- หน้าแรก
- ปีศาจไม่จำเป็นต้องถูกกำราบ
- EP.9 : ต่างโลกจ๋า พี่มาแล้ว!
EP.9 : ต่างโลกจ๋า พี่มาแล้ว!
EP.9 : ต่างโลกจ๋า พี่มาแล้ว!
ในวันนี้ กริฟฟินตัวหนึ่งกำลังบินข้ามผืนป่าโดยมีมนุษย์คนหนึ่งโดยสารอยู่บนหลัง มันบินโฉบเฉี่ยวอยู่เหนือยอดไม้อย่างสง่างาม
ตลอดทางไม่มีสัตว์อสูรหน้าโง่ตัวไหนกล้าเข้ามายุ่มย่ามให้รำคาญใจ
นั่นเป็นเพราะสัตว์อสูรส่วนใหญ่นั้นบินไม่ได้ และต่อให้เป็นพวกที่บินได้ ส่วนมากก็ไม่กล้าลองดีกับสัตว์อสูรระดับสูงอย่างกริฟฟิน ดังนั้นชีเอินจึงเดินทางข้ามป่ามากว่าครึ่งทางได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค ระยะทางที่ทำได้ในวันนี้วันเดียว มากกว่าระยะทางที่เขาเดินเท้ามาตลอดสิบวันรวมกันเสียอีก
เรื่องนี้ทำให้ชีเอินอารมณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ ความหวังที่จะได้ออกไปจากป่านรกแตกนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาเริ่มมองเห็นอนาคตที่สดใสรออยู่รำไร
แน่นอนว่าชีเอินไม่ผิดสัญญา เขาคอยอัดฉีดพลังเวทให้เจ้ากริฟฟินใต้ร่างอย่างต่อเนื่อง ทำให้มันบินเร็วขึ้นเรื่อยๆ และส่งเสียงร้องอย่างมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้ชัดเลยว่า การกระทำของชีเอินได้มัดใจเจ้ากริฟฟินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ชีเอินถือโอกาสนี้ตรวจสอบรายละเอียดของสกิล <ฝึกสัตว์> สักหน่อย
==========
<ฝึกสัตว์> (Taming)
ประเภท : สกิลเรียกใช้ (Active Skill)
ผลลัพธ์ : ใช้วิธีการเดินพลังเวทในรูปแบบเฉพาะเพื่อให้เกิดผลในการทำให้สัตว์อสูรเชื่อง ยิ่งสกิลเลเวลสูง ก็จะยิ่งสามารถฝึกสัตว์อสูรที่มีเลเวลสูง ระดับหายาก และทรงพลังได้มากขึ้นเท่านั้น
==========
แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าสกิลนี้มีประโยชน์ขนาดไหน
ดังนั้น ชีเอินจึงยิ่งทุ่มเทอัดพลังเวทให้กริฟฟินหนักข้อขึ้นไปอีก ส่วนเจ้ากริฟฟินเองก็ตอบสนองด้วยการเร่งความเร็วในการบินอย่างถวายหัว
แน่นอนว่าการทำแบบนี้ผลาญพลังเวทของชีเอินไปมหาศาล
แต่ทว่า... ด้วยสกิล <ศาสตร์เวท> ทำให้ชีเอินมีปริมาณพลังเวทสำรองเยอะจนน่าตกใจ
เปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าในสถานการณ์ปกติ ค่า MP (Magic Point) ของชีเอินคือ [100] แต่เมื่อได้รับผลจากโบนัสของ <ศาสตร์เวท> ค่า MP ของเขาก็จะพุ่งไปเป็น [1,000] หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า
และนั่นเป็นแค่ผลของสกิลเลเวล 1 เท่านั้นนะ
ตอนนี้ชีเอินอัพ <ศาสตร์เวท> จนเต็มแม็กซ์แล้ว ค่า MP ของเขาคงทวีคูณไปจนไม่รู้จะนับยังไงไหว แถมทุกครั้งที่เลเวลอัพ ค่าพลังเวทพื้นฐานก็จะเพิ่มขึ้นอีก นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ชีเอินสามารถเปิดใช้สกิลกินพลังงานอย่าง <วิวัฒนาการขีดจำกัด> ได้แบบชิลๆ
ในสถานการณ์แบบนี้ เมื่อบวกกับสกิล <ฟื้นฟูพลังเวท> เข้าไปอีก MP ของชีเอินก็จะฟื้นคืนมาแทบจะทันทีที่ใช้ไป โดยเฉพาะเมื่อสกิลนี้เลเวลตัน MP ที่เสียไปจะเด้งกลับมาเต็มหลอดภายในวินาทีเดียว... นี่มันแหกกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ชัดๆ
ด้วยเหตุปัจจัยทั้งหมดนี้ ชีเอินจึงไม่ต้องกังวลเรื่อง MP หมดหลอดเลยสักนิด ต่อให้เขาจะเผาผลาญพลังเวทอย่างบ้าคลั่งแบบตอนนี้ แต่ขีด MP ของเขาก็ยังเต็มเปี่ยมราวกับไม่ได้ถูกใช้เลย
เมื่อทรัพยากรมีเหลือเฟือ ชีเอินจึงเปย์พลังเวทให้กริฟฟินไม่อั้น ใช้มันเป็นค่าจ้างแลกกับการเป็นแท็กซี่พาเขาบินชมวิว
หลังจากบินมาได้สักพักใหญ่ ในที่สุดชีเอินก็มองเห็นชายขอบของป่า
"ในที่สุดก็ออกมาได้สักทีสินะ?"
เมื่อได้เห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลที่ทอดตัวอยู่ถัดจากแนวป่า ชีเอินก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
"สิบวันเต็มๆ... ในที่สุดฉันก็จะได้ลาขาดจากไอ้ป่าเวรตะไลนี่สักที"
ชีเอินแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะได้เจอหน้าผู้คน ได้กินอาหารอารยธรรมมนุษย์แทนการกินเนื้อสัตว์อสูรประทังชีวิต และเลิกเล่นเกมเซอร์ไววัลกลางป่าดงดิบนี่เสียที
"กิ๊ววว!"
เจ้ากริฟฟินร้องออกมาเหมือนรู้ใจชีเอิน มันกระพือปีกอีกครั้งและเร่งความเร็วขึ้นไปอีก
ต้องยอมรับเลยว่ากริฟฟินตัวนี้บินเร็วมาก เร็วในระดับที่เทียบชั้นได้กับเครื่องบินขับไล่จากโลกเก่าของชีเอินเลยทีเดียว ด้วยความเร็วระดับนี้แหละที่พาชีเอินข้ามป่าที่เขาเดินหลงมาสิบวันได้ในเวลาอันสั้น
"เขาว่ากันว่ากริฟฟินมีความสามารถในการพยากรณ์อากาศและบินฝ่าได้ทุกสภาวะ ในตำนานบางเรื่องถึงกับยกย่องให้เป็นพาหนะของทวยเทพ... ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงแฮะ"
คำชมของชีเอินทำให้กริฟฟินร้องอย่างภาคภูมิใจและพุ่งทะยานเร็วขึ้นไปอีก
ด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ เพียงแค่ครึ่งนาทีถัดมา เขาก็พุ่งออกจากเขตป่าเข้าสู่ทุ่งราบอันกว้างใหญ่ได้สำเร็จ
เมื่อเข้าสู่เขตทุ่งราบ ชีเอินก็เริ่มมองเห็นร่างของสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์
ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มคนที่กำลังเร่งรีบเดินทางอยู่บนถนนที่ถูกสร้างขึ้น
บ้างก็ขี่รถม้า บ้างก็ขี่ม้า ดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็นพ่อค้าหรือไม่ก็ทหารและอัศวิน
ในบางมุมของทุ่งราบ ชีเอินมองเห็นฟาร์มและไร่นาอยู่จางๆ ในระยะไกล
อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของกริฟฟินดูเหมือนจะสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อย ผู้คนเบื้องล่างแตกตื่นกันยกใหญ่ ทหารและอัศวินบางส่วนเริ่มง้างธนูเตรียมป้องกันการโจมตีฉับพลันจากสัตว์อสูร
แต่พวกเขาคงมองไม่เห็นว่ามีคนนั่งอยู่บนหลังของมัน
ใจจริงชีเอินก็อยากจะร่อนลงไปทักทายคนพวกนั้นอยู่หรอก
แต่ขืนโผล่ไปพร้อมกับสัตว์อสูรแบบนี้ มีหวังโดนโจมตีใส่เพราะความเข้าใจผิดแน่ๆ
"ไม่รู้ว่าคนโลกนี้เขามองสัตว์อสูรกันยังไง แต่กันไว้ดีกว่าแก้"
ถ้าต้องมาเจ็บตัวเพราะขี่สัตว์อสูรไปอวดชาวบ้าน มันคงไม่คุ้มค่าเท่าไหร่
"งั้นมุ่งหน้าไปที่ตัวเมืองก่อนเลยดีกว่า"
ชีเอินระงับความต้องการที่จะร่อนลงจอด แล้วตัดสินใจมุ่งหน้าต่อไป
โชคดีที่เมืองปรากฏขึ้นในสายตาของชีเอินในเวลาไม่นานนัก
ตัวเมืองดูมีขนาดใหญ่พอสมควร
ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตระหง่าน บนกำแพงมีเงาคนเดินขวักไขว่ น่าจะเป็นทหารยามที่คอยเดินตรวจตราความเรียบร้อย
"เอาล่ะ ลงจอดแถวๆ นี้น่าจะดี"
ชีเอินตัดสินใจเด็ดขาด
ขืนบินเข้าไปใกล้กว่านี้ พอพวกทหารบนกำแพงเห็นสัตว์อสูรบินเข้าหาเมือง พวกเขาคงระดมยิงใส่ทันทีเพื่อป้องกันเมืองแน่นอน
"กิ๊ววว!"
กริฟฟินส่งเสียงร้องรับคำสั่งแล้วร่อนลงจอดอย่างนุ่มนวล
ไม่นานนัก กริฟฟินก็พาชีเอินมาถึงพื้นที่ว่างลับตาคน เพื่อให้เขากระโดดลงจากหลัง
"ลำบากแกแล้วนะ" ชีเอินตบหัวกริฟฟินเบาๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม : "เอาล่ะ แกกลับไปได้แล้ว"
แต่ทว่า เมื่อได้ยินคำสั่งไล่ เจ้ากริฟฟินกลับไม่ยอมไป มันเอาแต่ส่งเสียงร้องเรียกชีเอินไม่หยุด
"อะไร? ยังอยากได้อีกงั้นเหรอ?"
ชีเอินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา
"น่าเสียดายนะ แต่ต่อจากนี้ฉันต้องเข้าเมืองมนุษย์แล้ว ฉันพาแกไปด้วยไม่ได้หรอก แล้วก็คงป้อนพลังเวทให้แกต่อไม่ได้ด้วย... เพราะงั้นกลับไปเถอะ"
ชีเอินบอกกับกริฟฟินไปตามตรง
ไม่รู้ว่ากริฟฟินเข้าใจภาษามนุษย์หรือไม่ แต่หลังจากส่งเสียงร้องเรียกชีเอินอยู่หลายครั้งและจ้องมองเขาด้วยสายตาตัดพ้ออยู่พักใหญ่ ในที่สุดมันก็ส่งเสียงร้องยาวเหยียดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกระพือปีกบินกลับขึ้นสู่ท้องฟ้า
กริฟฟินตัวนั้นบินวนเวียนอยู่เหนือศีรษะชีเอินอยู่สักพัก ก่อนจะส่งเสียงร้องแหลมสูงแล้วบินจากไป
ชีเอินยืนมองส่งมันจนลับสายตา เมื่อเห็นว่ามันหายไปในขอบฟ้าแล้ว เขาถึงหันหลังกลับและมองไปยังเมืองที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
"ต่างโลกจ๋า... พี่มาแล้ว"
สิ้นคำกล่าวนั้น ชีเอินก็ก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าสู่เมืองด้วยความใจจดใจจ่อ