เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ความสำคัญของเส้นสาย

บทที่ 5 ความสำคัญของเส้นสาย

บทที่ 5 ความสำคัญของเส้นสาย


เมื่อเรื่องวุ่นวายคลี่คลายลง กู้ชิงจื้อก็เริ่มรู้สึกละอายใจ ความแข็งกร้าวที่เธอแสดงออกไปก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับย้อนมาทิ่มแทงตัวเองราวกับเรื่องตลกขบขัน

ครั้งนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมฉู่ซินผูถึงชอบเทศนาสั่งสอนเธอบ่อยๆ เมื่อความจริงปรากฏอยู่ตรงหน้า คำสอนเหล่านั้นก็ทรงคุณค่าขึ้นมาทันที แม้อีกฝ่ายจะเป็นคนญี่ปุ่น และกองทัพญี่ปุ่นจะเป็นผู้รุกราน แต่ในฐานะนักข่าว การบิดเบือนข้อเท็จจริงและเมินเฉยต่อความจริง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำ

“ขอบพระคุณมากครับ” อิโนอุเอะ โคอิจิเดินเข้ามาโค้งคำนับอย่างซาบซึ้ง

ฉู่ซินผูเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แล้วยื่นมือประคองอีกฝ่ายไว้ พลางเอ่ยว่า “คุณหมออิโนอุเอะเกรงใจเกินไปแล้วครับ เป็นความบกพร่องในการทำงานของพวกเราเองที่สร้างผลกระทบต่อคลินิก คนที่ต้องขอโทษคือพวกเราต่างหาก เมื่อกลับไปถึงสำนักพิมพ์ ผมจะเรียนท่านบรรณาธิการบริหารให้ลงข่าวชี้แจงความจริง และขออภัยในความผิดพลาด เพื่อกู้คืนชื่อเสียงของทางคลินิกให้ได้มากที่สุดครับ”

ได้ยินดังนั้น อิโนอุเอะ โคอิจิก็กล่าวด้วยความชื่นชมว่า “เดี๋ยวนี้คนทำงานข่าวแบบคุณหาได้ยากเต็มที”

“มิกล้าครับ เรียกผมว่าฉู่ซินผูก็พอ”

“คุณไม่เหมือนพวกนั้นจริงๆ” ซากุราบะ ยูมิอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม ซึ่งฉู่ซินผูทำได้เพียงส่งยิ้มตอบ

กู้ชิงจื้อเบือนหน้าหนี ทำทีเป็นไม่มองซากุราบะ ยูมิ คำว่า ‘ไม่เหมือนพวกนั้น’ คงหมายถึงใครไม่ได้นอกจากเธอนั่นแหละ

อิโนอุเอะ โคอิจิพยายามจะขอบคุณอีกครั้ง แต่ฉู่ซินผูบอกปัดอย่างนุ่มนวล รักษาระยะห่างได้อย่างพอเหมาะ ก่อนจะขอตัวลากลับพร้อมกับกู้ชิงจื้อ

ทั้งหมอและพยาบาลเดินออกมาส่งถึงหน้าคลินิก อิโนอุเอะ โคอิจิกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมหวังว่าผมจะไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลือคุณตลอดไป”

ฉู่ซินผูเข้าใจความหมายนั้นดี ความช่วยเหลือจากหมอก็คือการรักษาอาการเจ็บป่วย แต่ใครเล่าจะอยากป่วยไข้

“แต่ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนที่ผมพอจะช่วยได้ โปรดอย่าเกรงใจ มาหาผมได้ทันที” อิโนอุเอะ โคอิจิย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คนเรากินข้าวปลาอาหาร ย่อมหนีไม่พ้นโรคภัยไข้เจ็บ ถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนคุณหมออิโนอุเอะแน่นอนครับ”

หลังกล่าวลาตามมารยาท ฉู่ซินผูก็เดินจากไป ซากุราบะ ยูมิยืนมองแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา แล้วหันไปถามอิโนอุเอะว่า “คุณหมอคะ ปัญหาของเราถือว่าจบแล้วใช่ไหมคะ”

“ใช่ โชคดีที่มีเขา”

“ฉันอยากจะขอบคุณเขาให้มากกว่านี้ แต่ทำไมเขารีบกลับจัง” ซากุราบะ ยูมิยังคงนึกถึงความรู้สึกปลอดภัยยามที่มีเขาคอยปกป้องอยู่เบื้องหน้า

“สถานะของพวกเราตอนนี้ค่อนข้างล่อแหลม เขาไม่อยากพัวพันกับเรามากเกินไปก็เข้าใจได้”

อิโนอุเอะ โคอิจิมองการณ์ไกลกว่าซากุราบะ ยูมิ ชาวเมืองเจียงเฉิงเกลียดชังกองทัพญี่ปุ่นเข้ากระดูกดำ แม้พวกเขาจะเป็นเพียงชาวญี่ปุ่นพลัดถิ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองและรอดพ้นภัยมาได้เพราะหลักมนุษยธรรม แต่ก็คงมีน้อยคนนักที่อยากจะข้องแวะด้วย ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่ฉู่ซินผูยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยคุณธรรม ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง

“เขาทำแบบนี้จะไม่เดือดร้อนเหรอคะ” ซากุราบะ ยูมิถามด้วยความเป็นห่วง

“เรื่องนั้นคงต้องถามเจ้าตัวเอง ผมก็ตอบไม่ได้” อิโนอุเอะ โคอิจิยิ้มล้อเลียน เมื่อปัญหาคลี่คลาย อารมณ์ของเขาก็แจ่มใสขึ้น

ซากุราบะ ยูมิหน้าแดงก่ำ รีบหันหลังเดินกลับเข้าคลินิก ไม่กล้าแสดงความเป็นห่วงฉู่ซินผูอีก

ระหว่างทางเดินกลับ กู้ชิงจื้อถามฉู่ซินผูว่า “ทำไมคุณถึงช่วยพวกเขา”

“ผมไม่ได้ช่วยพวกเขา ผมแค่ค้นหาความจริง นั่นไม่ใช่งานของเราหรอกหรือ”

“คุณก็รู้ว่าการค้นหาความจริงเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่สำนักพิมพ์ต้องการกระแส ต้องการประเด็นร้อน เพื่อยอดขาย”

“ผมถึงจะลาออกไง”

เหตุผลฟังดูสมบูรณ์แบบ ไร้ข้อโต้แย้งใดๆ

แต่เหตุผลที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

ฉู่ซินผูเลือกช่วยอิโนอุเอะ โคอิจิในวันนี้ เพียงเพราะเห็นแก่ความน่ารักของซากุราบะ ยูมิอย่างนั้นหรือ

ไม่ใช่เลย... ทั้งหมดคือการเตรียมการล่วงหน้า

การที่เจียงเฉิงจะถูกยึดครองเป็นเพียงเรื่องของเวลา ในฐานะสายลับที่แฝงตัวอยู่ในคณะทำงานพิเศษเจียงเฉิงเพื่อต่อสู้ระยะยาว เส้นสายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

งานของพวกเขาไม่ใช่การนั่งเทียนเขียนข่าว แต่เป็นการสร้างเครือข่าย ยิ่งมีเพื่อนมาก ข่าวสารก็ยิ่งมากตามไปด้วย จะมัวแต่นั่งอุดอู้อยู่แต่ในบ้านแล้วหวังให้ข่าวสารบินมาหาเอง คงเป็นไปไม่ได้

เมื่อเจียงเฉิงตกเป็นของญี่ปุ่น ข่าวสารจากฝั่งญี่ปุ่นย่อมมีค่าและสำคัญที่สุด อิโนอุเอะ โคอิจิและซากุราบะ ยูมิ แม้จะไม่ใช่ทหาร เป็นเพียงหมอและพยาบาล แต่ใครจะรับประกันได้ว่าเมื่อกองทัพญี่ปุ่นบุกเข้ามา พวกเขาจะไม่มีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักในกองทัพ

นี่คือการลงทุน เป็นการวางหมากเพื่ออนาคต อาเซี่ยงเคยสอนเขาไว้ว่าต้องมองการณ์ไกล เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

หรือต่อให้ทั้งสองคนจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้เลยในอนาคต อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สูญเสียอะไร แค่มีหมอที่คุยกันรู้เรื่องไว้รักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ช่วยประหยัดค่ารักษาได้บ้างก็ยังดี

แต่ลึกๆ แล้ว ฉู่ซินผูหวังว่าจะใช้ทั้งสองคนเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ จนกระทั่งเข้าถึงนายทหารระดับสูงได้

ในเมื่อคิดเช่นนี้ ทำไมเขาถึงไม่ฉวยโอกาสคุยกับอิโนอุเอะ โคอิจิให้นานกว่านี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ล่ะ

คำตอบคือระยะห่าง... ต้องวางตัวให้เหมาะสม ไม่กระตือรือร้นจนเกินงาม

ทัศนคติของชาวเจียงเฉิงที่มีต่อคนญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ใครๆ ก็รู้ ถ้าฉู่ซินผูเข้าไปประจบสอพลอคนญี่ปุ่นตอนนี้ ก็เท่ากับประกาศตัวว่าเป็นคนขายชาติ

พฤติกรรมเช่นนี้จะบ่งบอกว่าเขารู้ล่วงหน้าว่ากองทัพญี่ปุ่นจะบุกเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เสียขวัญและกำลังใจของประชาชน จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด คนทั่วไปยังไม่รู้ แล้วเขารู้ได้อย่างไร

ทุกการกระทำย่อมมีจุดน่าสงสัย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ต้องคิดให้รอบคอบ เรื่องที่ดูเหมือนง่าย แท้จริงแล้วซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่กู้ชิงจื้อกลับมองไม่เห็น เธอมองเขาด้วยสายตาชื่นชม คิดเพียงว่าตัวเองด้อยกว่าเขาที่มุ่งแต่จะรักษางานของตนเองไว้

“มองแบบนี้ ชื่นชมผมล่ะสิ” ฉู่ซินผูแกล้งถามเมื่อเห็นสายตาของเธอ

“หลงตัวเอง” กู้ชิงจื้อสะบัดหน้าหนี “ฉันเห็นแม่สาวญี่ปุ่นคนนั้นต่างหากที่ชื่นชมคุณ”

“เรื่องปกติ”

“หน้าไม่อาย”

“เขาเรียกว่าเสน่ห์ หน้าไม่อายที่ไหนกัน”

“ไม่อยากจะคุยด้วย”

เรื่องความหน้าหนา กู้ชิงจื้อยอมแพ้ฉู่ซินผูอย่างราบคาบ

“ยังไม่กลับนะ ฉันจะเลี้ยงข้าว” กู้ชิงจื้อจำได้ว่าตอนขอให้เขาช่วย เธอสัญญาว่าจะเลี้ยงข้าว

“ไม่ต้องหรอก ผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก” เรื่องราวพลิกผันไปเอง ไม่ถือว่าเขาได้ลงแรงอะไรนัก

“คุณอุตส่าห์มาเป็นเพื่อน ก็ถือว่าช่วยแล้ว พูดแล้วไม่คืนคำ ต้องเลี้ยงก็คือต้องเลี้ยง” กู้ชิงจื้อยืนกราน

ฉู่ซินผูดูออกว่าเธอเป็นคนรักศักดิ์ศรี ปฏิเสธไปก็รังแต่จะทำให้เสียน้ำใจ ครั้นจะเลี้ยงข้าวแล้วเขาแย่งจ่ายเงิน ก็ยิ่งเป็นการหักหน้าเธอ สู้เลือกร้านข้างทางราคาประหยัดน่าจะดีกว่า

เขาเดินผ่านแผงลอยร้านหนึ่งแล้วบอกว่าชอบร้านนี้ กู้ชิงจื้อรู้ทันทีว่าเขาเกรงใจ แต่ก็พูดอย่างใจกว้างว่า “ไว้วันหลังจะเลี้ยงมื้อใหญ่กว่านี้นะ”

“ได้ ผมจะรอ”

การเลี้ยงข้าวครั้งนี้ นอกจากเพื่อขอบคุณแล้ว ยังเป็นการเลี้ยงส่งด้วย กู้ชิงจื้อรู้ว่าเขาจะลาออกจากสำนักพิมพ์ หากไม่เลี้ยงตอนนี้คงหาโอกาสยาก

“ต่อไปจะทำอะไร” กู้ชิงจื้อถามหลังจากกินอิ่ม

“ก็คงต้องดูกันต่อไป”

“ยุคสมัยนี้ บ้านเมืองวุ่นวาย ก็คงทำได้แค่ดูกันไปวันต่อวันสินะ”

“นั่นสิ บ้านเมืองวุ่นวาย สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน...”

จบบทที่ บทที่ 5 ความสำคัญของเส้นสาย

คัดลอกลิงก์แล้ว