- หน้าแรก
- ฝ่าสมรภูมิสายลับ
- บทที่ 3 เรื่องวุ่นวายในคลินิก
บทที่ 3 เรื่องวุ่นวายในคลินิก
บทที่ 3 เรื่องวุ่นวายในคลินิก
ดวงตาเป็นประกายคู่นั้นค้อนขวับ เล่นเอาคนมองได้แต่ยิ้มแห้ง ผู้หญิงเวลาไม่ใช้เหตุผล ใครก็เอาไม่อยู่จริงๆ
“ผู้เสียหายยังไม่มา พวกเราเข้าไปก่อนเถอะ” ฉู่ซินผูเอ่ยขึ้น
“ไป ไปเจอเขาหน่อย” กู้ชิงจื้อปลุกใจตัวเอง ราวกับกำลังจะออกรบ แล้วเดินนำเข้าไป
เมื่อผลักประตูคลินิกก้าวเท้าเข้าไป ในห้องโถงพักคอยนั้นว่างเปล่าไร้ผู้คนจริงๆ ทว่าตรงข้ามกับประตูใหญ่มีเคาน์เตอร์ลงทะเบียน พยาบาลสาวคนหนึ่งยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เห็นคนเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นต้อนรับ
“ทั้งสองท่านจะมาหาหมอหรือคะ” พยาบาลสาวอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับกู้ชิงจื้อ หน้าตาสะสวย รูปร่างบอบบาง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ช่วงนี้คนไข้น้อยลงทุกวัน วันนี้เห็นมีคนเข้ามาสองคน เธอจึงต้อนรับขับสู้อย่างกระตือรือร้น
ยังไม่ทันที่ฉู่ซินผูจะเอ่ยปาก กู้ชิงจื้อก็ชิงพูดขึ้นก่อน “เราไม่ได้มาหาหมอ เราเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ ต้องการพบคุณหมออิโนอุเอะ โคอิจิ”
สิ้นเสียงนั้น ใบหน้าสวยหวานของพยาบาลสาวก็ฉายแววโกรธเคืองขึ้นมาทันที ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อทั้งคู่มลายหายไปจนหมดสิ้น
ที่คลินิกต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ก็เพราะพวกนักข่าวนั่นแหละ
“พวกคุณทำคลินิกเดือดร้อนขนาดนี้ ยังมีหน้ามาอีกเหรอ”
“แล้วพวกคุณทำคนตาย ยังกล้าเปิดร้านอยู่อีกเหรอ”
“คุณใส่ร้าย! มีคนมาตรวจสอบคลินิกแล้ว เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย”
“กฎหมาย? ผู้รุกรานอย่างพวกคุณยังจะมาพูดเรื่องกฎหมายอีกหรือ”
“คุณ...”
สองสาวจ้องตากันเขม็ง วาจาเชือดเฉือน ราวกับมีประกายไฟแลบแปลบปลาบในอากาศ
ฉู่ซินผูรีบเอาตัวเข้าไปขวางหน้ากู้ชิงจื้อ ยิ้มให้พยาบาลสาวพลางกล่าว “สวัสดีครับ ผมชื่อฉู่ซินผู ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ”
“ซากุราบะ ยูมิ”
คนญี่ปุ่น? ฉู่ซินผูอุทานในใจ เพราะภาษาจีนของซากุราบะ ยูมิคล่องแคล่วมาก ตอนเถียงกับกู้ชิงจื้อก็ไม่เพลี่ยงพล้ำเลยแม้แต่น้อย
ท่าทางตกตะลึงของฉู่ซินผูทำเอากู้ชิงจื้อบ่นพึมพำในใจว่าไม่ได้เรื่อง เห็นผู้หญิงสวยเข้าหน่อยก็ลืมหมดทุกอย่าง เธอดูออกแต่แรกแล้วว่าซากุราบะ ยูมิเป็นคนญี่ปุ่น สัญชาตญาณผู้หญิงเรื่องแบบนี้แม่นยำเสมอ
“คุณยูมิอย่าเพิ่งเข้าใจผิด คือทางผู้เสียหายเชิญพวกเรามา...”
“เรียกว่าซากุราบะ ยูมิ”
“ขอโทษครับ คุณซากุราบะ ยูมิ”
ฉู่ซินผูหน้าแตก ดูท่าซากุราบะ ยูมิคนนี้จะไม่มีความเกรงใจให้นักข่าวอย่างพวกเขาเลยสักนิด
“หมออิโนอุเอะ โคอิจิไม่กล้าออกมาเจอพวกเราเหรอ” กู้ชิงจื้อชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังแล้วถาม
ฉู่ซินผูขยับตัวไปทางซ้าย บังศีรษะเล็กๆ ของเธอไว้จนมิด กู้ชิงจื้อโมโหจนหยิกเอวเขาเข้าให้ แต่ต่อหน้าซากุราบะ ยูมิ เขาต้องรักษามาดเอาไว้
ฉู่ซินผูเหลือบมองห้องที่มีป้ายเขียนว่าห้องตรวจ เขาเดาว่าอิโนอุเอะ โคอิจิน่าจะอยู่ในนั้น
เสียงเอะอะข้างนอก อิโนอุเอะ โคอิจิต้องได้ยินอยู่แล้ว แต่ดูท่าทางไม่อยากออกมาหาเรื่องใส่ตัว
“ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกคุณ เชิญออกไป” ซากุราบะ ยูมิไล่แขก
กู้ชิงจื้อกำลังจะอ้าปากเถียง ประตูคลินิกก็ถูกผลักเปิดอีกครั้ง ผู้คนกลุ่มใหญ่กรูเข้ามา
คนนำหน้าเป็นชายวัยสี่สิบเศษ รูปร่างท้วมเล็กน้อย สวมเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบดูฐานะไม่ค่อยดีนัก
พอเห็นกู้ชิงจื้อ เขาก็ฉีกยิ้มกว้าง ปรี่เข้ามาหาทันที “นักข่าวกู้ คุณมาแล้ว”
คนนี้คือผู้เสียหาย ชื่ออู๋ต้าหยง เป็นลูกชายของนางอู๋ผู้ตาย
“พวกคุณมาทำอะไรกัน” ซากุราบะ ยูมิเห็นคนแห่กันเข้ามามากมาย สีหน้าก็เริ่มวิตกกังวล
“มาทำไมน่ะเหรอ ก็มาทวงความยุติธรรมไง!” อู๋ต้าหยงตะคอกเสียงดัง
สิ้นเสียงเขา คนที่ตามมาด้วยต่างก็ตะโกนรับลูก “ใช่ ทวงความยุติธรรม!”
คนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะมาเป็นลูกคู่ให้อู๋ต้าหยง เสียงตะโกนดังจนหูของฉู่ซินผูอื้ออึง
อู๋ต้าหยงก้าวสามขุมเข้าไปประชิดตัวซากุราบะ ยูมิ คนข้างหลังก็ฮือตามขึ้นมา ซากุราบะ ยูมิตกใจถอยกรูด
“วันนี้ถ้าไม่ให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา เราไม่กลับ” น้ำลายอู๋ต้าหยงแทบจะกระเด็นใส่หน้าเธอ
ซากุราบะ ยูมิสะดุดขาตัวเองจะล้มหงายหลัง ฉู่ซินผูรีบพุ่งเข้าไปรับร่างเธอไว้ แล้วเอาตัวเข้าขวางระหว่างเธอกับกลุ่มของอู๋ต้าหยง
“มีเหตุผลก็ค่อยๆ พูด ไม่ใช่ตะโกนใส่กัน เอะอะมะเทิ่งแบบนี้ปัญหาคงไม่จบหรอก”
“แกเป็นใคร”
“เขาเป็นนักข่าวจากสำนักพิมพ์ของเราเอง” กู้ชิงจื้อเห็นอู๋ต้าหยงกับพวกมองฉู่ซินผูตาขวาง รีบช่วยอธิบาย
พอรู้ว่าเป็นใคร อู๋ต้าหยงก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นประจบสอพลอทันที ยิ้มร่าพลางว่า “อ้อ ที่แท้ก็นักข่าว เดี๋ยวถ่ายรูปเยอะๆ เลยนะ ให้ชาวบ้านร้านตลาดในเจียงเฉิงรู้กันให้ทั่วว่าหมอญี่ปุ่นคนนี้มันหน้าเลือดขนาดไหน”
ท่าทีของอู๋ต้าหยงตั้งแต่เดินเข้ามาทำให้ฉู่ซินผูขมวดคิ้วในใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกหลุมพรางใครบางคน
“ขอบคุณค่ะ” คำขอบคุณของซากุราบะ ยูมิถูกกลืนหายไปในเสียงอึกทึก ไม่มีใครได้ยิน
ทันใดนั้นประตูห้องตรวจก็เปิดออก ชายคนหนึ่งในชุดกาวน์แพทย์เดินออกมา
อายุอานามน่าจะยังไม่ถึงสี่สิบ รูปร่างไม่สูง สวมแว่นตา ใบหน้ากลมดูใจดี
คนนี้คืออิโนอุเอะ โคอิจิ พอกู้ชิงจื้อเห็นเขาออกมา ก็รีบคว้ากล้องจากมือฉู่ซินผูเตรียมถ่ายรูป
“พวกคุณต้องการอะไรกันแน่” อิโนอุเอะ โคอิจิพูดภาษาจีนได้คล่องแคล่วไม่แพ้ซากุราบะ ยูมิ ดีไม่ดีอาจจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ
“แกรักษาคนตาย ยังจะมาถามอีกว่าเราจะทำอะไร เรามาทวงความยุติธรรม!” อู๋ต้าหยงตะโกน
“เราให้ความร่วมมือในการสอบสวนไปแล้ว ทางคลินิกไม่มีส่วนรับผิดชอบ!”
“ฉันไม่เชื่อคำโกหกพรรค์นั้นหรอก ฉันรู้แต่ว่ามาหาหมอที่นี่ กินยาแล้วคนก็ตาย ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพวกแกแล้วจะเป็นของใคร”
“ใช่ ของพวกแกนั่นแหละ!”
“พวกแกคนญี่ปุ่นไม่มีดีสักตัว!”
ทุกคนต่างรุมด่าทอจนอิโนอุเอะ โคอิจิไม่มีช่องว่างให้พูดแทรก
ซากุราบะ ยูมิขอบตาแดงก่ำ ตะโกนเสียงสั่นเครือ “พวกคุณอย่ามาใส่ร้ายนะ หมออิโนอุเอะไม่มีทางฆ่าคนตาย หลายปีมานี้เขารักษาคนไข้มาตั้งเท่าไหร่!”
“ต่อให้เงินไม่พอ เขาก็รักษาให้ จ่ายยาให้ แค่ลงบัญชีไว้ นี่ไงสมุดบัญชี พวกคุณดูเอาเองสิ!”
ด้วยความคับแค้นใจ ซากุราบะ ยูมิหยิบสมุดบัญชีออกมาจากตู้ใต้เคาน์เตอร์ ชูขึ้นตรงหน้า
ฉู่ซินผูรับมาเปิดดู ก็เป็นสมุดบัญชีจริงๆ มีคนไข้ติดเงินค่ารักษาอยู่เพียบ ดูท่าอิโนอุเอะ โคอิจิจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่อู๋ต้าหยงกล่าวหา
กู้ชิงจื้อเดินเข้ามาดูด้วย สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“จริงเหรอ” เธอหันไปถามฉู่ซินผู
“ผมเคยได้ยินมาว่าหมออิโนอุเอะมีจรรยาบรรณดี คนไข้ชมกันเยอะ” ฉู่ซินผูเคยได้ยินมาบ้างตอนที่ข่าวนี้ลงหนังสือพิมพ์ แล้วชาวบ้านแถวนั้นคุยกัน
“แค่นี้พิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก รักษาคนตายแล้วคิดจะให้เรื่องจบง่ายๆ เหรอ” อู๋ต้าหยงมือไว คว้าสมุดบัญชีจากมือฉู่ซินผูไปฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ แล้วปาลงพื้น
ซากุราบะ ยูมิหน้าถอดสี อยากจะเข้าไปห้ามแต่ก็ไม่กล้า
ฉู่ซินผูไม่ได้ขัดขวางการกระทำของอู๋ต้าหยง แต่กลับจับตามองปฏิกิริยาของอิโนอุเอะ โคอิจิแทน
อิโนอุเอะ โคอิจิถอนหายใจออกมาอย่างเงียบงัน ราวกับเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เอ่ยถามว่า “ตกลงคุณต้องการอะไร”
“ค่าเสียหาย!” คนที่ตะโกนคำนี้ออกมาไม่ใช่อู๋ต้าหยง แต่เป็นคนข้างหลังเขา ฉู่ซินผูมองดูแล้วรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนมีการเตี๊ยมกันมาล่วงหน้า
คนตายไปแล้วฟื้นคืนไม่ได้ การเรียกร้องค่าเสียหายก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลย
แต่ฉู่ซินผูเริ่มรู้สึกว่าละครฉากนี้ชักจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ กู้ชิงจื้อเองก็เลิกทำท่าขึงขังเหมือนตอนแรก เธอมองอู๋ต้าหยงและพวกด้วยสายตาเคลือบแคลง คิ้วสวยขมวดมุ่น