- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 27 ฉันรักคุณหนูอย่างสุดซึ้งเสมอมาค่ะ
บทที่ 27 ฉันรักคุณหนูอย่างสุดซึ้งเสมอมาค่ะ
บทที่ 27 ฉันรักคุณหนูอย่างสุดซึ้งเสมอมาค่ะ
"ทิวทัศน์ที่นี่สวยจริง ๆ นะคะ"
"เห็นทะเลสาบข้างล่างนั่นไหมคะ คุณหนู?"
"มันมีชื่อที่โรแมนติกมากว่า 'น้ำตาเอลฟ์' ค่ะ"
"มีอยู่หน้าหนาวปีหนึ่ง ฉันเคยไปตั้งแคมป์คนเดียวที่นั่น"
"ตกกลางคืน ลมพัดแรงมาก ก้อนหิมะขนาดใหญ่ตกลงมากระแทกเต็นท์เสียงดังโครมคราม เหมือนเสียงวิญญาณอาฆาตที่ตามมาทวงชีวิต"
"วันนั้นเป็นวันเกิดครบรอบ 15 ปีของฉันพอดี"
"ตอนที่นอนหนาวสั่นอยู่ในเต็นท์ ฉันมีความคิดอยู่อย่างเดียว"
"คุณหนูรู้ไหมคะว่าคืออะไร?"
...
ฉู่หนิงถูกจับกดแนบกับราวระเบียง ปลายคางถูกเชิดขึ้นโดยมือของหนิงหยวนจากทางด้านหลัง
วันนี้หนิงหยวนพูดมากผิดปกติ
แต่เรื่องที่เธอเล่ามา ฉู่หนิงไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
ไม่ใช่ว่าระบบไม่ยอมถ่ายทอดความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมให้ แต่เป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมไม่เคยใส่ใจที่จะจดจำเรื่องพวกนี้ต่างหาก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก สำหรับฉู่หนิงแล้ว หนิงหยวนก็เป็นแค่ทาสชั้นต่ำคนหนึ่ง
เจ้านายผู้สูงศักดิ์ที่ไหนจะมาสนใจวันเกิดหรือความรู้สึกของทาสกันล่ะ?
หนิงหยวนเองก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบจากปากฉู่หนิงอยู่แล้ว
เธอเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
เพิ่มความป่าเถื่อนเข้าไปในการกระทำอีกนิด
"ความคิดเดียวของฉันในตอนนั้นคือ... อยากตายค่ะ"
"ทั้งตัวฉันเต็มไปด้วยรอยแผลจากการถูกคุณหนูเฆี่ยนตีด้วยมือตัวเอง"
"นิ้วมือทุกนิ้วของฉันเคยบาดเจ็บเพราะคุณหนู แถมยังมีสองนิ้วที่ถูกหักอย่างทารุณ จนถึงทุกวันนี้ แม้จะรักษาหายแล้วแต่ก็ยังทิ้งร่องรอยความผิดปกติเอาไว้"
"คืนนั้น ช่วงดึกสงัด ฉันเดินเท้าเปล่า ใส่เสื้อผ้าบาง ๆ แค่ชั้นเดียว เดินฝ่าความหนาวเหน็บลงไปกลางทะเลสาบ"
"ฉันบอกตัวเองในใจว่า ถ้าตกลงไป ความทุกข์ระทมและบาปเวรทั้งชีวิตนี้จะได้จบสิ้นกันสักที"
"แต่น่าเสียดาย"
"ฉันเดินจากฝั่งหนึ่งไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง พื้นน้ำแข็งบนทะเลสาบกลับไม่แตกแม้แต่นิดเดียว"
"วินาทีที่เท้าสัมผัสพื้นดินอีกฝั่ง ฉันก็ยอมจำนนต่อโชคชะตา"
"โชคชะตาที่จะต้องถูกคุณหนูบงการ ถูกคุณหนูเหยียบย่ำ และถูกคุณหนูทรมาน... ฉันยอมรับมันแล้วค่ะ"
น้ำตาใส ๆ สองสายไหลรินจากหางตาของฉู่หนิง
ลมภูเขาอันหนาวเหน็บพัดปะทะหน้าอก ราวกับจะแทงทะลุร่างเธอ
ตอนนี้เธอไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ภาพตรงหน้ามีเพียงแสงสีของเมืองยามค่ำคืนที่พร่ามัว
ในหัวสมองของเธอราวกับมีพลุระเบิดตูมตามไม่หยุดหย่อน
หนิงหยวนค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมา ซบลงบนไหล่ของฉู่หนิงอย่างแผ่วเบา จ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบราวกับหมาป่า
"คุณหนูล่ะคะ? ยอมจำนนต่อโชคชะตาหรือยัง?"
...
ฉู่หนิงจำไม่ได้ว่าตัวเองกลับมาถึงบ้านตระกูลฉู่ได้ยังไง
เธอรู้สึกเหมือนปลาเค็มตากแห้งที่โดนแดดเผามาหลายวัน น้ำในตัวระเหยออกไปจนหมดเกลี้ยง
เธอนอนแผ่อยู่บนเตียง หลับ ๆ ตื่น ๆ ฝันเห็นภาพชีวิตอันรุ่งโรจน์ตอนเป็นไอดอล สลับกับภาพทิวทัศน์บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ
เหงื่อกาฬแตกพลั่ก หน้าผากร้อนจัด สงสัยจะจับไข้หัวลมเข้าให้แล้ว
"น้ำ... ขอน้ำหน่อย..."
"คุณหนูคะ เวลานี้ปกติคุณหนูจะดื่มนมนี่คะ"
หนิงหยวนมานั่งอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
พอได้ยินเสียงเธอ ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที ฉู่หนิงไม่อยากเห็นหน้ายัยนี่ที่สุด
หนิงหยวนจำต้องประคองหน้าฉู่หนิงให้หันมา แล้วช้อนเอวบางช่วยพยุงให้ลุกขึ้นนั่ง
ก่อนที่ฉู่หนิงจะทันได้อ้าปากด่า เธอก็ยื่นนมอุ่น ๆ ส่งให้ถึงปาก "ดื่มสิคะ คุณหนู"
ฉู่หนิง: "ไสหัวไป!"
แต่เธอก็ไม่ได้ปัดแก้วนมนั่นทิ้ง
เหตุผลหลักคือเธอหิวน้ำจริง ๆ ถ้าไม่ได้ดื่มอะไรสักอย่างคอคงแห้งผากเป็นผงแน่ ๆ
หนิงหยวน: "ได้ค่ะ แต่คุณหนูต้องอาบน้ำก่อนนะคะ"
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนเสริมว่า "เดี๋ยวฉันอาบให้เอง คุณหนูไม่ต้องขยับหรอกค่ะ"
ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงที่เอวเปลือยเปล่าของฉู่หนิง ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว ร่างกายตอบสนองไวกว่าความคิด
เพียะ—
เสียงฝ่ามือกระทบหน้าหนิงหยวนดังสนั่น
หนิงหยวนนิ่งรับโดยไม่หลบเลี่ยง จากนั้นก็ช้อนตัวฉู่หนิงขึ้นอย่างง่ายดาย เดินตรงไปยังห้องน้ำที่เปิดไฟสว่างโร่
ฉู่หนิงกัดฟันกรอด "คืนนี้ถ้าไม่เห็นฉันตายคาที่ เธอคงไม่ยอมเลิกราสินะ?"
หนิงหยวนเม้มปาก
ภายใต้แสงไฟ รอยนิ้วมือสีแดงปื้นบนแก้มขาวซีดของเธอดูเด่นชัดจนน่าตกใจ
"คุณหนูคะ ฉันรู้ตัวว่าผิด คราวหน้าจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ"
"ยังกล้าคิดว่าจะมีคราวหน้าอีกเหรอ?"
หนิงหยวนเอียงคอ จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา น้ำเสียงแฝงนัยลึกซึ้ง "คุณหนูเป็นคนยั่วยวนฉันก่อนเองนะคะ"
ฉู่หนิง: "..."
เออ ใช่ ฉันเอง ผิดที่ฉันเอง
ฉันสมควรตาย
ฉู่หนิงร้องไห้ในใจ ไม่ใช่เพราะความอับอาย แต่เพราะรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจผิดมหันต์ ทำให้ระดับความยากของภารกิจพุ่งปรี๊ดแซงหน้ารุ่นพี่คนก่อน ๆ ไปไกลลิบ
อีกครึ่งปีจะได้กลับบ้านไหมเนี่ย?
