เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ช่วยแก้สถานการณ์

บทที่ 4 ช่วยแก้สถานการณ์

บทที่ 4 ช่วยแก้สถานการณ์


“ค่าเสียหาย!”

เมื่อได้ยินข้อเรียกร้องนี้ ซากุราบะ ยูมิก็เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

เพื่อนแนะนำให้เธอมาทำงานที่คลินิกอิโนอุเอะได้สองปีแล้ว เธอทุ่มเทดูแลคนไข้ด้วยความอดทนและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

หมออิโนอุเอะ โคอิจิเองก็เป็นแพทย์ที่มีจรรยาบรรณสูงส่ง มุ่งมั่นรักษาผู้ป่วย แต่ตอนนี้กลับถูกบีบคั้นจนถึงทางตัน โดยไม่มีใครยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหรือพูดแทนพวกเขาเลย ซากุราบะ ยูมิรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในใจ

อิโนอุเอะ โคอิจิเองก็ลำบากใจกับข้อเรียกร้องของอู๋ต้าหยง

ถ้าไม่จ่าย อู๋ต้าหยงคงไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่ แต่ถ้าจ่าย ก็เท่ากับยอมรับกลายๆ ว่าเป็นหมอเถื่อนรักษาคนตาย

สถานการณ์ตอนนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ฉู่ซินผูเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว เขาเดินเข้าไปถามว่า “ต้องการแค่ค่าเสียหายอย่างเดียวหรือครับ”

อู๋ต้าหยงได้ยินคำถามก็รีบตอบทันควัน “ต้องขอโทษด้วย ขอโทษลงหนังสือพิมพ์!”

ถ้าเอาแต่เงินอย่างเดียวอาจดูเหมือนหน้าเงิน แต่พอมีเรื่องการขอโทษเข้ามาด้วย ก็ดูเหมือนว่าเขามาเพื่อทวงความยุติธรรมจริงๆ

“นั่นก็เป็นวิธีหนึ่ง” ฉู่ซินผูยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

อู๋ต้าหยงรีบฉีกยิ้มประจบ “พวกคุณเป็นนักข่าว ต้องเอาเรื่องวันนี้ไปลงหนังสือพิมพ์ให้ได้นะ พวกมันเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ปัดความรับผิดชอบ”

“พวกเราไม่ได้ทำ...” คำแก้ตัวของซากุราบะ ยูมิช่างดูไร้น้ำหนัก

“คุณหมออิโนอุเอะครับ แม่ของคุณผู้ชายท่านนี้มารักษาที่นี่จริงหรือเปล่าครับ” ฉู่ซินผูหันไปถามอิโนอุเอะ โคอิจิ

แม้หมออิโนอุเอะจะไม่ชอบขี้นหน้านักข่าว เพราะเรื่องวุ่นวายทั้งหมดเริ่มต้นจากการลงข่าวในหนังสือพิมพ์ แต่เมื่อเห็นกู้ชิงจื้อกำลังจดบันทึก เขาจึงจำใจตอบว่า “ใช่”

“เป็นโรคอะไรครับ”

“ไข้หวัด แล้วก็มีการอักเสบร่วมด้วย มีไข้ต่ำๆ”

“อาการหนักไหมครับ”

“อาการไม่หนักครับ ผมแนะนำให้น้ำเกลือแต่เขาไม่ยอม ก็เลยจ่ายยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไปให้ ไม่ถือว่ารุนแรงครับ”

“ได้ยินไหม มันพูดเองว่าไม่รุนแรง แล้วทำไมถึงรักษาจนตายได้ล่ะ” อู๋ต้าหยงฉวยโอกาสโจมตี

“จ่ายยาไปกี่วันครับ” ฉู่ซินผูถามต่อ

“ถึงจะไม่รุนแรง แต่คนไข้สูงอายุ ร่างกายอ่อนแอ ผมเลยจ่ายยาให้หนึ่งสัปดาห์ แล้วกำชับว่ายาหมดให้มาตรวจซ้ำ”

สิ้นเสียงหมอ ซากุราบะ ยูมิก็เสริมขึ้นทันที “เขาติดค้างค่ารักษา ยังไม่ได้จ่ายเงินเลยด้วยซ้ำ”

“รักษาคนตายแล้วยังจะมาทวงเงินอีกเหรอ!” อู๋ต้าหยงตะคอก

มิน่าล่ะ เมื่อกี้ถึงรีบฉีกสมุดบัญชีทิ้ง ที่แท้ก็รักษาแล้วไม่จ่ายเงินนี่เอง

“คุณบอกว่าแม่ของคุณกินยาจากคลินิกนี้แล้วเสียชีวิตใช่ไหมครับ” ฉู่ซินผูหันกลับไปถามอู๋ต้าหยง

“กินยาตรงเวลาทุกมื้อ ไม่เคยขาด ถ้าแม่ไม่ได้กินยาพวกนี้คงไม่ตาย รู้งี้ไม่ให้กินซะก็ดี”

“มั่นใจนะ”

“มั่นใจสิ ฉันป้อนยาเองกับมือ เฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงตลอด จะไม่รู้ได้ยังไง” อู๋ต้าหยงแสดงบทลูกกตัญญูเต็มที่

ได้ยินดังนั้น ฉู่ซินผูก็ถามด้วยความสนใจ “งั้นช่วยบอกทุกคนหน่อยสิครับว่าหมอจ่ายยามากี่ชนิด ต้องกินวันละกี่มื้อ ก่อนหรือหลังอาหาร แล้วมื้อละกี่เม็ด”

คำถามนี้ทำให้อู๋ต้าหยงชะงัก สายตาเริ่มลอกแลก เขาไม่ตอบคำถามแต่กลับตวาดใส่ฉู่ซินผู “เกี่ยวอะไรกับแก แกมาทำข่าวแฉความผิด หรือมาซักไซ้ไล่เรียงกันแน่”

“ผมมาเพื่อเปิดโปงความจริง แต่ความจริงเป็นยังไง คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมนะครับ” ฉู่ซินผูตอบเสียงเรียบ ไม่มีความเกรงกลัว

กู้ชิงจื้อจ้องอู๋ต้าหยงเขม็ง อยากรู้ว่าเขาจะตอบคำถามนี้อย่างไร แต่อู๋ต้าหยงเอาแต่เฉไฉไปเรื่องอื่น

“ตอบไม่ได้เหรอครับ”

“ฉันไม่อยากตอบ”

“ไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่คงเพราะคุณไม่เคยป้อนยาให้แม่คุณเลยสักมื้อต่างหาก ใช่ไหมล่ะ”

“อย่ามาพูดพล่อยๆ ใส่ร้ายคนอื่นนะ”

“คุณบอกว่าเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียง ป้อนยาเองทุกมื้อตลอดหนึ่งสัปดาห์ เรื่องเพิ่งผ่านมาไม่นาน คุณจะลืมได้ยังไง”

“ฉันความจำไม่ดี ลืมไปแล้ว” อู๋ต้าหยงเริ่มทำตัวเป็นอันธพาล

ฉู่ซินผูเลิกสนใจอู๋ต้าหยง หันไปถามหมออิโนอุเอะแทน “ถ้าคนไข้ไม่ได้กินยา ผลจะเป็นอย่างไรครับ”

“ถ้าไม่กินยา อาการก็จะไม่ทุเลา การอักเสบจะลุกลาม ด้วยร่างกายที่อ่อนแอของคนไข้ เกรงว่าจะทนไม่ไหวครับ” หมออิโนอุเอะตอบตามตรง

“แม่ฉันกินยา!” อู๋ต้าหยงตะโกนลั่น

กู้ชิงจื้อกวาดตามองฉู่ซินผู อู๋ต้าหยง และหมออิโนอุเอะ ก่อนจะลดสมุดจดลง สีหน้าดูอ่อนแรง เธอไม่ได้โง่ ถึงตอนนี้เธอเข้าใจทุกอย่างแล้ว

ไม่ใช่หมออิโนอุเอะที่เป็นหมอเถื่อนฆ่าคนตาย แต่เป็นอู๋ต้าหยงต่างหากที่ไม่สนใจชีวิตแม่ตัวเอง แล้วฉวยโอกาสใช้กระแสเกลียดชังญี่ปุ่นในเจียงเฉิงมาหาผลประโยชน์

ทำไมถึงมีคนแบบนี้อยู่ในโลกนะ

ความจริงฉู่ซินผูไม่ได้แปลกใจอะไร อู๋ต้าหยงพอจะมีความฉลาดแกมโกงอยู่บ้าง รู้จักใช้ความไม่พอใจของชาวบ้านที่มีต่อคนญี่ปุ่นมาหาเงิน แต่จิตใจกลับโหดเหี้ยมอำมหิต ขนาดแม่แท้ๆ ยังไม่แยแส

อู๋ต้าหยงกับพวกขายชาติในเขตยึดครองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะใส่ร้ายคนญี่ปุ่น แต่ด้วยพฤติกรรมที่แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้และไม่สนใจแม้แต่ชีวิตคนในครอบครัว จะหวังให้เขามีจุดยืนที่ถูกต้องในยามบ้านเมืองวิกฤต คงเป็นไปไม่ได้

เมื่อเห็นสายตาเคลือบแคลงของทุกคน อู๋ต้าหยงก็ตะโกนเสียงแข็ง “ไอ้นักข่าวเฮงซวย แกพูดบ้าอะไรของแก!”

คนที่อยู่ข้างหลังเขา บางคนเป็นเพื่อน แต่บางคนก็แค่อ่านข่าวแล้วเห็นใจ เลยตามมาช่วยทวงความยุติธรรม พอรู้ว่าตัวเองโดนหลอก ก็เริ่มถอยห่าง ไม่อยากช่วยอู๋ต้าหยงอีกต่อไป เขาจึงเริ่มร้อนรน

“ไม่ยอมรับเหรอครับ” ฉู่ซินผูถามย้ำ

“ฉันรู้แล้ว แกพวกเดียวกับญี่ปุ่น ไอ้คนขายชาติ!”

“ฉันจะฆ่าแก ไอ้คนขายชาติ!” พูดจบ อู๋ต้าหยงก็ง้างหมัดชกใส่ ในเมื่อเถียงสู้ไม่ได้ก็ต้องใช้กำลัง การทำร้ายคนขายชาติถือเป็นความชอบธรรมในสายตาเขา

กู้ชิงจื้อกับซากุราบะ ยูมิร้องอุทานด้วยความตกใจ หมัดหนักๆ แบบนี้ ถ้าโดนเข้าเต็มเปา หน้าขาวๆ ของฉู่ซินผูคงได้ลงไปกองกับพื้นแน่

แต่ผิดคาด ฉู่ซินผูเบี่ยงตัวหลบหมัดนั้นได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับตวัดขาเกี่ยวขาอีกฝ่าย อู๋ต้าหยงที่พุ่งมาเต็มแรงจึงเสียหลักหน้าคะมำ ล้มกลิ้งไปกับพื้น

ฉู่ซินผูมีฝีมือการต่อสู้อยู่บ้าง และไม่กลัวที่จะเปิดเผย สมัยเรียนที่เซี่ยงไฮ้ ทางโรงเรียนเปิดสอนวิชาป้องกันตัว นักเรียนส่วนใหญ่ก็เรียนกัน จึงไม่ใช่เรื่องน่าสงสัย

แค่ขยับตัวนิดเดียวก็รู้แล้วว่ามีของ อู๋ต้าหยงที่ชอบหาเรื่องชาวบ้านรู้ทันทีว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนหนุ่มตรงหน้า

ฉู่ซินผูมองร่างที่นอนกองอยู่บนพื้น แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ยาพวกนั้นคงยังอยู่ที่บ้านคุณใช่ไหม แม่คุณได้กินยาหรือเปล่า ไปค้นดูก็รู้ ผมจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้แหละ”

ก่อนหน้านี้มีการตรวจค้นแค่ที่คลินิก แต่ไม่มีใครไปค้นบ้านอู๋ต้าหยง

พูดจบฉู่ซินผูก็ทำท่าจะไปใช้โทรศัพท์ของคลินิก อู๋ต้าหยงหน้าซีดเผือด

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ให้แม่กินยา ไม่อย่างนั้นแม่คงไม่ตาย แต่เขาก็เสียดายยา เก็บไว้เผื่อตัวเองป่วยจะได้ใช้ เลยซ่อนไว้ที่บ้าน ถ้าตำรวจไปค้นเจอเข้า เรื่องใหญ่แน่

เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วตะโกนว่า “ช่างมันเถอะ ฉันไม่เอาเรื่องแล้ว ถือว่าซวยไปเอง”

พูดจบก็วิ่งแน่บออกไป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงรีบกลับไปทำลายหลักฐาน

คนที่ตามมาด้วยต่างรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอก แต่ละคนหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ทยอยกันเดินหนีหายไปจนหมด ภายในเวลาไม่นาน คลินิกก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

มาถึงขั้นนี้ ต่อให้อู๋ต้าหยงทำลายยาไปแล้ว แต่ถ้ากลับมาโวยวายอีก ก็คงไม่มีใครเชื่อน้ำหน้าเขาแล้ว

“ขอบคุณค่ะ” ซากุราบะ ยูมิคาดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะพลิกผันได้รวดเร็วขนาดนี้ คนกลุ่มใหญ่ที่ท่าทางดุดันเมื่อครู่ หายวับไปกับตาในพริบตาเดียว

“คุณซากุราบะ ยูมิครับ นี่เป็นหน้าที่ของนักข่าวอย่างพวกเราอยู่แล้ว ที่ต้องนำเสนอความจริง”

“เรียกยูมิเถอะค่ะ” เธอบอกเสียงอ่อนหวาน

กู้ชิงจื้อปรายตามองพลางนึกหมั่นไส้ในใจ ทีเมื่อกี้ทำเป็นหวงชื่อ ตอนนี้กลับเสนอให้เรียกชื่อเล่นเองซะงั้น ยัยคนนี้นี่เปลี่ยนสีเร็วจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 4 ช่วยแก้สถานการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว