- หน้าแรก
- ปีศาจไม่จำเป็นต้องถูกกำราบ
- EP.32 : จอมมารตายไปแล้ว?
EP.32 : จอมมารตายไปแล้ว?
EP.32 : จอมมารตายไปแล้ว?
จากนั้น เพื่อที่จะกำจัดเถาวัลย์ดูดเลือดให้สิ้นซากไปจนถึงราก วิเวียนจึงนำทีมพาชีเอินและคนอื่นๆ เข้าไปในพื้นที่ที่ถูกเวทมนตร์เผาจนดำเป็นตอตะโก เพื่อขุดรากถอนโคนพวกมันขึ้นมาจากดินให้หมด
รากของเถาวัลย์ดูดเลือดนั้นไม่เหมือนกับลำต้นของมัน พวกมันไม่ขยับเขยื้อนและไม่ต่างอะไรกับพืชทั่วไป มันจะไม่พุ่งเข้ามารัดพันเหยื่อ ทำหน้าที่เพียงแค่ดูดซับเลือดที่ซึมลงสู่ดินและโคลน แล้วกระจายเมล็ดพันธุ์เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป นอกจากนี้พวกมันยังฝังรากไม่ลึกมากนัก ดังนั้นชีเอินและคนอื่นๆ จึงสามารถใช้อาวุธของตัวเองต่างเสียม ขุดรากพวกมันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น ภายใต้การกำกับดูแลของวิเวียน ทุกคนก็กวาดต้อนรากไม้มากองรวมกันไว้ที่จุดเดียว และให้เมลิก้าร่ายเวทไฟกองใหญ่เผามันอีกรอบ เมื่อรากไม้ถูกเผาจนวอดวาย งานนี้ถึงจะถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์
"เดี๋ยวทางกิลด์จะส่งคนมาตรวจสอบความเรียบร้อยทีหลัง เพราะงั้นตอนนี้พวกเรามุ่งหน้าไปยังสถานที่ทำภารกิจต่อไปกันเถอะ... เทือกเขาแมงกีร์"
ภายใต้คำสั่งของวิเวียน คณะเดินทางจึงออกเดินทางกันต่อ
คราวนี้ไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้นระหว่างทาง และไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้น
ถ้าจะมีอะไรให้พูดถึง ก็คงเป็นเรื่องที่ชีเอินจงใจรักษาระยะห่าง หรืออาจจะเป็นเพราะการทำตัวจืดจางของเขา ทำให้บรรยากาศภายในรถม้าไม่หดหู่อึมครึมเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว
หลังจากร่วมงานกันเมื่อครู่ สีหน้าที่ดูตึงเครียดของเมลิก้าก็ดูผ่อนคลายลง และเริ่มพูดคุยมากขึ้น ทำให้แม้แต่เดียร์และลูเมียก็เลิกเงียบและเริ่มมีบทสนทนากันบ้าง บรรยากาศจึงดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
แน่นอนว่า... ทั้งหมดนี้ไม่นับรวมชีเอิน
ชีเอินทำเมินพฤติกรรมของสามสาว และนั่งมองทิวทัศน์ที่ผ่านไปนอกหน้าต่างเพียงลำพัง ในหัวของเขามีแต่เรื่องเวทมนตร์วนเวียนอยู่
ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น รถม้าก็เดินทางมาถึงเทือกเขาแมงกีร์ในช่วงพลบค่ำ
"เอาล่ะ ถึงแล้ว"
วิเวียนหยุดรถม้าที่ตีนเขา และในขณะที่เรียกชีเอินกับคนอื่นๆ ลงมา เธอก็จัดการเอาน้ำและเกลือให้ม้ากิน
เมื่อชีเอินลงจากรถม้า เขาก็มองไปยังเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ไกลๆ
นั่นคงจะเป็นเทือกเขาแมงกีร์
"ถึงเราจะไม่จำเป็นต้องเข้าไปลึกมาก แต่เพราะพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว การขึ้นเขาตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะงั้นคืนนี้เราจะตั้งแคมป์กันที่ตีนเขานี่แหละ"
นั่นคือแผนของวิเวียน
"ตั้งแคมป์?"
ชีเอินตอบสนองต่อคำนั้นทันที
"ใช่จ้ะ" วิเวียนหันมามองชีเอินและอธิบายอย่างใจเย็น "ตอนกลางคืนเป็นช่วงที่สัตว์อสูรดุร้ายส่วนใหญ่ออกหากิน แถมอุณหภูมิบนภูเขาตอนกลางคืนก็ต่ำมาก ทางที่ดีไม่ควรออกผจญภัยในช่วงเวลานั้น วิธีนี้จะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุไม่คาดฝันได้มากที่สุด"
ชีเอินเงียบไปทันที
เพราะเขาดันนึกย้อนไปถึงสภาพการนอนกลางดินกินกลางทรายตลอดสิบวันในป่าสัตว์อสูร
"ดีเลยครับ ตั้งแคมป์นี่แหละดีที่สุด ผมรักการตั้งแคมป์!"
กว่าจะรู้ตัว เขาก็พูดประโยคนั้นออกไปโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
"???"
เมื่อเห็นชีเอินเปลี่ยนท่าทีแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คราวนี้กลายเป็นวิเวียนที่สับสนแทน
ในเวลานี้เอง พวกเดียร์ก็ลงมาจากรถม้ากันครบแล้ว
"จะตั้งแคมป์เหรอคะ... พี่วิเวียน?"
ลูเมียถามเสียงอ่อย พลางชำเลืองมองชีเอินด้วยสีหน้าขลาดกลัวที่กลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง
"แถวตีนเขาน่าจะมีโรงเตี๊ยมอยู่นะคะ เราไปพักที่นั่นไม่ได้เหรอ?"
เมลิก้าเสนอความเห็น และเช่นเดียวกับลูเมีย เธอชำเลืองมองชีเอินพร้อมกับสีหน้าหวาดระแวงที่กลับคืนมา
ส่วนเดียร์ เธอไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแค่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและดูเหมือนจะปรายตามองชีเอินจากภายใต้ฮู้ดเช่นกัน
"???"
คราวนี้ เป็นตาชีเอินที่ต้องงงเป็นไก่ตาแตก
แน่นอน สถานการณ์มันฟ้องอยู่แล้วว่าฝ่ายที่มีปัญหาไม่ใช่ชีเอิน แต่เป็นพวกสาวๆ ต่างหาก
ทำไมทุกคนถึงต้องมองมาทางนี้ทันทีที่ได้ยินคำว่าตั้งแคมป์?
พวกเธอกลัวโดนลอบโจมตีตอนกลางคืนหรือไง?
ชีเอินกำลังจะอ้าปากถามสวนกลับไป
แต่วิเวียนดูเหมือนจะจับสังเกตได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงรีบหยุดทุกคนไว้ก่อน
"โรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุด กว่าจะนั่งรถม้าไปถึงก็คงเที่ยงคืน แล้วพอตื่นมาพรุ่งนี้ก็ต้องนั่งรถย้อนกลับมาที่นี่อีก เสียเวลาแย่ ถ้าเราพลาดช่วงเวลาที่น้ำพุมีพลังมากที่สุดไป ก็ต้องเสียเวลาเปล่าไปอีกวัน... พิจารณาจากเรื่องพวกนี้แล้ว ตั้งแคมป์ที่นี่คืนนี้ดีที่สุดแล้วล่ะ"
พูดจบ วิเวียนก็หยิบสัมภาระออกมาจากรถม้า และยื่นผ้าสีดำหลายผืนส่งให้พวกเดียร์
"พวกเธอไปกางเต็นท์นะ เดี๋ยวฉันจะให้อาหารม้า ตกลงไหม?"
วิเวียนไม่เปิดช่องให้พวกเดียร์ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
"วิเวียน"
เดียร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงแววตำหนิซึ่งหาได้ยาก ราวกับไม่พอใจกับการตัดสินใจของวิเวียน
แต่วิเวียนกลับจ้องมองเดียร์กลับอย่างไม่หลบสายตา
"ฉันคิดว่าเธอเข้าใจนะ?" วิเวียนเผชิญหน้ากับเดียร์ด้วยสีหน้าที่จริงจังผิดปกติ "เขาไม่ได้ทำอะไรผิด"
เดียร์เงียบไปทันที
ไม่ใช่แค่เดียร์ แม้แต่ลูเมียและเมลิก้าก็พูดอะไรไม่ออก
ทั้งสามหันมามองชีเอินอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตาไม่ได้หยาบคายเหมือนก่อนหน้านี้ ลูเมียถึงกับแสดงแววตาขอโทษออกมาเล็กน้อยด้วยซ้ำ
จากนั้น ทั้งสามก็รับผ้าสีดำไป แล้วเดินเลี่ยงไปด้านข้างอย่างเงียบๆ เพื่อกางเต็นท์
อนึ่ง ผ้าพวกนั้นจริงๆ แล้วเป็นไอเทมเวทมนตร์ เพียงแค่ถ่ายพลังเวทเข้าไป มันก็จะพองตัวและกางออกเป็นเต็นท์ได้เอง
ดังนั้น ต่อให้ไม่มีผู้ชายอย่างชีเอินช่วย ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการกางเต็นท์แต่อย่างใด
ส่วนชีเอิน หลังจากมองส่งพวกเดียร์เดินออกไป เขาก็หันกลับมามองวิเวียน
"ขอโทษนะ ที่ต้องให้มาเห็นเรื่องไม่น่าอภิรมย์" วิเวียนกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดทันที "เมื่อก่อน เคยมีนักผจญภัยชายหลายคนที่กิลด์จัดให้มาร่วมปาร์ตี้กับเรา แล้วในบรรดาคนพวกนั้น... มีคนที่ฉวยโอกาสตอนพวกเราตั้งแคมป์เพื่อจะ..."
พอได้ยินแค่นั้น ชีเอินก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งทันที
"มิน่าล่ะ พวกเธอถึงระแวงผมนัก"
ชีเอินพึมพำออกมา
"ต้องขอโทษจริงๆ นะ" วิเวียนขอโทษอีกครั้งและถอนหายใจอย่างหดหู่ "ถึงเราจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน พวกเราก็ดึงดูดความสนใจจากผู้ชายและนักผจญภัยชายมากเกินไป แถมในเมื่อเราเป็นนักผจญภัย ปัญหาบางอย่างมันก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆ"
"นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันตั้งปาร์ตี้นี้ขึ้นมา และรวบรวมนักผจญภัยหญิงที่มักจะเจอปัญหาพวกนี้ไว้ด้วยกัน โดยหวังว่าอย่างน้อยมันจะช่วยทำให้คนพวกนั้นเกรงใจกันบ้าง"
วิเวียนพูดออกมาตรงๆ จนน่าตกใจที่เธอยอมเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟัง
"ไม่ใช่ว่าผมไม่เข้าใจหรอกนะ" ชีเอินยักไหล่ "แต่ทั้งๆ แบบนั้นก็ยังให้ผมเข้าปาร์ตี้มาเนี่ยนะ... ไม่ว่าจะคุณหรือทางกิลด์ ไม่ประมาทเลินเล่อไปหน่อยเหรอครับ?"
"ก็อาจจะ" วิเวียนไม่ปฏิเสธแต่กลับยิ้มออกมา "แต่พวกเราได้พิจารณาข้อดีข้อเสียมาถี่ถ้วนแล้ว การที่เราตัดสินใจแบบนี้ ก็พิสูจน์แล้วว่าตัวเธอมี 'คุณค่า' มากพอให้เสี่ยงไงล่ะ"
"คุณค่า... งั้นเหรอ?" ชีเอินหันไปจ้องวิเวียน แล้วแกล้งถามทีเล่นทีจริงว่า "ผมจะมีค่าอะไรได้ครับ? หรือคุณคิดว่าผมเป็น ผู้กล้า หรือไง?"
"ผู้กล้า?" วิเวียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา "ถ้าเธอเป็นผู้กล้า พวกเราคงปวดหัวหนักกว่าเดิมแน่"
คำพูดนั้นทำเอาชีเอินชะงักไปบ้าง
"ทำไมล่ะครับ?" ชีเอินถามด้วยความแปลกใจ "คุณไม่อยากเห็นผู้กล้าปรากฏตัวออกมาปราบจอมมารเหรอ?"
คำถามนั้นทำให้วิเวียนชะงักไปอีกรอบ
และแล้ว...
"ก็จอมมารน่ะ... ถูกปราบไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เมื่อประโยคนั้นดังก้องขึ้น บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัด
ใบหน้าของชีเอินแข็งค้าง รูม่านตาขยายกว้าง ไม่อาจปกปิดสีหน้าตกตะลึงสุดขีดเอาไว้ได้