- หน้าแรก
- ปีศาจไม่จำเป็นต้องถูกกำราบ
- EP.30 : พรแห่งสวรรค์
EP.30 : พรแห่งสวรรค์
EP.30 : พรแห่งสวรรค์
คำอธิบายของวิเวียนทำให้ชีเอินเข้าใจในที่สุด ว่าทำไมพวกเธอถึงบอกว่าอัตราการเติบโตของเขาสูงมากในทุกด้าน
"ในเมื่อเธอสามารถเอาชนะโกเลมที่มีเลเวลต่างกันถึง 10 เลเวลภายใต้เงื่อนไขแบบนั้นได้ มันจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเธอมี อัตราการเติบโตแบบรอบด้าน ที่สูงมากเท่านั้นแหละ"
นั่นคือสิ่งที่วิเวียนเชื่อ
แค่ลองคิดดูก็เข้าใจได้ไม่ยาก หากเลเวลเท่ากัน นักรบสายพละกำลังย่อมแพ้นักรบที่มีทั้งพละกำลัง พลังป้องกัน และใช้เวทมนตร์ได้ ใช่ไหมล่ะ?
ดังนั้น ถ้าอัตราการเติบโตสูงในทุกด้าน เวลาเลเวลอัป ค่าสถานะทุกอย่างก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ผลรวมของค่าพลัง (Total Stat) ของคนแบบนั้นย่อมสูงกว่าคนที่เก่งแค่ด้านใดด้านหนึ่งอย่างเทียบไม่ติด
แต่แน่นอน นั่นคือการพูดโดยไม่นับรวมเรื่องสกิลและปัจจัยอื่นๆ
ถ้าใครสักคนมีสกิลต่อสู้และอัปเกรดสกิลเหล่านั้นจนถึงระดับหนึ่ง สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนไป
เปรียบเทียบง่ายๆ เลเวลคือฮาร์ดแวร์ ส่วนสกิลคือซอฟต์แวร์ ต้องมีทั้งสองอย่างถึงจะสำแดงพลังที่แท้จริงออกมาได้
ดังนั้น คนที่จะถูกเรียกว่าผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ต้องมีทั้งเลเวลและสกิลที่สูงพอ ถ้ามีแต่เลเวลแต่ไม่มีสกิลก็เหมือนคนบ้าพลังที่มีดีแค่แรงควาย แต่ถ้ามีแต่สกิลแต่เลเวลต่ำก็เหมือนอัจฉริยะขี้โรคที่ทำอะไรไม่ได้มาก ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งนั้น
สรุปสั้นๆ การคำนวณพลังที่แท้จริงของคนคนหนึ่ง ต้องดูทั้งเลเวลและสกิลควบคู่กันไป
(บางที... ชีเอินอาจจะเป็นคนประเภทที่มีพรสวรรค์ด้านการเติบโตของค่าสถานะสูงส่ง แต่อาภัพเรื่องการเรียนรู้สกิลก็ได้)
วิเวียนวิเคราะห์เงียบๆ ในใจ
ถึงแม้โดยปกติแล้ว เรื่องแบบนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม
อย่างที่บอกไปแล้ว แค่สามารถเพิ่มเลเวลตัวเองมาถึง 10 ได้ ก็พิสูจน์แล้วว่าคนคนนั้นมีพรสวรรค์ระดับหนึ่ง ตามหลักเหตุผล ต่อให้หัวทึบแค่ไหน อย่างน้อยก็น่าจะเรียนรู้สกิลพื้นฐานง่ายๆ ได้สักสองสามอย่างสิ
(ตกลงมันยังไงกันแน่นะ?)
วิเวียนจ้องมองชีเอินพลางครุ่นคิดอย่างหนัก
ในอีกด้านหนึ่ง ชีเอินเองก็กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดจากคำพูดของวิเวียนเช่นกัน
เพราะมันทำให้เขานึกถึงเอฟเฟกต์หนึ่งของยูนีคสกิลของเขา... [พรแห่งสวรรค์] (Heavenly Grace)
นอกจากผลลัพธ์สุดโกงในการเรียนรู้และอัปเกรดสกิลแล้ว [พรแห่งสวรรค์] ของชีเอินยังมีเอฟเฟกต์อีกอย่างระบุไว้ว่า... [เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น ค่าสถานะทั้งหมดจะถูกปรับเพิ่มในระดับสูงสุด]
ก่อนหน้านี้ ชีเอินไม่รู้ว่าเอฟเฟกต์นี้หมายความว่ายังไง
แต่ตอนนี้ ชีเอินเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
(เอฟเฟกต์นี้คือ เวลาเลเวลอัป ฉันจะได้รับค่าสถานะเพิ่มขึ้นสูงสุดในทุกๆ ด้านสินะ?)
ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง, ความทนทาน, พลังเวท หรือแม้แต่ปฏิกิริยาตอบสนอง ฯลฯ ทุกความสามารถที่เป็นไปได้จะได้รับค่าการเติบโตสูงสุดเมื่อเลเวลอัป... นั่นคือความจริงของเอฟเฟกต์นี้
ถ้าใช้นิยามของวิเวียน ก็คืออัตราการเติบโตของชีเอินนั้นสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แบบรอบด้านนั่นเอง
เรื่องนี้ทำให้ชีเอินตระหนักอีกครั้งว่าตัวเองโกงแค่ไหน และยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นไปอีก
(ยิ่งสูตรโกงนี้มันเล่นใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปิดบังยากขึ้นเท่านั้น)
ชีเอินถอนหายใจในใจ
ทันใดนั้น ชีเอินก็นึกถึงอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา
(ถ้าอย่างนั้น เลเวลที่เพิ่มขึ้นจากการถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ใช้เกณฑ์อะไรวัดล่ะ?)
ในเมื่อการเติบโตของค่าสถานะเมื่อเลเวลอัปขึ้นอยู่กับศักยภาพ พรสวรรค์ และการฝึกฝนของแต่ละคน แล้วการที่ดาบศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเลเวลให้ผู้ถือครอง มันไปเพิ่มค่าความสามารถด้านไหนบ้าง?
และที่สำคัญ มันเพิ่มให้มากแค่ไหน?
(คงไม่ใช่ว่ามันเพิ่มทุกอย่างสูงสุดเหมือนเอฟเฟกต์ของ [พรแห่งสวรรค์] หรอกนะ?)
อย่างน้อยที่สุด ชีเอินก็สัมผัสได้ว่าตอนที่เขาใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ พลังเวทมนตร์ของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้น
ถ้าไม่นับเรื่องที่ว่ามันไปเพิ่มค่าไหนบ้าง ดูจากอัตราการเติบโตของชีเอินในตอนนี้ กว่าเขาจะเก็บเลเวลเองจนถึง 100 เขาเชื่อว่าตัวเขาน่าจะแข็งแกร่งกว่าการใช้เลเวล 100 ที่ได้จากดาบศักดิ์สิทธิ์แน่นอน
ชีเอินลองประเมินคร่าวๆ จากความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเอง
(เลเวลที่ได้จากดาบศักดิ์สิทธิ์ น่าจะเพิ่มค่าสถานะทุกอย่างเท่าๆ กัน ยกเว้นพลังเวท)
ยกตัวอย่างเช่น
สมมติว่าเวลาชีเอินเลเวลอัปเอง ค่าสถานะทุกอย่างจะบวกเพิ่ม [10] แต้ม
ส่วนเลเวล 100 ที่ดาบศักดิ์สิทธิ์มอบให้ อาจจะบวกให้ค่าสถานะทุกอย่าง (ยกเว้นเวทมนตร์) รวมกันแล้วได้ [100] แต้ม... พอลองคำนวณดู มันก็เท่ากับว่าดาบเพิ่มค่าสถานะให้แค่ [1] แต้มต่อเลเวลเท่านั้นเอง
ถ้าเป็นกรณีนี้ พอชีเอินเลเวล 100 ด้วยตัวเอง ค่าสถานะของเขาจะพุ่งไปถึง [1000] ซึ่งแน่นอนว่าย่อมแข็งแกร่งกว่า [100] ที่ได้จากดาบศักดิ์สิทธิ์อย่างเทียบกันไม่ติด
แน่นอนว่านั่นเป็นแค่การยกตัวอย่างตัวเลขสมมติ
แต่สัญชาตญาณของชีเอินบอกว่า ถ้าเขาก้าวไปถึงเลเวล 100 ด้วยตัวเองจริงๆ เขาจะต้องเก่งกว่าตอนใช้พลังของดาบศักดิ์สิทธิ์แน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ความจริงที่ว่าดาบศักดิ์สิทธิ์ไม่เพิ่มพลังเวท ในขณะที่ตัวชีเอินเองได้พลังเวทเพิ่มมหาศาลตอนเลเวลอัป แค่นี้ก็เห็นความต่างแล้ว
(แต่ดาบศักดิ์สิทธิ์มันก็มีเอฟเฟกต์พิเศษอื่นๆ อีก จะไปบอกว่ามันห่วยกว่ายูนีคสกิลของฉันก็คงไม่ได้)
แต่ถ้าจะพูดแบบนั้น ยูนีคสกิลของชีเอินเองก็มีเอฟเฟกต์อื่นๆ อีกเหมือนกัน
ทั้งสองอย่างต่างมีจุดเด่นของตัวเอง
แต่ประเด็นคือ ชีเอินมีทั้งสองอย่าง
(นี่คงเป็นเหตุผลที่ยัยเทพธิดานั่นมั่นใจว่าฉันมีโอกาสโค่นจอมมารได้มากที่สุดสินะ?)
