- หน้าแรก
- ยืมดาบพิชิตฟ้า
- บทที่ 29 - ป้ายคำสั่งราชาโอสถ
บทที่ 29 - ป้ายคำสั่งราชาโอสถ
บทที่ 29 - ป้ายคำสั่งราชาโอสถ
บทที่ 29 - ป้ายคำสั่งราชาโอสถ
☆☆☆☆☆
ภายในคุกใต้ดิน บรรยากาศอึมครึมกดดัน
ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงร้องโหยหวนของหลิวเฉิงชี่ที่นอนกองอยู่กับพื้น
หลิวเฉิงกงที่เพิ่งได้สติรีบเข้าไปพยุงลูกพี่ลูกน้องของตน
"พ่อ! พ่อ..."
"หุบปาก!"
ใบหน้าของหลิวเทียนเฟิงเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด อารมณ์แปรปรวนสุดขีด
ฉู่หวยสวี่ที่สูงกว่าชายชราครึ่งหัวยืนจ้องหน้าเขา และเขาก็จ้องกลับ
หนุ่มน้อยผู้อวดดี! ช่างอวดดีเสียจริง!
ในใจของผู้ดูแลหลิวมีไฟโทสะลุกโชน มือเหี่ยวๆ ภายใต้แขนเสื้อสั่นระริก อยากจะระเบิดอารมณ์ออกมาหลายรอบ!
มีลูกตอนแก่ นี่คือแก้วตาดวงใจของเขา เพราะไอ้แท่งหรรษาของจริงของเขาตอนนี้มันแก่จนใช้งานไม่ได้แล้ว
แต่ไอ้หนุ่มตรงหน้านี้ มันกร่างเกินไปแล้ว
ความกร่างระดับนี้ ถ้าไม่มีแบ็คใหญ่คับฟ้า มันจะกล้าเหรอ!
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกี้ตอนที่เขาจะลงมือสั่งสอนฉู่หวยสวี่ ก็โดนหนิวหย่วนซานใช้พลังขวางไว้ ทำให้ช่วยลูกไม่ทัน
"ไอ้แซ่หนิวต้องรู้ตื้นลึกหนาบางของมันแน่!"
วันนี้หนิวหย่วนซานทำตัวผิดปกติ เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ!
หลิวเทียนเฟิงถึงขั้นระแวงว่าไอ้แซ่หนิว... กำลังประจบไอ้เด็กนี่อยู่รึเปล่า?
เพลิงโทสะถูกสติสัมปชัญญะกดข่มไว้อย่างยากลำบาก ต้องยอมก้มหัวให้อำนาจมืดของผู้อาวุโสหก
หลิวเทียนเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วแสดงจุดยืน: "เรื่องวันนี้ ลูกชายข้าผิดเอง เป็นเขาที่ทำผิดกฎ ข้าจะพามันกลับไปสั่งสอนให้หลาบจำ!"
หลิวเฉิงชี่ที่ซี่โครงหักซ้ำสอง กลืนความแค้นนี้ไม่ลง ดวงตาแดงก่ำ สมองเบลอไปหมด แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
แต่หลิวเฉิงกงที่พยุงเขาอยู่ บีบมือเขาแน่น ส่งสายตาบอกใบ้รัวๆ
เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่เขาไปจับกุมฉู่หวยสวี่ อีกฝ่ายถึงได้ทำท่าทางแบบนั้น
พอลองมาคิดดูดีๆ นั่นมันท่าทางของคนที่มีไพ่ตายชัดๆ!
"มันเป็นใครกันแน่วะ!" หลิวเฉิงกงตกตะลึง
เขานั่งยองๆ อยู่กับพื้น เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นฉู่หวยสวี่เหลือบตามองมาพอดี สายตามองกดลงมา
สายตาประสานกัน หลิวเฉิงกงใจหายวาบ
เขารู้ตัวทันทีว่า ตัวเองก็ไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้ว!
ฉู่หวยสวี่เงียบไปหลายวินาที ก่อนจะพูดกับผู้ดูแลหลิว: "รับทราบ งั้นก็ให้ศิษย์พี่หลิวรักษาตัวให้ดี"
"ศิษย์ขอตัวก่อน"
เหตุผลที่ฉู่หวยสวี่ซัดฝ่ามือนั้นออกไป ก็เพราะถือดีว่ามีคนหนุนหลัง ล้วนๆ ไม่มีวัวปน
พวกแกกะจะเอาชีวิตฉันแล้ว ณ เวลานั้นถ้าฉันยังไม่แสดงท่าทีตอบโต้ ยังจะกลับบ้านไปซุ่มโป่งรอวันเอาคืนงั้นเหรอ?
เหมือนที่คลิปสอนเลี้ยงลูกชอบพูดว่า "ต้องสอนให้ลูกรู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน" งั้นเหรอ?
ถุย! ชีวิตนี้สั้นนัก กูจะกินหวานตอนนี้! ใครจะทำไม!
หลังจากทั้งสามคนเดินออกจากคุกใต้ดิน ฉู่หวยสวี่ก็ส่งสายตาขอบคุณให้หนิวหย่วนซาน
วัวเฒ่ายิ้มตอบ ทั้งสองสื่อใจถึงกัน
"ภักดี—ยิ่งชีพ!"
ฉู่หวยสวี่ไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันอะไรกับ【องค์กร】หรอกนะ เพราะเขาไม่ได้ผ่านการฝึกหรือล้างสมองมา
ขนาดระบบยังระบุ【สังกัด】ของเขาว่าเป็น【ประตูแห่งเต๋า】ไม่ใช่【องค์กร】ด้วยซ้ำ
แต่คะแนนความชอบที่เขามีต่อตาเฒ่าหนิวนั้น พุ่งปรี๊ดเลยทีเดียว
หนิวหย่วนซานนี่มีเสน่ห์ดึงดูดใจจริงๆ
ชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมที่หลังค่อมนิดๆ ยกมือขวาขึ้น กวักเรียกฉู่หวยสวี่กับหานซวงเจี้ยง: "มาสิ กลับกัน เดินไปคุยไป"
เขาเอามือไพล่หลัง ซุกอยู่ในแขนเสื้อ พาเด็กหนุ่มสาวสองคนเดินกลับไปยังเรือนพักของตน
ตลอดทาง เขาพูดจาเจื้อยแจ้ว ดูจะเป็นคนขี้บ่นนิดๆ
"ข้าว่าพวกเจ้าคงสงสัยกันล่ะสิ ว่าเศษหยกสองชิ้นที่ข้าทวงมาให้ มีประโยชน์อะไร?"
"ป้ายหยกนี้มีประโยชน์มหาศาลนะ เพราะงั้น ฟังที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ให้ดีๆ ล่ะ ฮึฮึ"
"อ้อ ก่อนจะเล่า ข้าต้องถามก่อน พวกเจ้ารู้จักราชาโอสถไหม?"
"ราชาโอสถ?" หานซวงเจี้ยงพูดเสียงเบา "เคยอ่านเจอในนิยาย ราชาแห่งวิถีโอสถ"
หนิวหย่วนซานมองไปข้างหน้า แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส เริ่มร่ายยาว:
"ราชาโอสถ พื้นเพเป็นคนแคว้นเยว่ เป็นยอดผู้ฝึกตนระดับแปดที่หาตัวจับยากในโลกหล้า ทักษะการปรุงยาของท่านเรียกได้ว่าแย่งชิงวาสนาจากสวรรค์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับหนึ่งในวิถีโอสถ เป็นรองเพียงท่านปรมาจารย์แห่งเต๋าเท่านั้น"
"สูตรยาของยาระดับสูง (ซ่างผิ่น) และยาระดับเหนือชั้น (เชาผิ่น) ในปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งล้วนมาจากท่าน"
"เช่น ยาเสวียนเทียนไท่ซี "
"ถึงขั้นที่นักปรุงยาจำนวนมากมองว่า ราชาโอสถมีฝีมือทัดเทียมกับปรมาจารย์แห่งเต๋าไปแล้วด้วยซ้ำ!"
หนิวหย่วนซานหยุดพูดไปนิดหนึ่ง ในฐานะที่ฉากหน้าเป็นผู้ดูแลประตูแห่งเต๋า เขาต้องแสดงจุดยืน: "แน่นอน เรื่องนี้ประตูแห่งเต๋าเราไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด"
เรื่องนี้ ฉู่หวยสวี่ก็พอรู้มาบ้าง
ถ้ามองจากภาพรวม สูตรยาระดับสูงและระดับเหนือชั้นที่ท่านปรมาจารย์คิดค้น จริงๆ แล้วมีไม่เยอะ ประมาณหนึ่งในสามของราชาโอสถ
แต่ช่วยไม่ได้ ยาทะลวงชีพจร มันเทพซ่าเกินไป ท่านปรมาจารย์ใช้ยาตัวนี้ตัวเดียว ลากกราฟมาตรฐานการฝึกตนของทั้งโลกเสวียนหวงขึ้นมา สร้างยุคทองแห่งการฝึกตน!
ส่วนของหรูหราที่ราชาโอสถคิดค้นขึ้นมา จริงๆ แล้วอย่าว่าแต่คนธรรมดาเลย แม้แต่ผู้ฝึกตนทั่วไปก็เอื้อมไม่ถึง
เพราะยาระดับสูงและระดับเหนือชั้น ล้วนใช้วัตถุดิบระดับสวรรค์สร้าง ราคาแพงหูฉี่ แถมมักจะมีแต่ราคาไม่มีของ
เวลานี้ หนิวหย่วนซานพูดต่อ: "พวกเจ้าลองทายซิ ทำไมในวงการปรุงยา ราชาโอสถถึงมีสาวกเยอะขนาดนี้?"
ไม่รอให้ทั้งสองตอบ วัวเฒ่าก็เฉลยเอง:
"เพราะราชาโอสถชั่วชีวิตนี้ รับลูกศิษย์ไว้เยอะมากเหลือเกิน"
"แล้วลูกศิษย์ก็ไปรับลูกศิษย์ ลูกศิษย์ของลูกศิษย์ก็ไปรับลูกศิษย์อีกที ผ่านไปหลายปี ในวงการปรุงยาก็เลยเต็มไปด้วยลูกหลานเหลนโหลนของท่าน"
เรื่องนี้ ฉู่หวยสวี่ก็รู้
ราชาโอสถบ้าการรับศิษย์ และไม่สนด้วยว่าพรสวรรค์ในการปรุงยาจะสูงหรือต่ำ ดูแค่อารมณ์ และดูว่าถูกชะตาไหม
ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ (ซานซิว) ท่านไม่มีสำนักสังกัด
ตอนรับศิษย์ ก็ไม่เกี่ยงว่าศิษย์จะมีอาจารย์เดิมไหม ไม่แบ่งแยกแคว้น
เพราะท่านไม่สอนวิชาต่อสู้ ท่านสอนแต่การปรุงยา เป็นอาจารย์สายวิชาการ
ทำให้ทางฝั่งแคว้นจิ้งในทวีปตะวันออก ก็มีศิษย์จากสี่สำนักใหญ่ไปกราบกรานขอเรียนวิชาปรุงยาจากท่าน
ประตูแห่งเต๋าก็ไม่ข้อยกเว้น
หนิวหย่วนซานเล่าต่อ: "ราชาโอสถชั่วชีวิตนี้ มีศิษย์สายตรง (ศิษย์สืบทอด) 12 คน ศิษย์ทั่วไป 129 คน และศิษย์จดชื่อที่ท่านเองก็คงจำจำนวนไม่ได้"
"จะว่าไปก็น่าขำ จนถึงตอนนี้ ในวงการปรุงยาก็ยังมีพวกต้มตุ๋นอ้างชื่อสายราชาโอสถหากิน บอกว่าปรมาจารย์สายตัวเองเคยเป็นศิษย์จดชื่อของราชาโอสถ"
"แต่ความจริงคือ เพราะราชาโอสถรับศิษย์ไม่ดูพรสวรรค์ บวกกับตัวท่านเองก็หลงใหลในการปรุงยา ไม่ได้มีเวลามานั่งจี้สอนลูกศิษย์ทุกคน ทำให้ระดับฝีมือของลูกศิษย์พวกนี้มีดีมีเลวปะปนกันไป"
"แน่นอน ในจำนวนนั้นก็มีพวกหัวกะทิ ศิษย์ของท่านกลายเป็นปรมาจารย์นักปรุงยาไปหลายคนแล้ว" ตาเฒ่าหนิวเล่า
พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ เขาก็หยุดเดิน หันมาทำหน้าจริงจังใส่หนุ่มสาวทั้งสองคน พูดว่า:
"เศษหยกที่พวกเจ้าสองคนได้มา จริงๆ แล้วมันคือเศษชิ้นส่วนของป้ายคำสั่งราชาโอสถ"
ฉู่หวยสวี่รู้อยู่แล้ว แต่ในฐานะเพื่อนเที่ยว เขาจะพลาดการให้รีแอคชั่นได้ยังไง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทำท่าตกใจ: "ป้ายคำสั่งราชาโอสถ!"
หานซวงเจี้ยงก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ตกใจเหมือนกัน
"ใช่ ป้ายคำสั่งราชาโอสถ นอกจากศิษย์จดชื่อแล้ว ศิษย์อย่างเป็นทางการของราชาโอสถทุกคน จะมีป้ายคำสั่งนี้ไว้แสดงฐานะ" หนิวหย่วนซานยิ้มอ่อนโยน
เขาพูดต่อ: "พวกเจ้าคงรู้ว่า ผู้อาวุโสประตูแห่งเต๋าหลายท่านมักจะเลียนแบบท่านปรมาจารย์ ก่อนตายจะไปสร้างแดนลับ (ดันเจี้ยนลับ) ไว้ที่ไหนสักแห่งใน【ภูเขาซ้อนภูเขา】 ทิ้งมรดกและวาสนาเอาไว้"
ฉู่หวยสวี่พยักหน้า
หานซวงเจี้ยงที่เป็นเด็กใหม่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก เลยหันไปมองเขาด้วยความแปลกใจ
หนิวหย่วนซานชี้ไปที่ทั้งสองคน: "เศษหยกของพวกเจ้า คือกุญแจไขเข้าสู่แดนลับแห่งหนึ่ง ผู้อาวุโสท่านนั้นแม้จะไม่ได้อยู่ใน 12 ศิษย์สายตรง แต่ก็เป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของราชาโอสถ"
"ถึงฝีมือปรุงยาของศิษย์ราชาโอสถจะมีดีมีแย่ แต่ก็คงไม่แย่จนเกินไปหรอก"
"อะแฮ่ม ยังไงก็มีมาตรฐานขั้นต่ำอยู่"
ฉู่หวยสวี่กับหานซวงเจี้ยงสบตากัน เข้าใจถึงความล้ำค่าของเศษหยกนี้ทันที
ในความทรงจำของฉู่หวยสวี่ ตอนที่《ยืมดาบ》เพิ่งเปิดเซิร์ฟ ผู้เล่นยังอยู่ในช่วงมือใหม่
แค่แหวนมิติของผู้ฝึกตนระดับสามวงเดียว ก็ทำให้บอร์ดเกมแทบแตก กิลด์ใหญ่ๆ เคลื่อนไหวกันให้วุ่น กลายเป็นค่ำคืนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอน
ศิษย์อย่างเป็นทางการของราชาโอสถ ยังไงก็ต้องเจ๋งกว่าผู้ฝึกตนระดับสามทั่วไปอยู่แล้วมั้ง?
หนิวหย่วนซานมองพวกเขา รอยยิ้มบนหน้ายิ่งกว้างขึ้น พูดว่า:
"สุดท้าย ข้าจะบอกข้อสุดท้าย ผู้อาวุโสท่านนี้อาจจะอยากได้ 'หยกดิบ' ที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน ดังนั้น แดนลับแห่งนี้จึงมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะเข้าไปได้ต้องไม่มีพลังวิญญาณ"
"พวกเจ้าสองคนที่เป็นเด็กระยะทะลวงชีพจร จึงมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขนี้เป๊ะๆ"
[จบแล้ว]