- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 21 แล้วเหล้าแก้วนั้นอยู่ไหนล่ะ?
บทที่ 21 แล้วเหล้าแก้วนั้นอยู่ไหนล่ะ?
บทที่ 21 แล้วเหล้าแก้วนั้นอยู่ไหนล่ะ?
บ้านตระกูลเวิน
งานเลี้ยงในวันนี้จัดขึ้นที่วิลล่าบนไหล่เขา ใกล้กับรีสอร์ตชานเมือง
ฉู่หนิงหาที่จอดรถเงียบ ๆ ตรงมุมหนึ่ง
ยังไม่ทันจะก้าวลงจากรถ เธอก็เหลือบไปเห็นเวินหมิงทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ยื้อยุดฉุดกระชากอยู่กับหญิงวัยกลางคนในชุดพนักงานทำความสะอาด
เวินหมิงกัดฟันกรอด "แม่ เลิกทำร้ายผมสักทีได้ไหม? ก็รู้ว่าไม่มีใครต้อนรับ ทำไมถึงยังดันทุรังแอบเข้ามาอีก? ถ้าพวกเขารู้เรื่องแม่ แม้แต่ผมก็จะโดนไล่ออกไปด้วย รู้บ้างไหมเนี่ย?"
เสียงของผู้หญิงคนนั้นเบามาก เจือไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและความคับแค้น "ลูกก็รู้นี่ว่าโอกาสแบบนี้มันหายาก แม่แค่อยากเห็นหน้าพ่อของลูก แล้วก็พูดอะไรกับเขาสักหน่อย..."
เวินหมิงสูดหายใจเฮือก
เขาสลัดมือของผู้หญิงที่เกาะแขนเขาอยู่ออกอย่างแรง
"หุบปาก! แม่คิดว่าเขาอยากเห็นหน้าผู้หญิงชั้นต่ำที่ท้องลูกเขาได้ยังไงก็ไม่รู้ ด้วยการไปเก็บของจากถังขยะมาอย่างนั้นเหรอ?"
"อาหมิง ลูกพูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไง? แม่เป็นแม่ของลูกนะ!"
"หุบปาก เดี๋ยวนี้! ผมห้ามไม่ให้แม่พูดว่าเป็นแม่ผมอีก!"
หน้าของเวินหมิงแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
ทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงคนนี้ เขาจะนึกถึงกำพืดอันน่ารังเกียจของตัวเอง
ตั้งแต่เด็ก เขาเชื่อเสมอว่าต่อให้ไม่ใช่ลูกเมียหลวง อย่างน้อยก็น่าจะเกิดจากความรักของพ่อแม่ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีที่มาที่ไปต่ำต้อยด้อยค่าขนาดนี้
เขาเคยคิดว่าพ่อที่ลำเอียง พ่อที่เขาเกลียดมาตลอดหลายปี จริง ๆ แล้วเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากกว่าเสียอีก!
เขาจะยอมรับความจริงอันน่าตกตะลึงนี้ได้ยังไง?
เขาเพิ่งจะรู้ความลับชาติกำเนิดของตัวเองเมื่อสองชั่วโมงก่อนนี่เอง
ตอนนั้นเขากำลังช่วยงานในงานเลี้ยง แล้วบังเอิญได้ยินพวกผู้ใหญ่ในตระกูลเวินคุยกันเรื่องนี้อย่างขบขัน ราวกับเป็นเรื่องตลกขบขันหลังอาหาร
"ไสหัวไป อย่าให้ผมเห็นหน้าอีก ไม่งั้นผมไม่รับรองความปลอดภัยนะ"
พูดจบ เวินหมิงก็เดินกลับเข้างานที่สว่างไสวด้วยสีหน้าถมึงทึง
ทิ้งให้หญิงวัยกลางคนปิดหน้าร้องไห้โฮอยู่ตรงนั้น
ฉู่หนิงที่นั่งดูละครฉากใหญ่อยู่บนรถ รู้สึกอารมณ์ซับซ้อนบอกไม่ถูก
"ตระกูลเวินนี่มันมั่วซั่วดีแท้"
เวินลี่ไม่ใช่สายเลือดเวินแท้ ๆ แต่กลับถูกประคบประหงมราวกับไข่ในหิน
เวินหมิงเป็นสายเลือดเวินแท้ ๆ แต่กลับเป็นเพียงเรื่องตลกบนโต๊ะอาหาร ไม่มีใครให้ค่า
ส่วนพระเอกของโลกนิยายนี้อย่างเวินเซิน... ตามเนื้อเรื่องแล้ว สิ่งที่เขาทำในภายหลังก็น่ารังเกียจพอกัน
ฉู่หนิงที่อ่านบทมาหลายรอบ จำได้แม่นที่สุดคือตอนที่เวินเซินหลงใหลหนิงหยวน แต่ในใจกลับถวิลหารักแรกที่หายตัวไป
พอรักแรกกลับมา เขาก็โผเข้ากอด แต่บางครั้งก็ยังเผลอคิดถึงหนิงหยวน
หลังจากนางเอก หรือรักแรกของเขากลับมา ร่างกายเขาซื่อสัตย์กับเธอ แต่ใจเขานอกใจไปเป็นร้อยรอบแล้ว
แต่เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับฉู่หนิง
เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อร่วมวงดราม่ารัก ๆ ใคร่ ๆ ของพระเอกนางเอก
ในหัวและในสายตาของเธอมีแต่เป้าหมายเดียว คือหนิงหยวน
"เฮ้อ ไปเถอะ ไปหาอะไรกินดีกว่า"
ฉู่หนิงจัดทรงผมหน้ากระจกเล็กน้อย หยิบกระเป๋าใบเล็กแล้วเดินเข้างาน
หลังจากยื่นบัตรเชิญให้พ่อบ้าน สาวใช้ของตระกูลเวินก็นำทางเธอไปยังโถงกลางที่คึกคักที่สุด
"ระบบ ช่วยหาน้ำดื่มที่ใส่ยาแก้วนั้นให้หน่อยสิ"
"ไม่มีครับ"
"ไม่มี?" สีหน้าฉู่หนิงมืดลง "หมายความว่าไงว่าไม่มี?"
"หมายความว่าเครื่องดื่มแก้วนั้นยังไม่ปรากฏตัวครับ"
ฉู่หนิง: "งั้นถ้ามันโผล่มาเมื่อไหร่ บอกฉันทันทีนะ"
"รับทราบ"
ไอ้ระบบเฮงซวยนี่ ปกติก็พึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่บทจะมีประโยชน์ก็มีประโยชน์จริง ๆ
อันที่จริง ฉู่หนิงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้ก็ได้
ในโลกนี้ เงินบันดาลได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเธอที่รวยล้นฟ้าขนาดนี้ ขอแค่ยอมจ่ายเงินจ้างคนสืบ แล้วทุ่มเงินซื้อ ยังไงก็ได้ของมาแน่
แต่ประเด็นคือ ยาในแก้วนี้ได้รับการการันตีจากเนื้อเรื่องต้นฉบับแล้วว่าได้ผลชัวร์ แถมสรรพคุณยังครอบจักรวาล!
ปริมาณที่ดื่มเข้าไปก็ให้ผลลัพธ์ต่างกันไป
พอนึกถึงฉากเด็ด ๆ ที่บรรยายไว้ในบท ฉู่หนิงก็อดใจเต้นไม่ได้
เธอหามุมอับสายตานั่งลง
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความที่หนิงหยวนส่งมาเล่น ๆ
"อา ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารและขี้ระแวงจริง ๆ"
ต่อหน้าเธอ หนิงหยวนมักจะทำตัวเย็นชาและเป็นทางการเสมอ
แต่พอเห็นข้อความพวกนี้ ฉู่หนิงก็รู้เลยว่าโลกภายในใจของหนิงหยวนไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่แสดงออก
หนิงหยวนทั้งรู้สึกด้อยค่าแต่ก็มีศักดิ์ศรีในตัวเองสูงลิ่ว ดูเหมือนว่านอนสอนง่ายแต่ก็แฝงความดื้อรั้น เป็นคนที่ย้อนแย้งในตัวเองสุด ๆ...
ข้างห้องเก็บของ
ในห้องน้ำเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสนใจ
เวินหมิงที่ตัวเปียกโชก จ้องมองตัวเองในกระจกด้วยดวงตาแดงก่ำ
เขาจ้องอยู่นาน
แล้วก็แสยะยิ้มออกมาเงียบ ๆ
"พวกแกทุกคนดูถูกฉัน"
"เวินเซิน เวินลี่ พวกแกมันคนใจร้าย"
"ต่อให้ฉันทำดีกับพวกแกแค่ไหน ในใจพวกแก ฉันก็เป็นแค่คนไร้ค่าที่คู่ควรกับขยะเท่านั้นสินะ"
"ดี ดีมาก เยี่ยมไปเลย"
มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเก่าใหม่สั่นเทาขณะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
หยิบขวดยาขวดเล็กที่เขาแอบปรุงขึ้นอย่างยากลำบากในห้องแล็บออกมา
จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์โทรหาเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อ
"ฮัลโหล ผมตกลงรับข้อเสนอ"
"ดีมาก อาหมิง เอาของมาด้วยหรือเปล่า?"
"เอามาครับ"
"งั้นขึ้นมาที่ห้องฉันเลย ยื่นหมูยื่นแมว"
เวินหมิงวางสาย
เขามองดูผลงานชิ้นเอกของตัวเองอีกครั้งอย่างลึกซึ้ง
ตั้งแต่พรสวรรค์ด้านเคมีและเภสัชกรรมของเขาถูกค้นพบ ชีวิตและการเรียนของเขาก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อาวุโสคนนี้ในตระกูลเวิน
ตอนแรกเขาคิดว่าผู้อาวุโสคนนี้จะช่วยดึงเขาให้กลับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเวินอย่างแท้จริง
แต่พอโตขึ้น เขาถึงได้ตระหนักว่า ตาแก่คนนี้ที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ จริง ๆ แล้วก็เป็นแค่คนที่ถูกตระกูลเวินทอดทิ้งเหมือนกับเขานั่นแหละ
หวังพึ่งตาแก่นี่ ชาตินี้เขาก็ไม่ได้กลับเข้าตระกูลเวินหรอก
กว่าจะรู้ตัวและอยากจะดิ้นให้หลุดจากการควบคุม ไม่อยากใช้พรสวรรค์ไปกับเรื่องสกปรกพวกนั้นอีก... ก็สายไปเสียแล้ว
แต่ก็ยังไม่สิ้นหวังซะทีเดียว
ยานี้แลกเงินได้ตั้งสามล้าน
เงินก้อนนี้มากพอที่เขาจะหนีไปจากตระกูลเวิน ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศเล็ก ๆ เพื่อนบ้านได้สบาย ๆ
เวินหมิงตัดสินใจเด็ดขาด ผลักประตูห้องน้ำออก เงยหน้ามองขึ้นไปที่ชั้นสามของวิลล่า
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ก้าวยาว ๆ หายวับไปในความมืดมุ่งหน้าขึ้นไปข้างบน
ไม่นาน เขาก็มายืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานบนชั้นสาม
เคาะประตูสองครั้ง เมื่อได้รับอนุญาตจึงผลักเข้าไป
ชายวัยกลางคนที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารริมหน้าต่าง ชี้มือที่คีบซิการ์ไปที่กระเป๋าเดินทางสีดำสองใบมุมห้อง "ของที่แกอยากได้อยู่ในนั้นหมดแล้ว"
เวินหมิงไม่พูดพร่ำทำเพลง วางขวดยาลงบนโต๊ะทำงาน
แล้วรีบเดินจ้ำไปที่กระเป๋าเดินทางมุมห้อง
เขากุมความลับของตาแก่นี่ไว้เยอะ พอสมควร จึงไม่กลัวว่าจะโดนเล่นตุกติกที่นี่
เขาเปิดกระเป๋า ตรวจนับเงินสดอย่างละเอียด แล้วรีบปิดกระเป๋า หิ้วเดินออกมา
"เดี๋ยว" ชายวัยกลางคนเรียกไว้
"ถ้าคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับผม พรุ่งนี้เช้า เรื่องเลวทรามทั้งหมดที่พวกเราทำ จะถูกแฉให้รู้กันทั้งโซเชียล" เวินหมิงมองกลับด้วยสายตาระแวดระวัง ข่มขู่เสียงแข็ง
"ใจเย็น ฉันไม่ได้จะทำอะไรแกหรอก"
ชายวัยกลางคนหัวเราะ
เขาค่อย ๆ หมุนเก้าอี้กลับมา จ้องมองเวินหมิงด้วยสายตาคมกริบ
"ฉันจ่ายเงินตั้งขนาดนี้ จะซื้อแค่ยาขวดเดียวงั้นรึ? แกต้องช่วยฉันเอามันไปใส่ในแก้วเครื่องดื่มของเวินลี่ด้วย ฉันอยากเห็นฤทธิ์ของมันกับตาตัวเอง"
"ด้วยความสัมพันธ์ของแกกับเวินลี่..."
"ฉันว่าเรื่องแค่นี้ คงไม่ยากเกินความสามารถของแกหรอกมั้ง?"