เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 - กระบี่มารบนยอดเขา

บทที่ 64 - กระบี่มารบนยอดเขา

บทที่ 64 - กระบี่มารบนยอดเขา


บทที่ 64 - กระบี่มารบนยอดเขา

☆☆☆☆☆

ภายในเขตแดนลับ สวีจื่อชิงมีสีหน้าลังเลใจ

"ศิษย์พี่มีพระคุณชุบเลี้ยงข้า!"

"ไม่ว่าจะเอาอะไรมาตอบแทน ก็ถือว่าสมเหตุสมผล"

"แต่ว่า... คนในครอบครัวข้าทั้งหมดต้องตายก็เพราะมัน..."

นี่คือสิ่งที่เด็กหนุ่มหน้ามนตัดสินใจยากที่สุด เขาคิดว่าเรื่องนี้เขาจะตัดสินใจเองคนเดียวไม่ได้

หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน สวีจื่อชิงก็นึกวิธีประนีประนอมออก

"พวกท่านต้องมองลงมาจากบนฟ้าแน่ๆ ใช่ไหม?"

เด็กหนุ่มหยิบถุงแพรใบที่สามที่ฉู่หวยสวี่มอบให้ออกมา

กระดาษโน้ตในถุงใบนี้ เขาพับเก็บตามรอยเดิมอย่างระมัดระวัง แล้วใส่กลับเข้าไปข้างใน

"หากพวกท่านมีญาณวิเศษรับรู้ได้ จื่อชิงจะขอเสี่ยงทายด้วยถุงแพรใบนี้"

"หากโยนแล้วด้านหน้าหงายขึ้น แสดงว่าพวกท่านอนุญาต เห็นด้วยให้ข้ามอบสิ่งนั้นแก่ศิษย์พี่"

"แต่หากด้านหลังหงายขึ้น แสดงว่าพวกท่านไม่ยินยอม"

สวีจื่อชิงสูดหายใจลึก โยนถุงแพรขึ้นไปเบาๆ

ถุงแพรไม่ได้ตกลงพื้นเปื้อนฝุ่น เขาที่นั่งอยู่กับพื้นกางชายเสื้อออก ควบคุมทิศทางแรงโยนให้ถุงตกลงมาบนเสื้อของเขา

— ด้านหลังหงายขึ้น!

สวีจื่อชิงจ้องมองนิ่งงัน ใจหายวาบ ไม่นึกว่าจะออกด้านหลัง

แต่ผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มหน้ามนก็เริ่มพึมพำกับตัวเอง เขาเริ่มสาธยายความดีของฉู่หวยสวี่

"ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า น้องเล็ก พวกท่านอาจจะไม่รู้อะไร ศิษย์พี่เขาน่ะ..." เขาพร่ำบ่นยืดยาว

ราวกับว่าที่ออกด้านหลังเมื่อกี้ เป็นเพราะวิญญาณบรรพบุรุษยังรู้ข้อมูลไม่ครบถ้วน

พอสาธยายจบ เขาก็มองขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง แล้วพูดว่า "ศิษย์พี่ดีต่อข้าขนาดนี้ หากพวกท่านมีญาณวิเศษ... เอาเป็นว่านับรวมครั้งเมื่อกี้ด้วย ข้าจะโยนทั้งหมดสามครั้ง ถ้าออกด้านหน้าสองในสาม แสดงว่าพวกท่านอนุญาต"

เขาโยนอีกสองครั้ง สองครั้งนี้ออกด้านหน้าล้วนๆ

เด็กหนุ่มปากแดงฟันขาวเผยรอยยิ้มโล่งอก

"นั่นไง! ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า น้องเล็ก ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกท่านต้องคิดเหมือนกัน!"

"พวกท่านวางใจได้ จื่อชิงจะขยันหมั่นเพียร ฝึกฝนภายใต้การช่วยเหลือของศิษย์พี่ และแก้แค้นให้พวกท่านโดยเร็ว!" เขาฮึกเหิมเปี่ยมล้น

พักผ่อนอีกครู่หนึ่ง สวีจื่อชิงก็ปรับตัวเข้ากับร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น แล้วกระโดดลงสระน้ำอีกครั้ง

ตอนนี้เขารู้สึกชัดเจนเลยว่ามีดน้ำไม่ได้เจ็บขนาดนั้นแล้ว

สมรรถภาพร่างกายดีขึ้น ขีดจำกัดความเจ็บปวดก็สูงขึ้น เขาเริ่มเข้าใจความลึกล้ำของ [เคล็ดวิชาหลอมกระบี่] ที่ศิษย์พี่เรียกว่าวิชาเทพ

เด็กหนุ่มหน้ามนไม่รู้สึกว่าการถูกเชือดเฉือนในสระน้ำเป็นการทรมานอีกต่อไป

นี่คือวิชาบังคับที่ศิษย์พี่มอบให้ข้า!

เขาถึงขั้นคิดไปว่า "ศิษย์พี่เองก็คงผ่านเส้นทางสายนี้มาเหมือนกันสินะ?"

"เขาคงเคยมาฝึกที่นี่เหมือนกัน"

พอนึกถึงตรงนี้ ในใจสวีจื่อชิงก็ปรากฏภาพลักษณ์อันสง่างามและเยือกเย็นของฉู่หวยสวี่

"ข้ายังห่างชั้นกับศิษย์พี่นัก" เด็กหนุ่มรำพึง

เวลาล่วงเลยไปอีกสองวัน

หานซวงเจี้ยงยืนพิงประตูเรือนไผ่ มองดูฉู่หวยสวี่ประมือกับหลิวเฉิงกงอยู่ไกลๆ

นางเริ่มชินกับเสียงเอะอะโวยวายหน้าบ้านแล้ว

สาวน้อยหน้านิ่งช่วงนี้ยิ่งขยันฝึกหนัก ไม่อยากโดนฉู่หวยสวี่ทิ้งห่าง

ด้วยความพยายามของนาง ตอนนี้ก็ทะลวงถึงจุดที่แปดแล้ว

กายาหยินเร้นลับน่ากลัวจริงๆ ความเร็วในการทะลวงด่านช่างน่าตกใจ

"พรุ่งนี้น่าจะลองทะลวงจุดที่เก้าได้แล้ว" หานซวงเจี้ยงคิด

ถึงตอนนั้น ก็จะได้ไปหอคัมภีร์เสียที

สาวน้อยรอคอยวันนี้มานานแล้ว

ขณะมองดูฉู่หวยสวี่กับหลิวเฉิงกงสู้กันอย่างดุเดือด ในใจนางก็เกิดความสงสัย

"เขาทะลวงจุดที่แปดไปตั้งแต่หลายวันก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?"

"ทำไมหลายวันมานี้ถึงไม่มีความคืบหน้าเลย"

"มัวแต่บ้าประลอง หรือว่า... ตั้งใจรอข้า?"

หานซวงเจี้ยงหาคำตอบไม่ได้

บางทีนางก็รู้สึกเหมือนจะรู้จักเขาดี แต่บางทีก็รู้สึกว่ารู้จักแค่ผิวเผิน

ผู้ชายคนนี้เหมือนมีความลับซ่อนอยู่เต็มไปหมด

แค่รากปราณชั้นต่ำ แต่กลับฝึกเร็วกว่านางที่เป็นรากปราณชั้นยอด

ดูจากพลังต่อสู้ที่ระเบิดออกมาตอนนี้ ถ้านางไปสู้ด้วย คงต้านได้ไม่กี่กระบวนท่า

นางมีความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นในตัวฉู่หวยสวี่แบบบอกไม่ถูก

แต่นางก็ยังจำคำสอนของพวกพี่สาวใน [หอหงซิวเจา] ได้แม่น

"ซวงเจี้ยง จำไว้นะ ผู้หญิงห้ามไปสงสัยในตัวผู้ชายเด็ดขาด ดูอย่างพี่น้องที่นี่สิ หลายคนตอนแรกกับแขกก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน สนุกกันแค่ผ่านๆ แต่พอเริ่มสงสัย อยากทำความรู้จักอีกฝ่าย นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการถลำลึก สุดท้ายเงินทองก็ไม่เอา ยอมถวายหัวให้เขาหมด"

หานซวงเจี้ยงไม่ได้คิดว่าคำพูดของพวกพี่สาวจะถูกไปซะหมด ยังไงที่นั่นก็เป็นหอนางโลม แต่ก็ดูมีเหตุผลอยู่บ้าง

ขณะที่นางกำลังคิดฟุ้งซ่าน ก็ได้ยินเสียงฉู่หวยสวี่พูดขึ้น

"ศิษย์พี่หลิว วันนี้พอแค่นี้เถอะ" ฉู่หวยสวี่ยกมือห้าม

"หือ? วันนี้เลิกเร็วจัง?" หลิวเฉิงกงกลับเป็นฝ่ายงง

เหนื่อย สองสามวันมานี้เหนื่อยสายตัวแทบขาด

ไอ้เด็กตรงหน้านี่เหมือนกินยาโด๊ปมา คึกคักอย่างกับม้าศึก!

ไม่ว่าวันก่อนจะอ่วมแค่ไหน เช้าวันรุ่งขึ้นก็กลับมาดี๊ด๊าเหมือนเดิม

หลิวเฉิงกงที่เป็นคนปกติ ความเหนื่อยล้ามันสะสม เขาจะทำยังไงได้? เขาเลยต้องกินยาจริงๆ!

ทุกวันพอกลับถึงบ้าน หลิวเฉิงกงจะให้ภรรยาตุ๋นของบำรุงให้กิน

ก่อนออกจากบ้าน ก็ต้องซัด [ยาเม็ดบำรุงเลือดลม] สักเม็ด วันนี้กลัวไม่ไหวเลยซัดไปสองเม็ดรวด

ผลคือ วันนี้ยายังออกฤทธิ์อยู่เลย เลือดลมกำลังสูบฉีด เจ้าดันบอกว่าไม่ตีแล้ว? แล้วไฟในตัวข้าจะทำยังไง?

หารู้ไม่ว่า ในสายตาฉู่หวยสวี่ เครื่องมือชิ้นนี้หมดประโยชน์แล้ว

เมื่อกี้ เขาเพิ่งได้มาอีก 40 แต้ม เก็บค่าประสบการณ์การประลองครบ 1,200 แต้มเต็มโควตาพอดี

สู้ต่อไปก็ไร้ความหมาย ยกเว้นว่าตอนนี้เขาจะเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด จับหลิวเฉิงกงกดลงพื้นแล้วถูไปมาได้ อันนั้นเขาอาจจะไม่รังเกียจที่จะยำอีกฝ่ายเล่น

"งั้นหรือ ศิษย์น้องฉู่ งั้นพรุ่งนี้เช้าข้าค่อยมาใหม่?" เครื่องมือมนุษย์หลิวเฉิงกงเริ่มชินกับกิจวัตรนี้แล้ว

"ไม่ต้องแล้ว ข้ากะว่าคืนนี้จะทะลวงจุดที่เก้าให้จบๆ ไป พรุ่งนี้เช้าคงต้องไปหอคัมภีร์" ฉู่หวยสวี่บอก

หลิวเฉิงกงฟังแล้วใจหายวาบ

ฟังน้ำเสียงสิ เหมือนกับว่าอยากจะทะลวงเมื่อไหร่ก็ทะลวงได้ตามใจชอบ

หานซวงเจี้ยงที่อยู่ข้างๆ ได้รับคำตอบแล้ว "เขาจงใจไม่ทะลวงด่าน จงใจรอข้าจริงๆ ด้วย"

รองหัวหน้าหน่วยคุมกฎทำได้แค่ยกมือแสดงความยินดี "งั้นก็ยินดีกับศิษย์น้องฉู่ล่วงหน้า! ขอให้ศิษย์น้องได้วิชาที่ถูกใจในหอคัมภีร์"

"ขอบใจคำอวยพรศิษย์พี่หลิว" ฉู่หวยสวี่ยิ้มตอบ

พอหลิวเฉิงกงกลับไป ฉู่หวยสวี่ก็หันกลับมา มองไปที่ร่างอรชรหน้าเรือนไผ่ข้างๆ

"คืนนี้เจ้าทะลวงได้ใช่ไหม?" เขาถาม

"ได้แน่นอน" ยัยก้อนน้ำแข็งตอบ

พอกลับเข้าห้อง ฉู่หวยสวี่ถอดเสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมจากการประลองออก

เขาแขวนเสื้อผ้าสกปรกไว้หน้าห้องสวีจื่อชิงด้วยความเคยชิน รอเด็กมันกลับมาซัก

"เสี่ยวสวีเอ๊ย ทำไมยังไม่กลับมาอีก ขืนเจ้าไม่กลับมา ศิษย์พี่จะไม่มีเสื้อผ้าสะอาดใส่แล้วนะ" เขาบ่นพึมพำ

ผ่านไปหลายวันขนาดนี้ สวีจื่อชิงยังดูดซับยาในเขตแดนลับไม่เสร็จ

นี่ทำให้ฉู่หวยสวี่ยิ่งมั่นใจว่าหมอนี่คือ 'กายาเสพยาบรรพกาล'

"ถ้าข้ามีกายาแบบนี้ อย่างน้อยคงรีดค่าประสบการณ์จากเขตแดนลับได้อีกสัก 2,000 แต้ม ไม่ต้องมาทนใช้วิธีโง่ๆ อย่างการประลองหรอก"

"แก้ผ้าว่ายน้ำในสระไม่ฟินกว่าหรือ?" เขาเซ็งเป็ด

หลังจากนั่งขัดสมาธิบนเบาะ ฉู่หวยสวี่ยังไม่รีบอัปเลเวลตอนนี้

เขากลัวว่าจะเจ็บจนสลบ แล้วตื่นมาเลยเวลาข้าวเย็น ต้องกินข้าวเย็นชืด

ปกติเขาจะเลือกอัปเลเวลตอนดึก สลบยาวไปเลย ตื่นมาสดชื่น

พอนึกว่าตัวเองกำลังจะเป็นยอดฝีมือเก้าจุดชีพจร ใบหน้าของฉู่หวยสวี่ก็เผยรอยยิ้ม

แค่เลเวล 9 จริงๆ ไม่น่าดีใจขนาดนี้

ประเด็นคือ... เก้าจุดชีพจรคือจุดสูงสุดของ [เคล็ดวิชาหลอมกระบี่]!

"นี่หมายความว่าป๋าเรียนจบหลักสูตรแล้ว ไอ้ [คัมภีร์ปวดเมนส์] งี่เง่า ไสหัวไปซะ!"

ฉู่หวยสวี่ที่โดนทรมานมานาน รู้สึกว่าชีวิตต่อจากนี้จะมีแต่ความสดใส

"ต่อไปนี้ ก็จะมีแต่ข้ายืนดูเสี่ยวสวีแหกปากร้องโหยหวนคนเดียว ฮ่าๆ" แค่คิดก็ฟินแล้ว

ตกดึก สวีจื่อชิงก็ยังไม่กลับมา

"มันจะดูดเก่งอะไรขนาดนั้น?"

ฉู่หวยสวี่หมดคำจะพูด ทำไมทฤษฎีการใช้ยาอย่างพอดีและถูกหลักวิทยาศาสตร์ ถึงใช้กับหมอนี่ไม่ได้ผล?

ยิ่งให้ยายิ่งเก่งงั้นสิ?

เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่าน เลิกอิจฉาตัวเอกของโลก หันมาโฟกัสที่ตัวเอง ก้าวเดินไปทีละก้าวด้วยความพยายามของตนเอง

"ระบบ อัปเลเวล!"

ชั่วพริบตา จุดชีพจรที่เก้าที่เคยตันตื้อในร่างกาย ก็เปิดโล่งทันที!

เก้าจุดชีพจรเปิดครบ คลังสมบัติแห่งรากปราณหมุนเวียนเป็นวัฏจักร พลังฟ้าดินสามารถเข้าสู่ร่างกาย ไหลเวียนผ่านเก้าจุดชีพจร แล้วกลั่นตัวเป็นพลังปราณภายใน!

พลังปราณรอบด้านหลั่งไหลเข้ามาบ้าคลั่ง ทุบตีและขัดเกลาร่างกายฉู่หวยสวี่ไม่หยุดหย่อน

ไม่กี่อึดใจ ความเจ็บปวดมหาศาลก็ถาโถมเข้ามา

ทั้งที่ขีดจำกัดความเจ็บปวดเขาสูงขนาดนี้แล้ว วินาทีนี้เขาก็ยังรู้สึกเหมือนจะบ้าตาย

ความทรมานครั้งนี้ เหมือนเอาความเจ็บตอนเปิดแปดจุดแรกมารวมกัน!

ความรู้สึกเหมือนโดนของหนักบดขยี้ไปทั้งตัว ทำให้เขาสงสัยว่าตัวเองกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้วหรือยัง

เขาไม่ใช่แค่คนคนหนึ่งแล้ว แต่กลายเป็นกองเนื้อเละๆ?

"แม่เจ้า นี่มันรถบรรทุกร้อยตัน!" นี่คือความคิดสุดท้ายของฉู่หวยสวี่

เขาสงสัยว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนถนนหลวง แล้วโดน 'รถบรรทุกร้อยตัน' ในตำนานเหยียบเข้าให้

ฉู่หวยสวี่ล้มลงบนเบาะ ชักกระตุกอย่างรุนแรง แต่ทั่วทั้งร่างกลับมีแสงนวลตาไหลเวียน!

ในห้วงจิต กระบี่ดำเล่มเล็กที่เคยป่วยไข้ จู่ๆ ก็คึกคักขึ้นมาผิดปกติ

มันเริ่มสั่นระริก ราวกับอยากจะพุ่งออกจากฝัก

ทันใดนั้น ยอดเขาโอสถทั้งลูกก็เกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนแผ่นดินไหว

ทั่วทั้งเขต [เขาซ้อนเขา] ทุกยอดเขาต่างสั่นสะเทือนเช่นกัน!

ศิษย์มากมายแตกตื่นตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

"ข้างนอกแผ่นดินไหวหรือ?"

"เขาซ้อนเขาจะมีแผ่นดินไหวได้ไง?"

"เป็นไปไม่ได้ ต่อให้ข้างนอกแผ่นดินไหว ที่นี่มีค่ายกลพิทักษ์เขา ไม่มีทางได้รับผลกระทบ!"

ยกเว้นแต่ว่า... แรงสั่นสะเทือนมาจากภายในค่ายกลพิทักษ์เขาเอง!

เหล่าผู้บริหารระดับสูงของประตูแห่งเต๋าก็ตกใจจนต้องแห่ออกมา ทุกคนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ใจกลางของ [เขาซ้อนเขา] —— เขาซ่อนวิญญาณ!

เพราะต้นตอของแผ่นดินไหวครั้งนี้ มาจากที่นั่น

ไม่รู้ทำไม กระบี่บนยอดเขาซ่อนวิญญาณ จู่ๆ ก็สั่นไหว และส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท!

บนยอดเขา มีแท่นหินแท่นหนึ่ง

ข้างแท่นหินมีศิลาจารึกตั้งตระหง่าน หน้าศิลาจารึกมีมีดแกะสลักวางอยู่

ศิลาจารึกสูงใหญ่ ด้านบนมีอักษรตัวโตแค่สองตัว —— [วิญญูชน]

สองตัวนี้เขียนในแนวตั้ง

ด้านล่างมีตัวอักษรเล็กๆ ยุบยับ เหมือนกับว่ามีคนอื่นมาเขียนต่อเติมจากสองคำนี้ ให้กลายเป็นคำหรือประโยค แล้วใช้มีดแกะสลักลงไป

บนแท่นหิน มีฝักกระบี่วางราบอยู่ มันดำสนิท แผ่กลิ่นอายโบราณกาล

ที่ฝักกระบี่มีจี้ห้อยอยู่ เป็นลูกปัดสีดำ ใต้ลูกปัดมีพู่สีดำห้อยลงมา

และเหนือฝักกระบี่ มีกระบี่เล่มหนึ่งลอยอยู่

ปลายกระบี่ชี้ลง ด้ามกระบี่ชี้ขึ้น

มันเป็นกระบี่สัมฤทธิ์ แต่ยาวกว่ากระบี่สัมฤทธิ์ทั่วไปเล็กน้อย และสีเข้มกว่า ออกไปทางเขียวอมดำ

เวลานี้ กระบี่สัมฤทธิ์เล่มนี้กำลังสั่นสะเทือน และส่งเสียงคำราม!

และจากการสั่นของมัน ก็ทำให้ [เขาซ่อนวิญญาณ] ทั้งลูกสั่นตามไปด้วย!

มันลอยอยู่กลางอากาศแท้ๆ แต่กลับสามารถดึงดูดภูเขาทั้งลูกได้

ราวกับมีพลังที่มองไม่เห็น เชื่อมโยงกระบี่เล่มนี้ไว้กับภูเขา

เหมือนกับว่า... มันถูกล่ามโซ่ไว้กับภูเขาลูกนี้

— กระบี่ กำลังพิโรธ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 64 - กระบี่มารบนยอดเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว