- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 20 เผลอคิดอะไรอกุศลกับเธอจนได้
บทที่ 20 เผลอคิดอะไรอกุศลกับเธอจนได้
บทที่ 20 เผลอคิดอะไรอกุศลกับเธอจนได้
บทที่ 20 เผลอคิดอะไรอกุศลกับเธอจนได้
เผลอแป๊บเดียวก็ถึงสุดสัปดาห์ เวลาผ่านไปสองวันแล้ว
สองวันมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างฉู่หนิงกับหนิงหยวนยังคงจืดชืด และค่าความดาร์กก็ยังนิ่งสนิท
แต่ความสัมพันธ์ของฉู่หนิงกับเวินหมิงกลับพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
เพราะฉู่หนิงแบ่งปันเคล็ดลับการแต่งหน้าให้เขามากมาย แถมยังยกเครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ดังให้อีกเพียบ ความประทับใจที่เวินหมิงมีต่อฉู่หนิงจึงพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาเรียกเธอว่า "พี่หนิง" ได้อย่างสนิทใจ
ฉู่หนิงแค่เปรย ๆ ว่า "อยากไปเปิดหูเปิดตาในงานวันเกิดของคุณหนูเวินลี่สักหน่อย" เวินหมิงก็รีบวิ่งเต้นหาบัตรเชิญมาให้ทันทีถึงสองใบ
คือบัตรเชิญสองใบที่อยู่ในมือเธอตอนนี้นั่นเอง
สัมผัสของบัตรเชิญทำเอาฉู่หนิงหลงรัก
มิน่าล่ะถึงเป็นของลิมิเต็ด ทำจากทองคำแท้ ๆ มูลค่าใบละหลายพันหยวนเลยทีเดียว
ตระกูลเวินนี่รวยล้นฟ้าสมคำร่ำลือจริง ๆ
"งานเลี้ยงคืนนี้ แต่งตัวให้เรียบร้อยหน่อยจะดีกว่า"
ฉู่หนิงวางบัตรเชิญลง แล้วหันไปจัดการกับตู้เสื้อผ้า
ชุดราตรีฟูฟ่องเชยสะบัดของเจ้าของร่างเดิม ถูกเธอเก็บยัดใส่กล่องโยนไปไว้ในห้องเก็บของจนหมดแล้ว
ตู้เสื้อผ้าตอนนี้เลยดูโล่งโจ้งไปถนัดตา
เลือกไปเลือกมา ฉู่หนิงก็ได้แค่ชุดเดรสสีเทาเงินดีไซน์เรียบ ๆ ตัวหนึ่ง
ชุดนี้เน้นเข้ารูปช่วงเอว แต่ช่วงล่างรัดรูปมากจนก้าวขาได้ไม่กว้างนัก
แต่ก็ช่างเถอะ วันนี้เธอไม่ได้กะจะไปตบตีกับใครอยู่แล้ว
ขอแค่ขโมยเหล้ายาแก้วนั้นมาได้ ก็ถือว่าจบงาน กลับบ้านได้อย่างสวยงาม
หลังจากเปลี่ยนชุด แต่งหน้าทำผมเบา ๆ ฉู่หนิงก็หยิบบัตรเชิญ หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมสองใบ แล้วเดินลงมาชั้นล่าง
ใบหนึ่งใส่ชุดราตรีสั่งตัดพิเศษที่เธอเร่งให้ร้านตัดมาเพื่อหนิงหยวนโดยเฉพาะ ราคาแพงกว่าชุดที่เธอใส่อยู่ถึงสามเท่า อีกใบใส่เครื่องประดับมรกตครบชุดที่เจ้าของร่างเดิมแทบไม่เคยหยิบมาใส่
ทั้งหมดนี้เธอตั้งใจจะเอามาเสริมบารมีให้หนิงหยวนในคืนนี้
เธอตะโกนเรียกไปทางห้องของหนิงหยวน
"หนิงหยวน? หนิงหยวน มานี่หน่อย ฉันเตรียมของไว้ให้เธอ... อ้อ ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้วแฮะ เธอมีของดีกว่านั้นเสียอีก"
ประตูห้องของหนิงหยวนเปิดออก
หนิงหยวนในชุดจัดเต็ม สวมเครื่องประดับทับทิมโบราณครบเซตที่คุณนายไต้เหมยให้ยืม ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงไฟทางเดิน
ชุดราตรีของเธอราวกับชุดเจ้าหญิงในราชวงศ์ ดูวิจิตรบรรจงและย้อนยุค ชายกระโปรงประดับด้วยอัญมณีนานาชนิด ตัวกระโปรงพองฟูและดูมีน้ำหนัก
คนทั่วไปใส่ชุดนี้คงดูลิเกและโดนชุดกลบมิด
แต่หนิงหยวนเอาอยู่
เธอสวยสง่าสะกดสายตา ยิ่งแต่งหน้าเสริมเข้าไป ยิ่งขับเน้นเสน่ห์อันสูงศักดิ์และน่าเกรงขามออกมา
ไต้เหมยโอบไหล่เธอด้วยรอยยิ้ม แล้วหันมาพูดกับฉู่หนิง "ดูสิ น้องสาวลูกแต่งตัวแบบนี้แล้วสวยเหมือนคุณหนูในภาพวาดเลยใช่ไหม?"
สีหน้าของฉู่หนิงแข็งค้างไปชั่วขณะ
สวยจริง ๆ สวยจนเธอเผลอมีความคิดอกุศลแวบเข้ามาในหัว... ไม่ได้การสิ จะมาทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดไม่ได้ หนิงหยวนเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะเองนะ
ไม่นานเธอก็ปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มสุภาพได้เหมือนเดิม
เธอลุกขึ้นปรบมือ ชมเปาะอย่างรู้คิว "แม่สายตาเฉียบแหลมมากค่ะ ชุดสวย เครื่องประดับสวยขนาดนี้ แม่ยังยอมยกให้น้องสาวหนูใส่"
เธอไม่ได้ตั้งใจจะประชด
แต่ไต้เหมยกลับขมวดคิ้วดุ "พอได้แล้ว! จะมาอิจฉาอะไรกัน? ถ้าลูกทำตัวให้เวินเซินโปรดปรานได้เหมือนหนิงหยวน แม่ก็ยอมยกของพวกนี้ให้ลูกเหมือนกันนั่นแหละ"
ฉู่หนิงเลิกคิ้ว "งั้นคืนนี้ แม่จะพาหนิงหยวนไปงานเลี้ยงตระกูลเวินเหรอคะ?"
ไต้เหมยพยักหน้า ตอบอย่างเป็นเรื่องเป็นราว "คุณเวินเซินส่งบัตรเชิญมาให้พวกเราด้วยตัวเอง จะปฏิเสธคำเชิญที่จริงใจขนาดนี้ได้ยังไง ก็ต้องไปสิ"
พูดถึงตรงนี้ เธอก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองก็มีใจให้เวินเซินอยู่
เธอถอนหายใจ "อาหนิง เรื่องบางเรื่องมันฝืนกันไม่ได้ เก็บความรู้สึกที่มีต่อคุณเวินเซินไว้เถอะ แม่ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับลูกเลยแม้แต่นิดเดียว"
ตั้งแต่ต้นจนจบ หนิงหยวนเพียงแค่มองฉู่หนิงอย่างสงบนิ่ง
ต่อหน้าผู้ใหญ่ในตระกูลฉู่ เธอไม่มีสิทธิ์พูดอะไรตามใจชอบ
แต่เธอได้ส่งข้อความบอกฉู่หนิงเรื่องที่ได้รับบัตรเชิญจากเวินเซินไปแล้ว
ฉู่หนิงคงรู้ดีว่าเธอขัดคำสั่งของตระกูลฉู่ไม่ได้
ดังนั้น ฉู่หนิงจึงไม่ได้พูดห้ามปรามอะไร แค่ตอบรับสั้น ๆ ว่า "อืม"
เห็นฉู่หนิงไม่ได้ฟูมฟาย แถมยังยิ้มได้ หนิงหยวนกลับเริ่มกังวลขึ้นมาแทน... "ฉู่หนิง" คนก่อน ๆ ทนไม่ได้เด็ดขาดถ้ามีใครมาแย่งซีนความเด่นดังไป
เมื่อเจอคำพูดตัดรอนของไต้เหมย ฉู่หนิงยิ้มรับโดยไม่โต้ตอบ แล้วหันหลังเดินไปที่ประตู
ไต้เหมยตะโกนไล่หลังมา
"เดี๋ยว แต่งตัวแบบนั้นจะไปไหน?"
"ดึกดื่นป่านนี้ ก็ต้องออกไปหาความสำราญสิคะ"
...
ฉู่หนิงขับรถออกจากบ้านตระกูลฉู่ไปก่อน
จะพาหนิงหยวนไปด้วยหรือไม่ ก็ไม่ได้กระทบแผนการในคืนนี้ของเธอ
แต่เจตนาเดิมของเธอคืออยากพาหนิงหยวนไปงานเลี้ยงหรูหราไฮโซแบบนั้น เพื่อไปกินดื่มและเปิดหูเปิดตาจริง ๆ
ในเมื่อไม่ต้องพาไปแล้ว ก็ประหยัดแรงไปได้อีกเปราะหนึ่ง
ไต้เหมยที่เห็นหนิงหยวนเป็นเครื่องมือในการเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเวิน ย่อมดูแลเธออย่างดีอยู่แล้ว
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง—
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังรัวไม่หยุดตั้งแต่เธอขึ้นรถ
ฉู่หนิงชำเลืองมอง
ข้อความจากหนิงหยวนทั้งนั้น
"คุณหนูคะ เรื่องคืนนี้ฉันขัดไม่ได้จริง ๆ"
"ฉันจะรีบกลับบ้านทันทีที่ออกจากงานได้ค่ะ"
"ขอโทษนะคะ ที่ฉันใส่ชุดที่ไม่ใช่ของตัวเอง"
ฉู่หนิงอ่านข้อความพวกนี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลง ๆ
เธอยังไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจสักนิด ทำไมต้องรีบขอโทษขนาดนั้น?
ช่างเป็นน้องสาวที่แสนดีและจริงใจอะไรขนาดนี้...
ในขณะเดียวกัน
บนรถอีกคันที่ขับตามออกมาจากบ้านตระกูลฉู่
"หนิงหยวน เลิกเล่นโทรศัพท์ได้แล้ว"
"ค่ะ คุณนายฉู่"
หนิงหยวนจำต้องเก็บโทรศัพท์ลง
เธอยังไม่ได้รับข้อความตอบกลับจากฉู่หนิงแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียว
นั่นทำให้ใจเธอยิ่งหนักอึ้ง
เธอรู้ดีว่าฉู่หนิงคนใหม่นี้สติไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ถ้าฉู่หนิงเกิดไม่พอใจ แล้วบุกไปงานตระกูลเวิน ทำเรื่องบ้าบอคอแตก อย่างเช่นเมาอาละวาดบนเวที กอดเวินเซินร้องไห้ฟูมฟาย ขู่ฆ่าตัวตาย... นั่นคงหายนะชัด ๆ
ตระกูลฉู่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ แต่ต่อหน้าตระกูลเวินที่เป็นยักษ์ใหญ่ตัวจริง พวกเขาก็เป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ
ราคาที่ต้องจ่ายหากฉู่หนิงไปล่วงเกินตระกูลเวิน เป็นสิ่งที่ตระกูลฉู่ทั้งตระกูล รวมถึงตัวเธอเอง รับผิดชอบไม่ไหวแน่
"ดูท่าฉันต้องจับตาดูฉู่หนิงให้ดี" หนิงหยวนตั้งปณิธานแน่วแน่ "ฉันจะปล่อยให้เธอทำลายตัวเองไม่ได้ และจะยอมให้เธอทำลายตระกูลฉู่ก็ไม่ได้เหมือนกัน"
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ เธอก็หวนนึกถึงคำพูดที่ฉู่หนิงพูดกับเธอหลังเลิกเรียนวันนั้น
"ในห้องน้ำ ในห้องครัว ในห้องเก็บของ หรือแม้แต่บนเตียงของเขา..."
"ฉันไม่มีวันยอมให้เธอไปจากฉันจริง ๆ หรอก"
"ฉันจะครอบครองเธอ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!"
คำพูดบ้าคลั่งเหล่านั้นราวกับคำสาปที่วนเวียนอยู่ในหูไม่จางหาย
ทำเอาคืนที่ผ่านมา ที่ก็นอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว กลายเป็นคืนที่เธอนอนตาค้างทั้งคืน
"ฉู่หนิงคนบ้าคนนั้นจะทำจริง ๆ เหรอ?" หนิงหยวนกำชายกระโปรงแน่น "ถ้าเธอทำแบบนั้นจริง ๆ ฉันจะเลือกฆ่าเธอ หรือว่า..."
มองดูแสงสีเมืองยามค่ำคืนนอกหน้าต่าง หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึก