- หน้าแรก
- ยืมดาบพิชิตฟ้า
- บทที่ 30 - แดนลับกับภารกิจ
บทที่ 30 - แดนลับกับภารกิจ
บทที่ 30 - แดนลับกับภารกิจ
บทที่ 30 - แดนลับกับภารกิจ
☆☆☆☆☆
สามคนเดินไปคุยไป ไม่นานก็มาถึงเรือนพักของหนิวหย่วนซาน
ผ่านเรื่องวุ่นวายมาสองรอบติด ฉู่หวยสวี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า จุดประสงค์แรกเริ่มของเขากับหานซวงเจี้ยงคือไปซื้อกับข้าวมาทำกิน ตอนนี้ข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด
——ช่างมันเถอะ กินข้าวบ้านผู้ดูแลก่อนแล้วกัน
ตาเฒ่าหนิวพอรู้ว่าทั้งสองคนหิวโซ ก็รีบสั่งให้คนรับใช้ในเรือนไปยกอาหารมาเสิร์ฟ
จากการบอกเล่าของเขา ฉู่หวยสวี่กับหานซวงเจี้ยงก็พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ
หลิวเทียนเฟิงได้【ป้ายคำสั่งราชาโอสถ】มาด้วยความบังเอิญ เรื่องนี้ในสายนอกมีผู้ดูแลรู้แค่ 3 คน ตาเฒ่าหนิวก็เป็นหนึ่งในนั้น
ตอนที่จะเอาป้ายนี้มา หลิวเทียนเฟิงต้องออกแรงไปไม่น้อย แถมยังเคยขอให้หนิวหย่วนซานช่วยด้วย
ในฐานะคนดีศรีสังคมแห่งสายนอก เรื่องขอให้ช่วยมีมาไม่ขาดสายอยู่แล้ว
โดยรวมแล้ว แดนลับ (ดันเจี้ยน) ส่วนใหญ่อยู่ที่สายใน สายนอกมีน้อยมาก
ดังนั้น ป้ายคำสั่งราชาโอสถนี้เลยยิ่งล้ำค่า
ในภาพรวม ท่าทีของประตูแห่งเต๋าที่มีต่อแดนลับนั้นเรียบง่ายมาก——คนมีวาสนาเท่านั้นถึงจะได้ไป
เพราะนี่คือเจตนารมณ์ดั้งเดิมของท่านปรมาจารย์
รวมถึงรุ่นพี่รุ่นก่อนๆ ที่เลียนแบบท่านปรมาจารย์ ก็ยึดถือเจตนารมณ์นี้เช่นกัน
คงคิดว่าทำแบบนี้แล้วดูเท่ ดูเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายติสท์
ส่วนเรื่องฆ่ากันเองเพื่อแย่งสมบัติ ในที่แจ้งนั้นไม่อนุญาตเด็ดขาด!
แดนลับ คือพินัยกรรมของคนตาย
ต้องให้เกียรติพวกเขาสักหน่อย
แน่นอน ทางการของประตูแห่งเต๋าก็ยินดีรับซื้อของ ถ้าคุณได้ของดีมาจากในแดนลับ ก็เอามาขายแลก【คะแนนผลงานสำนัก】ได้
คะแนนผลงานเอาไปแลกเงิน แลกวิชา แลกยา...
ทรัพยากรการฝึกตนเกือบทุกอย่าง แลกได้หมด!
ตอนฉู่หวยสวี่เล่น《ยืมดาบ》เขารู้ดีว่าในสี่สำนักใหญ่แห่งแคว้นจิ้ง ประตูแห่งเต๋าคือที่ที่เน้นคำว่า "วาสนา" ที่สุด
ดังนั้น ในสายตาผู้เล่น สำนักนี้วัดดวงล้วนๆ สายเกลือหลบไป สายเทพทรูเชิญทางนี้
หลังกินข้าวเสร็จ หนิวหย่วนซานก็พูดต่อ: "จริงสิ เมื่อกี้ลืมบอกไป เศษหยกนี้มีทั้งหมด 10 ชิ้น เท่ากับว่าเข้าไปพร้อมกันได้มากสุดสิบคน"
"แดนลับตั้งอยู่ในส่วนลึกของสระน้ำเย็น ต่อให้ระดับการฝึกตนอย่างข้า ในสถานการณ์ปกติ ก็ยังต้านทานความหนาวเหน็บแปลกประหลาดนั้นไม่ไหว"
"พวกเจ้าระยะทะลวงชีพจรลงไป ตายสถานเดียว"
"แต่ช่วงสองเดือนมานี้ ไอเย็นดูเหมือนจะจางลงไปมาก"
"พวกเจ้าถือว่าโชคดี ประตูแห่งแดนลับมรดกนี้น่าจะใกล้เปิดแล้ว"
ฉู่หวยสวี่พยักหน้า: "อย่างนี้นี่เอง"
หนิวหย่วนซานมองไปไกลๆ ยิ้มพลางกล่าวว่า: "ผู้ดูแลหลิวให้ความสำคัญกับแดนลับแห่งนี้มาก เพราะลูกชายเขาหลิวเฉิงชี่ มีรากปราณระดับสูง——รากปราณเพลิงกัลป์"
"แต่เพราะอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ทำให้รากปราณเสียหาย จากนั้นการฝึกตนก็ไม่ก้าวหน้า หมดอาลัยตายอยาก"
"แดนลับแห่งนี้เกี่ยวข้องกับราชาโอสถ เขาคงอยากจะหาวิธีรักษารากปราณที่เสียหายจากข้างใน"
ฉู่หวยสวี่ได้ยินถึงตรงนี้ ก็นึกถึงยาระดับสูงชนิดหนึ่ง——ยาเสวียนเทียนไท่ซี
แต่เขาอยากหลอกถามข้อมูลเพิ่ม เลยแกล้งโง่ถามว่า: "ผู้ดูแลหนิว รากปราณเสียหายรักษากลับมาได้ด้วยเหรอครับ?"
หนิวหย่วนซานยิ้มอบอุ่น ใจเย็นตอบ: "ได้แน่นอน แค่ยากหน่อยเท่านั้น อาการต่างกัน ก็ต้องใช้วิธีต่างกัน ยาต้องถูกโรค"
"ผู้ดูแลหลิวตอนนี้ยังหาวิธีที่เหมาะสมไม่เจอ"
"แต่ทว่า มียาระดับสูงชื่อว่ายาเสวียนเทียนไท่ซี ที่ราชาโอสถเป็นคนคิดค้น เล่ากันว่าขอแค่รากปราณไม่พังพินาศจนกู่ไม่กลับ กินยานี้เข้าไป ก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง"
"ถ้าเกิดมามีรากปราณไม่สูง เป็นแค่รากปราณระดับต่ำ กินยานี้เข้าไป ก็มีโอกาสสูงมากที่จะยกระดับรากปราณได้"
"ว่ากันว่า ตอนราชาโอสถคิดค้นสูตรยานี้สำเร็จ ท่านได้ปรุงยาให้ศิษย์ที่เป็นทางการทุกคนคนละเม็ด"
"ถ้าศิษย์ผู้นี้ตอนมีชีวิตอยู่ยังไม่ได้กิน และยังไม่ได้เอาไปขาย ก็เป็นไปได้ว่าจะยังอยู่ในแดนลับ รอคอยคนมีวาสนา"
ฉู่หวยสวี่กับหานซวงเจี้ยงสบตากัน เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่าทำไมเมื่อกี้หลิวเทียนเฟิงถึงได้ทำหน้าเหมือนโดนกรีดเลือดเนื้อ และทำไมหลิวเฉิงชี่ถึงได้ร้อนรนขนาดนั้น
หนิวหย่วนซานดูเหมือนอยากจะชี้แนะทั้งสองคน เลยใช้น้ำเสียงเหมือนผู้ใหญ่อบรมเด็กว่า:
"ไหนๆ ก็คุยถึงเรื่องยาเสวียนเทียนไท่ซีที่เปลี่ยนพรสวรรค์ได้แล้ว ข้าขอถือวิสาสะสอนสั่งสักหน่อย"
"ข้าขอถามพวกเจ้าสองคน ในสายตาพวกเจ้า พรสวรรค์สำคัญกว่า หรือความพยายามสำคัญกว่า?"
ฉู่หวยสวี่ไม่ได้ตอบตามใจคิด แต่ตอบว่า: "ผมเคยได้ยินประโยคหนึ่ง ความพยายามกำหนดขีดจำกัดล่าง พรสวรรค์กำหนดขีดจำกัดบน แต่คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึงขีดจำกัดบนของตัวเองหรอกครับ"
หนิวหย่วนซานมองชายหนุ่มคนนี้ ยิ้มแล้วว่า: "ประโยคนี้ของเจ้า มีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ในโลกแห่งการฝึกตน มันไม่เหมือนกัน"
"เพราะในโลกการฝึกตน สิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์ มันเปลี่ยนกันได้"
"พึ่งยา พึ่งวาสนา พึ่งการสรรค์สร้างของฟ้าดิน!"
"ข้าแม้จะไม่ได้ตรวจเลือดดูรากปราณของพวกเจ้า แต่ดูจากที่พวกเจ้าใช้เวลาสั้นๆ ทะลวงได้สองจุด คิดว่าคงเป็นพวกมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา"
"ถ้าไปอยู่สำนักอื่น คงถูกยกย่องเชิดชู ทุ่มทรัพยากรทั้งสำนักปั้นให้เป็นศิษย์สืบทอดระดับสูงไปแล้ว"
"แต่พอมาอยู่ประตูแห่งเต๋า กลับต้องเริ่มจากศิษย์จดชื่อ ไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ ในใจพวกเจ้ามีน้อยใจบ้างไหม?"
หานซวงเจี้ยงส่ายหน้า เธอไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลย
ฉู่หวยสวี่ก็ส่ายหน้าตาม เพราะเธอส่ายหน้าแล้ว ตูก็ไม่มีสิทธิ์พยักหน้าแล้วล่ะ
หนิวหย่วนซานยิ้มอย่างพอใจ กล่าวว่า: "พวกเจ้าไม่น้อยใจก็นับว่าดีแล้ว"
"ในทวีปตะวันออก ตลอดพันปีมานี้ สำนักรุ่งเรืองและเสื่อมถอย มีให้เห็นทั่วไป"
"มีเพียงประตูแห่งเต๋า ที่ยืนหยัดมานับพันปี จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า"
"พวกเจ้าลองตรองดู ในเวลาพันปีนี้ อัจฉริยะฟ้าประทานมีมากดุจฝูงปลาข้ามแม่น้ำ สำหรับประตูแห่งเต๋าแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร"
เปรียบเหมือนคุณบอกว่าเป็นที่หนึ่งของจังหวัด? เป็นเด็กโอลิมปิกวิชาการ? ขอโทษที บริษัทเราไม่ขาดคนเก่ง
"และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ดอกไม้ที่โตในเรือนกระจก มักจะตายง่าย"
"สำนักเล็กๆ ทุ่มสุดตัวปั้นศิษย์ แต่ใจไม่แกร่ง สุดท้ายก็ไปไม่รอด บางคนลงเขาไปหาประสบการณ์ก็หายสาบสูญ บางคนธาตุไฟเข้าแทรก มีให้เห็นเกลื่อน"
"บางคนจิตใจเข้มแข็ง แม้พรสวรรค์ธรรมดา ขอแค่เจอวาสนา ก็อาจพลิกชะตากลายเป็นมังกร มีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์ได้" ตาเฒ่าหนิวรำพึง
ในมุมมองฉู่หวยสวี่ ก็เหมือนกับบางคนจบมหาลัยดัง ความสามารถเลิศ ก็ประสบความสำเร็จสูง แต่บางคนมาจากรากหญ้า จับจังหวะได้ ก็สร้างตำนานยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน
ชะตาชีวิต ใครจะไปฟันธงได้?
โลกเสวียนหวง ก็มีนิยายแนวตัวเอกกากแล้วเทพเหมือนกันนะ!
หนิวหย่วนซานพูดต่อ: "ประตูแห่งเต๋ามีรากฐานนับพันปี ทรัพยากรเหลือเฟือ พอที่จะให้เจ้าสำนักและผู้อาวุโสปั้นคนได้มากมาย และเปลี่ยนชะตาชีวิตให้คนได้นับไม่ถ้วน"
"แต่เงื่อนไขคือ พวกเจ้าต้องมีความสามารถผ่านการคัดกรองชั้นแล้วชั้นเล่า ไปยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาให้ได้"
ปูทางมาขนาดนี้ เขาเริ่มเคาะกะลาเตือนสติทั้งคู่
"ข้ารู้ว่า พวกเจ้าถูกผู้อาวุโสหกพาขึ้นเขามา นี่เป็นสิทธิพิเศษที่ศิษย์สายนอกคนอื่นไม่มีทางได้"
"ข้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางข้างใน แต่ในเมื่อผู้อาวุโสหกเลือกให้พวกเจ้าเริ่มจากศิษย์จดชื่อ นี่ก็เป็นการแสดงจุดยืนอย่างหนึ่งแล้ว คิดว่าคงอยากให้พวกเจ้าได้ขัดเกลาตัวเอง ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจจุดนี้"
"และในขณะเดียวกัน ก็หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ทำให้ผู้อาวุโสผิดหวัง"
พูดถึงตรงนี้ ผู้ดูแลหนิวก็หันไปมองหานซวงเจี้ยงก่อน
เห็นแม่นางที่ถือบท "นางเอกสายสตรอง" ในเกม《ยืมดาบ》คนนี้ แววตาค่อยๆ ฉายความมุ่งมั่น
จากนั้น หนิวหย่วนซานก็หันมามองฉู่หวยสวี่
ฉู่หวยสวี่ตอนแรกก็นึกว่าวันนี้เป็นแค่การอบรมสั่งสอนของผู้อาวุโส
แต่จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดได้: "ตาเฒ่าหนิวแม่*เป็นสายลับนี่หว่า!"
เป็นคนของ【องค์กร】แคว้นเยว่ เขาจะมานั่งหวังดีอยากให้ประตูแห่งเต๋ามีบุคลากรคุณภาพทำไม?
คุณพี่คิ้วหนาตาโต ที่แท้ก็เป็นหนอนบ่อนไส้นี่เอง!
ฉู่หวยสวี่คิดอีกตลบ ก็เริ่มเข้าใจ นี่คือหนิวหย่วนซานที่เป็นหัวหน้าใน【องค์กร】 กำลังมอบภารกิจให้เขาที่เป็นเด็กใหม่ใน【องค์กร】ต่างหาก
นี่คือการบอกใบ้ อยากให้เขาไต่เต้าจากศิษย์จดชื่อขึ้นไปเรื่อยๆ จนเข้าไปอยู่ในกลุ่มอำนาจหลักของประตูแห่งเต๋า!
"ตาเฒ่าหนิว นายหวังสูงกับฉันจังนะ" เขาบ่นในใจ
แต่ฉู่หวยสวี่คิดแล้ว ก็ยังพูดว่า: "ผมขอแสดงความภักดีก่อน สำหรับศิษย์ เป็นผู้อาวุโสหกและประตูแห่งเต๋าที่มอบโอกาสให้ศิษย์ได้ฝึกตน ศิษย์สัญญาว่าจะทุ่มเทสุดกำลัง ตอบแทนบุญคุณสำนัก!"
คำพูดนี้เข้าหูหนิวหย่วนซาน ผู้เป็น "คนขี้ระแวง" จับได้ทันทีถึงสองคำสำคัญนั้น
ดังนั้น คำพูดของฉู่หวยสวี่ ในหูของเขาจึงถูกแปลเป็นความหมายอื่นอัตโนมัติ
ตาเฒ่าหนิวยิ้มให้ฉู่หวยสวี่อย่างพอใจ เข้าใจว่าเด็กหนุ่มหัวไวคนนี้รับมุกได้แล้ว
ทั้งสองสบตากัน ส่งสายตาปิ๊งๆ ไม่ต้องพูดอะไรกันอีก
ณ เวลานี้ แม้ไร้เสียง แต่กลับเหมือนมีคำสองคำดังก้องกังวาน!
—— "ภักดี——ยิ่งชีพ!"
มีแค่หานซวงเจี้ยงที่นั่งอยู่ข้างๆ ฟังฉู่หวยสวี่พูดจาฉะฉาน ริมฝีปากบางใต้ผ้าปิดหน้าก็อดเบะไม่ได้
เก่งแต่ปาก!
ทว่า ไม่ว่าจะเป็นหนิวหย่วนซานหรือหานซวงเจี้ยง ต่างก็ไม่เห็นว่าฉู่หวยสวี่ก้มหน้าลงเล็กน้อย แววตาฉายความสงสัย
จากความเข้าใจที่เขามีต่อระบบภารกิจ เขาคุยกับตาเฒ่าหนิวมาขนาดนี้ เท่ากับเขากำลังรับภารกิจจาก NPC ตาเฒ่าหนิว——ภารกิจแฝงตัวเข้าสู่กลุ่มอำนาจหลักของประตูแห่งเต๋า
ตามหลักแล้ว มันต้องเด้ง【ภารกิจเสริม】ที่เกี่ยวกับ【องค์กร】ขึ้นมาแล้วสิ
แต่ที่แปลกคือ ระบบภารกิจกลับเงียบกริบ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย!
[จบแล้ว]