- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 29 คุณหนูคะ ฉันกลัวเหลือเกิน
บทที่ 29 คุณหนูคะ ฉันกลัวเหลือเกิน
บทที่ 29 คุณหนูคะ ฉันกลัวเหลือเกิน
จะมีความอับอายใดในโลก ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีก?
เวินเซินรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอ จะกลืนก็ไม่เข้าจะคายก็ไม่ออก เพราะความโกรธที่อัดอั้น
แต่ต่อหน้าคนอื่น เขายังคงต้องรักษาภาพลักษณ์สุภาพบุรุษผู้เยือกเย็นและอ่อนโยนเอาไว้
ดังนั้น เขาจึงแสร้งพูดอย่างเข้าใจ "ไม่เป็นไรหรอก! รีบกลับไปเรียนเถอะ! ผมไม่เคยต้องการให้คุณต้องเสียสละเวลาของตัวเองเพื่อผมอยู่แล้ว เห็นคุณทำตัวตามสบายแบบนี้ ผมก็โล่งใจ"
พูดไปก็ฉีกยิ้มแบบ 'ป๋าผู้แสนดี' ไปด้วย
มือของเขายื่นออกไปโดยอัตโนมัติ หวังจะลูบหัวหนิงหยวนอย่างเอ็นดู
หนิงหยวนเหมือนจะเตรียมรับมือไว้แล้ว เธอรีบก้มตัวลงทำท่าผูกเชือกรองเท้าทันควัน
เวินเซิน: "..."
มือที่ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศสั่นระริก
เขากัดฟันกรอดจนแทบจะเป็นผุยผง
หลังจากแกล้งผูกเชือกรองเท้าอยู่พักใหญ่ หนิงหยวนก็ค่อย ๆ ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วพูดอย่างนอบน้อม "ขอบคุณคุณเวินมากค่ะที่เป็นห่วงและตักเตือน ฉันจะตั้งใจเรียนค่ะ คุณเวินไม่ต้องเป็นห่วง"
ความสงบนิ่งและมารยาทงามของเธอดูเหมือนจะทำไปตามหน้าที่จริง ๆ
แต่มันก็หาที่ติไม่ได้
เวินเซินมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปของเธอ ตาหรี่ลงเล็กน้อย
แววตาฉายชัดถึงความต้องการครอบครองอย่างรุนแรง
"เดี๋ยวนี้ใครหน้าไหนก็กล้าปฏิเสธฉันแล้วเหรอ? หึหึ แม่หนูน้อย เธอกำลังเล่นกับไฟนะ"
ตระกูลฉู่อยากประจบประแจงเขาจนตัวสั่น
ขอแค่เขาส่งสัญญาณนิดเดียว เดี๋ยวพวกนั้นก็รีบประเคนสิ่งที่เขาต้องการมาให้ถึงที่เอง
คิดได้ดังนั้น เวินเซินก็ส่งข้อความหาไต้เหมย:
"ของเล่นชิ้นน้อยที่คุณส่งมา น่าสนใจดีนะครับ"
...
เมื่อออกจากโรงเรียน หนิงหยวนก็นั่งแท็กซี่กลับบ้านตระกูลฉู่
ชุดน้ำชายามบ่ายที่เธอซื้อมา แน่นอนว่าซื้อมาฝากฉู่หนิง
เมื่อนึกถึงว่าฉู่หนิงกำลังป่วย และสาเหตุที่ป่วยก็น่าจะมาจากตัวเธอเอง ท่าทีที่เธอมีต่อฉู่หนิงจึงดูจริงใจและอดทนกว่าเมื่อก่อนมาก
"คุณหนูคะ ฉันวางฮะเก๋ากุ้งที่คุณหนูชอบไว้ในครัวนะคะ ฉันห่อเองกับมือเลย"
ฉู่หนิงนั่งกอดถังไก่ทอดอยู่บนโซฟา กำลังดูรายการวาไรตี้โชว์ในทีวี หัวเราะเอิ๊กอ๊ากจนตัวงอ หมดมาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไปโดยสิ้นเชิง
พอได้ยินหนิงหยวนพูด เธอก็แค่ตอบรับ "อ้อ!" แล้วพูดต่อ "นั่งลงสิ อย่าบังจอ ฉันจะดูทีวี"
หนิงหยวนเม้มปาก ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไป
สายตาเธอเหลือบมองถังไก่ทอดในอ้อมกอดฉู่หนิงอยู่หลายรอบ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูดขัดคอ และนั่งลงอย่างว่าง่าย
แต่นั่งลงได้ไม่ทันไร เธอก็พูดเรื่องที่ทำเอาฉู่หนิงอารมณ์บูด "ตอนออกจากโรงเรียน ฉันเจอคุณเวินเซินค่ะ เขาเข้ามาคุยกับฉันด้วย"
ฉู่หนิง: "อ้อ แล้วไง?"
หนิงหยวนหลุบตาลง "ไม่มี 'แล้วไง' ค่ะ"
ฉู่หนิงหันขวับมามอง "แล้วเธอจะมาบอกฉันทำไม? จะอวดเหรอ?"
ชัดเจนว่าหนิงหยวนไม่ได้ตั้งใจจะอวด
เธอแค่เคยชินกับการต้องรายงานทุกเรื่องให้ฉู่หนิงรับรู้
"หนิงหยวน เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะ หัดมีวิจารณญาณเองบ้างสิ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องมาป่าวประกาศบอกฉันทุกเรื่อง แล้วก็ไม่ต้องมาขอความเห็นจากฉันด้วย"
ได้ยินแบบนั้น คิ้วของหนิงหยวนก็ขมวดมุ่น "คุณหนูหมายความว่ายังไงคะ?"
"ความหมายของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน?"
"เข้าใจยากจริง ๆ ค่ะ"
"งั้นฉันจะพูดให้ชัดเจนกว่านี้นะ" ฉู่หนิงหยิบปีกไก่จากถังยัดใส่ปากหนิงหยวน "ถ้าเธอชอบเวินเซิน และอยากแต่งงานกับเขาเพื่อเกาะกิ่งทองใบหยกของตระกูลเวินจริง ๆ ก็ทำตามใจตัวเองเถอะ ฉันไม่ขวาง"
ยังพูดไม่ทันขาดคำ เสียงสวรรค์จากระบบที่เธอรอคอยมานานก็ดังขึ้น
【ค่าความดาร์ก +1% ค่าความดาร์กของตัวละครเป้าหมายปัจจุบันคือ 93%】
มาแล้ว มาแล้วโว้ย!
ฉู่หนิงแทบจะลุกขึ้นเต้นระบำ
ไอ้ค่าความดาร์กจอมดื้อด้าน ในที่สุดก็ขยับสักที
แต่สิ่งที่ตามมาติด ๆ คือสายตาอำมหิตของหนิงหยวน "อ้อ งั้นแปลว่าที่เมื่อคืนคุณหนูพูดกับฉัน โกหกทั้งเพสินะคะ?"
หัวใจที่พองโตของฉู่หนิงแฟบลงทันที
น่องไก่ทอดในมือ จะกินต่อหรือวางดีก็ไม่รู้
หนิงหยวนสูดหายใจลึก ค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาประชิดฉู่หนิง
เธอโยนปีกไก่ในมือทิ้งลงในถังไก่ทอดของฉู่หนิง แล้วแย่งถังนั้นไปวางกระแทกบนโต๊ะ
ฉู่หนิงข่มความกลัว แกล้งทำใจดีสู้เสือ นั่งตัวลีบอยู่ในวงล้อมของหนิงหยวน
"ฉันหลงคิดว่าฉันได้ใจคุณหนูมาแล้ว แต่ที่จริง... ฉันไม่ได้อะไรเลยใช่ไหมคะ?"
"อาหนิง พี่สาวที่แสนดี"
"ปากสวย ๆ ของพี่ คงไม่ได้มีไว้พูดแต่เรื่องโกหกหรอกใช่ไหม?"
น้ำเสียงของหนิงหยวนเรียบสนิทจนจับอารมณ์ไม่ได้ แต่จิตสังหารในดวงตานั้นเข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้
ฉู่หนิงมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ถ้าเธอพูดผิดหูอีกแม้แต่คำเดียว วินาทีถัดไปเธออาจจะได้ไปเฝ้ายมบาล!
ถึงการเพิ่มค่าความดาร์กจะสำคัญ แต่ถ้าโดนฆ่าตายก่อนค่าจะเต็ม ก็จบเห่เหมือนกัน
"พี่คะ ทำไมไม่พูดล่ะ? ร้อนตัวเหรอ?"
"พี่แกล้งทำเป็นชอบฉัน ไม่ได้ชอบฉันจริง ๆ ใช่ไหม?"
"เรื่องเมื่อคืน พี่ก็ไม่ได้เต็มใจสินะ?"
คำถามรัว ๆ ของหนิงหยวนเหมือนเสียงระฆังมรณะ
ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ฉู่หนิงตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่น
เธอพลิกตัวผลักหนิงหยวนลงไปนอนบนโซฟา ถลกชุดนอนขึ้น แล้วกางขาคร่อมทับบนตักหนิงหยวนหน้าตาเฉย
ในขณะที่หนิงหยวนกำลังมึนงง เธอก็จัดการจูบปิดปากซะ
เรื่องโกหกผู้หญิงเธออาจจะไม่ถนัด
แต่เรื่องจูบเนี่ย... เธอได้วิชามาจากหนิงหยวนเพียบ!
...ไม่กี่นาทีต่อมา...
ฉู่หนิงกำคอเสื้อหนิงหยวนแน่น หน้าแดงก่ำ หอบหายใจแฮก ๆ "ยัยสัตว์ป่า!"
เอาล่ะ ได้เวลาสวมบทคนโรคจิตแล้ว
ช่วงนี้ฉู่หนิงเพิ่งจะรื้อฟื้นหนังโรคจิตเรื่อง "อย่าคุยกับคนแปลกหน้า" มาดูในหัว ได้เรียนรู้สีหน้า ท่าทาง และบทพูดเด็ด ๆ มาเพียบ
เธอรู้สึกว่าฝีมือการแสดงของเธอพัฒนาขึ้นจม นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้งัดออกมาโชว์ของ
"ถ้าเธอกล้าปีนเกลียวไปเกาะกิ่งทองใบหยกจริง ๆ ฉันจะหักแขนหักขาเธอ ล่ามโซ่เธอไว้กับเตียง ให้เธอไม่ได้ก้าวขาออกจากบ้านนี้ ออกจากห้องนี้ไปตลอดชีวิต!"
"ฮ่า ๆ ๆ คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยเธอไป?"
"ยัยโง่ ฉันแค่ลองใจเธอต่างหาก!"
"จะมาแกล้งทำเป็นไก่อ่อนอะไรตอนนี้ฮะ หนิงหยวน?"
"ลืมสภาพน่าสมเพชของตัวเองเมื่อคืนไปแล้วหรือไง? ทำขนาดนั้นแล้วยังคิดจะหนีอีกเหรอ? ไม่คิดว่าตัวเองสมควรตายบ้างเหรอไง?"
พูดถึงตรงนี้ ฉู่หนิงเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเล่นใหญ่ไปหน่อย
แต่พอเครื่องติดแล้ว มันหยุดไม่ได้
ถ้าค่าความดาร์กเพิ่มขึ้นสักนิด มันก็คุ้มค่าเหนื่อย
หนิงหยวนจ้องมองเธอตาค้าง ขอบตาค่อย ๆ แดงระเรื่อ
เธอเงียบกริบ ปล่อยให้ฉู่หนิงสาดคำพูดดูถูกเหยียดหยามใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับคนหมดทางสู้
【ค่าความดาร์ก -10% ค่าความดาร์กของตัวละครเป้าหมายปัจจุบันคือ 83%】
ฉู่หนิง: ...บัดซบ นี่ฉันด่าจนหล่อนหลงรักเลยเรอะ
ยัยนี่มันป่วยชัด ๆ ฉันด่าสาดเสียเทเสียขนาดนี้ ค่าความดาร์กกลับลดลงเนี่ยนะ?
"คุณหนูคะ ฉันกลัวเหลือเกิน"
หนิงหยวนค่อย ๆ ยื่นมือออกมาโอบไหล่ฉู่หนิง น้ำตาเอ่อคลอเบ้า
น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบเช่นเคย แต่แฝงไว้ด้วยความบ้าคลั่งจาง ๆ
"ฉันกลัวว่าฉันจะต้องกลับไปยืนอยู่กลางทะเลสาบน้ำแข็งเหมือนตอนอายุสิบห้าอีกครั้ง"
"ครั้งนี้ ถ้าคุณหนูปล่อยมือให้ฉันตกลงไป เราคงต้องจบเห่ไปด้วยกันแน่ ๆ"
"เพราะฉะนั้น ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าโกหกฉัน..."
เธอหยุดนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างช้า ๆ
"ถึงจะโกหก ก็ช่วยโกหกให้เนียนไปตลอดชีวิตเถอะนะคะ ตกลงไหม?"