- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- ตอนที่ 10 ฉันทั้งหนุ่มทั้งแน่น แถมยังมีแรงเหลือเฟือ
ตอนที่ 10 ฉันทั้งหนุ่มทั้งแน่น แถมยังมีแรงเหลือเฟือ
ตอนที่ 10 ฉันทั้งหนุ่มทั้งแน่น แถมยังมีแรงเหลือเฟือ
"ความจริงคุณหนูไม่ต้องให้เงินฉันก็ได้ค่ะ"
หนิงหยวนคิดในใจว่า สำหรับตระกูลฉู่แล้ว เธอเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ แต่สถานะที่แท้จริงไม่ต่างจากวัวควายดีๆ นี่เอง
เธอลอบถอนหายใจ
"งั้นคุณหนูถอดชุดเถอะค่ะ"
ฉู่หนิงตั้งใจทำชุดนอนเลอะเทอะเพื่อให้หนิงหยวนต้องทำงานล่วงเวลา ซักผ้าด้วยมือตอนดึกๆ ดื่นๆ
เอาเข้าจริง การกลั่นแกล้งระดับนี้ถือว่า 'ปรานี' มากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ฉู่หนิงคนเก่าเคยทำ
แต่นั่นกลับทำให้ฉู่หนิงพูดไม่ออก
นี่เธอ... ยอมง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
เมื่อกี้ยังทำท่าทางเป็นกุลสตรีรักนวลสงวนตัวอยู่เลย ไหงจู่ๆ ถึงได้... ใจกว้างขึ้นมาซะดื้อๆ?
แถมค่าความดำมืดก็ไม่กระดิกขึ้นสักนิด!
มันไม่ใช่แล้วมั้ง
"อะแฮ่ม"
ฉู่หนิงแสร้งกระแอมแก้เก้อสองสามที เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินในแววตา
เธอดึงสายเสื้อนอนลง ค่อยๆ ถอดออกอย่างอ้อยอิ่ง
ชุดนอนเป็นผ้าไหมลื่น แค่ดึงสายนิดเดียวก็ร่วงลงไปกองกับพื้นได้อย่างง่ายดาย
ในโลกเดิม ฉู่หนิงในร่างชายชาตรีเคยชินกับการนอนแก้ผ้ามาตลอด พอมาอยู่ที่นี่ เพื่อให้เกียรติเพศสภาพหญิงของร่างนี้ เธออุตส่าห์ฝืนใจใส่ชุดนอนได้นี่ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว
เธอไม่ได้รู้สึกว่าการยืนเปลือยกายต่อหน้าคนแปลกหน้าอย่างหนิงหยวนจะเป็นการถูกอีกฝ่ายเอาเปรียบแต่อย่างใด
ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังเอาเปรียบหนิงหยวนอยู่ต่างหาก
ถึงยังไงจิตวิญญาณข้างในของเธอก็ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสา
การมาทำแบบนี้ต่อหน้าเด็กสาวใสซื่อ มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองโคตรจะโรคจิตเลย
"หนิงหยวน เธอแน่ใจจริงๆ นะ?" ฉู่หนิงถามด้วยความเป็นห่วง "ถึงฉันจะอยาก... เอ่อ... ถ้าเธอยังคิดไม่ตกลง เราเลื่อนไปก่อนก็ได้นะ..."
หนิงหยวนขมวดคิ้ว "คุณหนูพูดเรื่องอะไรคะ?"
ฉู่หนิงสำลักน้ำลาย "เธอไม่รู้ว่าฉันพูดเรื่องอะไร แล้วยังจะบอกให้ฉันถอดชุดเนี่ยนะ?"
หนิงหยวน: "..."
ตอนนี้เธอสับสนไปหมดแล้ว
ไม่ใช่ว่าฉู่หนิงจะให้เธอซักผ้าหรอกเหรอ?
คงไม่ใช่ว่าจะให้ช่วยอาบน้ำหรอกนะ? แต่การช่วยอาบน้ำก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เมื่อก่อนเธอก็เคยทำให้บ่อยๆ
เห็นหนิงหยวนยืนทื่อเป็นตอไม้ ฉู่หนิงก็อดไม่ได้ที่จะเอามือกุมขมับ "ฉันประเมินเธอสูงเกินไปสินะ"
เป็นความผิดของเธอเอง
เธอประเมินความรู้เรื่อง 'อย่างว่า' ของหนิงหยวนสูงเกินไป
คิดๆ ดูก็สมเหตุสมผล เด็กสาวที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะ และถูกฉู่หนิงคนโรคจิตควบคุมอย่างเข้มงวดมาตลอด จะไปมีโอกาสเปิดหูเปิดตาเรื่องโลกภายนอกได้ยังไง
แววตาของหนิงหยวนเต็มไปด้วยความงุนงง "คุณหนูต้องการให้ฉันทำอะไรกันแน่คะ? พูดมาตรงๆ เถอะค่ะ"
ฉู่หนิงเงยหน้ามองเธอ
เงียบไปครู่หนึ่ง
ฉู่หนิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา โหลดแอปพลิเคชันสีชมพูแอปหนึ่ง แล้วโยนโทรศัพท์ไปให้หนิงหยวน
หนิงหยวนรับโทรศัพท์มาถือไว้อย่างงงๆ
ฉู่หนิงโบกมือไล่
"เอาไปศึกษาให้ละเอียด วันหลังเราค่อยมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน"
"คุณหนูคะ นี่มันโทรศัพท์ของคุณหนู..."
"ฉันรู้ว่าเป็นโทรศัพท์ฉัน!" ฉู่หนิงพูดอย่างรำคาญใจ "โทรศัพท์ของเธอมันไม่ใช่สมาร์ทโฟน จะไปทำอะไรกินได้? เครื่องนี้ฉันให้เธอ ต่อไปนี้ต้องส่งข้อความอรุณสวัสดิ์ สวัสดีตอนบ่าย และราตรีสวัสดิ์มาหาฉันทุกวัน เข้าใจไหม?"
หนิงหยวน: "..."
เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าฉู่หนิงคนใหม่ต้องการอะไรกันแน่
เงียบไปอีกอึดใจใหญ่
หนิงหยวนถามเสียงอ่อย "แล้วเสื้อผ้าของคุณหนู... ยังจะให้ฉันซักอยู่ไหมคะ?"
"ดูเวลาด้วย! จะซักหาพระแสงอะไร? กลับไปนอนได้แล้วไป๊"
"..."
หนิงหยวนแทบจะถูกไล่ตะเพิดออกจากห้อง
ขณะกำโทรศัพท์สภาพกึ่งเก่ากึ่งใหม่ไว้ในมือ หัวใจที่เคยหนักอึ้งกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างประหลาด
คืนนี้เธอทำฉู่หนิงบาดเจ็บที่คอ เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนหักแขนหักขาแน่ๆ
แต่ผิดคาด ไม่มีการลงโทษใดๆ เกิดขึ้น
หนิงหยวนเดินกลับห้องพลางเหลียวหลังมองทุกสามก้าว
ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนปนเป
"เธอจะไม่รังแกฉันเหมือนคนอื่นๆ จริงๆ เหรอ?"
...เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉู่หนิงตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
【ค่าความดำมืด +2% ค่าความดำมืดของเป้าหมายปัจจุบันอยู่ที่ 89%】
"หะ? ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมค่าความดำมืดถึงเด้งขึ้นมาดื้อๆ แบบนี้ล่ะ?!"
ฉู่หนิงขยี้ตา หาวหวอดๆ แล้วลุกขึ้นนั่ง
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
คำตอบคือเสียงเคาะประตู
ฉู่หนิงสะบัดผ้าห่ม เดินลงจากเตียงไปเปิดประตู
เจอกับหนิงหยวนที่ขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าสองวง
ฉู่หนิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เป็นอะไรของเธอเนี่ย? โดนผีดูดพลังหยางมาหรือไง?"
ทันทีที่หนิงหยวนเห็นสภาพของฉู่หนิง เธอก็ตาโตเท่าไข่ห่าน รีบหันหลังขวับทันที
"คุณหนูคะ อาหารเช้าพร้อมแล้ว ฉันมาปลุกค่ะ"
พูดจบก็วิ่งหนีหายไปราวกับลมพายุ
ฉู่หนิงเกาหัวแกรกๆ งงเป็นไก่ตาแตก "เป็นบ้าอะไรของยัยนั่นอีกล่ะ?"
【โฮสต์ครับ ตอนนี้คุณเป็นผู้หญิงนะครับ】
ฉู่หนิง: "ก็รู้น่า"
【ผมว่าคุณไม่รู้】
ฉู่หนิง: "?"
ทันใดนั้นเธอก็เพิ่งตระหนักถึงปัญหา
รีบปิดประตูห้องดังปัง
แล้วหัวเราะแห้งๆ ออกมา
"ก็คนมันเคยชินกับการนอนถอดเสื้อนี่นา อีกอย่างนี่มันหน้าร้อนนะ ไม่นอนถอดเสื้อก็เสียของแย่"
ตู้เสื้อผ้าของเจ้าของร่างเดิมเต็มไปด้วยชุดเดรส
แถมส่วนใหญ่ยังมีสีสันฉูดฉาด หรือดีไซน์เว่อร์วังอลังการที่ใส่แล้วดูเหมือนนกยูงรำแพนหางเพื่อดึงดูดคู่
ฉู่หนิงใช้เวลาอยู่นานกว่าจะคัดชุดลำลองเรียบๆ ออกมาได้ชุดหนึ่ง
"ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเด็กสาวๆ ถึงชอบแต่งตัวแก่แดดขนาดนี้นะ?"
เธอหรี่ตามองตัวเองในกระจก พิจารณาชุดที่ใส่อยู่
"ถ้าจำไม่ผิด เดรสพวกนี้บางตัวมันแบบเดียวกับที่มีในตู้แม่ฉันเลยนะ!"
【เมื่อวานคุณเดาสาเหตุไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ?】
ฉู่หนิงชะงัก
อ้อ นึกออกแล้ว
เจ้าของร่างเดิมชอบผู้ชายอายุมากกว่า—เจาะจงก็คือพระเอกในเรื่องนี้ เหวินเซิน
เหวินเซินอายุมากกว่าหนิงหยวนตั้งสิบสองปี และมากกว่าเจ้าของร่างเดิมถึงสิบปีเต็ม!
มิน่าล่ะ เจ้าของร่างเดิมถึงจงใจแต่งตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่เพื่อดึงดูดความสนใจของเหวินเซินสินะ?
ฉู่หนิงไม่สนหรอกว่าเจ้าของร่างเดิมจะบ้าบอแค่ไหน
แต่พอคิดถึงพล็อตน้ำเน่าระหว่างเหวินเซินกับหนิงหยวนในนิยายต้นฉบับ เธอก็ของขึ้นทันที รู้สึกเจ็บใจและหงุดหงิดเหมือนเห็นผักกาดขาวที่ฟูมฟักมาอย่างดีกำลังจะโดนหมูมาขุดกิน
"แม่งเอ้ย โคตรจะเอียนเลย" ฉู่หนิงอดสบถไม่ได้ "แก่กว่าหนิงหยวนตั้งขนาดนั้น ยังจะมีหน้ามาใช้มุก 'ตัวแทน' กับเธออีกเหรอ? ทำไมไม่ไปตายซะให้รู้แล้วรู้รอด!"
【โฮสต์ครับ ใจเย็นๆ】
"เย็นไม่ไหวแล้วโว้ย!"
ฉู่หนิงตบกระจกดังปึก กระจกสั่นกึกๆ แต่ไม่แตก
เธอตะโกนประท้วงเสียงดังจากก้นบึ้งหัวใจ
"หนิงหยวนอยู่กับฉันยังดีกว่าไปอยู่กับไอ้หมอนั่นตั้งเยอะ!"
"อย่างน้อยฉันก็ยังหนุ่มยังแน่น มีเรี่ยวมีแรงเหลือเฟือ แถมยังสายเปย์ ไม่เจ้าชู้ด้วย!"
"เหวินเซินมีดีตรงไหน? ถ้าหนิงหยวนไปคบกับมัน จะไปเอาอะไร? เอาความแก่ หรือเอาความซกมกไม่อาบน้ำของมันหรือไงฮะ?!"
【โฮสต์ครับ เสียงดังเกินไปแล้วครับ】
ฉู่หนิงหุบปากฉับทันที
แต่แล้วก็คิดได้ว่า... ได้ยินแล้วไง? ก็ช่างหัวมันสิ!
ตราบใดที่ได้เจอกันอีก ไอ้เหวินเซินนั่นก็ต้องได้ยินคำพูดพวกนี้เข้าสักวันอยู่ดี!
ส่วนหนิงหยวนจะได้ยินประโยคพวกนี้ไหม... สมควรให้ได้ยินนั่นแหละดีแล้ว!