เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 เธอไม่คิดจะฝืนใจตัวเอง

บทที่ 28 เธอไม่คิดจะฝืนใจตัวเอง

บทที่ 28 เธอไม่คิดจะฝืนใจตัวเอง


ผ่านไปหนึ่งคืน

เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันเรียนปกติ แต่ฉู่หนิงกลับลุกจากเตียงไม่ไหว อาการไข้ขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง เธอเป็นไข้จริง ๆ

"ว้ายตายแล้ว เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? จู่ ๆ ก็ไข้ขึ้นสูงถึง 39.8 องศา?"

ไต้เหมยยืนโวยวายอยู่ข้างเตียงฉู่หนิง

"อาหยวน เมื่อคืนหนูอุตส่าห์ขออยู่เฝ้าไข้พี่เขา นี่ดูแลกันอีท่าไหน? ว่าแต่เมื่อคืนพวกหนูกลับมากันกี่โมง? ตอนฉันเข้านอนตีสองกว่าแล้ว พวกหนูยังไม่ถึงบ้านเลยนะ..."

บ่นไปบ่นมา เหมือนจะรู้ตัวว่าใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวเกินไป เธอจึงรีบปรับเสียงให้อ่อนลง

เธอวางมือลงบนไหล่หนิงหยวน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "น้าไม่ได้จะตำหนิหนูนะลูก แค่เป็นห่วงน่ะ หนูเข้าใจความรู้สึกน้าใช่ไหม?"

หนิงหยวนยังคงแสร้งทำตัวว่าง่าย ก้มหน้าตอบ "เข้าใจค่ะ"

ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอทำเอาฉู่หนิงอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง

ถ้าเมื่อคืนไม่ได้เห็นธาตุแท้ของยัยเด็กนี่กับตา เธอคงหลงเชื่อไปแล้ว

ลูกไล่ผู้ว่าง่ายเจียมตนอะไรกัน?

นี่มันหมาป่าจอมตะกละชัด ๆ!

อ๊าก พอนึกถึงเรื่องที่ทำกับหนิงหยวนเมื่อคืน ฉู่หนิงแทบจะบ้าตาย

หนิงหยวนเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ ส่วนฉู่หนิงในโลกนี้อายุมากกว่าเธอสองปี และในโลกเดิมอายุมากกว่าตั้งห้าปี!

ยังไงซะ ฉู่หนิงก็แก่กว่าและมีประสบการณ์มากกว่า

ประเด็นสำคัญที่สุดคือ... ข้างในเธอเป็นผู้ชายนะเว้ย

ทำแบบนี้มันเท่ากับฉวยโอกาสกับเด็กสาวชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ?

ฉู่หนิงเชื่อมั่นว่าลูกผู้ชายที่มีศีลธรรมไม่ควรทำเรื่องพรรค์นี้

เพียงแค่ไม่กี่วินาที ความคิดในหัวฉู่หนิงตีกันยุ่งเหยิง เธอมองเพดานด้วยสายตาเหม่อลอย แล้วถอนหายใจยาวเหยียด

"เอาเถอะ อาหยวน พอได้แล้ว หนูไปโรงเรียนก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงอาหนิงหรอก"

ไต้เหมยตัดบทง่าย ๆ

เธอดันไหล่หนิงหยวน พาเดินออกไปจากห้อง

คลิก—

ประตูห้องนอนปิดลง ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องอีกครั้ง

ฉู่หนิงใช้มือยันเตียง ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง

"ระบบ ขอยาบำรุงร่างกายสักขวดได้ไหม"

"โฮสต์ครับ นี่มัน..."

"นี่คือการเสียสละเพื่อภารกิจนะเว้ย! เลิกพล่าม แล้วให้ความร่วมมือซะดี ๆ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจะยาก ก็แค่เอามาให้ จะบ่นอะไรนักหนา!"

ฉู่หนิงหงุดหงิดงุ่นง่าน ซึ่งต่างจากนิสัยในโลกเดิมของเธออย่างสิ้นเชิง

ความจริงจะโทษว่าเธอขี้หงุดหงิดก็ไม่ได้

ตอนนี้เธอเหมือนใช้ชีวิตต่อลมหายใจไปวัน ๆ เวลาหกเดือนจะว่าสั้นก็สั้น จะว่ายาวก็ยาว

ถ้าค่าความดาร์กของหนิงหยวนยังค้างเติ่งอยู่อย่างนี้ เธอซวยแน่

"โฮสต์ครับ ผมว่าตอนนี้สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่แค่ยาบำรุงร่างกาย แต่อาจจะต้องมียาน้ำแก้เครียดด้วยนะครับ"

ฉู่หนิง: "นี่แกกวนตีนฉันเหรอ?"

"เปล่าเลยครับโฮสต์ ของที่คุณต้องการจะถูกส่งไปที่โกดังของคุณในไม่ช้า กรุณาตรวจสอบด้วยครับ"

ฉู่หนิงเบะปาก

เธอแค่บ่นไปงั้นแหละ ไม่คิดว่าระบบจะหามาให้จริง ๆ

แต่ในเมื่อมีของฟรีมาเสิร์ฟถึงที่ มีเหตุผลอะไรจะไม่รับไว้ล่ะ

ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ คนเราก็ไม่ควรใจร้ายกับตัวเอง

ฉู่หนิงกุมท้องที่เริ่มร้องจ๊อก ๆ ลุกจากเตียง เตรียมจะลงไปหาซาลาเปาหรืออะไรสักอย่างในครัวรองท้อง แล้วค่อยสั่งเดลิเวอรี... ไก่ทอด โค้ก อะไรพวกนั้นมากิน...

ที่หน้าประตูโรงเรียน

หนิงหยวนเพิ่งก้าวลงจากรถหรูของตระกูลฉู่

เดินฝ่าความจอแจในโรงเรียน เธอได้ยินเสียงซุบซิบเกี่ยวกับตระกูลเวินหนาหู

เรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านตระกูลเวินเมื่อคืนมันดังระเบิดระเบ้อ และมีพยานรู้เห็นมากเกินไป ถึงตระกูลเวินจะพยายามปิดข่าวแค่ไหน ก็ปิดปากคนไม่ได้หมด ข่าวก็ยังรั่วไหลออกไปอยู่ดี

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของตระกูลเวินทำงานหัวหมุนกันทั้งคืน ตอนนี้ก็ยังคงวุ่นวายอยู่

ข่าวฉาวเกี่ยวกับตระกูลเวินผลุบ ๆ โผล่ ๆ บนอินเทอร์เน็ต

ผลก็คือ ยิ่งพยายามปิด ข่าวลือก็ยิ่งแพร่สะพัดและใส่สีตีไข่จนเลอะเทอะไปกันใหญ่

"ได้ยินมาว่าไงนะ? เมื่อวานไม่ใช่งานวันเกิดเวินลี่ แต่เป็นปาร์ตี้มั่วสุมเหรอ?"

"มีคนเห็นผู้นำตระกูลเวินอยู่กับผู้ชายหลายคน..."

"เชี่ย จริงดิ?"

"เดี๋ยวนี้พอเห็นหน้าคุณเวินเซิน ฉันรู้สึกว่าเขาสกปรกยังไงไม่รู้"

"ไม่หรอกมั้ง คุณเวินเซินขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบ ใคร ๆ ก็รู้"

"ใครจะไปรู้ ใส่เสื้อผ้าก็ดูเป็นคน ถอดออกมาอาจจะไม่ใช่ก็ได้"

เดินอยู่ท่ามกลางเสียงนินทา หนิงหยวนรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในกองขยะเหม็นเน่า

เธอไม่สนหรอกว่าตระกูลเวินจะเป็นตายร้ายดียังไง!

เธอรู้แค่ว่าเมื่อคืนเธอก็โดนหางเลขไปด้วย และถ้าฉู่หนิงไม่โผล่มาช่วยทันเวลา ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง

"สรุปคือ มีคนวางยาในงานเลี้ยงตระกูลเวินแบบหว่านแหสินะ" หนิงหยวนคิด แววตาฉายแววเย็นเยียบ

เป้าหมายของคนคนนั้นไม่น่าจะใช่เธอ

ต่อให้เธอโดนลูกหลง แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็น่าจะเป็นคนในตระกูลเวินนั่นแหละ

พอนึกย้อนไปถึงตอนที่ไต้เหมยพยายามยัดเยียดเธอให้รู้จักกับทุกคนในงาน และบังคับให้เธอดื่มกับคุณเวินเซิน หนิงหยวนก็แสยะยิ้ม

ภาพในหัวของเธอมาหยุดอยู่ที่คุณเวินเซิน

"ในตระกูลเวินตอนนี้ ดีไม่ดีอาจจะมีแค่สิงโตหินหน้าบ้านเท่านั้นแหละที่สะอาดจริง ๆ"

...

ที่ห้องวิชาการของโรงเรียน

เวินเซินนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนโซฟาในห้องรับรอง

เขาเพิ่งจะได้รับเชิญจากโรงเรียนให้มาเป็นอาจารย์พิเศษ แล้วเรื่องบัดซบเมื่อคืนก็ดันเกิดขึ้น

แม้จะมีแค่เวินลี่ที่เห็นฉากเขากับบริกรคนนั้น แต่ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วว่าเขาเองก็ไม่สะอาด!

ต่อให้เป็นเรื่องจริง เขาก็ทนไม่ได้

ตอนนี้เขาเกลียดพ่อตัวเองเข้าไส้ และพาลเกลียดเวินลี่ไปด้วย

ถึงเวินลี่จะสาบานเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่เห็น แต่เขาไม่เชื่อน้ำหน้าหล่อนเลยสักนิด

เขาถึงขั้นสงสัยด้วยซ้ำว่าข่าวลือที่โจมตีเขาในวันนี้ เป็นฝีมือเวินลี่หรือเปล่า

"คุณเวินครับ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ"

หัวหน้าฝ่ายวิชาการเป็นคนรับหน้า

เดิมทีบ่ายนี้จะมีคลาสบรรยายพิเศษของคุณเวินเซิน แต่ตอนนี้ทางโรงเรียนอยากจะขอยกเลิก

"ทางเราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของคุณเวินแน่นอนครับ! แต่คำคนมันน่ากลัวนะครับ คุณเวิน"

เวินเซินสูดหายใจลึก พยายามข่มอารมณ์โกรธ "คุณเชื่อว่าผมบริสุทธิ์? ผมไม่ต้องการให้พวกคุณมาเชื่อ! ผมบริสุทธิ์ใจ ผมประพฤติตัวดีมาตลอด สรุปคือ ผมไม่อนุญาตให้ยกเลิกคลาสบรรยายของผม"

คลาสที่ตอนแรกต้องอ้อนวอนให้เขามาสอน แล้วเขาก็ไม่อยากจะมา ตอนนี้เขากลับต้องเป็นฝ่ายดิ้นรนขอสอนเอง

หัวหน้าฝ่ายถอนหายใจอย่างจนปัญญา "ที่เราตัดสินใจแบบนี้ ก็เพื่อตัวคุณเวินเองนะครับ จริง ๆ แล้ว..."

เวินเซินจ้องมองเขาตาขวาง

เจอแรงกดดันมหาศาล หัวหน้าฝ่ายจำต้องกลับคำ "ในเมื่อคุณเวินไม่ถือสาเรื่องพวกนั้น งั้นทุกอย่างก็ดำเนินการตามปกติครับ!"

เวินเซินลุกขึ้นยืน กระชากคอเสื้อสูทให้เข้าที่ เชิดหน้าสั่งด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง "คุณไปเกณฑ์นักเรียนมาฟัง บอกให้พวกนั้นหุบปากให้สนิท แล้วเอาสมุดจดมาด้วย! ถ้าผมได้ยินเสียงนินทาแม้แต่นิดเดียว เทอมหน้าโรงเรียนคุณอย่าหวังจะได้เงินสนับสนุนจากตระกูลเวินอีก"

"ครับ ๆ ๆ"

เวินเซินเดินออกจากห้องวิชาการในที่สุด

เขาเป็นคนหลงตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร

เสียงนินทาแค่นี้ทำลายกำแพงจิตใจเขาไม่ได้หรอก... เขาคิดแบบนั้นจนกระทั่งเดินผ่านสนามกีฬากลางที่พลุกพล่านที่สุดของโรงเรียน

สายตาแปลกประหลาดของผู้คน เสียงกระซิบกระซาบ และการชี้ชวนให้ดู ทำลายเกราะแห่งความภาคภูมิใจของเขาจนยับเยิน

"ไม่ได้การ ฉันต้องหาผู้หญิงสักคนเดี๋ยวนี้" เวินเซินกัดฟันกรอด ความโกรธปะทุจนเกินระงับ "อย่างช้าพรุ่งนี้ ฉันต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย และฉันไม่ได้มั่วกับผู้ชาย!"

แล้วจะหาใครดีล่ะ?

ชื่อเดียวที่แวบเข้ามาในหัวคือ... หนิงหยวน

บังเอิญเหลือเกิน ระหว่างทางเดินไปตึกเรียน เขาเห็นหนิงหยวนกำลังหิ้วถุงน้ำชายามบ่ายเดินมุ่งหน้าไปทางประตูโรงเรียนพอดี

เวินเซินตะโกนเรียกเธอเสียงดังทันที "คุณหนิงหยวน!"

หนิงหยวนหันกลับมามองด้วยสายตาเรียบเฉย

เธอตั้งใจจะเดินหนีไปเลย

แต่พอนึกถึงคำสั่งย้ำนักย้ำหนาจากพวกผู้ใหญ่ตระกูลฉู่ เธอจึงยอมโค้งคำนับเขาตามมารยาท "คุณเวิน มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"

เวินเซินดูออกว่าเธอทำไปส่ง ๆ และเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาตงิด ๆ: ผู้หญิงคนนี้คงเชื่อข่าวลือในเน็ตพวกนั้น และไม่ไว้ใจเขาเลยสินะ

แต่ตอนนี้ เธอเป็นคนเดียวที่เขาเรียกใช้ได้ง่ายที่สุด

เขาเดินเข้าไปหาเธออย่างไม่รีบร้อน ยื่นมือออกไป

แสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษผู้อ่อนโยน

"ลำบากแย่เลยนะครับ อากาศร้อนขนาดนี้ยังต้องออกไปซื้อลาเต้แก้วโปรดมาให้ผมอีก"

"ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณเวิน" หนิงหยวนตอบเสียงเรียบ ไม่ถ่อมตนแต่ก็ไม่เย่อหยิ่ง "เพราะแก้วนี้ไม่ได้ซื้อมาให้คุณค่ะ"

เธอเว้นจังหวะ เหมือนจะนึกถึงคำกำชับของไต้เหมยขึ้นมาได้อีกครั้ง

ดังนั้น นักเรียนดีเด่นอย่างหนิงหยวนจึงเติมประโยคตามมารยาทไปอีกประโยคแบบขอไปที "แต่ถ้าคุณอยากได้ ฉันจะไปซื้อให้คุณอีกแก้วก็ได้ค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 28 เธอไม่คิดจะฝืนใจตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว