- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 11 เธอเป็นคนของใครกันแน่
บทที่ 11 เธอเป็นคนของใครกันแน่
บทที่ 11 เธอเป็นคนของใครกันแน่
บรรยากาศภายในห้องอาหารตระกูลฉู่
กว่าฉู่หนิงจะค่อย ๆ ผลักประตูเข้ามา คนอื่น ๆ ก็แทบจะทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ฉู่เจี้ยนสยงเงยหน้าขึ้นมองลูกสาว พลางแค่นเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ "อาหนิง ยิ่งโตแกยิ่งไร้ระเบียบวินัยขึ้นทุกวัน"
จากนั้นเขาก็หันไปมองหนิงหยวนด้วยสายตาขุ่นมัว "เธอดูแลพี่สาวยังไง?"
หนิงหยวนก้มหน้าลงต่ำ
มันเป็นเช่นนี้เสมอมา ไม่ว่าจะเป็นความผิดของเธอหรือไม่ ตราบใดที่ฉู่หนิงทำอะไรขัดหูขัดตา พวกเขาก็จะโยนความผิดมาให้เธอ
เธอชินเสียแล้ว ชินชามาตั้งนานแล้ว
หนิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ขอโทษค่ะ คราวหน้าฉันจะระวังให้มากกว่านี้"
นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย โดยปกติแล้วเพียงแค่หนิงหยวนเอ่ยปากขอโทษ เรื่องราวก็จะจบลงด้วยดี
แต่วันนี้ฉู่หนิงกลับดูเหมือนถังดินปืนที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อเพียงแค่มีสะเก็ดไฟกระเด็นใส่
เธอตบโต๊ะเสียงดังผาง ก่อนจะสวนกลับทันควัน "เมื่อเช้าหนูตื่นสายเอง เกี่ยวอะไรกับหนิงหยวน? ถ้าอยากจะด่าก็ด่าหนู อย่ามาพาลลงที่คนอื่น"
ฉู่เจี้ยนสยงมองหน้าลูกสาวด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบาย
ลูกสาวคนนี้เข้าสู่ช่วงวัยต่อต้านอีกแล้วหรือไง?
ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ ที่เอาแต่ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับพวกเขา!
จังหวะนั้นเอง น้าสวี่ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริตจนหวานเลี่ยน "อาหนิงยังเด็ก คุณพี่อย่าดุลูกนักเลย ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่าค่ะ"
พูดจบ หล่อนก็ปรายตามองไปทางหนิงหยวน
น้ำเสียงของหล่อนเปลี่ยนเป็นแหลมปรี๊ดขึ้นมาทันที
"หนิงหยวน ยังจะนั่งบื้ออยู่อีก รีบขอโทษสิ!"
สำหรับผู้หญิงคนนี้ หนิงหยวนเป็นเพียงเครื่องมือในการเอาอกเอาใจคนบ้านฉู่
สิบกว่าปีก่อนเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น
สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่คำขอโทษจากหนิงหยวน แต่เป็นการสยบยอมของเธอต่างหาก
หนิงหยวนไม่ได้เงยหน้ามองหล่อนด้วยซ้ำ เธอเพียงแค่ลุกขึ้นยืนอย่างด้านชา เตรียมจะเอ่ยปากขอโทษตามบทบาท แต่ฉู่หนิงกลับคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน
มือของฉู่หนิงยื้อยุดเธออยู่ใต้โต๊ะ
แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนหนิงหยวนไม่อาจเมินเฉยได้
ถึงกระนั้น หนิงหยวนก็ยังคงเอ่ยคำขอโทษออกมาทีละคำ
เธอไม่ใช่ฉู่หนิง เธอไม่มีต้นทุนมากพอที่จะไปต่อกรกับใคร เพื่อที่จะอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป เธอทำได้เพียงก้มหัวยอมรับเท่านั้น
"ขอโทษค่ะท่านประธาน ขอโทษค่ะน้าสวี่..."
"ต้องอย่างนี้สิ"
ใบหน้าของน้าสวี่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ต่อหน้าแม่แท้ ๆ ของฉู่หนิง หล่อนยังกล้าเกาะแขนพ่อของฉู่หนิงราวกับงูไร้กระดูก พลางออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน "คุณพี่ดูสิคะ หนิงหยวนยังคงว่าง่ายเหมือนเดิม ต่อไปเด็กคนนี้จะต้องทำตัวดีขึ้นแน่ ๆ เรื่องวันนี้ก็แล้วกันไปเถอะนะคะ"
ฉู่เจี้ยนสยงพยักหน้า "อืม นั่งลงกินข้าวเถอะ"
อันที่จริงเขาพอใจในตัวหนิงหยวนมาก
การคอยว่ากล่าวตักเตือนอยู่เป็นนิจ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดั่งใจเสมอ
แบบนี้เขาถึงจะวางใจ
ไต้เหมย ในฐานะแม่บังเกิดเกล้าของฉู่หนิง เพียงแค่ยิ้มหยันเมื่อเห็นท่าทางของชายหญิงคู่หนึ่งที่น่ารังเกียจตรงหน้า
ความสนใจของเธอวกกลับมาที่หนิงหยวนอย่างรวดเร็ว
เธอรินนมเติมลงในแก้วของหนิงหยวน
"หนิงหยวน แอดวีแชตของคุณเวินเซินไปหรือยัง?"
หนิงหยวนกัดขนมปังเข้าปาก พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่มองนมในแก้ว "ส่งคำขอไปแล้วค่ะ แต่เขายังไม่ตอบรับ"
เมื่อคืนตอนอยู่ในห้องของฉู่หนิง เธอไม่ทันได้เอะใจถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของนมอุ่นแก้วนั้น
แต่พอกลับถึงห้องตัวเอง พร้อมโทรศัพท์ที่ฉู่หนิงยัดใส่มือมาให้ เธอถึงได้เข้าใจกระจ่างแจ้ง
นั่นทำให้เธอไม่สามารถมองนมตรง ๆ ได้อีกต่อไป!
น่าโมโหนัก!
หนิงหยวนที่ข่มตาไม่ลงทั้งคืน ต้องแอบเข้าไปในห้องน้ำตอนรุ่งสางเพื่ออาบน้ำเย็นจัดดับอารมณ์
จนถึงตอนนี้ หัวสมองของเธอก็ยังมึนงงไม่หาย
จังหวะนี้เอง ฉู่หนิงก็กระทืบเท้าลงบนหลังเท้าของเธอใต้โต๊ะ
ฉู่หนิงยกแผ่นขนมปังปิ้งสีเหลืองทองขึ้นบังปาก พลางกระซิบด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "เธอจะแข็งข้อหน่อยไม่ได้หรือไง? เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำ! ตกลงเธอเป็นคนของพวกเขา หรือเป็นคนของฉันกันแน่?"
หนิงหยวนไม่ได้ตอบโต้
เธอคิดในใจว่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือของบ้านตระกูลฉู่ หรือเป็นเครื่องมือของฉู่หนิง มันก็ไม่ได้ต่างกันสักนิด
ฉู่หนิงบ่นต่อ "เธอถึงกับเอาโทรศัพท์ที่ฉันให้ ใช้บัญชีที่ฉันสั่งให้สมัคร ไปแชตคุยกับตาแก่นั่นจริง ๆ เนี่ยนะ?"
หนิงหยวนยังคงนิ่งเงียบ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบโต้ ฉู่หนิงก็ยิ่งบดขยี้เท้าลงไปแรงกว่าเดิม
ขนาดฉู่หนิงเองยังรู้สึกว่าลงแรงไปไม่น้อย แต่หนิงหยวนกลับยกน้ำขึ้นดื่มด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่เปลี่ยนสีหน้า ไม่สะดุดจังหวะแม้แต่น้อย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ท่าทีเช่นนี้ทำเอาฉู่หนิงโกรธจนหลุดขำ "เก่งขึ้นทุกวัน เดี๋ยวนี้ถึงขั้นกล้าเมินฉันแล้วเหรอ"
หนิงหยวนเช็ดเศษขนมปังที่มุมปาก แล้วลุกขึ้นยืนกะทันหัน
"ฉันอิ่มแล้วค่ะ"
เธอขยับตัวถอยออกไปอย่างรวดเร็ว จนฉู่หนิงที่ไม่ได้ตั้งตัวถึงกับเซ เก้าอี้ที่นั่งอยู่โยกจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ไต้เหมย แม่แท้ ๆ ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยถามเรียบ ๆ "เป็นอะไรไป อาหนิง?"
ฉู่หนิงส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นตาม "หนูก็อิ่มแล้ว จะไปเรียนค่ะ"
ไต้เหมยพยักหน้าพลางครุ่นคิด "จะว่าไป ใกล้จะสอบแล้วใช่ไหม?"
"อืม"
"งั้นลูกก็ต้องขยันหน่อยนะ ไปตามบทเรียนให้ทันล่ะ"
"ค่ะ"
...
ฉู่หนิงและหนิงหยวนนั่งอยู่ในรถคันเดียวกัน
คนที่ขับรถไปส่งพวกเธอคือคนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลฉู่
เขาก็เหมือนกับหนิงหยวน เป็นคนพูดน้อย เจ้านายถามคำถึงจะตอบคำ
ฉู่หนิงไม่มีอารมณ์จะชวนเขาคุย และไม่อยากจะชวนหนิงหยวนคุยด้วย ตอนนี้เธอกำลังโมโหสุดขีด!
ต้องรู้ก่อนนะว่า หากดำเนินไปตามเนื้อเรื่องเดิม หนิงหยวนจะกลายเป็นเพียงของเล่นของเวินเซิน ซ้ำร้ายยังเป็นของเล่นประเภทที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้
เมื่อนางเอกของเรื่อง หรือ 'ยอดดวงใจ' ของเวินเซินรอดชีวิตกลับมา หนิงหยวนก็จะถูกเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี แม้แต่ค่าเลิกราสักแดงเดียวก็ไม่ได้
หากหนิงหยวนคิดจะยื้อแย่งหรือตบตี จุดจบของเธอก็จะยิ่งน่าสังเวชกว่าเดิม
ฉู่หนิงไม่อยากให้เธอเดินไปบนเส้นทางนั้นจริง ๆ
หนิงหยวนทั้งฉลาด ขยันขันแข็ง และมีความทะเยอทะยาน เธอควรจะมีอนาคตที่สดใส ทำไมต้องเอาช่วงเวลาวัยรุ่นมาทิ้งขว้างไปกับเรื่อง 'ศึกชิงผู้ชาย' พรรค์นั้นด้วย?
"เฮ้อ"
ยิ่งคิดฉู่หนิงก็ยิ่งหงุดหงิด จนเผลอถอนหายใจออกมา
เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจ หนิงหยวนก็ปรายตามองมาโดยสัญชาตญาณ
เธอเห็นเสี้ยวหน้าของฉู่หนิงที่กำลังใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง
ฉู่หนิงทอดสายตามองทิวทัศน์ที่วิ่งผ่านนอกหน้าต่างรถ นัยน์ตาสุกใสนั้นฉายแววกลัดกลุ้มอย่างจริงจัง
วินาทีนั้น จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของหนิงหยวน... อันที่จริง ตราบใดที่ฉู่หนิงไม่ทำหน้าตาโรคจิตและไม่ทำเรื่องพรรค์นั้น เพียงแค่นั่งอยู่เงียบ ๆ เธอก็ดูเจริญหูเจริญตาดีเหมือนกัน
มันก็แปลกพิลึก
แม้ว่าทุกคนจะใช้รูปลักษณ์ภายนอกแบบฉู่หนิงเหมือนกัน แต่เธอกลับแยกความแตกต่างของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ
ฉู่หนิงคนนี้ที่อยู่ตรงหน้า คือฉู่หนิงที่มีเสน่ห์ที่สุดในบรรดา 'ฉู่หนิง' ทั้งหมด
เสน่ห์นี้ไม่ได้อยู่ที่หน้าตา แต่มันเหมือนเปล่งประกายออกมาจากจิตวิญญาณข้างใน
"ก่อนจะมาเป็นฉู่หนิง เธอต้องเคยเป็นสาวฮอตตัวแม่แน่ ๆ ใช่ไหมนะ?"
หนิงหยวนถึงกับจินตนาการไปว่า ตัวตนที่แท้จริงของฉู่หนิงคนนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องเป็นสาวสวยประเภทอกอึ๋ม ขายาว นิสัยร่าเริงสดใสเหมือนดวงตะวันแน่ ๆ
ฉู่หนิงที่กำลังเหม่อมองวิวทิวทัศน์ จู่ ๆ ก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา
เธอหันขวับกลับมามองหนิงหยวนทันที
หนิงหยวนที่หลบสายตาไม่ทัน จึงถูกจับได้คาหนังคาเขา พร้อมกับรอยยิ้มค้างเก้อ ๆ บนใบหน้า