ชีเอินบ่นพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง
หลังจากนั้น...
"เอาล่ะ"
วิเวียนปรบมือเรียกความสนใจจากทุกคน
"ตอนนี้เราพอจะรู้ความสามารถของชีเอินกันแล้ว ถึงเขาจะเป็นมือใหม่ แต่ฉันคิดว่าศักยภาพของเขาสูงกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยนะ" วิเวียนหันไปถามพวกเดียร์ "พวกเธอเองก็คิดเหมือนกันใช่ไหม?"
เดียร์ ลูเมีย และเมลิก้า ได้แต่ยืนนิ่งเงียบโดยไม่ตอบอะไร
"ว่าไงจ๊ะ? เดียร์?"
วิเวียนหันไปถามเดียร์เจาะจง ราวกับคาดเดาปฏิกิริยานั้นไว้อยู่แล้ว
"...ออกเดินทางต่อเถอะ"
เดียร์ไม่ได้ให้คำตอบ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็พูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วเดินกลับขึ้นไปบนรถม้าเพียงลำพัง
"ด-เดี๋ยวสิคะ!"
"เดียร์!"
ลูเมียรีบตามไปอย่างตื่นตระหนก และเมลิก้าก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
การแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการหนีหน้า ทำให้วิเวียนได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจ
ส่วนชีเอินไม่ได้เก็บมาคิดมาก เขาเตรียมตัวจะกลับขึ้นรถม้าเช่นกัน
ทว่า จังหวะที่เดินผ่านวิเวียน เธอได้พูดบางอย่างกับเขา
"หวังว่าเธอคงไม่โกรธพวกเขานะ" วิเวียนถอนหายใจ "ไม่ใช่ว่าพวกเธอเกลียดเธอหรอก แค่พวกเธอเคยเจอเรื่องไม่ดีมาก่อน ก็เลยระแวงผู้ชายมากเกินไปหน่อยแค่นั้นเอง"
ได้ยินแบบนั้น ชีเอินก็หยุดฝีเท้าลง
จากนั้น หลังจากคิดดูเล็กน้อย ชีเอินก็พอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"ปาร์ตี้ที่รวบรวมนักผจญภัยหญิงหน้าตาดีไว้มากขนาดนี้... พอจะนึกภาพออกเลยครับว่าพวกคุณต้องเจอปัญหามาหนักขนาดไหน"
เรื่องนั้นชีเอินพอจะเข้าใจได้
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเอาไว้เอง"
ชีเอินส่งยิ้มให้วิเวียน แล้วเดินกลับขึ้นไปบนรถม้า
วิเวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจยิ่งกว่าเดิม
"ฉันไม่ได้หมายความให้เธอรักษาระยะห่างซะหน่อย..."
วิเวียนเพียงแค่อยากจะสื่อว่า ถ้าเขาอยากจะสนิทกับพวกเดียร์ เขาคงต้องใช้ความพยายามมากหน่อยเพื่อชนะใจพวกเธอ
ใครจะไปรู้ว่าชีเอินดันเลือกที่จะ "รักษาระยะห่าง" ทันทีโดยไม่ลังเลแบบนี้
"เป็นเด็กใหม่ที่แปลกคนจริงๆ"
วิเวียนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะกลับขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ
รถม้าที่หยุดจอดไปพักใหญ่เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง เสียงล้อรถบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าด มุ่งหน้าเดินทางต่อไป