เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.15 : พี่น้อง

EP.15 : พี่น้อง

EP.15 : พี่น้อง


"แค่ก..."

ในวินาทีนั้น ใบหน้าของชีเอินแข็งค้างจนพูดอะไรไม่ออก

สำหรับคนต่างโลกอย่างชีเอิน คำพูดของเด็กสาวเมื่อครู่ถือว่าหยิ่งยโสแบบกู่ไม่กลับ

ถ้าเป็นในโลกเก่าของเขา ใครพูดแบบนี้คงโดนมองว่าเป็นพวกขี้อวดประหลาดๆ แน่นอน

แต่น่าเสียดาย ที่นี่คือต่างโลกแห่งดาบและเวทมนตร์ ที่ซึ่งมีเทพเจ้า จอมมาร ขุนนาง เชื้อพระวงศ์ และเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกเหนือจากมนุษย์ ดังนั้นคำพูดทำนองนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในโลกนี้ก็ได้

แต่มันบ่งบอกถึงความจริงอยู่อย่างหนึ่ง

นั่นคือเด็กสาวตรงหน้า ถ้าไม่ใช่คนโง่ที่หยิ่งยโสจนไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็ต้องเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ชีเอินก็ไม่อยากเข้าไปพัวพันด้วยทั้งนั้น

ขืนไปยุ่งด้วย ตามสูตรนิยายทั่วไป รับรองว่าปัญหาปวดหัวสารพัดเรื่องต้องตามมาเป็นขบวนแน่ๆ

ดังนั้น ชีเอินจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอประทานโทษด้วยครับ โปรดให้อภัยในความเขลาของผมด้วย... งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ!"

ทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคนั้น ชีเอินก้มหัวขอขมาอย่างนอบน้อมที่สุด ก่อนจะกลับหลังหันแล้วออกตัววิ่งแน่บไปทันที

"นี่เจ้า..."

เด็กสาวถึงกับอึ้งจนตาค้าง

เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าชีเอินจะทำอะไรแบบนี้

และกว่าเธอจะตั้งสติได้ ชีเอินก็กลืนหายไปกับฝูงชน จนมองไม่เห็นแม้แต่เงาหลังของเขาแล้ว

เด็กสาวจ้องมองไปยังทิศทางที่ชีเอินหายตัวไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะคิกคักออกมา

เสียงหัวเราะนั้นกังวานใสราวกับกระดิ่ง เป็นสุ้มเสียงที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างยิ่ง

เสียงหัวเราะเช่นนี้ควรจะสะกดผู้คนรอบข้างให้หลงใหล มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีใครสักคนเคลิบเคลิ้มหรือมัวเมาไปกับการปรากฏตัวของเธอ

ทว่า... ฝูงชนรอบข้างกลับทำตัวราวกับไม่มีใครรับรู้ถึงการมีอยู่ของสาวงามผู้นี้ พวกเขาเดินผ่านเธอไปโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ

จนกระทั่ง...

"ท่านหญิง"

เมื่อเสียงหัวเราะของเด็กสาวค่อยๆ แผ่วลง เสียงที่ราบเรียบไร้อารมณ์ก็ดังขึ้น

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มีใครบางคนแยกตัวออกมาจากฝูงชนและเดินมายืนอยู่ข้างกายเด็กสาว

ถ้าชีเอินยังอยู่แถวนี้ เขาต้องตกใจแน่ๆ

เพราะผู้มาใหม่คนนี้มีหน้าตาเหมือนกับเด็กสาวคนแรกราวกับแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ทั้งสองคนเหมือนกับฝาแฝด ไม่ว่าจะส่วนสูง รูปร่าง สีผม หรือสีตา ทุกอย่างเหมือนกันเปี๊ยบ

ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ ผู้มาใหม่คนนี้ไม่เพียงแค่น้ำเสียงไร้อารมณ์ แต่ใบหน้ายังไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ อีกทั้งเธอยังไม่ได้สวมชุดเดรส แต่สวมชุดเมด

ถ้าเด็กสาวคนแรกคือคุณหนูที่ออกมาเดินเล่น สาวใช้คนนี้ก็คือข้ารับใช้ผู้มีความสามารถและพึ่งพาได้

"มาแล้วเหรอ ลาชา"

เด็กสาวหันไปมองสาวใช้ที่มีหน้าตาเหมือนตนเอง พร้อมกับส่งยิ้มหวานอย่างมีความสุขให้

"เจ้าค่ะ ข้าซื้อของที่ท่านหญิงต้องการมาเรียบร้อยแล้ว"

สาวใช้ที่ชื่อ 'ลาชา' ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยชา ในอ้อมแขนของเธอมีถุงกระดาษอยู่ใบหนึ่ง กลิ่นหอมยั่วน้ำลายที่ลอยออกมาบอกได้เลยว่าข้างในต้องเต็มไปด้วยของอร่อยแน่นอน

เดาได้ไม่ยากว่าลาชาคงถูกเด็กสาวใช้ออกไปซื้อขนมมาให้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นสีหน้ามีความสุขของเจ้านาย ลาชาก็อดสงสัยไม่ได้

"ดูเหมือนท่านจะอารมณ์ดีนะเจ้าคะ ท่านหญิงเลชา"

ลาชาอ่านความคิดของเธอออก

เด็กสาว — หรือ 'เลชา' — ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไร

"ไม่ต้องใส่ใจหรอก ข้าแค่บังเอิญเจอนักผจญภัยที่น่าสนใจเข้าน่ะ" เลชายังคงครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอพูดทั้งรอยยิ้มร่าเริง "ไม่ใช่เพราะความกลัวหรือความเคารพ และไม่ใช่เพราะเขารู้ภูมิหลังของข้า แต่เป็นเพราะข้าไม่ยอมบอกชื่อ เขาเลยวิ่งหนีไปดื้อๆ เพราะกลัวจะมีเรื่องยุ่งยาก... นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ข้าเจอคนแบบนี้"

เมื่อได้ยินคำตอบ ลาชาก็ไม่ซักไซ้ต่อ

แม้เธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สถานการณ์ที่เลชาทำอะไรตามอำเภอใจเป็นสิ่งที่เธอชินชาเสียแล้ว

ยังไงซะ เจ้านายที่เธอรับใช้ เจ้านายที่เป็นเหมือนพี่สาวฝาแฝดของเธอ ก็เป็นคนเจ้าอารมณ์และเอาแน่เอานอนไม่ได้แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน เธอคงทำอะไรลงไปเพราะแค่นึกสนุกชั่ววูบใช่ไหมนะ?

เพียงแต่...

"นานแล้วนะเจ้าคะ ที่ข้าไม่ได้เห็นท่านหญิงมีความสุขขนาดนี้"

ลาชาพูดสิ่งที่คิดออกไปตามตรง

"เจ้าพูดมาก็ถูกแฮะ" เลชาหุบยิ้มลงโดยไม่รู้ตัวพลางหวนนึกถึงอดีต "ครั้งสุดท้ายที่ข้าหัวเราะได้อย่างมีความสุขขนาดนี้... มันเมื่อไหร่กันนะ?"

เลชาจำมันไม่ได้แล้ว

แต่เธอไม่ได้จมจ่อมอยู่กับความคิดนั้นนาน เลชารีบปรับสีหน้ากลับมาไร้กังวลดังเดิม

"จะว่าไป..."

เลชาหันกลับไปมองทิศทางที่ชีเอินวิ่งหนีไปอีกครั้ง ดวงตาของเธอไหววูบเล็กน้อย

"พลังเวทของนักผจญภัยคนนั้นค่อนข้างพิเศษทีเดียว แถมห่อผ้าที่เขาแบกอยู่... ก็ดูเหมือนจะมีพลังที่คุ้นเคยแผ่ออกมาด้วย ข้าคงไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมนะ?"

เลชาเริ่มวิเคราะห์

ตอนที่เธอเข้าไปทักชีเอิน เหตุผลมันมีมากกว่าแค่ความนึกสนุกชั่ววูบหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาบ่น

"สกิล <ลบเลือนตัวตน> ของข้าดูเหมือนจะใช้กับเขาไม่ได้ผล ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สังเกตเห็นการมีอยู่ของข้าทันทีที่ข้าเข้าไปทักหรอก แต่เขากลับหันมามองข้าอย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว"

เลชาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

"หรือว่าเขาจะเป็น..."

บางทีเธออาจจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาของเลชาเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชาและอันตราย

"ท่านหญิง?"

ลาชาที่ไม่รู้ว่าเจ้านายคิดอะไรอยู่ เอ่ยเรียกสติเธอ

"ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ"

เลชาปรับสีหน้ากลับมายิ้มแย้มและหันไปบอกลาชา

แน่นอนว่า...

"ดูท่าเราคงต้องพักอยู่ที่เมืองนี้สักพักแล้วล่ะ"

ด้วยความคิดเช่นนั้น เลชาจึงหันหลังเดินจากไป

เมื่อเห็นดังนั้น ลาชาก็ไม่ถามอะไรอีก และเดินตามหลังไปอย่างเงียบเชียบ

......

อีกด้านหนึ่ง ชีเอินผู้ไม่รู้ตัวเลยว่าตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนเข้าให้แล้ว ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ชีเอินไม่อยากเอาตัวไปผูกกับปัญหาใหม่ๆ ทั้งที่ปัญหาของตัวเองยังแก้ไม่ตก

"หาที่พักผ่อนก่อนดีกว่า จะได้ดื่มด่ำกับค่ำคืนแรกในอารยธรรมมนุษย์ต่างโลกสักที"

ชีเอินที่ไม่อยากคิดเรื่องชวนปวดหัว ตัดสินใจกับตัวเองแบบนั้น

หลังจากใช้ชีวิตเยี่ยงคนป่ามาสิบวัน เขาอยากจะเปลี่ยนมาตรฐานความเป็นอยู่ของตัวเองเต็มแก่แล้ว

ส่วนเรื่องอื่นๆ...

"เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง"

ว่าแล้ว ชีเอินก็เริ่มเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนในเมือง

จบบทที่ EP.15 : พี่น้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว