- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นพี่สาวตัวร้าย แต่ดันถูกนางเอกยันเดเระหมายปอง เกิดใหม่กี่ชาติเธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ
- บทที่ 12 เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้เธอแบบมัดมือชก
บทที่ 12 เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้เธอแบบมัดมือชก
บทที่ 12 เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้เธอแบบมัดมือชก
"ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง หนิงหยวน?"
ฉู่หนิงหรี่ตามองเธอ
ประกายขบขันในดวงตานั้นปิดไม่มิด
ทันทีที่ถูกจับได้ หนิงหยวนก็รีบเบือนหน้าหนี
แต่จับได้ก็คือจับได้
ฉู่หนิงไม่ใช่คนประเภทที่จะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นในสิ่งที่เห็น
เธอไม่มีทางพลาดโอกาสที่จะทำให้หนิงหยวนรู้สึกกระดากอาย
เธอรีบขยับก้นเข้าไปนั่งเบียดข้าง ๆ หนิงหยวน กักขังอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน แล้วกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงร่าเริงสุดขีด "เมื่อกี้เธอแอบมองฉันเหรอ? ไม่จริงน่า เธอแอบมองฉันจริง ๆ เหรอเนี่ย ในที่สุดก็ค้นพบความงดงามและความดีงามในตัวฉันแล้วสินะ หืม?"
แก้มของหนิงหยวนแดงซ่าน นิ้วมือจิกแน่นลงบนฝ่ามือ
เธอเบื่อฉู่หนิงคนนี้เหลือเกิน!
เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรพูดออกมา ทำไมต้องพูดด้วย?
"ฉันไม่ได้มองคุณหนูค่ะ"
หนิงหยวนพยายามคุมเสียงให้เรียบนิ่ง
"การมองฉันไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย ทำไมต้องปฏิเสธด้วยล่ะ?"
ฉู่หนิงยังคงตอแยไม่เลิก มือข้างหนึ่งเริ่มวางแหมะลงบนขาเรียวที่สวมถุงน่องสีขาว
ฮุฮุ สัมผัสดีชะมัด
กลิ่นมะนาวอ่อน ๆ โชยมาจากตัวเด็กสาว น่าจะเป็นกลิ่นครีมอาบน้ำ ผสมปนเปกับกลิ่นขนมปังปิ้งจาง ๆ มื้อเช้าวันนี้เป็นฝีมือของหนิงหยวนนี่นา
พอได้อยู่ใกล้ขนาดนี้ ฉู่หนิงรู้สึกเหมือนกำลังกอดชีสเค้กเลมอนก้อนโต
ช่างดีต่อใจจริง ๆ!
น้องสาวตัวน้อยที่ทั้งหวานทั้งนุ่มนิ่มแบบนี้ ใครบ้างจะไม่ชอบ?
ฉู่หนิงรู้สึกว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังบิดเร่าด้วยความฟิน
ในขณะที่นิ้วมือของฉู่หนิงกำลังคันยุกยิก อยากจะสำรวจให้มากกว่านี้...
"คุณหนู ช่วยสำรวมด้วยค่ะ"
น้ำเสียงเย็นชาของหนิงหยวน เตือนสติให้ฉู่หนิงนึกถึงความเจ็บปวดที่ลำคอ
เธอชักมือกลับทันควัน และตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่หนิงหยวน
"หนิงหยวน เธอไม่คิดว่าพูดจาด้วยท่าทีแบบนี้กับฉันมันจะเกินไปหน่อยเหรอ?"
หนิงหยวนหันหน้ามาสบตา "ถ้าฉันขอโทษ คุณหนูจะรู้สึกดีขึ้นไหมคะ?"
"..."
ฉู่หนิงแค่นเสียงเฮอะ
เธอตัดสินใจขยับก้นกลับไปนั่งที่เดิมทันที เว้นระยะห่างจากหนิงหยวนอย่างชัดเจน... ไม่นานนักรถก็แล่นมาถึงหน้าประตูโรงเรียน
คนขับรถจอดรถและรีบลงมาเปิดประตูให้ฉู่หนิง
"กระเป๋าครับ คุณหนู"
เขายื่นกระเป๋านักเรียนของฉู่หนิงให้อย่างนอบน้อมด้วยสองมือ กระเป๋าใบนั้นเบาหวิว ข้างในแทบไม่มีหนังสือเรียนที่เป็นเรื่องเป็นราวสักเล่ม
ตรงกันข้าม กระเป๋าของหนิงหยวนกลับหนักอึ้ง
ทว่าสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าของเธอไม่ใช่หนังสือเรียน แต่เป็นหนังสือความรู้ทั่วไปนานาชนิดที่ยืมมาจากห้องสมุดโรงเรียน
มีทั้งหนังสือฟิสิกส์ ศิลปะ หรือแม้กระทั่งการบริหารการเงิน
ในชีวิตที่ถูกรีเซ็ตซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนิงหยวนมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการเรียนรู้
แรกเริ่มเดิมที เธอตั้งใจศึกษาความรู้ในตำราเรียนจนทะลุปรุโปร่ง พอเรียนจนหมดแล้ว ก็เริ่มศึกษาบทเรียนขั้นสูงด้วยตัวเอง พอหมดมุกจะเรียน... เธอก็ยังมีเวลาเหลือเฟือให้อ่านนิยายและการ์ตูน
แต่นิยายและการ์ตูนที่เธออ่าน ล้วนเป็นเนื้อหาใสสะอาดเหมาะสมกับวัย
ประเภทที่ฉู่หนิงแนะนำให้รู้จักเมื่อคืนน่ะ... เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก
เรียกว่าเป็นการเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้เธอแบบมัดมือชกจริง ๆ
หนิงหยวนไม่อยากข้องแวะกับฉู่หนิงมากนัก
เธอกลัวว่าฉู่หนิงจะเกิดคึกคะนองขึ้นมา แล้วทำรุ่มร่ามกับเธอเข้าจริง ๆ
ดังนั้น พอลงจากรถปุ๊บ เธอก็รีบสาวเท้าเดินหนีไปทันที
ฉู่หนิงรีบวิ่งตามไป แต่ก็ยังคลาดกันจนได้!
"เฮ้อ หงุดหงิดชะมัดเลยระบบ"
"โฮสต์ ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงามนะ"
"เป้าหมายของฉันคือการกินเต้าหู้เหรอ?" (สำนวนจีน: การลวนลาม/แต๊ะอั๋ง)
ฉู่หนิงแย้งอย่างไม่สบอารมณ์ "การกินเต้าหู้มันเป็นแค่วิธีการ วิธีการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างหาก!"
"พูดซะอย่างกับว่าโฮสต์จะกินได้จริง ๆ อย่างนั้นแหละ"
มุมปากของฉู่หนิงกระตุกยิก "พอเลย จะซ้ำเติมกันไปถึงไหน? ถ้าฉันทำภารกิจไม่สำเร็จ นายจะได้ประโยชน์อะไรฮะ?"
"ก็คำเดิมนั่นแหละโฮสต์ ถ้าคุณไม่อยากทำ คนอื่นที่อยากทำมีถมเถไป"
ฉู่หนิงโกรธจนควันออกหู "ไอ้บ้า เอ็งภาวนาอย่าให้ถึงคราวที่ต้องมาพึ่งฉันบ้างก็แล้วกัน"
พักเรื่องความไม่พอใจที่มีต่อเจ้าระบบเฮงซวยนี่ไว้ก่อน
ตอนนี้ฉู่หนิงเริ่มมีลางสังหรณ์แล้วว่า การที่เธอจะได้ 'กินเต้าหู้' หนิงหยวนหรือไม่นั้น จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หากต้องการให้ค่าความดาร์กของหนิงหยวนเพิ่มขึ้น เธอต้องกระตุ้นอารมณ์ของหนิงหยวนให้ได้
แต่หนิงหยวนในตอนนี้เปรียบเสมือนน้ำนิ่ง
ต่อให้ยั่วโมโหจนอีกฝ่ายชักดาบออกมาไล่ฟัน ก็คงยากที่จะทำให้ค่าความดาร์กกระดิกขึ้นมาแม้แต่เสี้ยวเดียว
"อืม... ระบบ มานี่ซิ ฉันมีเรื่องจะถาม"
"ไม่ต้องถาม ถ้าจะถาม คำตอบคือไม่"
"เชี่ย! ฉันยังไม่ได้ถามเลยนะ!"
"ก็จะถามว่ามียาที่ไร้สี ไร้กลิ่น ออกฤทธิ์รุนแรง ทำให้คนขาดสติและเหลือไว้แต่ตัณหาราคะหรือเปล่า ใช่ไหมล่ะ?"
เจอแบบนี้เข้าไป ฉู่หนิงถึงกับไปต่อไม่ถูก
เธออดไม่ได้ที่จะย้อนนึกถึงวีรกรรมของตัวเองตั้งแต่มุดเข้ามาในโลกนี้
"นี่ฉันดูโรคจิตขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ระบบเงียบกริบ
ความเงียบในตอนนี้ดังก้องยิ่งกว่าคำพูดนับพัน
ฉู่หนิงชูกำปั้นใส่อากาศอย่างเหลืออด เพื่อระบายความไม่พอใจ
"อย่าคิดนะว่าถ้านายไม่ให้ แล้วฉันจะหามาไม่ได้!"
"ฉันอ่านบทมาแล้วย่ะ ฉันรู้ดีว่าของพรรค์นั้นมันจะโผล่มาตอนไหน!"
"ถ้าฉันได้ของสิ่งนั้นมาเมื่อไหร่ ฉันจะจับหนิงหยวนมัด แล้วง้างปาก กรอกมันลงไปให้หมด ให้เธอดิ้นเร่า ๆ อยู่กับพื้นเหมือนงู ร้องขอความเมตตาจากฉันอย่างน่าเวทนา!"
"ใช่ ฉันจะตั้งกล้องถ่ายไว้ด้วย ฉันจะอัดคลิป!"
พูดถึงตรงนี้ ฉู่หนิงก็อดหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้
ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเริงร่า
ถึงตอนนั้น หนิงหยวนต้องเกลียดเธอเข้ากระดูกดำแน่ และค่าความดาร์กอาจจะพุ่งปรี๊ดแตะ 100% เลยก็ได้
ส่วนหลังจากค่าความดาร์กเต็มหลอดแล้วจะเป็นยังไงต่อน่ะเหรอ?
อย่างมากก็แค่ตาย!
นาทีนี้ฉู่หนิงไม่กลัวตายแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าแผนนี้เข้าท่า ฉู่หนิงผิวปากอย่างอารมณ์ดี ฝีเท้าเบาสบายขณะเดินเข้าห้องเรียน
พอนั่งลง เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูปฏิทิน
"โอ๊ะ อะไรจะบังเอิญขนาดนี้?"
สุดสัปดาห์นี้นี่นา
ของที่ฉู่หนิงต้องการจะปรากฏขึ้นในงานวันเกิดของเวินลี่ ลูกสาวคนเล็กของตระกูลเวิน
ตามแผนการร้ายในเนื้อเรื่อง เหล้าผสมยาแก้วนี้จะถูกเวินลี่ดื่มเข้าไป นำไปสู่เรื่องฉาวโฉ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองทางใต้
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากงานวันเกิด เวินลี่จะถูกพบในสภาพยับเยินบนเตียงของเวินเซิน พี่ชายของเธอเอง
ตามมาติด ๆ ด้วยสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยความในใจของเด็กสาววัยแรกแย้ม ถูกโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ระลอกสอง
เวินลี่ถูกกระแสสังคมโจมตีจนไม่กล้าออกจากบ้าน และในที่สุดก็ตัดสินใจกระโดดลงมาจากหอนาฬิกาในคืนฝนพรำ
เรื่องอื้อฉาวนี้สร้างบาดแผลทางจิตใจให้เวินเซินอย่างมหาศาล
ทั้งที่คืนนั้น เขาไม่ได้กลับห้องตัวเองด้วยซ้ำ!
ส่วนสมุดบันทึกของเวินลี่ ก็เป็นเพียงความรู้สึกแอบรักของเด็กสาวเท่านั้น
เวินลี่ไม่เคยคิดจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาจริง ๆ
เธอซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมไปเรียนต่อเมืองนอกไว้แล้ว กะว่าจะรอให้ผ่านวันเกิดไปก่อน แล้วจะจากเมืองทางใต้ไปตลอดกาล
ภายหลังเมื่อเวินเซินกุมอำนาจตระกูลเวินได้เบ็ดเสร็จ เขาถึงได้มารู้ความจริงว่า เวินลี่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเขาเลยแม้แต่น้อย
คนที่บงการเรื่องราวทั้งหมดนี้คือผู้อาวุโสคนหนึ่งในตระกูลเวิน
จุดประสงค์ก็เพื่อให้เวินเซินหมดศรัทธาในความรัก รังเกียจเดียดฉันท์ จนตัดขาดจากอารมณ์ความรู้สึกทั้งปวง และทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับธุรกิจของตระกูล กลายเป็นผู้นำตระกูลที่โดดเด่นที่สุด
"คนตระกูลเวินนี่มันพวกฝึกวิชามารหรือไงกัน? ถึงได้วางแผนชั่วช้าสามานย์ขนาดนี้!"
ฉู่หนิงทบทวนเนื้อเรื่องช่วงนี้คร่าว ๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถ่มถุยใส่ความวิปริตของคนตระกูลเวิน
"เฮอะ ถ้าฉันไม่ลงนรก แล้วใครจะลง? ของสิ่งนั้น เสร็จฉันแน่"
การมีบทอยู่ในมือมันสะดวกแบบนี้นี่เอง
ฉู่หนิงสามารถคว้าสิ่งที่ต้องการมาได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสักแดง
"อีกสองวัน อิอิ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วสิ"