขนขายาวเก้งก้างราวกับแมงมุม สูดจมูกฟุดฟิด ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม เลือดและเนื้อ... เอิ๊ก—— เอิ๊ก—— มันเงยหน้าขึ้นสูง ในลำคอส่งเสียงหัวเราะประหลาด
ณ จุดที่มันยืนอยู่ พื้นอิฐระเบิดออกพร้อมกัน แตกละเอียดเป็นก้อนหิน แขนที่ยาวเท่าคนยืดตรง ราวกับหอกยาว พุ่งเข้าแทงไป๋ซู่ที่นอนแน่นิ่งไม่รู้เป็นตาย เคร้ง! เสียงปะทะของแข็งดังขึ้น มันกระพริบตาอย่างงุนงง สิ่งที่แทงโดน ดูเหมือนจะไม่ใช่เสียงของเนื้อ ลูกเตะตวัดฟาดเข้ามาอย่างรุนแรง! กระดูกปะทะกระดูก หน้าของมันเบี้ยวไปทางขวา ทันใดนั้น วิสัยทัศน์ก็ถูกกำปั้นข้างหนึ่งบดบังจนมิด
รอยหมัดสั่นสะเทือนอากาศอย่างรุนแรง ราวกับช้างสารพ่นลมหายใจ จากกระดูกแขนถึงกระดูกนิ้วเชื่อมเป็นเส้นตรง เลือดไหลมารวมที่ใจกลางหมัด แดงฉานราวกับชาด หลังจากได้ชมเจตจำนงแห่งหมัดของนายท่านรองจ้าว 《หมัดคชสารเทพ》 ที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ บัดนี้ถูกเขาใช้ออกมาจนถึงขีดสุด หมัดนี้มาด้วยความดุดัน ต่อยซอมบี้จนจมดิน เกิดเป็นหลุมเล็กๆ ไป๋ซู่ที่เต็มไปด้วยคราบเลือดไม่หยุดมือ กระทืบอิฐแตกละเอียด พุ่งตัวเข้าประชิด
เสียงลมหมัดเสียดสีกับแขนเสื้อดังพึ่บพั่บต่อเนื่อง ต่อยออกไปดัง ตึกตึก ตึกตึก เหมือนเสียงหัวใจเต้นหนักหน่วง นับตั้งแต่ 《เคล็ดวิชาฉางชุน》 บรรลุขั้นสมบูรณ์แบบ เขารู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงไม่มีวันหมด ครั้งนี้ เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่เมื่อก่อนไม่กล้าคิด ทุกครั้งที่เหวี่ยงหมัด เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ตอกลงไปอย่างแรง เขาเห็นซอมบี้เป็นท่อนเหล็ก และหมัดของเขา คือค้อนยักษ์ที่จะทุบท่อนเหล็กนั้นให้แตก
"เปิด!" ไป๋ซู่คำรามในใจ โก่งตัว ย่อเข่า ยกเอว แล้วปล่อยหมัด เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังสนั่นกึกก้อง หมัดยังไม่ทันถึง พลังแฝงที่ทะลวงกระดูกได้บดขยี้หินกรวดใต้หัวซอมบี้จนละเอียด ตึง! ไป๋ซู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หมัดนั้น... ถูกรับไว้ได้ เอิ๊ก—— เอิ๊ก——
เสียงหัวเราะประหลาดของซอมบี้ดังขึ้น ทีละนิด ทีละนิด หมัดของเขาถูกดันกลับมาอย่างช้าๆ เส้นเอ็นสั่นระริกรับน้ำหนักเกินพิกัด ใต้ดิน มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมา ปัง! ปังปัง!!! ทันใดนั้น โลกก็หมุนคว้าง ไป๋ซู่รู้สึกเหมือนถูกหัวรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงชนเข้าอย่างจัง เลือดลมตีกลับรุนแรง แม้สุดท้ายเขาจะไขว้แขนกันกระแทกที่หน้าอก แต่กระดูกหน้าอกก็ยังเจ็บปวดเจียนตาย
ตรงหน้ามืดดับ ดาวขึ้นระยิบระยับ ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นได้ ของเหลวอุ่นๆ หยดติ๋งๆ ไป๋ซู่ปาดจมูก หลังมือแดงฉานไปด้วยเลือด ซอมบี้สวมชุดดำ คลานสี่ขาอยู่กับพื้น เอียงคอ กระพริบตาปริบๆ หน้าอกยิ่งเจ็บปวด ไป๋ซู่อดรนทนไม่ไหว กระอักเลือดออกมาคำโต เซถอยหลังไปหลายก้าว ล้มลงกับพื้นอีกครั้ง
"ครูฝึกถัง?" หัวบนชุดดำนั้นหันกลับมา เป็นใบหน้าชายฉกรรจ์ที่ดูคล่องแคล่ว มีรอยแผลเป็นพาดจากหางตาถึงริมฝีปากบนแก้มซ้าย มันส่งเสียงหัวเราะ เอิ๊ก—— เอิ๊ก—— ใส่ไป๋ซู่สองที นัยน์ตาสีขาวโพลน ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่ง ขั้นครรภ์ลมปราณ (ไท่ซี) ตัวจริงเสียงจริง ครูฝึกถังเคยคุมขบวนคุ้มกันสินค้าที่สำนักคุ้มภัยฟูเว่ยมาก่อน ภายหลังเพื่อความมั่นคง จึงถูกตระกูลจ้าวดึงตัวมาเป็นครูฝึกประจำจวน
กระดูกที่ผ่านการขัดเกลาด้วยลมปราณก่อเกิด (เซียนเทียนอีชี่) แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ผิวหนังเหนียวยิ่งกว่าหนังวัวแก่ "ผู้เข้าถึงครรภ์ลมปราณ สามารถไม่ต้องหายใจทางจมูกปาก ดุจดั่งทารกในครรภ์มารดา" "มนุษย์หากอาศัยทารกในครรภ์มารดา กินลมปราณภายใน รักษาความเป็นหนึ่งเดียว เรียกว่าครรภ์ลมปราณ" เก็บรักษาความเป็นหนึ่ง กินลมปราณภายใน ความลึกล้ำของขั้นครรภ์ลมปราณ ห่างไกลจากสิ่งที่คนนอกที่ไม่เคยเข้าสู่ประตูแห่งวรยุทธ์จะล่วงรู้ได้ คนธรรมดากลายเป็นซอมบี้ เส้นเอ็น พละกำลัง ล้วนเหนือกว่าตอนมีชีวิต ไม่ต้องพูดถึงจอมยุทธ์ขั้นครรภ์ลมปราณ หลังกลายเป็นซอมบี้ ครูฝึกถังน่ากลัวยิ่งกว่าตอนมีชีวิตเสียอีก
"ไม่คิดเลย..." ไป๋ซู่กระโดดขึ้นจากพื้น จังหวะนี้ ซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาดุจเลียงผากำลังวิ่งแนบพื้นด้วยความเร็วสูง ฉึก! พื้นดินที่เพิ่งเหยียบเมื่อครู่ถูกครูฝึกถังใช้มือเดียวแทงทะลุ มันดึงแขนออกมา หันหัวแข็งทื่อกลับมา ใบหน้าไร้อารมณ์ "ไม่คิดเลยจริงๆ" ไป๋ซู่โยกตัวหลบครูฝึกถังที่กระโจนเข้ามาอีกครั้ง "ว่าท่านจะมีสภาพแบบนี้"
เสียงสายฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง ไป๋ซู่โผล่ไปด้านหลังครูฝึกถังทันที ร่างของมันลอยอยู่กลางอากาศ เหมือนแมวยักษ์ และเหมือนแมงมุม "พวกเจ้าซอมบี้เนี่ย เป็นพวกพันธุ์พิสดารกันทุกตัวเลยหรือไง" เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อเท้าซอมบี้ เหวี่ยงฟาดลงกับพื้นสุดแรงเกิด เศษหินปลิวว่อนราวกับม่านฝุ่น หลังจากซอมบี้ดิ้นหลุด เขาก็หายตัวไปอีกครั้ง สองเงาร่างกลิ้งพันกันจนเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ เสียงพยัคฆ์คำรามกระแทกอากาศแตกกระจาย ซัดคลื่นลมออกไปเป็นระลอก
เอิ๊ก—— เอิ๊ก—— ทั้งสองพุ่งเข้าชนกันอย่างดุเดือดในระยะสามวา จังหวะที่ประชิดตัว แสงสายฟ้าวาบขึ้น ไป๋ซู่เหมือนเทเลพอร์ตไปโผล่ด้านหลังครูฝึกถัง แต่ยังไม่ทันจะได้ปล่อยหมัด ก็ถูกเตะกระเด็น ดาบยาวที่ยกขึ้นกันไว้ถูกเตะหักเป็นสองท่อน ไป๋ซู่ไถลไปด้านหลังหลายวา เกร็งช่วงล่างแน่น ถึงจะทรงตัวอยู่ ใบดาบหักครึ่งส่องประกายวาววับกับฝักดาบที่กลายเป็นเศษไม้อยู่ไม่ไกลกันนัก ครูฝึกถังคลานเข้าไปดูด้วยความสงสัย ดมๆ แล้วก็เลียๆ ภายใต้แสงแดด ใบดาบใสกระจ่างดั่งเกล็ดน้ำแข็ง จุดแสงเล็กๆ เคลื่อนไหวไปตามลิ้นที่เลียของครูฝึกถัง
ไป๋ซู่ค่อยๆ ถอยหลัง คอหอยร้อนผ่าว กระอักเลือดออกมาอีกคำ อาการบาดเจ็บไม่หนักอย่างที่คิด แต่ก็ไม่เบา กระแสปราณจาก 《เคล็ดวิชาฉางชุน》 ไหลเวียนอย่างรวดเร็วในร่างกาย คอยซ่อมแซมบาดแผลภายใน ยกเว้นหมัดแรกและหมัดหลังสุดนั้น เขาได้สัมผัสถึงความสามารถในการรักษาตัวเองของเคล็ดวิชาฉางชุนแล้ว ที่มือทั้งสองข้างยังขยับได้ปกติ ก็ต้องยกความดีความชอบให้เคล็ดวิชาฉางชุน กระแสปราณถักทอเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ภายในร่างกาย ค่อยๆ เติมเต็มพลังงาน ค้ำจุนให้เขายืนหยัดอยู่ได้
ไป๋ซู่สูดหายใจลึก ยกมือเช็ดมุมปาก "พี่ชาย ข้าตีท่านไม่เข้าจริงๆ" ครูฝึกถังผู้ไร้รอยขีดข่วนแลบลิ้นออกมา จ้องมองไป๋ซู่ตาแป๋ว "งั้นอย่าโทษว่าข้าชนะไม่ใสสะอาดนะ" เขาล้วงลูกกลมสีดำที่มีลวดลายเมฆอัสนีออกมา โยนเล่นเบาๆ ในมือ "เลือกเอา" ไป๋ซู่จ้องมองดวงตาสีขาวโพลนคู่นั้น ยิ้มกล่าว "ปาก? หรือว่าประตูหลัง?"
เดิมทีอยากใช้มันฝึกฝนทักษะการต่อสู้ แต่หินลับมีดก้อนนี้ แข็งเกินคาด ถ้าสู้ต่อไป ไม่รู้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้นอีก แต่อย่างน้อย ก็ได้สัมผัสความสามารถในการฟื้นฟูที่สุดยอดของเคล็ดวิชาฉางชุนแล้ว ส่งครูฝึกถังขึ้นสวรรค์แล้ว ค่อยไปหาอะไรกินในครัว เรื่องหลังจากนี้ ค่อยว่ากัน ไป๋ซู่ก้าวเท้าออกไป กำลังจะแวบไปด้านหลังครูฝึกถัง เสียงแหวกอากาศแหลมเปี๊ยบก็ดังขึ้นข้างหู
มันคือลูกธนู อากาศถูกพลังและความเร็วที่บริสุทธิ์และรุนแรงตัดขาด ในชั่วพริบตา ที่ไป๋ซู่ยังหลบไม่พ้น หรือยังมองไม่ชัดด้วยซ้ำ หลังจากเสียงลมฉีกขาดดังหวีดหวิว หางลูกศรสีขาวก็ปักลึกเข้าไปในหว่างคิ้วของครูฝึกถัง มันมองขึ้นไปบนฟ้า ริมฝีปากขยับ ผละ! หัวแบะออกเป็นสองซีกอย่างไร้เสียง ร่างกายที่แขนยาวค้ำยันอยู่ล้มครืนลงกับพื้น
และในขณะนี้ ไป๋ซู่เพิ่งจะเดินออกไปได้เพียงวาเดียว เขาหยุดฝีเท้า เงยหน้าขึ้น บนชายคาหอซ่อนจันทร์ กระเบื้องเคลือบเรียงรายส่องแสงระยิบระยับ ราวกับทะเลสาบสีขาวส่องประกาย แสงนวลตาส่องให้ทุกอย่างสว่างไสว เหนือศีรษะ มีแสงไฟสลัวๆ โปรยปรายลงมาช้าๆ เด็กสาวที่มองไม่เห็นหน้าชัดลดคันธนูลง ก้มหน้ามองลงมา ข้างต้นสนเขียว ต้นซิ่ง (Appricot) หลายต้นแผ่กิ่งก้านสาขาห้อยระย้า ยามวสันต์เดือนสาม ลมพัดผ่านยอดไม้ กลีบดอกสีแดงสลับขาวดั่งหิมะสดใส ก็ร่วงหล่นเต็มสายลม
[จบตอน]