แต่จะว่าไป หนิงหยวนเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ชะมัด... ไม่สิ ไม่ใช่เวลามาหวนรำลึกความหลังนะโว้ย!
ฉู่หนิงรู้สึกว่าตัวเองอาจจะมีรสนิยมชอบความเจ็บปวดอยู่บ้าง ถึงได้ยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ได้รวดเร็วขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม ทัศนคติที่มีต่อหนิงหยวนและภารกิจของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไป
ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็ไม่ใช่ลูกแกะน้อยไร้เดียงสา
และหนิงหยวนก็คงไม่ใช่เหมือนกัน
ฉู่หนิงนอนแช่ในอ่างอาบน้ำอย่างหมดสภาพ ถอนหายใจออกมาอย่างสบายตัว
ท่ามกลางเสียงน้ำกระเพื่อม จู่ ๆ เธอก็ถามขึ้น "ที่เธอทำกับฉันวันนี้ เพราะรัก หรือเพราะเกลียด?"
"คุณหนูล้อเล่นแล้ว"
หนิงหยวนชโลมครีมอาบน้ำลงบนฝ่ามือ แล้วลูบไล้แผ่นหลังของฉู่หนิง นวดคลึงให้อย่างตั้งอกตั้งใจ
"แน่นอนว่าเพราะรักสิคะ ฉันรักคุณหนูอย่างสุดซึ้งเสมอมา"
นี่คือคำโกหกคำโต
หนิงหยวนไม่เคยชอบฉู่หนิงเลย
ที่จริง เธอเกลียดทุกคนที่มีส่วนคล้ายคลึงกับฉู่หนิงด้วยซ้ำ
ฉู่หนิงคนเก่าไม่เคยถามคำถามแบบนี้
เธอจึงไม่เคยคิดหาคำตอบเตรียมไว้
พอโดนถามกะทันหัน เธอจึงตอบกลับไปแบบไม่ต้องคิด ด้วยคำตอบที่เต็มไปด้วยความเท็จ
ฉู่หนิงหัวเราะแผ่วเบา "งั้นเหรอ? งั้นฉันก็ดีใจจริง ๆ"
น้ำเสียงของเธอไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราดหรือบ้าคลั่ง ฟังดูนุ่มนวลราวกับหญิงสาวที่ผ่านโลกมามาก
ต่างจากเสียงของหนิงหยวนที่ยังคงมีความเป็นเด็กสาวเจือปนอยู่
ฉู่หนิงค่อย ๆ หันกลับมา ยื่นมือที่เปียกชุ่มไปจับคอเสื้อชุดนอนตัวใหม่ของหนิงหยวน
รอยยิ้มของเธอดูจริงใจอย่างประหลาด
"การได้ทำเรื่องบ้า ๆ กับคนที่ชอบที่สุด มันรู้สึกดีจริง ๆ นะ"
"เธอเองก็คงคิดเหมือนกันใช่ไหม อาหยวน?"
"เธอพอใจมากเลยสินะ ที่ได้ครอบครองฉัน?"
แววตาของหนิงหยวนไหววูบ
พอใจเหรอ?
แน่นอนสิ
การได้ฉุดกระชากคุณหนูผู้สูงส่งลงมาเกลือกกลั้วในโคลนตม... จะไม่ให้สะใจได้ยังไง?
แต่จะบอกว่าทำเพราะรักหรือเกลียด คงพูดได้ไม่เต็มปาก
เมื่อสบตากับสายตาอ่อนโยนของฉู่หนิง จู่ ๆ ความรู้สึกผิดก็แล่นพล่านเข้ามาในใจหนิงหยวน
ยังไงซะ คนตรงหน้า... ก็ไม่ใช่ฉู่หนิงที่น่ารังเกียจคนเดิมที่เธอรู้จัก
คำบอกรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอีกฝ่าย อาจจะไม่ใช่เรื่องโกหกก็ได้
หนิงหยวนค่อย ๆ แกะมือที่กำคอเสื้อเธอออก จับตัวฉู่หนิงพลิกกลับไปหันหลังให้เธอเหมือนเดิม
"คุณหนูคะ ตั้งใจอาบน้ำเถอะค่ะ"