เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - เรื่องขี้ปะติ๋ว

บทที่ 27 - เรื่องขี้ปะติ๋ว

บทที่ 27 - เรื่องขี้ปะติ๋ว


บทที่ 27 - เรื่องขี้ปะติ๋ว

"พี่น้องทุกคน เดี๋ยวพอเข้าไปข้างในแล้วทำตามแผนที่วางไว้นะ เข้าใจไหม" ชายหน้าบากผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มหันมาตะโกนสั่งลูกน้อง

"ลูกพี่ แล้วถ้าพวกมันสู้กลับล่ะครับ" ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้น

ชายหน้าบากแสยะยิ้มเย็น "สู้กลับสิดี ยิ่งพวกมันกล้าลงมือ พวกแกก็ยิ่งมีความชอบธรรมที่จะซัดมันให้น่วม จำไว้ว่าแค่ไม่ถึงตายก็พอ ที่นี่ถิ่นตระกูลเจียง เดี๋ยวมีคนคอยเก็บกวาดให้ สบายใจได้"

เหล่าอันธพาลที่มารวมตัวกันล้วนเป็นพวกเจนจัดในวงการนักเลง งานถนัดของพวกเขาคือก่อความวุ่นวาย หลายคนถึงกับเลียริมฝีปากด้วยความตื่นเต้น งานง่าย ๆ แบบนี้ทำมานับครั้งไม่ถ้วน แค่ยกพวกไปข่มขวัญ อีกฝ่ายก็กลัวจนหัวหดแล้ว แถมจบงานยังได้รับค่าจ้างก้อนโตอีก

ชายหน้าบากโบกมือสั่งการ กลุ่มคนกว่าครึ่งร้อยพากันวิ่งหายเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง ทะลุป่านี้ไปก็จะถึงเขตเหมืองพอดี คืนนี้เดือนมืดลมแรง เหมาะแก่การลงมือเป็นที่สุด ต่อให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครก็จำหน้าใครไม่ได้

"คุณหนูครับ เริ่มลงมือแล้วครับ" ชายหน้าบากเดินกลับมารายงานที่รถหรูซึ่งจอดแอบอยู่ริมถนน เขาเคาะกระจกฟิล์มดำเบา ๆ

เสียงเย็นชาของเจียงหมิ่นดังลอดออกมาจากในรถ "ถ้าเจอไอ้เฉินหลีข้างใน จัดการมันให้หนัก เอาให้ขาหักสักข้าง แล้วก็...ทำลายโฉมหน้ามันซะ"

ยิ่งนึกถึงท่าทียะโสโอหังของเฉินหลีก่อนหน้านี้ เธอก็ยิ่งแค้นจนแทบกระอักเลือด

ฉันจะทำให้แกชดใช้อย่างสาสม

ชายหน้าบากแลบลิ้นเลียริมฝีปาก แววตาฉายแววอำมหิต "ไม่มีปัญหาครับคุณหนู ไอ้หนุ่มนั่นกล้ากระตุกหนวดเสือตระกูลเจียง เดี๋ยวผมจัดชุดใหญ่ให้"

พูดจบเขาก็กระชับมีดสปาร์ตาในมือแล้ววิ่งตามลูกน้องเข้าไปในความมืด

เจียงหมิ่นยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ สั่งให้คนขับรถขยับรถเข้าไปใกล้อีกนิด เธออยากเห็นกับตาว่าเวลาที่เหมืองพังพินาศและเฉินหลีจนตรอก มันจะมีสภาพน่าสมเพชขนาดไหน

ทันใดนั้นเอง...

ปัง ปัง ปัง!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวคล้ายเสียงปืนดังรัวมาจากในป่า สีหน้าของเจียงหมิ่นเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที

นั่นมัน...เสียงปืนเหรอ เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น เป็นไปไม่ได้ ก็แค่จ้างคนไปขู่ขวัญ ทำไมถึงมีการใช้อาวุธปืนด้วย

เจียงหมิ่นเริ่มนั่งไม่ติด ถ้าเรื่องบานปลายถึงขั้นมีคนตาย โดยเฉพาะถ้าเป็นการยิงกัน เรื่องนี้จะกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ ต่อให้เป็นตระกูลเจียงก็ปิดข่าวไม่มิดแน่

เธอผลักประตูรถลงไปดูเหตุการณ์ด้วยความร้อนใจ ภาพที่เห็นทำเอาเธอขาอ่อนแทบทรุด

ภายใต้แสงไฟสปอตไลท์หน้าเหมือง กลุ่มนักเลงห้าสิบกว่าคนที่เมื่อกี้ยังทำกร่าง ตอนนี้กลับนั่งคุกเข่าเอามือกุมหัวตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นเหมือนลูกหมาตกน้ำ แม้แต่ไอ้หน้าบากที่ว่าแน่ ตอนนี้ขาสั่นพั่บ ๆ มีดในมือหล่นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

และสิ่งที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่คือเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ 'หน่วยสวาท' ในชุดเต็มยศพร้อมอาวุธครบมือ!

เหล่ามั่วกำลังยืนคุยอยู่กับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ พอหันมาเห็นเจียงหมิ่น เขาก็เดินตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"คุณเจียง เกณฑ์คนมาเยอะขนาดนี้คิดจะทำสงครามเหรอครับ"

เจียงหมิ่นหน้าชาจนไร้ความรู้สึก สมองมึนงงไปหมด เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเฉินหลีถึงเรียกหน่วยสวาทมาได้เยอะขนาดนี้ แถมยัง...ทำไมพวกมันถึงรู้เวลาลงมือของเธอแม่นยำขนาดนี้

"ฉ...ฉัน ใครบอกว่าฉันเรียกคนพวกนี้มา อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ นะ ไม่มีหลักฐานอย่ามาพูดมั่วซั่ว!" เจียงหมิ่นรีบปฏิเสธเสียงแข็ง

เหล่ามั่วมีสีหน้าไร้อารมณ์ เขาหันไปพยักหน้าให้หัวหน้าชุดปฏิบัติการ "ฝากทางนี้ด้วยนะครับผู้กอง"

นายตำรวจหนุ่มพยักหน้ารับ "คุณเจียงครับ เราสงสัยว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ้างวานก่อความไม่สงบ เชิญไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ"

เจียงหมิ่นดิ้นรนขัดขืน "ไม่! ฉันไม่ไป ฉันไม่ได้ทำ ให้เฉินหลีออกมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะคุยกับเขา"

เหล่ามั่วส่ายหน้าช้า ๆ "บอสไม่ลงมาคุยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอกครับ"

เจียงหมิ่นชะงักกึก

เรื่องเล็กน้อย? การงัดข้อกับตระกูลเจียงเนี่ยนะ...พวกแกเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย?

"คุณเจียง คุณอาจจะคิดว่าเรื่องนี้ใหญ่โตคับฟ้า ทำให้ตระกูลเจียงเสียหน้า แต่ผมจะบอกอะไรให้นะ สำหรับบอสของผม เรื่องพวกนี้มันขี้ปะติ๋ว ไร้สาระสุด ๆ เขาแค่ซื้อของเล่นวิบวับให้ลูกสาวเล่นก็แค่นั้นแหละ"

สายตาที่เหล่ามั่วมองมานั้นเหมือนกำลังมองตัวตลกที่กำลังเต้นเร่า ๆ อยู่บนเวที ไม่มีความโกรธแค้น มีแต่ความสมเพชเวทนา

เจียงหมิ่นสูดหายใจเข้าลึกจนแสบปอด ร่างกายแข็งค้างทำอะไรไม่ถูก

"ฉ...ฉันจะโทรหาพ่อ" เธอรีบควักมือถือออกมาต่อสายหาเจียงสวี่มือไม้สั่น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ห้ามปราม ยืนคุมเชิงอยู่เงียบ ๆ

เมื่อเจียงสวี่ทราบข่าวว่าลูกสาวคนรองถูกตำรวจคุมตัว คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันเป็นปม เรื่องนี้ชักจะผิดแผนไปกันใหญ่ ถ้าอีกฝ่ายเตรียมคนไว้ดักตีหัวเขายังพอเข้าใจได้ แต่นี่ถึงกับเรียกหน่วยสวาทมาดักรอ...มันไม่น่าจะเป็นไปได้

หรือว่าเบื้องหลังไอ้หมอนั่นจะมีคนใหญ่คนโตหนุนหลัง?

ยังไม่ทันที่เขาจะได้วิเคราะห์อะไร เสียงโทรศัพท์สายตรงก็ดังแทรกเข้ามา ปลายสายพูดสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"คนชื่อเฉินหลี ช่วงนี้ห้ามไปแตะต้องเขา เข้าใจไหม"

"แต่ว่า..."

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด...

สายตัดไปแล้ว

เจียงสวี่หน้าดำคร่ำเครียด เดิมทีคิดว่าเป็นแค่มดปลวกที่บี้ได้ง่าย ๆ ไม่นึกว่าจะเจอกระดูกชิ้นโตเข้าให้แล้ว แต่ในเมื่อเบื้องบนสั่งมา เขาก็จำต้องกลืนเลือดระงับความโกรธไว้ก่อน แต่ความคับแค้นใจมันสุมอกจนแทบระเบิด

ทำไมไอ้กระจอกนั่นถึงกล้าขี่คอเขาได้ขนาดนี้

"พี่ครับ เป็นไงบ้าง ไอ้เฉินหลีมันฉี่ราดกางเกงไปหรือยัง" เจียงลี่เทาที่หนีออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านเข็นรถเข็นเข้ามาถามด้วยความสะใจ

เส้นเลือดข้างขมับของเจียงสวี่ปูดโปน เขาขบกรามแน่น "เปล่า แผนแตก ช่วงนี้ห้ามไปยุ่งกับมันเด็ดขาด"

เจียงลี่เทาโวยวายทันที "ทำไมล่ะพี่ แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนเดียว พี่จะกลัวอะไรมันนักหนา"

เจียงสวี่ตวาดกลับด้วยความโมโห "หุบปากซะ แกนึกว่าฉันกลัวมันเหรอ ถ้าไม่มีผู้ใหญ่สั่งลงมาป่านนี้มันเละไปนานแล้ว"

"ผู้ใหญ่? ใครครับพี่ หรือว่ามันไปเลียแข้งเลียขาใครเข้า"

"ไม่รู้โว้ย แต่มันคงหลบได้แค่ชั่วคราวแหละ นานไปหางก็ต้องโผล่ ถึงตอนนั้นมันต้องชดใช้" เจียงสวี่ตัดบทแล้วเดินหนีออกจากห้อง เขาต้องรีบไปวิ่งเต้นประกันตัวลูกสาวออกมาจากโรงพัก น่าจะต้องใช้เส้นสายพอสมควรกว่าจะพาตัวออกมาได้

...

เจียงอวี๋กับพี่เถาลงจากเครื่องบินก็บึ่งรถกลับคฤหาสน์ตระกูลเจียงทันที

นับตั้งแต่ลูกสาวลืมตาดูโลก เธอก็ถูกครอบครัว "เนรเทศ" ไปอยู่ต่างแดน นี่เป็นครั้งแรกในรอบห้าปีที่เธอได้กลับมาเหยียบแผ่นดินบ้านเกิดอีกครั้ง ความรู้สึกคุ้นเคยปนห่างเหินตีรวนอยู่ในอก

ถ้าตอนนั้นเธอไม่ดื้อดึงจะเก็บเด็กไว้ ชีวิตเธอตอนนี้จะดีกว่านี้ไหมนะ

ความคิดนั้นผุดขึ้นมาแค่แวบเดียวก็ถูกปัดตกไป เธอไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนั้น เสี่ยวหนิงคือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่สวรรค์มอบให้ต่างหาก

พี่เถาซึ่งมีสถานะเป็นแค่คนนอกครึ่งหนึ่งได้แต่มองเจียงอวี๋ปรับอารมณ์อยู่เงียบ ๆ ทันทีที่เจียงอวี๋ตั้งสติได้ ทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าประตูรั้ว เสียงแตรบีบไล่จากด้านหลังก็ดังลั่น

ปี๊นนน!

"เกะกะขวางทางจริง ๆ พวกแกเป็นใคร...อ้าว คุณหนูใหญ่!" คนขับรถเบรกตัวโก่งจนหน้าทิ่ม คนในรถหัวสั่นหัวคลอนไปตาม ๆ กัน

เจียงสวี่ที่กำลังหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งอารมณ์เสียหนักเข้าไปอีก วันนี้มันวันโลกาวินาศหรือไง ตั้งแต่เช้ายันค่ำมีแต่เรื่องชวนปวดหัวไม่เว้นวาง

เขาใช้เวลาค่อนคืนกว่าจะประกันตัวเจียงหมิ่นออกมาได้ พอได้รับรายงานจากลูกสาวเรื่องเหตุการณ์ที่เหมืองเขาก็แทบกระอักเลือดตาย ตอนนี้คนขับรถยังมาเบรกหัวทิ่มให้เจ็บตัวอีก

ทำไมชีวิตช่วงนี้มันถึงได้บัดซบขนาดนี้!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - เรื่องขี้ปะติ๋ว

คัดลอกลิงก์แล้ว