- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 30 ฉันตั้งใจเล่นบทคนโรคจิตจริง ๆ นะ*
บทที่ 30 ฉันตั้งใจเล่นบทคนโรคจิตจริง ๆ นะ*
บทที่ 30 ฉันตั้งใจเล่นบทคนโรคจิตจริง ๆ นะ*
"อาหนิง? อาหนิง อยู่บ้านหรือเปล่า?"
"อาหยวน! อาหยวน!"
"ลงมาข้างล่างหน่อยทั้งสองคนเลย ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"
ที่ห้องรับแขกชั้นหนึ่ง คุณนายฉู่ที่เพิ่งกลับมาพร้อมถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรัง ตะโกนเรียกคนบนชั้นสองเสียงดัง
ในขณะนั้นเอง
ที่ห้องนั่งเล่นชั้นสอง ฉู่หนิงกับหนิงหยวนกำลังนัวเนียจูบกันอย่างดูดดื่มบนโซฟา
พอได้ยินเสียงเรียกจากข้างล่าง หนิงหยวนก็รีบผละออก ลุกขึ้นคว้าชุดที่กองอยู่บนพื้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว
เธอเดินลงบันไดไปพลาง จัดทรงผมไปพลาง
ระหว่างเดินผ่านห้องน้ำ ก็ยังแวะเข้าไปเช็กความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจกอีกรอบ
เมื่อเห็นรอยกัดจาง ๆ ที่ต้นคอ มุมปากของเธอก็กระตุกยิ้มอย่างพอใจ
แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เธอดึงคอเสื้อพยายามจะปิดรอยนั้น แต่คอเสื้อกว้างเกินไป ปิดยังไงก็ไม่มิด สุดท้ายเลยต้องแก้ผมที่มัดไว้ ปล่อยให้ผมยาวสลวยตกลงมาปิดรอยเหล่านั้นแทน
พอเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงไต้เหมยคุยโทรศัพท์หัวเราะร่าเริงดังมาจากข้างล่าง
"คุณพี่คะ พี่ตาถึงจริง ๆ ที่พาหนิงหยวนมา เด็กคนนี้มีอนาคตไกลเชียว เจอกับคุณเวินเซินแค่ไม่กี่ครั้ง เขาก็หลงหัวปักหัวปำซะแล้ว เมื่อบ่ายนี้คุณเวินเซินเพิ่งส่งข้อความมาหาฉัน..."
ได้ยินน้ำเสียงเริงร่าของไต้เหมย รอยยิ้มบนหน้าหนิงหยวนก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
เธอนึกถึงตอนที่เวินเซินดักรอเธอที่โรงเรียน แล้วหูของเธอก็เหมือนจะได้ยินเสียงของเขาแว่วมาอีกครั้ง... เสียงที่เจ้าตัวคงคิดว่าหล่อเข้ม แต่ความจริงมันทั้งเลี่ยนและเย่อหยิ่ง
หนิงหยวนกัดฟันกรอดด้วยความแค้น
แต่เธอจะผลีผลามเอามีดไปแทงเวินเซินให้ตายคาที่เหมือนที่เคยทำกับฉู่หนิงคนก่อน ๆ ไม่ได้
ถ้าฆ่าเวินเซิน เธอต้องติดคุก ต้องโดนประหาร
และถ้าตายไป โอกาสที่ชีวิตจะรีเซ็ตกลับมาใหม่นั้นแทบเป็นศูนย์
การรีเซ็ตชีวิตของเธอผูกติดอยู่กับฉู่หนิง เรื่องนี้เธอมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์
"ตระกูลเวินไม่ใช่คนที่ตระกูลฉู่จะไปล่วงเกินได้ และยิ่งไม่ใช่คนที่ฉันจะไปแหยมได้" หนิงหยวนสรุปสถานการณ์อย่างรวดเร็วและใจเย็น
ในเมื่อล่วงเกินไม่ได้ ก็ได้แต่ต้องกล้ำกลืนความขยะแขยงแล้วเล่นละครตามน้ำต่อไป
คิดได้ดังนั้น หนิงหยวนก็ค่อย ๆ หันไปมองทางห้องนั่งเล่นชั้นสอง
อันที่จริง จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่แน่ใจในท่าทีที่แท้จริงของฉู่หนิง
ตอนที่ฉู่หนิงบอกว่าจะไม่ขัดขวางการตัดสินใจของเธอ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจอย่างเปี่ยมล้น เธอเชื่อว่าฉู่หนิงไม่ได้โกหก
แต่... ตอนที่ฉู่หนิงจูบเธอ ยัยนั่นก็ดูจริงใจและทุ่มเทสุด ๆ เหมือนกัน!
ตอนที่พ่นคำพูดบ้าคลั่งเหมือนสารภาพรักพวกนั้นออกมา มันกระแทกใจเธออย่างจัง จนเผลอน้ำตาไหลออกมาจริง ๆ
นั่นไม่ใช่ความจริงใจหรอกเหรอ?
นาทีนี้ หนิงหยวนแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรจริงอะไรปลอม
เธอรู้แค่ว่า เวลาที่กอดฉู่หนิงแน่น ๆ แนบชิดจนไร้ช่องว่าง เป็นช่วงเวลาเดียวที่เธอรู้สึกสงบสุขอย่างแท้จริง
เธอจะไม่ไปจากฉู่หนิง
และเธอก็จะไม่ยอมให้ฉู่หนิงไปจากเธอเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ เธอจะพาฉู่หนิงไปด้วยเสมอ...
"อาหยวน มานี่เร็วเข้า ดูสิ น้าซื้อชุดหน้าร้อนมาฝาก ชุดนอน ชุดคลุมอาบน้ำ อ้อ แล้วก็กระเป๋าถือ เครื่องประดับอีกนิดหน่อย... อยู่ในนี้หมดเลย"
พอเห็นหน้าหนิงหยวน ไต้เหมยก็รีบวางสายทันที
เธอเดินยิ้มร่าเข้ามาหา โอบแขนหนิงหยวนอย่างสนิทสนมราวกับแม่ลูกจริง ๆ
หนิงหยวนยังคงสวมบทบาทเด็กสาวเจียมเนื้อเจียมตัว "ขอบคุณค่ะที่คุณน้าเมตตา หนิงหยวนรู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจมากค่ะ"
แน่นอนว่าเธอรับของพวกนี้ไว้
เธอรู้ดีว่าต่อให้ไม่รับ ไต้เหมยก็จะหาทางผลักไสเธอไปให้ตระกูลเวินอยู่ดี เพื่อใช้เธอเป็นหมากเดินเกม
ในขั้นตอนนี้ เธอยังแกล้งโง่เล่นตามน้ำไปก่อนได้
แต่นี่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาระยะยาว
เธอต้องวางแผนหนีทีไล่ให้เร็วที่สุด... ซึ่งแปลว่าต้องเก็บเงิน
เสื้อผ้ากระเป๋าพวกนี้มีราคาค่างวดก็จริง แต่เอาไปขายต่อลำบาก
เครื่องประดับพวกนี้ต่างหากของจริง พกพาง่าย ขายเปลี่ยนเป็นเงินสดได้สะดวก
ไต้เหมยจับมือเธอขึ้นมาตบหลังมือเบา ๆ
"อย่าแต่งตัวซอมซ่อแบบนั้นสิ เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าตระกูลฉู่เราเลี้ยงดูปูเสื่อไม่ดี"
"ถึงหนูจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แต่เราอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี น้าเห็นหนูเป็นลูกในไส้มาตั้งนานแล้ว น้ารักหนูจริง ๆ นะ"
"อาหยวน หนูห้ามทำให้ลุงกับน้าผิดหวังเด็ดขาดนะลูก"
ได้ยินแบบนั้น หนิงหยวนก็พยักหน้า "หนูจะตั้งใจเรียนค่ะ จะไม่ทำให้คุณลุงคุณน้าผิดหวังที่อุตส่าห์เลี้ยงดูมา"
คำตอบนี้กลับทำให้ไต้เหมยไม่พอใจ
หน้าของไต้เหมยบึ้งตึงลงทันที "คิดว่าที่ฉันพูดหมายถึงเรื่องเรียนเหรอ? นี่มันยุคไหนแล้ว? เรียนหนังสือไปจะมีประโยชน์อะไร! แยกแยะไม่ออกหรือไงว่าอะไรสำคัญกว่ากัน?"
มือของหนิงหยวนกำชายเสื้อแน่นโดยไม่รู้ตัว
เธอหลุบตาลง ซ่อนความหม่นหมองในแววตา
เมื่อก่อน ตระกูลฉู่สนับสนุนเรื่องเรียนของเธอ เพราะเห็นค่าในพรสวรรค์ด้านการเรียน
พอเรียนจบ ก็จะได้ใช้ความสามารถนั้นมาช่วยพัฒนาธุรกิจตระกูลฉู่
แต่ตอนนี้ ตระกูลฉู่เห็นค่าในตัวเธอที่ 'มากกว่า' นั้น
พรสวรรค์ด้านการเรียนที่โดดเด่น กลับกลายเป็นอุปสรรคเสียแล้ว
"พูดตรง ๆ เลยแล้วกัน"
ไต้เหมยขี้เกียจจะเล่นบทแม่พระผู้แสนดีแล้ว ยังไงซะคำว่า 'ความรักในครอบครัว' ก็เป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนตระกูลฉู่อยู่แล้ว
"อีกหนึ่งชั่วโมง รถของตระกูลเวินจะมารับ คืนนี้หนูต้องไปอยู่เป็นเพื่อนคุณเวินเซิน"
รูม่านตาของหนิงหยวนหดเกร็งวูบ "คะ... คุณน้าว่าอะไรนะคะ?"
"ฉันรู้ว่าหนูคงตกใจ จริง ๆ ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน"
ไต้เหมยทำหน้าไม่ยี่หระ
ต่อให้คืนนี้ตระกูลเวินจะขอตัวฉู่หนิง เธอก็พร้อมจะจับลูกสาวใส่พานถวายให้ถึงที่
นับประสาอะไรกับหนิงหยวน
หนิงหยวนเป็นใคร?
ก็แค่ของเล่นไร้ค่าที่อาศัยใบบุญตระกูลฉู่อยู่ไปวัน ๆ
ไต้เหมยตบไหล่เธออีกครั้ง ปรับเสียงให้อ่อนลงเชิงเกลี้ยกล่อม "เอาเถอะลูกรัก ไปเปลี่ยนชุดที่น้าซื้อให้ แล้วเดี๋ยวน้าจะให้คนมาแต่งหน้าให้นิดหน่อย จะได้สวยเช้งไปเจอคุณเวินเซินไง"
จังหวะนั้นเอง
เสียงของฉู่หนิงก็ดังลอยมาจากบันได "แม่ แม่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าตระกูลเวินมันเน่าเฟะขนาดไหน แม่ยังจะส่งหนิงหยวนไปอีกเหรอ?"
ไต้เหมยมองตามเสียงขึ้นไป เห็นฉู่หนิงยืนหน้าซีดเท้าเปล่าเกาะราวบันไดชั้นสองอยู่
ฉู่หนิงได้ยินบทสนทนาทั้งหมดแล้ว
ไต้เหมยแค่นหัวเราะ "ตระกูลเศรษฐีบ้านไหนไม่มีข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงบ้าง? อย่าทำเป็นตื่นตูมไปหน่อยเลยลูก"
ยังพูดไม่ทันจบ
จู่ ๆ ฉู่หนิงก็ยกขาข้างหนึ่งปีนข้ามราวไม้เตี้ย ๆ ออกมา ทำท่าหวาดเสียวสุดขีด
นั่นมันความสูงชั้นสองนะ
ถ้าตกลงมาจริง แขนขาหักนี่เรื่องเล็ก ถ้าเอาหัวลง ตายคาที่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
ใบหน้าฉู่หนิงบิดเบี้ยว จ้องมองไต้เหมยตาขวาง
นาทีนี้ ความโกรธในใจเธอเป็นของจริง ทำให้การแสดงบทคนบ้าโรคจิตยิ่งลื่นไหลเป็นธรรมชาติสุด ๆ
"หนูบอกแม่ตั้งนานแล้วไง ว่าถ้าแม่คิดจะพรากหนิงหยวนไปจากหนู หนูจะตายให้ดู!"
"เธอเป็นคนของหนู ไม่ใช่เครื่องมือแสวงหาอำนาจของแม่!"
"ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ไม่เคยสนใจหนู ทิ้งหนิงหยวนไว้ให้เป็นเพื่อนหนูแค่คนเดียว ตอนนี้แม่ยังจะเอาหนิงหยวนไปอีก แม่กำลังบีบให้หนูตายชัด ๆ หนูตายไปเป็นผีก็จะไม่ยกโทษให้แม่!"
ได้ยินเสียงก่นด่าสาปแช่งอย่างบ้าคลั่งของฉู่หนิง และเห็นว่าเธอปีนข้ามราวออกมาทั้งสองขาแล้ว ไต้เหมยก็ตกใจจนสติแตก
มือไม้เย็นเฉียบ ร่างกายอ่อนระทวยจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นข้างโซฟา เสียงสั่นเครือควบคุมไม่ได้
"แก... นังลูกเนรคุณ... แกกล้าขู่ฉันเหรอ? แก... แก... ถ้าแกแน่จริงก็โดดลงมาสิ!"
ฉู่หนิงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วระเบิดหัวเราะออกมา
โดดก็โดดสิ
แค่ชั้นสองเอง
เธอถามระบบแล้ว อย่างมากก็แค่กระดูกหัก ไม่ถึงตายหรอก
ระบบมีฟังก์ชันระงับความเจ็บปวดให้ด้วยซ้ำ
ครั้งนี้เธอยังไงก็ต้องโดด
ไม่อย่างนั้น พวกหน้าเงินตระกูลฉู่ไม่มีทางฟังเธอแน่
ฉู่หนิงเอนตัวทิ้งน้ำหนักลงมา
เธอมองหนิงหยวนด้วยสายตาเปี่ยมรัก รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับบนริมฝีปาก
"ถ้าความตายของพี่ จะทำให้แม่มีสำนึกความเป็นคน และปฏิบัติต่อหนิงหยวนดีขึ้นมาบ้าง พี่ก็... ยินดี"