- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 19 นี่ฉันกำลังเลี้ยงบอสอยู่สินะ
บทที่ 19 นี่ฉันกำลังเลี้ยงบอสอยู่สินะ
บทที่ 19 นี่ฉันกำลังเลี้ยงบอสอยู่สินะ
หนิงหยวนนั่งอยู่ในห้องเรียนอย่างกระสับกระส่าย
เธอก้มมองโทรศัพท์มือถือเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับจากฉู่หนิง
สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการเห็นฉู่หนิงคบเพื่อนใหม่ คือการถูกฉู่หนิงเมินเฉย
พอตระหนักได้ถึงข้อนี้ หนิงหยวนก็หัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ
เธออยากจะเรียกคืนข้อความนั้นกลับมาเหลือเกิน
แต่มันสายไปเสียแล้ว
เธอจึงได้แต่ภาวนาในใจเงียบ ๆ ว่าขอให้ฉู่หนิงยังไม่เห็นข้อความนั้น...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานเสียงออดเลิกเรียนก็ดังขึ้น
ช่วงบ่ายที่ผ่านมาเป็นดั่งนรกสำหรับจิตใจของหนิงหยวน
เธอเอาแต่คาดเดาความรู้สึกที่แท้จริงของฉู่หนิงที่มีต่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุก ๆ สองสามวินาที
"ยังไม่ตอบอีกเหรอ"
"นี่ฉันกำลังหวังอะไรอยู่?"
"หวังให้เธอชอบฉันจริง ๆ อย่างที่ปากพูดน่ะเหรอ?"
"ฉันนี่มันโง่จริง ๆ"
หนิงหยวนเก็บหนังสือเล่มสุดท้ายลงกระเป๋าเป้
เวลานี้ ห้องเรียนที่เคยจอแจเริ่มเงียบลง เหลือเพียงนักเรียนสามสี่คนจับกลุ่มคุยเล่นกัน
เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีตัวตนในห้องเรียนนี้อยู่แล้ว
เธอสะพายเป้เดินผ่านกลางวงสนทนาของเด็กสาวสองคนที่กำลังหัวเราะร่า ใบหน้าของเธอเรียบเฉยขณะก้าวเท้าออกจากห้อง
เมื่อเดินมาถึงบันได
ไอศกรีมโคนโรยเกล็ดน้ำตาลหลากสีก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเธออย่างกะทันหัน
หนิงหยวนเงยหน้าขึ้นมองคนยื่น
ฉู่หนิง คนที่วนเวียนอยู่ในความคิดของเธอมาตลอดบ่าย กำลังยืนยิ้มแป้นให้เธอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"คุณหนูคะ ฉันไม่ชอบกินของพวกนี้"
"งั้นฉันสั่งให้เธอกิน"
"คุณหนูคะ หัดมีเหตุผลบ้างสิคะ"
"สั่งให้กินก็กินเถอะน่า ข้ออ้างเยอะจริง" ฉู่หนิงยัดไอศกรีมใส่มือเธออย่างยัดเยียด "ไม่ต้องมาอ้างว่ามีประจำเดือนเลยนะ จมูกฉันไวนะยะ ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรแบบนั้นจากตัวเธอเลย"
หนิงหยวน: "..."
เธอไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่เดินตามหลังฉู่หนิงไปเงียบ ๆ ก้าวเท้าช้า ๆ
แสงอาทิตย์ยามเย็นสีทองส่องลอดผ่านช่องกำแพงแกะสลัก ทอดเงาเป็นดวงไฟน้อยใหญ่ไม่สม่ำเสมอบนพื้น
สายลมพัดผ่านแมกไม้ หอบเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก
ฉู่หนิงทัดผมขึ้นที่ใบหู หรี่ตาลงซึมซับบรรยากาศยามเย็นฤดูร้อนอันแสนสบาย
ทิวทัศน์ในโรงเรียนลูกผู้ดีนี่ช่างงดงามจริง ๆ
ทุกที่เต็มไปด้วยการจัดสวนสไตล์ยุโรปอย่างพิถีพิถัน ต้นไม้ดอกไม้ถูกตัดแต่งเป็นรูปกระต่ายบ้าง รูปเห็ดบ้าง มีกำแพงดอกไม้ขนาดมหึมา และรูปปั้นวีนัส เดอ มิโล ขนาดใหญ่ยักษ์จนดูโอเวอร์
เดินชมไปพลาง ฉู่หนิงก็อุทานอย่างทึ่ง ๆ "พวกคนรวยนี่อยู่ดีกินดีกันจังแฮะ"
หนิงหยวนมุมปากกระตุก แกล้งถามกลับ "คุณหนูคะ คุณหนูไม่นับว่าเป็นคนรวยเหรอคะ?"
เธอรู้ดีว่าฉู่หนิงคนปัจจุบันไม่ใช่ฉู่หนิงคนเดิม
ฉู่หนิงคนก่อนไม่มีทางพูดจาประชดประชันชีวิตตัวเองแบบนี้แน่
แต่เธอก็ยังดันทุรังถาม เหมือนอยากจะลองดูว่าฉู่หนิงตัวปลอมคนนี้จะสรรหาคำโกหกอะไรมากลบเกลื่อน
ทว่าฉู่หนิงกลับหัวเราะร่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน บ้านเรารวยที่สุดซะที่ไหน? เทียบกับตระกูลเวินยังไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ?"
พอได้ยินชื่อตระกูลเวิน สีหน้าของหนิงหยวนก็กลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง—
เสียงแจ้งเตือนจากแอปแชตในโทรศัพท์ดังขึ้น
หนิงหยวนเปิดดูโดยสัญชาตญาณ
เธอเห็นว่าเวินเซินกดรับคำขอเป็นเพื่อนแล้ว
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เห็นและได้ยินในห้องสมุดวันนี้ หนิงหยวนจึงจงใจบอกข่าวนี้กับฉู่หนิง "คุณหนูคะ คุณเวินเซินรับแอดวีแชตฉันแล้วค่ะ"
ฉู่หนิงชะงักฝีเท้า
เธอหันกลับมามองหนิงหยวน "อ้อ งั้นก็ยินดีด้วยสิ? ได้ข่าวว่าเวินเซินทั้งหยิ่งทั้งถือตัว ไม่ค่อยสนใจผู้หญิง การที่เขารับแอดเธอ แสดงว่าเขาสนใจเธอนะเนี่ย มีหวังแล้วสิเรา"
ทำไมเธอจะดูไม่ออกว่าหนิงหยวนกำลังลองใจ
น่าเสียดาย ที่นี่ไม่ใช่บทนิยายรักหวานแหวว
อย่างที่ระบบบอก เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้หนิงหยวนมีความสุข หรือมาลดค่าความดาร์ก หรือมาล้างบาปให้ตัวเอง
เธอมาเพื่อเพิ่มค่าความดาร์กของหนิงหยวน และปั้นบอสให้ถือกำเนิด!
ดังนั้น เธอจะยอมเป็น 'เพื่อนสาวรู้ใจ' ของหนิงหยวนจริง ๆ ไม่ได้เด็ดขาด
เธอต้องปั่นหัวหนิงหยวน ทำให้หนิงหยวนกระวนกระวาย ให้ลิ้มรสความหวานที่เจือยาพิษ และบ่มเพาะความเจ็บปวดให้กลายเป็นความสิ้นหวังถึงขีดสุด... ใช่แล้ว นี่แหละคือวิถีการปั้นบอส!
เมื่อได้ยินคำยินดี ประกายในดวงตาของหนิงหยวนก็หม่นลงอีกครั้ง
"คุณหนูแสดงความยินดีกับฉันจริง ๆ เหรอคะ?"
"แน่นอนสิ"
ฉู่หนิงสบตาเย็นชาคู่นั้น พร้อมรอยยิ้มตามมารยาท "ไม่แปลกหรอกที่เขาจะสนใจเธอ ก็เธอยังเด็ก สวย ฉลาด แถมไม่มีแบ็กอัพ วันไหนเขาเขี่ยเธอทิ้ง ก็ไม่ต้องเสียค่าเลิกราสักแดง"
หนิงหยวนกำนิ้วแน่น
ความจริงอันโหดร้ายถูกฉู่หนิงพูดออกมาหน้าตาเฉย
อันที่จริง เธอเคยได้ยินคำพูดที่รุนแรงกว่านี้จากปากฉู่หนิงมานับไม่ถ้วน
แต่มีเพียงคำพูดในวันนี้ที่ทิ่มแทงหัวใจเธอที่สุด
เป็นเพราะเธอดันไปเผลอมีความหวังเล็ก ๆ กับฉู่หนิงคนนี้งั้นหรือ?
"ไว้เธอคบกับเวินเซินจริง ๆ เมื่อไหร่ ฉันจะได้พลอยได้อานิสงส์ ไปเที่ยวเล่นที่บ้านตระกูลเวินบ่อย ๆ ด้วยไง"
พูดถึงตรงนี้ ฉู่หนิงก็ชะงัก
เธอคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของหนิงหยวนมาตลอด
เธอสัมผัสได้ถึงความโกรธและความไม่พอใจของหนิงหยวน
แต่ค่าความดาร์กกลับนิ่งสนิท
แสดงว่าการกระตุ้นแค่นี้ยังไม่แรงพอสินะ
"คุณหนู... คิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอคะ?"
สายตาสบกัน แววตาเย็นเยียบของหนิงหยวนราวกับลิ่มน้ำแข็งที่แทงทะลุหัวใจฉู่หนิง
ฉู่หนิงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจาง ๆ อีกครั้ง
แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ตกกระทบหลังยังคงร้อนระอุ แต่เธอกลับหนาวสะท้านไปทั้งตัว
ฉิบหายแล้ว ท่าจะไม่ดี!
หัวใจฉู่หนิงเต้นรัว ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ค่าความดาร์กไม่มีทางถึง 95% แน่ แถมเธออาจจะโดนฆ่าหมกส้วมซะก่อน
รีบแก้เกม รีบกู้สถานการณ์ด่วน
"ฉัน... แน่นอนว่าฉันคิดแบบนั้น!"
"การที่เธอไปคบกับเวินเซิน แล้วย้ายไปอยู่บ้านตระกูลเวิน มันมีอะไรเสียหายตรงไหน?"
ฉู่หนิงสูดหายใจลึก จู่ ๆ ก็เอามือกุมหน้าผาก แล้วระเบิดหัวเสียงเราะโรคจิตออกมา "ฮะ ๆ ๆ ๆ ฉันจะได้จับเธอกดในห้องน้ำของเขา ในครัวของเขา ในห้องเก็บของของเขา หรือแม้แต่บนเตียงของเขา แล้วก็จัดการเธอให้สาสม..."
"เธอจะไม่รักฉันก็ช่าง เธอจะเกลียดฉันก็ช่าง!"
"ยังไงฉันก็ไม่มีวันยอมให้เธอไปจากฉันจริง ๆ หรอก ฉันจะครอบครองเธอไปตลอดกาล ครอบครองเธอไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!"
พูดจบ เธอก็เงยหน้าขึ้น หอบหายใจแรง จ้องเขม็งไปที่หนิงหยวน
"ไปสิ หนิงหยวน ไปรักคนอื่นซะ ไปไขว่คว้าหาความมั่งคั่งและอิสรภาพที่เธอต้องการ"
"ฉันจะอวยพรให้เธอ... จริง ๆ นะ"
"หึหึ ฮ่า ๆ ๆ"
หนิงหยวน: "..."
ความรู้สึกอึดอัดเหมือนมีงูเหลือมมารัดตัวกลับมาอีกแล้ว
เธอตัดสินไม่ได้ว่าความบ้าคลั่งของฉู่หนิงในตอนนี้เป็นของจริงหรือของปลอม แต่สายตาที่ฉู่หนิงมองมา ทำให้เธอรู้สึกทั้งหวาดกลัวและ... อุ่นใจอย่างประหลาด
บางทีเธออาจจะป่วยจริง ๆ ก็ได้
โดนด่าและข่มขู่ขนาดนี้ แต่กลับรู้สึกโล่งใจซะงั้น
"คุณหนูอาหนิง"
เธอขยับเข้าไปใกล้ หยุดยืนตรงหน้าฉู่หนิง
สบตากับดวงตาที่แดงระเรื่อของฉู่หนิง เธอถอนหายใจแผ่วเบา
เหลือบมองมือที่สั่นเทาน้อย ๆ ของฉู่หนิง แล้วรีบเบือนหน้าหนี
"ไปกันเถอะค่ะ คุณหนู กลับบ้านกัน"