เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.10 : กิลด์นักผจญภัย

EP.10 : กิลด์นักผจญภัย

EP.10 : กิลด์นักผจญภัย


"ว้าว..."

เมื่อได้มายืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศวัฒนธรรมต่างถิ่นและทิวทัศน์แปลกตา ชีเอินก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ

เป้าหมายของเขาคือการซึมซับภาพตรงหน้าให้เต็มที่

ในเวลานี้ ชีเอินได้เดินผ่านประตูเมืองเข้ามาและกำลังยืนอยู่บนถนนสายหลักหลังประตูบานใหญ่

รอบกายของเขาเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่ผสมผสานระหว่างงานไม้และงานหินสไตล์ยุคกลาง

บนท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บ้างขี่รถม้า บ้างแบกสัมภาระ ผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์สไตล์ย้อนยุคหรือไม่ก็ชุดคลุมยาวแบบกรีกโบราณ

พื้นถนนปูด้วยอิฐบล็อกเรียงรายสวยงาม ถนนหนทางกว้างขวางและทอดตัวยาวออกไปทุกทิศทาง ร้านรวงต่างๆ วางแผงขายสินค้าสารพัดชนิด เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้าผสมปนเปไปกับเสียงบทสนทนาของผู้คน สร้างบรรยากาศของเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

มันทำให้ชีเอินรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตมากกว่าการมาเกิดใหม่ในต่างโลกเสียอีก

ยกเว้นอยู่เรื่องหนึ่ง...

นั่นคือความจริงที่ว่า บนถนนเส้นนี้ นอกจากชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่สวมเกราะและพกอาวุธครบมือเดินกันให้ขวักไขว่ แถมแต่ละคนยังดูอันตรายสุดๆ

บางส่วนเป็นทหารลาดตระเวนที่กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อย

แต่ทว่า ส่วนใหญ่แล้วกลับเป็นกลุ่มคนท่าทางซกมกที่สวมใส่อุปกรณ์สวมใส่ดูไม่เข้าชุดกัน บางคนเดินเข้าเมืองมาพร้อมกลิ่นคาวเลือดคลุ้งและกระเป๋าเป้ใบยักษ์ บางคนก็กำลังเดินออกจากเมืองด้วยท่าทางเหมือนพร้อมจะไปฆ่าแกงใครสักคน

การมีอยู่ของคนกลุ่มนี้เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีให้แก่ชีเอินว่า... ที่นี่ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ย้อนยุค แต่เป็น 'ต่างโลก' ของจริง

เพราะในบรรดาคนพวกนั้น มีบางคนที่กำลังลากศพสัตว์อสูรขนาดยักษ์ผ่านไปมา ไม่เพื่อนำไปขายก็เพื่อนำไปชำแหละ

และต้องขอบคุณการมีอยู่ของคนกลุ่มนี้แหละ ที่ทำให้ชีเอินสามารถเดินผ่านประตูเมืองเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ไม่อย่างนั้น แค่สารรูปของเขาตอนนี้ก็คงโดนยามหน้าประตูสกัดจับไปนานแล้ว

สิบวันเต็มๆ กับการใช้ชีวิตแบบเซอร์ไววัลในป่า ไม่เพียงแต่ทำให้เนื้อตัวของชีเอินมอมแมมดูไม่ได้ แต่ผลพวงจากการฟัดเหวี่ยงกับกริฟฟินบนเวหา ทำให้เสื้อผ้าของชีเอินแทบจะกลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้ว เรียกได้ว่าแทบจะปิดบังจุดสำคัญไม่อยู่แล้วด้วยซ้ำ

ด้วยสภาพแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนท่าทางซกมกและเต็มไปด้วยบาดแผลเดินเข้าออกเมืองอยู่ตลอดเวลา ชีเอินคงโดนกักตัวไว้แน่นอน

นอกจากเรื่องนั้นแล้ว ดูเหมือนว่าการเข้าเมืองจะต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย

ก่อนจะเข้ามา ชีเอินเห็นพ่อค้าหรือแม้แต่ชาวบ้านต้องจ่ายถุงเงินหรือเหรียญทองให้กับยามเฝ้าประตูถึงจะได้รับอนุญาตให้ผ่านทาง

ตอนนั้นชีเอินคิดว่าคนถังแตกอย่างเขาคงหมดสิทธิ์เข้าเมืองแน่ๆ แต่ใครจะไปรู้ พอยามหันมาเห็นสภาพของชีเอิน พวกเขากลับโบกมือให้ผ่านไปง่ายๆ ซะงั้น

"นักผจญภัยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม เชิญผ่านไปได้"

นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาบอก

กล่าวคือ พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าชีเอินเป็นนักผจญภัยนั่นเอง

และพวกนักผจญภัยที่ว่า ก็น่าจะเป็นพวกกลุ่มคนที่แผ่รังสีฆ่าฟันและกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกันอยู่นั่นแหละ

"นักผจญภัยงั้นเหรอ?"

ชีเอินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย

นี่มันอาชีพยอดฮิตในต่างโลกเลยนี่นา!

รับคำร้องจากชาวบ้าน ทำภารกิจให้สำเร็จ แล้วรับเงินรางวัลมาเป็นค่าครองชีพ... นั่นคืออาชีพในฝันของทุกคนที่อยากไปต่างโลก ไม่มีทางที่ชีเอินจะไม่รู้จัก

"งั้นแสดงว่า... ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า 'กิลด์นักผจญภัย' อยู่ด้วยสินะ?"

เมื่อคิดได้ดังนั้น ชีเอินก็ขยับเท้าเดินตามฝูงชนกลุ่มนักผจญภัยเหล่านั้นไปทันที

สิ่งที่ควรพูดถึงอีกอย่างก็คือ ตอนนี้ชีเอินกำลังสะพายห่อผ้าทรงยาวที่ทำจากหนังสัตว์ไว้บนหลัง

สิ่งที่อยู่ในห่อผ้านั้น แน่นอนว่าคือ... ดาบศักดิ์สิทธิ์

นี่คือการเตรียมตัวที่ชีเอินทำไว้ก่อนจะเข้าเมือง

ช่วยไม่ได้จริงๆ ดาบศักดิ์สิทธิ์มันดูสะดุดตาเกินไปในทุกๆ ด้าน ขืนถือเดินโทงๆ เข้ามา มีหวังชีเอินได้กลายเป็นจุดสนใจและดึงดูดความโลภของคนอื่นเข้าหาตัวทันที

ดังนั้น ชีเอินจึงนำหนังสัตว์ที่เขาเคยใช้ปูพื้นนอนกันหนาวในถ้ำมาดัดแปลงเป็นผ้าห่อดาบ วิธีนี้ช่วยให้เขาพกดาบติดตัวไปไหนมาไหนได้โดยไม่ตกเป็นเป้าสายตา

ชีเอินเดินตามกระแสของเหล่านักผจญภัยที่มุ่งหน้าไปทางเดียวกัน จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่ง

มันเป็นอาคารที่ดูแตกต่างจากสิ่งก่อสร้างรอบข้างอย่างชัดเจน

ตั้งตระหง่านอยู่บนลานกว้างโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นมาบดบัง ความสูงประมาณ 4-5 ชั้น แต่กินพื้นที่กว้างขวางมาก การออกแบบและการตกแต่งก็โดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

เหนือประตูทางเข้าหลักมีป้ายแขวนอยู่

ด้านซ้ายของป้ายเป็นรูป 'ดาบ' ด้านขวาเป็นรูป 'เปลวไฟ' สื่อถึงคอนเซปต์ "ดาบและเวทมนตร์" อย่างชัดเจน ตรงกลางป้ายเขียนด้วยตัวอักษรของต่างโลกไว้ว่า — [กิลด์นักผจญภัย]

"เป็นกิลด์นักผจญภัยจริงๆ ด้วย!"

ชีเอินยิ้มออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะชะงักกึก

"เดี๋ยวนะ... ทำไมฉันถึงอ่านตัวหนังสือพวกนี้ออกล่ะ?"

ใช่แล้ว ชีเอินสามารถอ่านตัวอักษรต่างโลกพวกนี้ได้เข้าใจแจ่มแจ้ง

ไม่สิ ไม่ใช่แค่ตัวอักษร ชีเอินเพิ่งสังเกตว่าเขาเข้าใจภาษาพูดของคนในโลกนี้ด้วย

เหมือนกับตอนที่คุยกับยามหน้าประตู ชีเอินเพิ่งมารู้ตัวเอาตอนนี้เองว่าเขาฟังออกและโต้ตอบได้เป็นปกติ แม้แต่บทสนทนาของผู้คนรอบข้างเขาก็ฟังรู้เรื่องหมด

"ได้ข่าวว่ามีคนเห็นกริฟฟินโผล่มาแถวนอกเมืองด้วยนะ"

"บ้าน่า จริงเหรอ?"

"กริฟฟินเนี่ยนะ? กริฟฟินตัวเป็นๆ เนี่ยนะ?"

"สัตว์อสูรเลเวลสูงขนาดนั้น... ปกติมันจะอยู่แค่ใน 'ป่าเทอร์เรีย' ที่โคตรอันตรายนั่นไม่ใช่เรอะ?"

"ขอภาวนาอย่าให้พวกตัวโหดๆ แบบนั้นบินมาทางนี้เลยเถอะ"

"นั่นสิ ข้าไม่อยากโดนเกณฑ์ไปสู้กับสัตว์อสูรระดับกริฟฟินหรอกนะ"

เหล่านักผจญภัยรอบๆ ต่างจับกลุ่มคุยกันเรื่องนี้ขณะเดินผ่านประตูเข้าไปในกิลด์

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาใช้ภาษาที่ชีเอินไม่น่าจะรู้จัก แต่ไม่รู้ทำไมชีเอินถึงเข้าใจความหมายได้ทะลุปรุโปร่ง แถมยังอ่านออกเขียนได้ แถมเขายังเพิ่งรู้ตัวด้วยว่าเสียงในหัวและความคิดของเขาเองก็เปลี่ยนเป็นภาษาต่างโลกไปแล้ว

"หรือนี่จะเป็น... พรของการเป็นผู้กล้า?"

ชีเอินเกาหัวแกรกๆ

แต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องนี้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขารู้สึกโล่งใจที่ปัญหายุ่งยากตัดไปได้เปราะหนึ่ง

"การไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องกำแพงภาษาในต่างโลกถือเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว"

ด้วยความคิดในแง่บวก ชีเอินจึงก้าวเท้าเดินเข้าไปในกิลด์นักผจญภัย

......

กิลด์นักผจญภัย ชั้น 1 โถงกลาง

มันเป็นห้องโถงโล่งกว้างที่ไม่ได้กั้นห้องอะไรมากมายนัก

ภายในโถงเนืองแน่นไปด้วยนักผจญภัยที่สวมใส่อุปกรณ์หลากหลายรูปแบบ บ้างก็จับกลุ่ม 3-5 คนนั่งคุยกันอย่างออกรสตามโต๊ะที่จัดไว้ บ้างก็มุงดูแผ่นกระดาษภารกิจบนบอร์ดประกาศด้วยสีหน้าจริงจัง บ้างก็ยืนออกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์ พูดคุยธุระต่างๆ กับพนักงานที่แต่งกายเหมือนรีเซปชั่น

ความคึกคักภายในนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าบรรยากาศภายนอกเลย

การเดินเข้ามาของชีเอินไม่ได้ดึงดูดความสนใจใครเป็นพิเศษ มีเพียงไม่กี่คนที่ปรายตามองมาแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับไปสนใจธุระของตัวเองต่อ

แน่นอนว่าสำหรับเหล่านักผจญภัย คนสภาพซอมซ่ออย่างชีเอินไม่ใช่สิ่งที่น่าให้ค่าความสนใจ

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนช่างสังเกตบางคนมองเห็นความเก้ๆ กังๆ ของชีเอิน

ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ

นี่เป็นครั้งแรกที่ชีเอินมาที่นี่ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตาตื่นใจ ซึ่งนั่นทำให้เขาดูเป็น 'มือใหม่' แบบปิดไม่มิด

"เฮ้ย! ไอ้หน้าใหม่ตรงนั้นน่ะ! เคาน์เตอร์อยู่ทางโน้น! ถ้ามีธุระก็รีบๆ ไสหัวไปซะ! อย่ามายืนเกะกะ!"

ชายร่างยักษ์หน้าตาถมึงทึงที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอย่างหงุดหงิดตะโกนใส่ชีเอินที่เดินผ่าน ท่าทางของเขาดูแย่มาก แต่เนื้อความที่ตะโกนบอกกลับเป็นการชี้ทางให้ชีเอิน

ดูเหมือนเจ้ายักษ์นี่จะเป็นพวกหน้าโหดแต่ใจดีสินะ

"ขอบใจมาก"

ชีเอินไม่ได้เข้าใจเจตนาผิดไป เขาจึงส่งยิ้มให้ชายคนนั้นแล้วเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ตามคำแนะนำ

เมื่อชีเอินไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานต้อนรับก็กล่าวทักทายทันที

"ยินดีต้อนรับสู่กิลด์นักผจญภัยสาขาลามดริออนค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยคะ?"

หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มหลังเคาน์เตอร์ส่งยิ้มหวานถามชีเอินอย่างเป็นมิตร

จบบทที่ EP.10 : กิลด์นักผจญภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว