- หน้าแรก
- ปีศาจไม่จำเป็นต้องถูกกำราบ
- EP.14 : คุณเป็นใครครับเนี่ย?
EP.14 : คุณเป็นใครครับเนี่ย?
EP.14 : คุณเป็นใครครับเนี่ย?
ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นจะลงเอยยังไง ชีเอินก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
ถึงอย่างนั้น เขาก็พอจะเดาออกอยู่บ้าง
"ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างโลกมันเรียบง่ายและราบรื่นกว่านี้นะ"
เมื่อคิดแบบนั้น ความตื่นเต้นที่เคยมีตอนออกจากป่าก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
โดยเนื้อแท้แล้ว ชีเอินไม่ใช่คนที่ชอบทำตัวเด่นดังหรือชอบเรียกร้องความสนใจ
แม้ความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองจะเลือนหายไปหมดแล้ว แต่เขายังคงหลงเหลือบุคลิกเดิมของตัวเองอยู่
ดังนั้น ชีเอินจึงเข้าใจตัวเองดีพอสมควร เขารู้ดีว่าเขาเป็นคนแบบไหน
เขาเป็นคนประเภทที่จะกระตือรือร้นกับสิ่งใหม่ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดเรื่องราวตื่นเต้นวุ่นวายที่มากเกินพอดี ถ้าเลือกได้ ชีเอินอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ต้องไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนหรือทำตัวเป็นจุดสนใจ ขอเป็นแค่ "คนดู" ที่คอยสังเกตการณ์เรื่องราวต่างๆ อยู่ห่างๆ จะดีกว่า
แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ ชีเอินก็ไม่ใช่พวกที่จะมานั่งร้องห่มร้องไห้ตีโพยตีพาย หรือคิดหนีปัญหา เขาจะยอมรับมันและถือซะว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้
เพราะเหตุนี้ แม้จะต้องเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่ออย่างการถูกส่งมาต่างโลก ชีเอินก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เขาแค่ยอมรับความจริงและแสดงความอยากรู้อยากเห็นออกมาเมื่อมีโอกาส
ด้วยเหตุนี้ ความสามารถในการปรับตัวของชีเอินจึงสูงมาก อาจกล่าวได้ว่าเขาเก่งในการวางตัวเป็นผู้ชม และเก่งยิ่งกว่าในการมองหาข้อดีในเรื่องร้ายๆ เขามีความอยากรู้อยากเห็นในอาชีพนักผจญภัยและวัฒนธรรมต่างโลก แต่เขาไม่ได้อยากทำตัวเด่นหรือทำตัวเป็นพระเอกไลท์โนเวลที่กอบโกยชื่อเสียงเงินทอง จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอันสงบสุขของตัวเอง
พูดง่ายๆ คือ... ชีเอินต้องการ "ชีวิตประจำวันที่สงบสุข"
ต่อให้มาเกิดใหม่ในต่างโลก ต่อให้กลายเป็นผู้กล้าในตำนานและได้รับมอบหมายจากเทพธิดาให้ไปปราบจอมมาร เขาก็ยังยืนยันที่จะไม่ทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาใคร
ถ้าเป็นไปได้ ชีเอินวางแผนที่จะเป็นแค่นักผจญภัยธรรมดาๆ รับทำภารกิจทั่วไป ค่อยๆ เพิ่มเลเวลและพลังของตัวเองไปเงียบๆ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เขาค่อยหาจังหวะไปปราบจอมมารและทำภารกิจให้จบๆ ไป
ถ้าจะให้ดีกว่านั้น ชีเอินหวังว่าจะปราบจอมมารได้แบบ "เงียบเชียบ" โดยไม่มีใครรู้
ตอนนั้นทุกคนในโลกคงจะตกใจและแตกตื่นกันน่าดู แต่จะไม่มีใครรู้ว่าชีเอินเป็นคนทำ ด้วยวิธีนี้ ชีเอินก็จะสามารถปกปิดวีรกรรมของตัวเองและกลับมาใช้ชีวิตที่สองอย่างสงบสุขและเรียบง่ายต่อไปได้
นั่นคือสิ่งที่ชีเอินต้องการ
พวกคนทะเยอทะยานอาจจะดูถูกความคิดของชีเอิน พวกเขาอาจจะคิดว่าในเมื่อได้มาต่างโลก แถมยังได้เป็นผู้กล้าที่มีสูตรโกงระดับเทพอยู่ในมือ การไม่มีความทะเยอทะยานถือเป็นการเสียของอย่างยิ่ง
คนที่ใฝ่ฝันอยากจะมีชีวิตแบบนั้น อยากมาเกิดใหม่และสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่ อาจจะบ่นด่าชีเอินว่าได้ดีแล้วไม่รักษาของ ได้ในสิ่งที่คนอื่นทำได้แค่ฝันแต่กลับไม่มีใจจะไขว่คว้า
แต่ชีเอินก็เป็นคนแบบนี้นั่นแหละ เขาไม่ได้ต้องการความตื่นเต้น ไม่ได้ต้องการสร้างชื่อเสียง เขาแค่ต้องการชีวิตที่มั่นคงและสงบสุข... แค่นั้นเอง
"ยึดอาชีพนักผจญภัยเลี้ยงชีพ แล้วถ้ามีโอกาสก็ออกเดินทางท่องเที่ยวไปรอบโลก ดูวิวทิวทัศน์ใหม่ๆ เก็บเลเวลไปเรื่อยๆ แบบช้าแต่ชัวร์... ชีวิตแบบนั้นมันไม่ดีตรงไหนกัน?"
ชีเอินถอนหายใจกับตัวเองขณะเดินทอดน่องไปตามถนน
เขาไม่ทันสังเกตเลยว่า มีใครบางคนเดินสวนมาพอดี และบังเอิญได้ยินสิ่งที่เขาบ่นพึมพำจนต้องหยุดฝีเท้าลง
"นี่ ท่านนักผจญภัยตรงนั้นน่ะ เมื่อกี้เจ้าพูดอะไรน่าสนใจดีนี่นา"
เมื่อน้ำเสียงอันไพเราะและเปี่ยมเสน่ห์นั้นลอยเข้าหู ชีเอินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยุดเดินและหันไปมองต้นเสียง
ทันทีที่เห็น ชีเอินถึงกับตกตะลึง
เพราะภาพที่ปรากฏในสายตาของเขา คือเด็กสาวรูปงามคนหนึ่ง
เธอดูอายุประมาณ 17-18 ปี อาจจะเด็กกว่าชีเอินสักปีหรือสองปี แต่เธอค่อนข้างสูง สูงเกิน 170 เซนติเมตรด้วยซ้ำ บุคลิกของเธอดูสง่างามและสูงส่ง ราวกับคุณหนูตระกูลผู้ดีที่ออกมาเดินเล่น
เด็กสาวคนนี้มีผมยาวเหยียดตรงสีดำขลับ ดวงตาสีแดงชาด สวมชุดเดรสที่ดูเข้ากับบรรยากาศรอบตัวและดูทะมัดทะแมง แม้ชุดนั้นจะไม่ได้ดูหรูหราฟู่ฟ่าอะไรมากนัก แต่เมื่ออยู่บนตัวของเด็กสาวที่มีรูปร่างหน้าตาและราศีจับขนาดนี้ มันกลับดูงดงามราวกับชุดเจ้าหญิงที่เพิ่งเดินออกมาจากพระราชวัง
ดั่งคำกล่าวที่ว่า 'ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง' ปกติแล้วเสื้อผ้าจะช่วยขับเน้นคนใส่ให้ดูดีขึ้น แต่สำหรับเด็กสาวคนนี้ มันกลับตาลปัตร กลายเป็นว่าตัวเธอต่างหากที่ช่วยขับเน้นให้เสื้อผ้าดูดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
เด็กสาวคนนี้หยิบขนมหน้าตาคล้ายเพสตรี้ (Pastry) ออกมาจากห่อและกัดกิน พลางใช้สายตาประเมินชีเอิน ดูเหมือนเธอจะแค่นึกสนุกอยากชวนคุยขึ้นมาดื้อๆ
"เจ้าเป็นนักผจญภัยสินะ? แต่นักผจญภัยส่วนใหญ่อยากสร้างชื่อเสียงเพื่อพิสูจน์ตัวเองกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ?"
เด็กสาวถามด้วยความสงสัย
ซึ่งเธอก็พูดไม่ผิด
โดยทั่วไป นักผจญภัยทุกคนล้วนต้องการชื่อเสียง เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่จะดึงดูดความสนใจจากขุนนางชั้นสูงหรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์ เพื่อจะได้รับภารกิจระดับสูงที่มีความยากและผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า
อาจกล่าวได้ว่า สิ่งที่นักผจญภัยต้องการมากที่สุดคือ 'ชื่อเสียง'
มีเพียงชื่อเสียงเท่านั้นที่จะนำมาซึ่งความสนใจและโอกาสในการแสดงฝีมือ การได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์คือสิ่งที่นักผจญภัยทุกคนไล่ตาม
หลายคนคาดหวังและยกย่องอาชีพนักผจญภัย เพราะนักผจญภัยที่ประสบความสำเร็จจนมีชื่อเสียงนั้นเปรียบเสมือนไอดอล พวกเขาจะได้รับการต้อนรับจากองค์กรทรงอำนาจและประเทศต่างๆ ได้ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และสถานะทางสังคม
ดังนั้น สำหรับคนธรรมดาหรือแม้แต่ขุนนางบางคน การได้เป็นนักผจญภัยจึงเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่าแก่การพยายาม
และในสถานการณ์แบบนั้น การที่ชีเอินพูดแบบที่พูดเมื่อกี้ออกมา จึงไม่แปลกที่เด็กสาวจะรู้สึกประหลาดใจ
เพียงแต่ว่า...
"...... แล้วคุณเป็นใครครับเนี่ย?"
หลังจากเงียบไปอึดใจหนึ่ง ชีเอินกลับถามสวนไปด้วยน้ำเสียงงุนงง
เขาไม่ได้ลืมตัวเพียงเพราะได้รับความสนใจจากสาวสวย และไม่ได้ตื่นตระหนกที่จู่ๆ ก็โดนทัก เขาไม่ได้รู้สึกดีใจเนื้อเต้น และไม่ได้พยายามสานต่อบทสนทนาเพื่อสร้างความประทับใจหรือปักธงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เขาเลือกที่จะเมินบรรยากาศพาไป แล้วแสดงความสงสัยออกมาตรงๆ
ปฏิกิริยานั้นทำให้เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอลดขนมในมือลง
"อยากให้ข้าแนะนำตัวงั้นเหรอ?"
เด็กสาวแสดงท่าทีขี้เล่นออกมาเล็กน้อย
"แต่เจ้ารู้อะไรไหม... ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมีสิทธิ์ถามชื่อข้าหรอกนะ"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่แปลกประหลาด