- หน้าแรก
- ปีศาจไม่จำเป็นต้องถูกกำราบ
- EP.41 : ความรู้พื้นฐานและข้อสงสัย
EP.41 : ความรู้พื้นฐานและข้อสงสัย
EP.41 : ความรู้พื้นฐานและข้อสงสัย
เช้าวันรุ่งขึ้น ในขณะที่ท้องฟ้าเพิ่งจะมีแสงรำไรของรุ่งอรุณเพียงเล็กน้อย กองไฟในค่ายพักแรมที่ตีนเขาก็ดับมอดลงเสียแล้ว
ในขณะที่ชีเอินยังคงนอนหลับเป็นตาย วิเวียนก็บุกเข้าไปในเต็นท์แล้วลากตัวเขาออกมา
"ตอนนี้แหละเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะพวกสัตว์อสูรกลางคืนกำลังกลับรัง และสัตว์อสูรหากินตอนกลางวันส่วนใหญ่จะโผล่มาหลังพระอาทิตย์ขึ้น ดังนั้นนี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่เราจะเข้าป่ากัน"
วิเวียนใช้เหตุผลนี้ในการเรียกทุกคนมารวมพล
เพียงแต่ดูเหมือนว่าสาวๆ จะเตรียมตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือพูดให้ถูกคือ พวกเธอคงชินกับเรื่องแบบนี้ เพราะทุกคนดูตื่นตัวและกระฉับกระเฉงกันเต็มที่ ไม่มีอาการง่วงนอนให้เห็นเลยสักนิด
มีเพียงแค่ชีเอินคนเดียวท่ามกลางกลุ่มสาวๆ ผู้เต็มเปี่ยมด้วยพลังงาน ที่เอาแต่หาวหวอดๆ และทำท่าเหมือนจะล้มพับไปนอนต่อได้ทุกเมื่อ
"จริงๆ เลย สภาพแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะเนี่ย ไปล้างหน้าล้างตาให้ตาสว่างเดี๋ยวนี้เลย"
วิเวียนผลักชีเอินไปทำภารกิจส่วนตัวยามเช้าเหมือนพี่สาวขี้เป็นห่วง ทำให้ชีเอินได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป
"อุตส่าห์คิดว่าตั้งแต่มาโลกนี้ เราชินกับการตื่นเช้าแล้วนะ แต่ก็นะ ยังเทียบกับนักผจญภัยมืออาชีพไม่ได้จริงๆ สินะ ?"
ในฐานะนักผจญภัย ไม่เพียงแต่ต้องอดนอนอยู่เฝ้ายามค่อนคืน แต่ยังต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเข้าป่าไปทำภารกิจให้สำเร็จ ชีวิตพวกนี้มันลำบากจริงๆ
แถมพอเข้าป่าไปแล้ว ยังต้องเจอกับสัตว์อสูรสารพัดชนิด จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะงั้นต่อให้นอนไม่พอ ก็ต้องฝืนถ่างตาให้ตื่นตัวตลอดเวลา ห้ามเผลอแม้แต่วินาทีเดียว ตรงจุดนี้นี่แหละที่โหดหินสุดๆ
"พวกเธอไม่ห่วงเรื่องนอนไม่พอแล้วหน้าโทรมกันบ้างรึไงนะ ?"
ชีเอินล้างหน้าอย่างงัวเงียพลางจินตนาการถึงเรื่องพรรค์นั้น กว่าจะตาสว่างได้ก็ต้องวักน้ำเย็นๆ สาดใส่หน้าแล้วถูแรงๆ ไปหลายรอบ
เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อย ชีเอินถึงเดินกลับไปสมทบกับกลุ่มสาวๆ ที่สวมอุปกรณ์ครบชุดพร้อมลุย แล้วเตรียมตัวเข้าสู่เทือกเขามันกิล
"ทุกคนมาดูตรงนี้หน่อย"
วิเวียนเรียกทุกคนมารวมกัน แล้วหยิบแผนที่ออกมาจากสัมภาระ ก่อนจะกางมันออกตรงหน้าทุกคน
แน่นอนว่ามันคือแผนที่ของเทือกเขามันกิล
บนแผนที่นั้น ไม่เพียงแต่จะแสดงเส้นทางต่างๆ ไว้อย่างละเอียด แต่ยังมีเครื่องหมายพิเศษกำกับไว้อีกหลายจุด
มีทั้งเครื่องหมายกากบาทสีแดง เครื่องหมายรูปบ่อน้ำ และสัญลักษณ์อื่นๆ อีกมากมาย เห็นได้ชัดว่าแผนที่ฉบับนี้ถูกทำขึ้นมาอย่างประณีตบรรจง
"ก่อนอื่น เราต้องกำหนดจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ก่อน"
วิเวียนกวาดสายตามองไปรอบๆ กลุ่ม
"ตอนนี้เรากำจัดเถาวัลย์ดูดเลือดไปแล้ว ดังนั้นภารกิจที่เหลืออีกสองอย่างคือ การเก็บน้ำจากบ่อน้ำพุเวทมนตร์ขนาดกลาง และการล่าหนังซาลาแมนเดอร์เพลิง"
วิเวียนทบทวนเป้าหมายให้ฟังก่อนจะพูดต่อ
"เทือกเขามันกิลมีบ่อน้ำพุเวทมนตร์ทั้งหมด 17 แห่ง แบ่งเป็นขนาดใหญ่ 1 แห่ง ขนาดกลาง 3 แห่ง และที่เหลืออีก 13 แห่งเป็นขนาดเล็ก ดังนั้นเราต้องตัดบ่อขนาดเล็กออกไปทั้งหมดก่อน"
พูดจบ วิเวียนก็หยิบปากกาขนนกออกมาแล้วกากบาททับสัญลักษณ์รูปบ่อน้ำทั้ง 13 จุดนั้น
ถึงตรงนี้ชีเอินถึงเพิ่งรู้ว่าสัญลักษณ์รูปบ่อน้ำคือตำแหน่งของบ่อน้ำพุเวทมนตร์ในเทือกเขามันกิล
"ต่อมา เราจะไม่ไปที่บ่อน้ำพุเวทมนตร์ขนาดใหญ่" วิเวียนอธิบาย "ถึงแม้ว่าผู้ว่าจ้างจะดีใจจนเนื้อเต้นถ้าเราเอาน้ำจากบ่อขนาดใหญ่กลับไปให้ และอาจจะให้เงินโบนัสเพิ่มด้วยซ้ำ แต่โดยทั่วไปแล้ว บ่อน้ำพุเวทมนตร์ขนาดใหญ่มักจะเป็นแหล่งรวมตัวของสัตว์อสูรที่เลเวลสูงที่สุดและอันตรายที่สุดในบริเวณนั้น แถมบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ของเทือกเขามันกิลยังลือกันว่าเป็นที่พำนักของสัตว์อสูรสุดแกร่งเลเวล 80 อีกต่างหาก เพราะงั้นเพื่อความปลอดภัย เราห้ามเฉียดเข้าไปใกล้ตรงนั้นเด็ดขาด"
วิเวียนกากบาททับบ่อน้ำสีทองที่ดูสะดุดตามากบนแผนที่ และยังกากบาททับบ่อน้ำอีกแห่งที่อยู่ใกล้ๆ กันด้วย
ที่วิเวียนตัดบ่อนั้นออก คงเป็นเพราะมันอยู่ใกล้กับบ่อขนาดใหญ่เกินไปสินะ ?
"ถ้าอย่างนั้น เราก็จะเหลือบ่อน้ำพุเวทมนตร์ให้เลือกอีกแค่ 2 แห่ง แห่งหนึ่งอยู่ค่อนข้างใกล้เรา ส่วนอีกแห่งอยู่อีกฟากของภูเขา เพราะฉะนั้นคำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเราควรไปที่ไหน"
วิเวียนจัดการกากบาททับสัญลักษณ์บ่อน้ำอีกแห่งทิ้งไป จนเหลือเพียงแห่งเดียว
จากนั้น วิเวียนก็ใช้ปากกาขนนกลากเส้นเน้นเส้นทางจากจุดที่พวกเขาอยู่ไปยังตำแหน่งของบ่อน้ำพุที่เหลืออยู่
"นี่คือเส้นทางที่ใกล้ที่สุดที่จะไปถึงบ่อน้ำพุเวทมนตร์เป้าหมาย เราจะใช้เส้นทางนี้" วิเวียนใช้ปลายปากกาชี้ไปที่เส้นทางนั้น "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราน่าจะไปถึงที่หมายในช่วงที่สัตว์อสูรเริ่มออกหากินพอดี เป้าหมายของเราคือเก็บน้ำพุเวทมนตร์ให้เสร็จก่อนหน้านั้น แล้วตั้งค่ายพักแรมใกล้ๆ บ่อน้ำพุ ทันทีที่เราเจอฝูงซาลาแมนเดอร์เพลิง เราก็จะเริ่มล่าพวกมันทันที"
ด้วยวิธีนี้ ภารกิจทั้งหมดก็จะสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ
"นี่คือแผนการรบของเรา ใครมีคำถามอะไรไหม ถามมาได้เลย"
วิเวียนถามสมาชิกในกลุ่ม
เดียร์ ลูเมีย และเมลิก้าไม่ได้เอ่ยปากอะไร แสดงว่าพวกเธอคงไม่มีข้อสงสัย
ทว่า...
"ผมมีคำถาม"
ชีเอินยกมือขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังแล้วถามออกไป
"ไอ้ 'น้ำพุเวทมนตร์' ที่ว่านี่ มันคืออะไรเหรอ ?"
ใช่แล้ว นี่คือคำถามที่ชีเอินอยากถามมาสักพักแล้ว
จนถึงตอนนี้ ชีเอินก็ยังไม่รู้เลยว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าน้ำพุเวทมนตร์นี่มันคืออะไรกันแน่
ทันทีที่ได้ยินคำถามของชีเอิน ลูเมียกับเมลิก้าถึงกับเซถลาแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น แม้แต่เดียร์ยังแผ่รังสีของความพูดไม่ออกบอกไม่ถูกออกมา ส่วนวิเวียนเองก็ถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ
"ดูเหมือนว่าเธอจะขาดความรู้รอบตัวอย่างหนักเลยนะ ชีเอิน"
วิเวียนพูดด้วยน้ำเสียงปลงๆ
แต่วิเวียนก็ไม่ได้ทำหน้าสงสัยในตัวชีเอินเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
"เรื่องนี้เธอน่าจะรู้อยู่แล้วนะว่า ทุกคนมีพลังเวทอยู่ในตัว ใช่ไหม ?"
"...ขอโทษที แต่ผมไม่รู้ว่ะ"
"อา... งั้นเหรอ..."
วิเวียนเริ่มมองชีเอินด้วยสายตาเห็นใจ หรือถึงขั้นเวทนาเลยทีเดียว
แม้แต่สาวๆ คนอื่นยังรู้สึกระอาใจ ทำเอาเดียร์เงียบกริบ ลูเมียทำตัวไม่ถูก ส่วนเมลิก้าทำหน้าแปลกๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ชีเอินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กอนุบาลที่กำลังโดนครูมองว่าเป็นเด็กซ้ำชั้นยังไงยังงั้น เป็นความรู้สึกที่พิลึกชะมัด
"งั้น เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยนะ"
วิเวียนหัวเราะแห้งๆ แล้วเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น
"สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนมีพลังเวทแฝงอยู่ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่จะมีพลังเวทติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นเป็นเพราะต้นกำเนิดของพลังเวทก็คือ 'พลังชีวิต' นั่นเอง"
"พลังชีวิตจะถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็นพลังเวท ดังนั้นแม้แต่ชาวบ้านตาดำๆ ก็มีพลังเวทเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันอ่อนมากเท่านั้นเอง ต้องฝึกฝนจนถึงระดับหนึ่งถึงจะมีพลังเวทในระดับที่สัมผัสได้ และสามารถใช้เวทมนตร์หรือสกิลได้"
"ในเมื่อโลกใบนี้เป็นผู้ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตและวัตถุทั้งมวล มันย่อมมีพลังชีวิตมหาศาลไหลเวียนอยู่ภายใน"
"ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นในอากาศหรือในผืนดิน พลังเวทของโลกจะไหลเวียนผ่านสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด และเมื่อพลังเวทเหล่านั้นมารวมตัวกันอย่างหนาแน่นในจุดจุดหนึ่ง จนแปรสภาพเป็นสสารที่มีรูปร่าง มันก็จะก่อตัวเป็นบ่อน้ำพุ"
"นั่นแหละคือที่มาของน้ำพุเวทมนตร์"
คำอธิบายของวิเวียนนั้นเรียบง่ายและเข้าใจง่าย ทำให้ชีเอินเข้าใจพื้นฐานของน้ำพุเวทมนตร์ได้ในทันที
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ชีเอินสงสัยตะหงิดๆ มาสักพักแล้ว
"พลังเวทเกิดจากพลังชีวิต ใช่ไหม ?"
ชีเอินถามเหมือนมีอะไรคาใจ
"การตั้งค่าแบบนี้มันก็เจอบ่อยๆ แหละนะ แต่ผมอยากจะทักท้วงมาตลอดเลยว่า ถ้าเป็นงั้นจริง หากใครสักคนใช้เวทมนตร์มหาศาลจนพลังชีวิตเกลี้ยงหลอด คนคนนั้นจะไม่ม่องเท่งเอาเหรอ ?"
นั่นคือคำถามที่ชีเอินกังวลมาได้พักใหญ่แล้ว