เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 หญิงสาวจากไหน

บทที่ 15 หญิงสาวจากไหน

บทที่ 15 หญิงสาวจากไหน


ซากุราบะ ยูมิคอยดูแลเอาใจใส่ต้นไม้เป็นอย่างดี แต่การย้ายกระถางต้นไม้ออกจากห้องตรวจของหมออิโนอุเอะมาวางไว้ที่หน้าประตูนั้นกลับเป็นเรื่องต้องห้าม คำอธิบายของหมออิโนอุเอะสำหรับเรื่องนี้คือ เขาเคยชินกับการทำงานที่มีต้นไม้อยู่ใกล้ๆ ส่วนจะย้ายออกไปเมื่อไหร่นั้น เขาจะเป็นคนตัดสินใจเอง เห็นได้ชัดว่าหมออิโนอุเอะชื่นชอบต้นไม้มาก แต่ทั้งคลินิกกลับมีต้นไม้แค่กระถางเดียวในห้องตรวจของเขา ในขณะที่ห้องโถงรอตรวจและเคาน์เตอร์ต้อนรับกลับไม่มีเลยแม้แต่ต้นเดียว

“ลำบากหน่อยนะ” หมออิโนอุเอะกล่าวเมื่อเห็นซากุราบะ ยูมิยกต้นไม้กลับเข้ามา หญิงสาวตอบกลับสั้นๆ ว่า “ไม่ลำบากค่ะ” เมื่อเสร็จงานวันนี้ ซากุราบะ ยูมิขอตัวกลับก่อน ส่วนหมออิโนอุเอะยังคงจ้องมองต้นไม้บนโต๊ะอยู่นานกว่าจะออกจากคลินิกไป

เย็นวันนั้นที่บ้านตระกูลฉู่ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูเคร่งขรึมกว่าปกติ ในที่สุดฉู่เหวินเต้าผู้เป็นพ่อก็เอ่ยถึงแผนการของตนออกมา “กลับผูเฉิง?” ฉู่ซินผูทวนคำ แม้จะไม่แปลกใจเพราะรู้ระแคะระคายมาจากแม่บ้างแล้ว แต่ก็แสร้งทำเป็นตื่นเต้นเกินจริง

“ใช่” ฉู่เหวินเต้าตอบเรียบๆ

“ไม่ได้กลับไปตั้งหลายปี ทำไมจู่ๆ ถึงจะกลับไปตอนนี้ล่ะครับ”

“สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ กลับไปหาความสงบที่นั่นดีกว่า”

หลี่ซิ่วเหวินผู้เป็นแม่เอ่ยเสริมขึ้นว่า “ซินผู พ่อของลูกได้ข่าวมาว่าการรบทางฝั่งเราเสียเปรียบ เชื่อไว้ก่อนไม่เสียหาย กลับไปหลบภัยสักพัก พอเหตุการณ์สงบแล้วค่อยกลับมาก็ได้”

ทั้งสองคนผลัดกันพูดหว่านล้อม ความหมายชัดเจนว่าต้องการจะไป ฉู่ซินผูได้แต่ถอนหายใจในใจ เขาเองก็อยากให้ทั้งสองคนจากไป หากครอบครัวปลอดภัย เขาจะได้ไม่มีห่วงหน้าพะวงหลัง จึงเอ่ยสนับสนุน “พ่อครับ พวกพ่อไปกันก่อนเถอะ ผมจะอยู่เฝ้าบ้านที่เจียงเฉิงเอง”

“ไม่ได้!” ฉู่เหวินเต้าขึ้นเสียงทันที ขณะที่หลี่ซิ่วเหวินก็แย้งว่าเรื่องบ้านจ้างคนมาดูแลก็ได้ อยากให้ลูกชายไปด้วย ฉู่ซินผูอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจโกหกคำโต “ผม... ผมมีธุระ เธอไม่ไป ผมก็ไปไม่ได้”

“เธอไหน?” ฉู่เหวินเต้างุนงง แต่หลี่ซิ่วเหวินหัวไวกว่า ถามสวนทันที “ผู้หญิงคนนั้นเหรอ ที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังว่ามีผู้หญิงโทรหาซินผูไง”

ฉู่เหวินเต้าขมวดคิ้วถามเสียงเข้ม “เพื่อผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ?”

ฉู่ซินผูสบโอกาสรีบเสริม “พ่อครับ ผมทิ้งเธอไปคนเดียวไม่ได้หรอกครับ ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจริงๆ ผมอยู่ด้วยยังพอช่วยดูแลกันได้ เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จะทิ้งให้อยู่ในเจียงเฉิงลำพัง ผมวางใจไม่ลงจริงๆ”

“ก็พาไปด้วยกันสิ”

“สถานะไม่ชัดเจน จะพาไปด้วยกันได้ยังไงครับ เธอไม่ยอมแน่ ครอบครัวเธอก็คงไม่ยอม ผมจะทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ยังไง”

“ถึงขั้นไหนแล้ว”

“สาบานรักกันแล้วครับ!” ฉู่ซินผูคิดว่าพูดให้ดูรุนแรงเข้าไว้ ผลลัพธ์น่าจะดีกว่า

ฉู่เหวินเต้าชี้หน้าลูกชาย อยากจะด่าแต่ก็ด่าไม่ออก เขาเหลือบมองภรรยาอย่างกระอักกระอ่วน ร้อนตัวพิกล หลี่ซิ่วเหวินค้อนขวับเข้าให้ ทั้งสองรีบหลบสายตากันอย่างรู้ทัน ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้น พ่อกับแม่จะอยู่ต่ออีกหน่อย รออีกสักพัก”

“ไม่ได้ครับ ถ้าพ่อกับแม่ไม่ไป แล้วเกิดอันตรายขึ้นมาจริงๆ ผมคงกลายเป็นลูกอกตัญญู ตอนไปเรียนผมก็อยู่คนเดียว ยังรอดมาได้ ผมยังหนุ่มยังแน่น ถ้าเกิดเรื่องอะไรจริงๆ จะหนีทีเดียวก็คล่องตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”

สองพ่อลูกถกเถียงกันไปมา จนสุดท้ายฉู่เหวินเต้าก็ยื่นคำขาด “ตัดสินใจแน่วแน่แล้วใช่ไหม งั้นพรุ่งนี้พามาให้ดูหน่อย”

“อะไรนะครับ”

“พ่อบอกว่า พรุ่งนี้พามาให้ดูตัวหน่อย สาบานรักกันขนาดนั้น พ่อจะขอดูหน้าว่าที่ลูกสะใภ้หน่อยไม่ได้หรือไง”

ฉู่ซินผูถึงกับเหงื่อตก พามา? พาใครมา? จะไปหาผู้หญิงมาจากไหน! คนที่โทรมาวันนั้นคือซากุราบะ ยูมิ ขืนพาคนญี่ปุ่นเข้าบ้าน พ่อกับแม่คงจับเขามัดลากกลับผูเฉิงแน่ อีกอย่างซากุราบะ ยูมิคงไม่มีทางยอมมาบ้านเขา ต่อให้หลอกมาได้ คุยกันไม่กี่คำความก็แตกหมด แต่ข้อเรียกร้องของพ่อกับแม่ก็ไม่ได้เกินเลย ถึงขั้นสาบานรักกัน จะไม่ให้ผู้ใหญ่เห็นหน้าค่าตากันหน่อยเชียวหรือ จะติดต่อหมิงเจวี๋ยเฉี่ยนให้ส่งคนมาช่วยก็ไม่ทันการ เพราะพ่อต้องการเจอตัวพรุ่งนี้เลย ขืนยื้อเวลาไป พ่อแม่จะจับพิรุธได้

“ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะพาเธอมา แต่ต้องสัญญานะครับว่า ถ้าผมไม่ไป พ่อกับแม่ต้องไป” ฉู่ซินผูยื่นเงื่อนไข

“เจอกันพรุ่งนี้แล้วค่อยว่ากัน” ฉู่เหวินเต้าตัดบท

หลังจากฉู่ซินผูเดินคอตกกลับห้องไปคิดหาทางออก หลี่ซิ่วเหวินก็กระซิบถามสามี “คุณจะปล่อยให้ซินผูอยู่เจียงเฉิงคนเดียวจริงๆ เหรอ”

“รอดูสถานการณ์พรุ่งนี้ก่อน ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่เหมาะสม ก็ลากซินผูไปด้วยกัน”

“ไม่เหมาะสมคือยังไง”

“อายุน้อยแค่นี้ ริอาจสาบานรัก หรือไม่ก็...”

“คุณฉู่เหวินเต้า หมายความว่ายังไง สมัยนั้นที่ฉันสาบานรักกับคุณ ในสายตาคุณ ฉันก็เป็นผู้หญิงไม่ดีงั้นสิ”

“ไม่ใช่จ้ะคุณนาย ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นเลย สาบานต่อฟ้าเลย ผมไม่มีเจตนาแบบนั้นจริงๆ...”

พูดยกยอปอปั้นอยู่พักใหญ่ หลี่ซิ่วเหวินถึงจะพอใจ ฮึดฮัดเบาๆ ว่าผู้ชายตระกูลฉู่ไม่มีดีสักคน รวมทั้งลูกชายที่คงติดเชื้อพ่อมาด้วย ฉู่เหวินเต้าได้แต่แอบภูมิใจลึกๆ ว่าลูกชายเก่งโดยไม่ต้องสอน เมื่อภรรยาถามย้ำถึงการตัดสินใจ เขาจึงตอบเสียงขรึมว่า “สมัยนี้บ้านเมืองวุ่นวาย ถ้าจากกันไป อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย ถ้าให้เขาทิ้งผู้หญิงคนนั้นไป เราคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต ให้ซินผูอยู่ต่อเถอะ เขาโตมาในเจียงเฉิง คุ้นเคยที่นี่ดี ส่วนเราทางผูเฉิงติดต่อไว้หมดแล้ว ไม่ไปก็เกรงใจแย่ อีกอย่าง ซินผูห่วงเมียเขา ผมจะไม่ห่วงเมียผมเหรอ”

ขณะที่สองสามีภรรยาพลอดรักรำลึกความหลัง ฉู่ซินผูกลับนอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงด้วยความกลัดกลุ้ม ปัญหาใหญ่พรุ่งนี้จะแก้อย่างไรดี จะไปหาผู้หญิงที่ไหนมาช่วยแสดงละครตบตาพ่อแม่ คิดไปคิดมา ในหัวก็ไม่มีใครที่เหมาะสมเลยสักคน ทันใดนั้น ชื่อหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว... กู้ชิงจื้อ

ถ้าพูดถึงเรื่องอายุที่ไล่เลี่ยกัน กู้ชิงจื้อถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง แต่เขาจะยอมช่วยหรือเปล่า? ถ้าจะให้ช่วย ก็ต้องเล่าความจริงทั้งหมด ไม่อย่างนั้นพอกู้ชิงจื้อมาถึง คุยไม่กี่ประโยคก็ความแตก แต่ถ้าเล่าความจริงทั้งหมด แล้วชื่อเสียงของลูกผู้หญิงเขาจะเสียหายไหม เรื่องนี้น่าหนักใจจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 15 หญิงสาวจากไหน

คัดลอกลิงก์แล้ว