- หน้าแรก
- ปีศาจไม่จำเป็นต้องถูกกำราบ
- EP.17 : สิ่งเดียวที่มอบให้
EP.17 : สิ่งเดียวที่มอบให้
EP.17 : สิ่งเดียวที่มอบให้
"ถึงจะไม่ได้เจอกันแค่สิบวัน แต่เทียบกับเมื่อก่อนแล้ว เหมือนเจ้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ"
เมื่อมองดูชีเอินที่ยังคงยืนจ้องเธอตาค้าง เทพธิดารูปงามก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บอกไม่ถูกว่ากำลังชมเชยหรือหยอกล้อกันแน่
สุ้มเสียงอันไพเราะราวกับบทเพลงขับขานที่น่าจดจำไปชั่วกัปชั่วกัลป์ลอยเข้าหูชีเอิน ทำให้เขาตะลึงงันไปชั่วขณะ
แต่สาเหตุที่เขาอึ้ง ไม่ใช่เพราะมัวแต่หลงใหลในความงามของเทพธิดาแต่อย่างใด
ชีเอินแค่หาคำพูดที่เหมาะสมไม่เจอต่างหาก
ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา...
"...ทำไมผมถึงมาโผล่ที่นี่อีกแล้วล่ะครับ?"
หรือว่าเขาจะตายซ้ำสองไปแล้ว?
ทันทีที่ชีเอินคิดแบบนั้น เทพธิดาก็ยิ้มออกมา ราวกับเธอมองทะลุความคิดของเขาได้
"อย่าเพิ่งคิดไปไกล เจ้าไม่ได้กลับมาที่นี่เพราะตายหรอกนะ" เทพธิดากล่าว "ลองสำรวจตัวเองดูสิ ครั้งนี้ข้าอัญเชิญเจ้ามาทั้งร่างกายเลยนะ"
เมื่อเทพธิดาทัก ชีเอินถึงเพิ่งตระหนักได้ถึงความจริงข้อนั้น
จริงด้วย... มันต่างจากตอนที่ถูกอัญเชิญมาครั้งแรก ครั้งนี้ชีเอินไม่ได้ปรากฏตัวในรูปร่างของดวงจิต แต่มาพร้อมกับร่างกายเนื้อหนัง เท้าของเขายืนเหยียบอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง ต่างจากคราวก่อนที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
หมายความว่า...
"งั้นรอบนี้ผมโดนอัญเชิญมาทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่สินะครับ?"
ชีเอินเงยหน้ามองเทพธิดาตรงหน้า
"ถูกต้อง" เทพธิดาพยักหน้า "ข้าเห็นว่าในที่สุดเจ้าก็ออกจากป่าสัตว์อสูร เข้ามายังเมืองมนุษย์ และกลายเป็นนักผจญภัยได้สำเร็จ ในเมื่อเจ้าตั้งตัวในโลกนี้ได้แล้ว ข้าก็เลยเรียกเจ้ามาเพื่อทักทายสักหน่อย"
ช่างเป็นเหตุผลที่เอาแต่ใจชะมัด ชีเอินอยากจะสวนกลับไปเหลือเกินว่า ถ้าอยากเห็นเขาเข้าเมืองมนุษย์ไปตั้งตัวดีๆ นัก ก็อย่าโยนเขาลงกลางป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรตั้งแต่วันแรกสิฟะ
และความคิดนั้นก็นำมาซึ่งคำตอบจากเทพธิดาอีกครั้ง
"ถ้าข้าไม่โยนเจ้าลงป่าไปตั้งแต่แรก เจ้าก็คงไม่มีทางเลเวลอัพ แล้วก็คงไม่มีทางเรียนรู้สกิลได้เยอะขนาดนี้จริงไหม?" เทพธิดาพูดด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม "ถ้าเจ้าไม่ได้สัมผัสความพิเศษของตัวเองด้วยประสบการณ์จริง เจ้าจะรู้ตัวเร็วขนาดนี้เหรอว่าในฐานะ 'ผู้กล้า' เจ้ามีสิ่งที่เหนือกว่าคนธรรมดามากแค่ไหน?"
คำอธิบายนั้นทำเอาชีเอินหน้ามุ่ย
สรุปคือ เพื่อให้เขาเข้าใจความแตกต่างของตัวเอง ยัยเทพธิดานี่เลยตั้งใจโยนเขาลงกลางดงสัตว์อสูรแทนที่จะเป็นเมืองมนุษย์งั้นเรอะ?
ผู้หญิงคนนี้... ไม่กลัวว่าเขาจะโดนสัตว์อสูรจับกินบ้างเลยหรือไง?
ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา คำตอบของเทพธิดาก็ลอยสวนลงมาทันควัน
"แน่นอนว่าไม่" เทพธิดาตอบด้วยความมั่นใจ "ด้วยการคุ้มครองของดาบศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้ข้าโยนเจ้าไปกลางแดนปีศาจเจ้าก็คงไม่เป็นไรหรอก นับประสาอะไรกับแค่ป่าที่มีสัตว์อสูรเลเวลสูงสุดแค่ 50"
ได้ยินแบบนั้น ชีเอินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"นี่คุณเทพธิดาครับ คุณไม่ได้กำลังอ่านใจผมอยู่ใช่ไหม? ทำไมถึงรู้ทุกอย่างที่ผมคิดเลยล่ะ?" ชีเอินแย้ง "แล้วก็อย่าพูดเหมือนมันไม่เกี่ยวกับคุณเลยครับ ไอ้ของพวกนั้นคุณเป็นคนสร้างขึ้นมาให้ผมไม่ใช่เหรอ?"
ไม่ว่าจะเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์หรือสกิลสารพัดอย่าง ทั้งหมดนั่นไม่ใช่สิ่งที่เทพธิดามอบให้เขาหรือไง?
ต้องบอกก่อนว่า เดิมทีชีเอินก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ธรรมดาที่สุดเท่าที่จะหาได้
แต่พอชีเอินคิดแบบนั้น เทพธิดาก็เอ่ยแก้ไขความเข้าใจผิดของเขาทันที
"ไม่ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว" เทพธิดากล่าว "ไม่ว่าจะเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์หรือบรรดาสกิลต่างๆ ทั้งหมดนั่นเป็นของเจ้ามาตั้งแต่ต้น สิ่งที่ข้าทำก็แค่ 'ปลุก' ให้มันตื่นขึ้นมาเท่านั้น"
คำพูดนั้นทำให้ชีเอินชะงัก
"ของผม?"
ชีเอินแทบไปต่อไม่ถูก
เมื่อเห็นท่าทีนั้น เทพธิดาจึงเริ่มอธิบาย
"สิ่งที่เรียกว่า 'ดาบศักดิ์สิทธิ์' คือพลังที่กำเนิดขึ้นจาก นิยาม ของคำว่า 'ผู้กล้า' มันคือคุณสมบัติพิเศษที่มีเพียงพวกเจ้า เหล่าคนต่างโลกที่ถูกอัญเชิญมาในฐานะผู้กล้าเท่านั้นที่จะครอบครองได้"
เทพธิดาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะจับใจ
"ก็เหมือนกับผู้คนในโลกออมนิพอลตินที่สามารถปลุกสกิลเฉพาะตัวของตัวเอง หรือก็คือ ยูนีคสกิล ขึ้นมาได้... พวกเจ้าเหล่าผู้กล้าจากต่างโลกเองก็มียูนีคสกิลของตัวเองเช่นกัน แถมพวกเจ้ายังมีความพิเศษอีกอย่างที่เหนือกว่าคนในโลกนี้ นั่นคือเมื่อถูกอัญเชิญมาในฐานะผู้กล้า เจ้าจะทำการปลุก 'ดาบศักดิ์สิทธิ์' และ 'ยูนีคสกิล' ประจำตัวขึ้นมาโดยธรรมชาติ สิ่งที่ข้าทำก็แค่เร่งกระบวนการ และทำการปลุกดาบศักดิ์สิทธิ์กับยูนีคสกิลของเจ้าให้ตื่นขึ้นมาทันที ก็แค่นั้นเอง"
ถ้าไม่อย่างนั้น แล้วเธอจะลำบากอัญเชิญผู้กล้ามาจากต่างโลกทำไมตั้งแต่แรก?
ถ้าเธอสามารถเสกดาบศักดิ์สิทธิ์และยูนีคสกิลเทพๆ ให้ใครก็ได้ตามใจชอบ เธอก็คงไม่ต้องอัญเชิญคนต่างโลกมาปราบจอมมารหรอก สู้เลือกผู้กล้าจากคนในโลกนี้เลยไม่ดีกว่าหรือ?
"ท้ายที่สุดแล้ว การที่ข้าในฐานะเทพเจ้าต้องขอร้องให้คนอื่นมาช่วยปราบจอมมาร ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า อย่างน้อยตัวข้าเองก็ทำมันไม่ได้ จริงไหม?" เทพธิดาระบุชัดเจน "ถ้าข้าสามารถมอบดาบศักดิ์สิทธิ์และยูนีคสกิลที่ทรงพลังขนาดนั้นให้ใครก็ได้ ข้าก็คงลงไปปราบจอมมารด้วยตัวเองแล้ว จะต้องการผู้กล้าไปทำไม?"
คำอธิบายที่สมเหตุสมผลนั้นทำเอาชีเอินเถียงไม่ออกไปอีกรอบ
แต่พอลองคิดดู มันก็ฟังดูมีเหตุผลจริงๆ นั่นแหละ
"ในโลกเดิมของเจ้า ดูเหมือนจะมีพล็อตเรื่องประเภทที่ว่า เทพเจ้าไม่สามารถแทรกแซงโลกมนุษย์ได้ตามใจชอบ ต่อให้เห็นจอมมารกำลังจะทำลายโลก ก็ทำได้แค่ยืนดูและให้ความช่วยเหลือมนุษย์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้พวกเขาไปปราบจอมมารกันเองสินะ?" เทพธิดาพูดเหมือนเป็นเรื่องตลก "น่าเสียดายที่ที่นี่ไม่ใช่โลกในตำนานหรือนิทานปรัมปราที่เจ้ารู้จัก แม้จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง แต่นี่คือความเป็นจริง ย่อมต้องมีจุดที่แตกต่าง"
แตกต่างยังไง?
"ยกตัวอย่างเช่น ในโลกนี้ เทพเจ้ากับปีศาจเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานับพันปี พวกเราทำสงครามกันมายาวนานมาก"
เทพธิดาเปิดเผยความจริงอย่างตรงไปตรงมา
"สำหรับพวกเรา จอมมารคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด ถ้าพวกเราทำลายพวกมันได้ด้วยพลังของตัวเอง พวกเราคงทำไปนานแล้ว ไม่มามัวตั้งกฎบ้าบอว่าห้ามแทรกแซงมนุษย์อะไรนั่นหรอก ตรงกันข้าม เทพเจ้ามักจะแทรกแซงมนุษย์และส่งผลกระทบต่อโลกมนุษย์อย่างมากด้วยซ้ำ"
ดังนั้น ในโลกนี้ สำหรับสิ่งมีชีวิตในแดนมนุษย์ เทพเจ้าคือเป้าหมายแห่งความศรัทธา แต่ไม่ใช่สิ่งที่แตะต้องไม่ได้ พวกเขาคือตัวตนที่มีอยู่จริง
"เจ้ารู้เรื่อง 'พร' แล้วใช่ไหม?" เทพธิดาชี้ประเด็น "พร คือรูปแบบการแทรกแซงที่พบบ่อยที่สุดที่พวกเราเหล่าเทพเจ้ามอบให้แก่ชีวิตในโลกมนุษย์ ตัวเจ้าเองก็มีพรของข้าอยู่ นั่นคือ 'สิ่งเดียว' ที่ข้ามอบให้เจ้า"
นอกเหนือจากพรที่เทพธิดามอบให้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นพลังของชีเอินเอง
ไม่ว่าจะเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ หรือยูนีคสกิล ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ติดตัวชีเอินมาโดยกำเนิด แทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเทพธิดาตรงหน้าเลย
พูดอีกอย่างก็คือ...
"ความผิดปกติเกือบทั้งหมดในตัวเจ้า มันมาจากตัวเจ้าเอง ไม่เกี่ยวกับข้าเลยสักนิด ถ้าจะให้ใช้สำนวนจากโลกของเจ้าก็คือ... อย่ามา โบ้ย ให้ข้าจะดีกว่านะ"
ชีเอินไร้ซึ่งคำตอบโต้ใดๆ ต่อคำพูดของเทพธิดา
เมื่อเห็นท่าทีของชีเอิน เทพธิดาก็ยิ้มออกมา
"เอาเถอะ ไหนๆ ก็พอมีเวลา งั้นเรามานั่งคุยเรื่องโลกใบนี้กันหน่อยดีกว่า"
สิ้นคำนั้น เทพธิดาก็โบกมือเรียกโต๊ะน้ำชาออกมากลางวิหาร