- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นทาส แต่ข้ามีระบบอัปเกรดทันที
- บทที่ 3: คัมภีร์หัวใจมังกรแดง
บทที่ 3: คัมภีร์หัวใจมังกรแดง
บทที่ 3: คัมภีร์หัวใจมังกรแดง
บทที่ 3: คัมภีร์หัวใจมังกรแดง
"คุณพระช่วย!" เถี่ยจู้ที่เปิดม่านเข้าไปคนแรกสะดุ้งโหยง
ไม่ไกลนัก ท่ามกลางข้าวของระเกะระกะ ซอมบี้ที่กระดูกสะบักถูกหอกเหล็กสองเล่มเสียบทะลุเงยหน้าขึ้น พอเห็นคนเป็นเข้ามาใกล้ ร่างกายของมันก็เริ่มบิดเร้า พื้นไม้สาลี่ดำอันแข็งแกร่งเกิดรอยร้าวเป็นทาง "นั่นมันผู้อาวุโสซุน" ไป๋ซู่กระชับดาบเดินเข้าไป ผู้อาวุโสซุน หรือ 'ซุนกงเฟิ่ง' เป็นคนของตระกูลเซี่ย หนึ่งในตระกูลใหญ่...
ความทรงจำมากมายในหัวกระจัดกระจาย ไป๋ซู่ส่ายหน้าแรงๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้า เลือดที่ยังไม่แห้งสนิทจับตัวเป็นก้อน ทั้งชั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเหม็นชวนคลื่นไส้ ฝูงแมลงวันบินว่อนส่งเสียงหึ่งๆ ห่างจากผู้อาวุโสซุนไปไม่กี่ก้าว ซอมบี้ที่หัวถูกผ่าครึ่งนอนตายอยู่ ดวงตาของมันขาวโพลน จอมยุทธ์ ขั้นเปิดทวาร (เลี่ยนเชี่ยว) ก็กลายเป็นซอมบี้ได้งั้นหรือ...
เสียงดิ้นรนของผู้อาวุโสซุนดังขึ้นเรื่อยๆ เถี่ยจู้กลัวว่าจะเรียกซอมบี้ตัวอื่นมา จึงยกดาบขึ้นอย่างสั่นเทา "ให้ข้าจัดการเอง" ไป๋ซู่ขวางเขาไว้ คนธรรมดากลายเป็นซอมบี้ให้แต้มสถานะ 1 แต้ม แล้วถ้าเป็นจอมยุทธ์ขั้นเปิดทวารล่ะ?
แววตาของไป๋ซู่ฉายแววดุร้าย เขายกดาบยาวขึ้นเหนือหัว แล้วฟันลงไปเต็มแรง ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังต่อเนื่อง แฝงด้วยเสียงโลหะกระทบกัน แรงสะท้อนมหาศาลจากการปะทะระหว่างคอและใบดาบทำให้ไป๋ซู่นิ้วชาจนแทบจับดาบไม่อยู่ ทำซ้ำเช่นนั้นสิบกว่าครั้ง ในที่สุดเสียงปะทะครั้งสุดท้ายก็ดังขึ้น หัวของผู้อาวุโสซุนก็หลุดออกจากบ่า
ไป๋ซู่ถอยหลังไปหลายก้าว สองมือยันด้ามดาบ แขนทั้งสองสั่นเทา
【นาม】: ไป๋ซู่ 【วรยุทธ์】: ไม่มี 【แต้มสถานะ】: 31
เขาฆ่าซอมบี้ไปสองตัว แต้มเพิ่มมาแค่สองแต้ม แต่จอมยุทธ์ขั้นเปิดทวารหนึ่งคน กลับให้แต้มถึง 29 แต้ม ไป๋ซู่กวาดตามองชั้นหนังสือที่เรียงรายในหอ แม้ชั้นหนังสือจะเยอะ แต่คัมภีร์หยกและม้วนตำราที่เคยวางอยู่กลับอันตรธานหายไปเกลี้ยง
"ล้อเล่นน่า?" ไป๋ซู่ใจหายวาบ เขาวิ่งไปที่มุมห้อง รอยแตกที่พื้นยังดูใหม่ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งมีคนมาที่นี่ไม่นาน "วันนี้ตอนเที่ยงเป็นวันถ่ายทอดวิชาให้พวกจ้าวซิว" ในความตื่นตระหนก ไป๋ซู่นึกเรื่องนี้ขึ้นได้ รีบหันหลังวิ่งไปที่ศพสองร่างนั้น
"เจ้าค้นตัวนั้น ข้าจะค้นตัวผู้อาวุโสซุน" ไป๋ซู่บอกเถี่ยจู้ เขากลั้นใจข่มความขยะแขยง ค้นตัวผู้อาวุโสซุนอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า "ร้อนตับแลบขนาดนี้ เจ้านี่ยังใส่ชุดหนาขนาดนี้อีกเรอะ?" ไป๋ซู่กระชากเสื้อคลุมขนสัตว์ลายดำขลิบทองออก พลางสบถในใจ
ผ่านไปเกือบครึ่งก้านธูป ก็ยังไม่เจออะไร ไป๋ซู่ร้อนใจจนเหงื่อแตกพลั่ก ขณะที่กำลังจะถอดเสื้อผ้าศพต่อ เถี่ยจู้ก็ร้องอุทานด้วยความดีใจ "เจอแล้ว!" มันคือสมุดเล่มเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ มีทั้งตัวอักษรและภาพวาด พร้อมคำอธิบายละเอียดยิบ "ตอนพวกผู้อาวุโสสอนวิชา ก็ใช้เล่มนี้แหละ" เถี่ยจู้ยื่นหน้าเข้ามา "ของผู้อาวุโสซุนก็มีนะ"
ขณะที่ไป๋ซู่กำลังดู เถี่ยจู้ก็ค้นอีกรอบ เพียงครู่เดียว เขาก็ชูสมุดเล่มเล็กอีกเล่มในมืออย่างลำพองใจ "หาเจอที่ไหน?" "ผู้อาวุโสซุนใส่เอี๊ยมลายห่านขาว เจออยู่ข้างในนั้นแหละ" "..." "เสียดายที่เป็น 《คัมภีร์หัวใจมังกรแดง》 ฉบับย่อ มีแค่วิธีเดินลมปราณ ขั้นครรภ์ลมปราณ (ไท่ซี) เท่านั้น"
ไป๋ซู่กวาดตามองคร่าวๆ อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ แต่ก็ไม่แปลก ในร่างกำเนิดลมปราณก่อเกิดหนึ่งสาย นั่นคือครรภ์ลมปราณ พวกจ้าวซิวครึ่งหนึ่งยังไม่เข้าสู่ขั้นนี้ จะสอนวิชาให้พวกนั้น จะให้สอนเคล็ดลับขั้นเปิดทวารหรือไง? "ไปกันเถอะ" เถี่ยจู้เอ่ย ไป๋ซู่กำลังจะพยักหน้า ก็ถูกเสียงร้องโหยหวนขัดจังหวะ
"ช่วยข้าด้วย!" "ผู้อาวุโสซุน?!" "ใคร? ใครก็ได้ช่วยข้าที?!"
ทั้งสองหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกัน "ไป!" ไป๋ซู่กระชับดาบ ทั้งสองวิ่งลงจากหอ มุ่งหน้าสู่ประตูหลังอย่างบ้าคลั่ง
———
จ้าวซิวไม่เคยคิดมาก่อนว่า ตนเองจะมีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ สำหรับเขา วันนี้เป็นแค่วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง ฝึกยุทธ์ แล้วพาลิ่วล้อไปหาความสำราญที่เหลาในเมือง ตกเย็นก็ไปโปรยเงินให้แม่นางซีเหมินที่หอชุนฮวา วันหนึ่งก็ผ่านไปเช่นนี้ แม้ช่วงนี้จะมีข่าวลือเรื่องคนบ้ากินคนหนาหู เศรษฐีในเมืองเฟินยินหลายรายย้ายหนีไปแล้ว แต่ตระกูลจ้าวไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทำให้จ้าวซิวผู้เป็นคุณชายสูงศักดิ์วางใจ
ตระกูลของเขาเป็นตระกูลใหญ่อันดับต้นๆ ในเมืองเฟินยิน แถมยังเกี่ยวดองกับตระกูลเซี่ย หนึ่งในสิบสองตระกูลยักษ์ใหญ่ กลายเป็นตระกูลผู้ลากมากดีอย่างแท้จริง แม้แต่ตัวจ้าวซิวเอง มารดาบังเกิดเกล้าก็เป็นคนตระกูลเซี่ย ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านยังนิ่งเฉย ทำให้จ้าวซิวที่เดิมทีหวาดกลัว ค่อยๆ สงบใจลง
เขายืนม้าฝึกยุทธ์อย่างเกียจคร้าน ขยี้ตา หมอกม่วงวันนี้ ดูเหมือนจะหนาขึ้นนะ...
"ครูฝึกถัง ครูฝึกถัง!" มีคนตะโกนเรียกหลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เกิดอะไรขึ้น? จ้าวซิวเอียงคอมองอย่างไม่ใส่ใจนัก
ครืดคราด— ครืดคราด— นั่นคือเสียงเสมหะพันอยู่ในลำคอ ด้วยความตกใจกลัว จ้าวซิวล้มก้นจ้ำเบ้า เขากรีดร้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว จนชนเข้ากับมุมกำแพง เพียงชั่วพริบตาเดียว คนนับสิบ รวมถึงครูฝึกถังคนนั้น...
พวกเขาบิดร่างกายเป็นรูปทรงที่มนุษย์ไม่มีทางทำได้ เสียงกระดูกเคลื่อนดังกร๊อบแกร๊บ คนพวกนั้นหลับตาแน่น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มวิปริต จ้าวเฉิง, จ้าวผิง, จ้าวซู่, ครูฝึกเจิ้ง, ครูฝึกซุน... รวมแล้วกว่าครึ่งที่ตกอยู่ในสภาพนี้ บนลานประลองยุทธ์ บางคนเริ่มถอยหนี บางคนลอบระวังตัว
"เหล่าถัง พวกเจ้าเป็นบ้าอะไรกัน?" คนคนหนึ่งเดินข้ามจ้าวซิวไป ตวาดเสียงดัง "จ้าวโจว..." จ้าวซิวเอื้อมมือไป หวังจะดึงเขาไว้ นั่นคือน้องชายของเขา เขาชื่อจ้าวโจว "ไม่เป็นไร" จ้าวโจวสะบัดมือที่สั่นเทาของพี่ชายออก สีหน้าไม่สบอารมณ์ "ข้าจะดูสิว่าไอ้พวกสวะนี่มันเล่นตลกอะไรกัน!"
แขนของจ้าวซิวตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาพยายามจะยกขึ้นหลายครั้ง แต่ก็สั่นจนควบคุมไม่ได้ "อย่าไปนะ..." เขาครางเสียงเบา เปล่งคำพูดออกมาไม่กี่คำ ตอนนี้ บางคนเห็นท่าไม่ดีก็วิ่งหนีไปไกลแล้ว จ้าวซิวอยากจะวิ่งตามไป เขาพยายามขยับเท้าสุดชีวิต แต่ร่างกายกลับติดแน่นอยู่กับพื้น
ชายที่ร่างกายบิดเป็นเกลียวเหมือนงูลืมตาโพลง นัยน์ตาขาวโพลน กร๊อบ— กร๊อบ แกร๊บ แกร๊บ!!! เขาหมุนตัวอย่างรุนแรง ราวกับลูกข่าง
ผลุะ! คลื่นเสียงและเสียงแหวกอากาศรุนแรงดังขึ้น ผนังข้างตัวปรากฏรอยยุบรูปคน เศษหินเล็กๆ ร่วงกราวลงบนหัว จ้าวซิวลูบหน้า ครึ่งตัวของเขาเต็มไปด้วยเลือด ราวกับถุงน้ำขนาดใหญ่ถูกบีบจนแตก ของเหลวข้างในสาดกระเซ็นใส่ตัวเขา
เสียงร้องไห้และเสียงคำรามดังระงม "อ๊ากกกกกก!" จ้าวซิวหวาดกลัวจนแทบจะร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล น้องชายกลายเป็นก้อนเนื้อเละๆ ที่ดูไม่ออกว่าเป็นใคร ครูฝึกถังค่อยๆ ดึงตัวเองออกมาจากรอยยุบ เขาค่อยๆ หันหัวมามองจ้าวซิว เผยรอยยิ้มที่ดูเมตตาปรานี
——— ——— ———
"ท่านผู้อาวุโส ผู้อาวุโสซุน!" จ้าวซิวหายใจหอบถี่ ในปากมีแต่รสคาวเลือด ใคร? ใครก็ได้ช่วยข้าที... เขากลิ้งตัวหลบอย่างทุลักทุเล รอดพ้นจากซอมบี้ที่กระโจนออกมาจากพุ่มไม้ข้างหน้าได้อย่างหวุดหวิด เสียงหัวใจเต้นราวกับกลองรัว หายใจถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหน้าเริ่มมีดาวระยิบระยับ เขาคงทนได้อีกไม่นาน
"ท่านพ่อ..." ชายชราผมขาวในชุดคลุมสีม่วงคุกเข่าข้างหนึ่ง ไร้ลมหายใจไปนานแล้ว ข้างกายคือกองศพสูงราวภูเขา "ท่านพ่อ" จ้าวซิวทรุดฮวบลงกับพื้น เขาวิ่งไม่ไหวแล้ว "เซี่ยตานชิว..." ข้า... เขาพึมพำชื่อหนึ่งเบาๆ น้ำตาไหลซึมจากหางตา ร่างในชุดสาวใช้กำลังวิ่งตรงเข้ามา เห็นจ้าวซิวไม่ขยับ ในลำคอก็ส่งเสียงคำรามต่ำด้วยความดีใจหรือความหิวโหย ฝูงซอมบี้ที่ดาหน้ากันเข้ามากลืนกินเขาจนมิด เสียงฉีกกระชากเลือดเนื้อ เสียงโหยหวนและเสียงร้องไห้ดังขึ้นอย่างแหลมสูง แล้วก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว
"เอาไงดี?" เถี่ยจู้พิงหลังประตู เหงื่อกาฬไหลพราก "เยอะเกินไปแล้ว เกือบร้อยตัวได้" "พอดีเลย พวกมันกระจุกอยู่ด้วยกัน" ไป๋ซู่มองผ่านรอยแยกประตู ซอมบี้เบียดเสียดกันเป็นกลุ่มก้อน ราวกับแมลงวันที่เกาะอยู่บนขนมถ้วยฟูเน่าๆ "เดี๋ยวข้าบอกให้วิ่ง เจ้าก็วิ่งเลยนะ"
"เจ้าจะ..." ไป๋ซู่ลูบกล่องแลคเกอร์สีดำในมือ เถี่ยจู้จำมันได้ นั่นคือลูกระเบิดอัคคี "เสียงดังจะล่อซอมบี้แถวนี้มาหมด ทางที่ดีวิ่งให้ไวหน่อย" ไป๋ซู่หลับตาลง แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น ซอมบี้นับร้อยตัวนี้ จะให้แต้มสถานะได้เท่าไหร่กันนะ? จู่ๆ เขาก็รู้สึกคาดหวังกับผลลัพธ์ครั้งนี้
"วิ่ง!" ไป๋ซู่ตะโกนเสียงต่ำ ทั้งสองพุ่งตัวออกจากประตู ยังไม่ทันที่พวกซอมบี้จะหันมาสนใจ ไป๋ซู่กำลูกกลมสีดำห้าลูกไว้ในมือ แล้วขว้างใส่กองซอมบี้สุดแรง
ตูม!!! เสียงระเบิดกึกก้อง สายฟ้า แสงไฟ คลื่นเสียง และแรงกระแทกมหาศาลแผ่กระจายออกมา ไป๋ซู่รีบหมอบลงกับพื้น เอามืออุดหูแน่น น้ำในสระครึ่งไร่ถูกแรงระเบิดซัดขึ้นฟ้า ปะปนกับแขนขาขาดและฝนเลือดที่ตกลงมาพร้อมกัน หอซ่อนจันทร์ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด กระเบื้องแตกกระจายร่วงกราว ไป๋ซู่ไม่สนใจแต้มสถานะที่เปลี่ยนแปลง ตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วออกวิ่งสุดชีวิต
ไกลออกไป เสียงคำรามที่รุนแรงยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าดังแว่วมา ไป๋ซู่และเถี่ยจู้วิ่งโซซัดโซเซกลับมาที่ปากหลุม อาจเป็นเพราะเสียงระเบิดดึงดูดความสนใจ โชคดีเหลือเชื่อที่ตลอดทางพวกเขาหลบเลี่ยงซอมบี้มาได้และกลับเข้าห้องได้อย่างปลอดภัย
"ดวงดีชะมัด" หลังจากวางสิงโตหินลง ประตูกลก็ค่อยๆ ปิด เถี่ยจู้เกาะบันไดเชือก รู้สึกเหมือนเพิ่งรอดตายมาหมาดๆ "ใช่ไห..." คำพูดของไป๋ซู่ขาดห้วง เงาดำสายหนึ่งพุ่งลอดรอยแยกที่ยังปิดไม่สนิทเข้ามากอดรัดเขาไว้แน่น บันไดเชือกหลุดมือ ในระหว่างที่ร่วงลงไป ไป๋ซู่กระแทกกับผนังบ่ออย่างแรงหลายครั้ง จนตาลายเห็นดาวระยิบระยับ แทบจะกระอักเลือดออกมา
ในวาระสุดท้าย เขาได้ยินเสียงแมวร้องแหลมสูง
[จบตอน]