เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.31 : เวทมนตร์

EP.31 : เวทมนตร์

EP.31 : เวทมนตร์


หลังจากผ่านไปครึ่งวัน กลุ่มของชีเอินก็เดินทางมาถึงเป้าหมายแรก

"ไอ้นั่นน่ะเหรอ เถาวัลย์ดูดเลือด?"

หลังจากลงมาจากรถม้าที่บรรยากาศแสนจะอึดอัด สิ่งแรกที่ชีเอินเห็นก็คือเป้าหมายของภารกิจ... เถาวัลย์ดูดเลือด

มันเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่เติบโตปกคลุมถนนสายหลักทางทิศเหนือ และปิดกั้นเส้นทางราวกับเป็นสิ่งกีดขวาง

ตัวเถาวัลย์มีสีแดงฉานราวกับสีเลือด มันขึ้นหนาทึบและเกี่ยวพันกันยุ่งเหยิงจนกลายเป็นกำแพงเตี้ยๆ แต่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง

แน่นอนว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมแต่อย่างใด

เพราะชีเอินเห็นได้ชัดเลยว่าเถาวัลย์พวกนี้มีลักษณะเหมือนเส้นเลือดที่ปูดโปน มันหดและขยายตัวอยู่ตลอดเวลาเหมือนมีอะไรบางอย่างไหลเวียนอยู่ข้างใน แถมยังดิ้นกระดุบกระดิบไปมา ดูน่าขยะแขยงเป็นบ้า

ถ้าชีเอินมาเห็นภาพนี้ตอนที่เพิ่งถูกอัญเชิญมาที่โลกนี้ใหม่ๆ เขาคงได้อ้วกแตกไปแล้วแน่ๆ

"นั่นคือสัตว์อสูรเหรอครับ?"

ชีเอิน สบถออกมา ด้วยความรังเกียจ

วิเวียนที่เดินจูงม้าตามมาด้านหลังเป็นคนตอบคำถามนั้น

"ไม่ใช่จ้ะ นั่นไม่ใช่สัตว์อสูร เป็นแค่พืชที่จะเติบโตในที่ที่มีเลือดไหลนองจำนวนมาก ถึงลักษณะจะเหมือนสัตว์อสูรที่มีความคิด แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ต่างจากพืชทั่วไป ข้อแตกต่างเดียวคือมันไม่ได้โตด้วยน้ำ แต่โตด้วยเลือด เพราะงั้นถ้าใครโชคร้ายโดนมันพันเข้า ก็อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้ จะโดนหนามพวกนั้นบาดจนเป็นแผลเหวอะหวะ แล้วก็โดนสูบเลือดจนตัวแห้งตาย เพราะงั้นสำหรับคนส่วนใหญ่ เจ้าเถาวัลย์ดูดเลือดพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์อสูรหรอก"

ไม่ใช่แค่นั้น เถาวัลย์ดูดเลือดยังมีพลังชีวิตและความเหนียวทนทานสูงมาก พอมันโตเต็มที่ มันจะขยายพันธุ์ด้วยความเร็วสูง และจะไม่หยุดจนกว่าเลือดทุกหยดในบริเวณนั้นจะถูกสูบจนเกลี้ยง ดาบธรรมดาฟันผิวชั้นนอกของมันไม่เข้าด้วยซ้ำ และใครก็ตามที่เข้าใกล้มันก็เสี่ยงที่จะถูกจับกิน ดังนั้นเถาวัลย์พวกนี้จึงสร้างปัญหาให้กับหลายพื้นที่

"คนธรรมดากำจัดมันยากมากจ้ะ เพราะงั้นไม่ว่าเมืองไหน ถ้าเจอเถาวัลย์ดูดเลือดกลุ่มใหญ่ ผู้ว่าการเมืองมักจะส่งกองทหารมากำจัด หรือไม่ก็ต้องมาว่าจ้างนักผจญภัยที่กิลด์ให้ไปจัดการ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะลุกลาม"

วิเวียนอธิบายอย่างใจเย็น

"คราวนี้เถาวัลย์ดูดเลือดดันมาขึ้นขวางถนนสายเดียวที่จะไปเมืองทางเหนือ คงสร้างความเดือดร้อนให้พวกพ่อค้าแล้วก็กระทบการค้าระหว่างสองเมืองน่าดู... รีบกำจัดมันให้สิ้นซากกันเถอะ"

"ไม่มีปัญหาใช่ไหมจ๊ะ เมลิก้า?"

วิเวียนหันไปถาม

"ม-ไม่มีปัญหาค่ะ"

เมลิก้ากำคทาในมือแน่นทันที เธอแอบชำเลืองมองชีเอินแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินนำออกไปข้างหน้า

เมื่อเห็นดังนั้น ชีเอินก็เลิกคิ้วขึ้น

เพราะเขาพอจะเดาออกแล้วว่าพวกเธอจะใช้วิธีไหนกำจัดเถาวัลย์พวกนี้

"ถ้าจะกำจัดเถาวัลย์ดูดเลือด ใช้ดาบธรรมดาน่ะลำบาก แถมจะเข้าไปใกล้ก็อันตรายเกินไป" วิเวียนยิ้มกริ่มเมื่อเห็นสีหน้าคาดหวังของชีเอิน "เพราะงั้น วิธีที่ดีที่สุดคือเผามันให้วอดวายไปก่อน แล้วค่อยขุดรากถอนโคนเพื่อไม่ให้มันงอกใหม่ได้อีก"

แต่ด้วยความเหนียวและพลังชีวิตของพวกมัน ไฟธรรมดาคงต้องใช้เวลาเผานานโข

เว้นเสียแต่ว่า...

"จะใช้เวทมนตร์เผาเถาวัลย์พวกนี้ให้หายไปรวดเดียวเลยสินะ"

สิ้นประโยคของวิเวียน เมลิก้าที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็เริ่มเคลื่อนไหว

"————นี่คือลมหายใจแห่งท้องนภา————"

เมลิก้าชูคทาขึ้นเหนือหัว ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขยับเอื้อนเอ่ยบทร่ายเวทที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

"————โอ้ ภูตแห่งเปลวเพลิงสีชาด โอ้ สัจธรรมอันใสกระจ่าง จงใช้คำอธิษฐานนี้เป็นเชื้อไฟ และลุกโชนขึ้น ณ ที่แห่งนี้————"

ในวินาทีนั้น ความประหม่าและความเกร็งที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เมลิก้าดูราวกับจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติผู้สง่างาม เธอรวบรวมพลังเวทรอบกายและตวาดก้องด้วยเสียงอันไพเราะ

"เฮฟเว่น ไฟร์ (Heaven Fire)!"

คทาที่เมลิก้าชูขึ้นสูงเปล่งแสงเจิดจ้าออกมาจากผลึกแก้วที่ปลายยอด

ในพริบตาเดียว ไอความร้อนมหาศาลก็ก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะของเมลิก้า กลายสภาพเป็นลูกไฟนับไม่ถ้วน แล้วร่วงหล่นลงสู่ดงเถาวัลย์ดูดเลือดราวกับห่าฝน

เปลวเพลิงย้อมทุกอย่างในบริเวณนั้นให้เป็นสีแดงฉานราวกับอัญเชิญแสงอาทิตย์ยามอัสดงลงมา ทำให้อุณหภูมิในอากาศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ฟู่ม!"

วินาทีต่อมา ฝนเพลิงที่ไม่สิ้นสุดก็ตกลงกระทบเถาวัลย์ดูดเลือด คลื่นความร้อนแผดเผาครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดราวกับระเบิดลง

ดงเถาวัลย์สีเลือดถูกทะเลเพลิงกลืนกินและลุกไหม้อย่างรุนแรง

"————!"

ราวกับมันกำลังกรีดร้องด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน เถาวัลย์แต่ละเส้นดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางทะเลเพลิง

ถ้าใครมาเห็นภาพนี้ รับรองว่าต้องคิดเหมือนชีเอินแน่ๆ ว่าไอ้พวกนี้มันต้องเป็นสัตว์อสูรชัวร์

แต่โชคร้ายสำหรับพวกมัน อย่างน้อยสัตว์อสูรยังรู้จักสู้กลับหรือหนีเมื่อรู้ตัวว่าจะตาย แต่เถาวัลย์ดูดเลือดทำแบบนั้นไม่ได้ พวกมันทำได้แค่ดิ้นทุรนทุรายในกองเพลิงรอวันดับสูญ

ไม่นานนัก ภายใต้เปลวเพลิงอันรุนแรง เถาวัลย์เส้นแล้วเส้นเล่าก็กลายเป็นถ่านและกลายเป็นเถ้าธุลี

อากาศทั่วบริเวณเต็มไปด้วยความร้อนและความแห้งผาก

"นี่สินะ... เวทมนตร์..."

ชีเอินซึ่งใบหน้าถูกฉาบย้อมด้วยแสงจากเปลวเพลิง เอ่ยออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ

แม้ตอนอยู่ในป่าสัตว์อสูร เขาจะเคยเห็นมอนสเตอร์ที่พ่นไฟหรือสายฟ้าได้มาบ้างแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็น "เวทมนตร์" ที่ร่ายโดยมนุษย์ (เอลฟ์) แบบเต็มตา

ชีเอินจ้องมองแผ่นหลังของเมลิก้าผู้ร่ายเวทเขม็ง

เมื่อเถาวัลย์ดูดเลือดถูกเผาจนเป็นจุณ ทะเลเพลิงก็เลือนหายไปราวกับภาพลวงตาเมื่อเมลิก้าหยุดส่งพลังเวท

ดงเถาวัลย์ขนาดมหึมาหายวับไปกับตา เหลือทิ้งไว้เพียงพื้นดินที่ไหม้เกรียมเป็นตอตะโก

"ฟู่ว..."

เมลิก้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วลดคทาลง

"ทำได้ดีมากจ้ะ"

วิเวียนเดินเข้าไปหาและกล่าวชมเชยเมลิก้า

"เวทมนตร์รุนแรงเหมือนเดิมเลยนะ"

เดียร์เองก็เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"สมกับเป็นเอลฟ์จริงๆ..."

ลูเมียที่ยังเกาะแขนเดียร์อยู่ มองเมลิก้าด้วยสายตาเทิดทูน

เมลิก้าส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า "ฉันไม่ได้ทำอะไรพิเศษหรอกค่ะ ก็แค่ร่ายเวทเหมือนปกตินั่นแหละ"

ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ใบหน้าของเมลิก้าก็ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

ว่าแล้วเชียว เวลาอยู่กับพวกพ้อง เมลิก้าไม่ได้มีท่าทีเกร็งหรือประหม่าเหมือนตอนอยู่กับเขา ตอนนี้เธอดูเป็นธรรมชาติและผ่อนคลายขึ้นมาก

เมื่อเห็นภาพนั้น ชีเอินที่เดิมทีตั้งใจจะเดินเข้าไปหา ก็ชะงักฝีเท้าลง

เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงของเมลิก้า ชีเอินก็ล้มเลิกแผนการเดิม

"ดูท่า... คงจะเข้าไปขอให้สอนเวทมนตร์ไม่ได้แล้วสินะ"

ต้องยอมรับว่าน่าเสียดายจริงๆ

ถึงแม้ว่า...

"เวทมนตร์งั้นเหรอ?"

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเวทมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย และนึกถึงสกิล [เวทมนตร์] ที่ตัวเองมี ชีเอินคิดว่าเขาควรหาโอกาสเรียนรู้เวทมนตร์เอาไว้บ้าง

ไม่อย่างนั้น มันคงเป็นการเสียของแย่เลย

จบบทที่ EP.31 : เวทมนตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว