เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 วันที่ 4 (8) กลายเป็นมัมมี่บนดาวอังคาร

บทที่ 27 วันที่ 4 (8) กลายเป็นมัมมี่บนดาวอังคาร

บทที่ 27 วันที่ 4 (8) กลายเป็นมัมมี่บนดาวอังคาร


บทที่ 27 วันที่ 4 (8) กลายเป็นมัมมี่บนดาวอังคาร

เจ้าแมวแก่แบกกล่องสุดท้ายเดินเข้าสู่พายุทราย

จากนั้นก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ถังเยว่เริ่มทนไม่ไหว ปกติเจ้าแมวแก่ควรจะกลับมาได้แล้ว

ตามข้อตกลง หากเจ้าแมวแก่ไม่กลับมาที่สถานีคุนหลุนภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ถังเยว่จะสาวเชือกนิรภัยกลับ หนึ่งชั่วโมงครึ่งคือเส้นตาย หากเจ้าแมวแก่ยังไม่กลับมาอย่างปลอดภัย ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดเรื่องขึ้น

เขาตัดสินใจลากเจ้าแมวแก่กลับมา

ถังเยว่เริ่มสาวเชือกกลับ แต่ยิ่งดึงเขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ เพราะเชือกเบาหวิวไร้แรงต้าน ถังเยว่ร้อนใจรีบสาวเชือกทั้งหมดกลับมา เชือกนิรภัยเลื้อยกลับเข้ามาในแอร์ล็อกเหมือนงู จากความมืดมิดของพายุทรายภายนอก มากองขดอยู่บนพื้น สิ่งที่กลับมาไม่ใช่เจ้าแมวแก่ แต่เป็นตะขอเกี่ยวที่ถูกปลดออก

ปลายเชือกอีกด้านว่างเปล่า

สมองของถังเยว่อื้ออึง ขาวโพลนไปหมด

"เจ้าแมวแก่? เจ้าแมวแก่? ได้ยินแล้วตอบด้วย!" ถังเยว่หอบแฮ่ก เดินโซซัดโซเซไปบนผืนทราย ในที่สุดเขาก็ออกมาจากสถานีคุนหลุน ถังเยว่ผูกเชือกนิรภัยไว้กับประตูแอร์ล็อก หากหาเจ้าแมวแก่ไม่เจอ เขาก็ยังตามเชือกกลับไปที่สถานีคุนหลุนได้ เป็นมาตรการความปลอดภัย

ไฟฉายที่ติดอยู่สองข้างหน้ากากเกราะหมิงกวงไร้ประโยชน์ แสงสีขาวจากหลอด LED สี่ดวงส่องผ่านพายุทรายไปได้ไม่เกินสองเมตร ถังเยว่แยกทิศเหนือใต้ไม่ออกโดยสิ้นเชิง เขาเพิ่งเดินออกมาจากสถานีคุนหลุนได้ไม่กี่เมตร ก็มองไม่เห็นอาคารสีขาวสูงสามเมตรที่อยู่ด้านหลังแล้ว รอบตัวมีแต่ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายเต็มไปหมด

พายุทรายบนดาวอังคารช่างแตกต่างจากที่ถังเยว่จินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง

พายุทรายในจินตนาการของถังเยว่: เธอคือลม ฉันคือทราย เกี่ยวกระหวัดท่องไปทั่วหล้า... ความจริงของพายุทราย: เชี่ยเอ๊ย ดวงอาทิตย์อยู่ไหนวะ? ฉันเป็นใคร? ฉันอยู่ที่ไหน? ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่?

ฝุ่นส่วนใหญ่ในพายุทรายไม่ได้เป็นเม็ดๆ แต่เป็นละอองลอยคล้ายหมอกควัน ลมแรงหอบเอาเม็ดทรายขนาดเล็กจิ๋ว เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่ไมโครเมตรขึ้นมา ฟุ้งกระจายไปในอากาศ ทำให้บรรยากาศกลายเป็นซุปขุ่นคลั่ก

แสงอาทิตย์ส่องผ่านหมอกหนาทึบนี้ลงมาไม่ได้เลย ภายใต้พายุทรายจึงมืดสนิท

"เจ้าแมวแก่-!" ถังเยว่ตะโกนสุดเสียง เขาเดินคลำทางตามความทรงจำมุ่งหน้าไปยังทิศทางของยานอินทรี ในเมื่อทัศนวิสัยเป็นศูนย์ ถังเยว่ก็เหมือนคนตาบอดคลำทาง เขาไม่มีความสามารถในการระบุพิกัดแม่นยำเหมือนเจ้าแมวแก่ ได้แต่กะทิศทางคร่าวๆ เอา

เกราะหมิงกวงเทอะทะและหนักอึ้ง จำกัดการเคลื่อนไหวของข้อต่อแขนขา ระบบยังชีพบนหลังก็เป็นภาระหนักอึ้ง จุดศูนย์ถ่วงของชุดอยู่ค่อนไปทางด้านหลังมาก ถังเยว่ต้องเดินโน้มตัวไปข้างหน้า รู้สึกเหมือนปู่โง่ย้ายภูเขาในยุคปัจจุบัน

ถังเยว่ไม่กล้าหันหลังหรือเปลี่ยนทิศทางสุ่มสี่สุ่มห้า ทิศทางของเขาถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก้าวออกจากประตูสถานีคุนหลุน ตราบใดที่เดินตรงไปตามทิศนี้ เขาต้องเจอยานอินทรีแน่ แต่ถ้าเผลอเบี่ยงเบนออกไปกลางทาง ในสภาพที่มองไม่เห็นอะไรเลย เขาจะไม่มีทางกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมได้ ถังเยว่ไม่ใช่เต่าทะเลหรือนกพิราบ สมองเขาสัมผัสสนามแม่เหล็กโลกไม่ได้—และถึงสัมผัสได้ ดาวอังคารก็แทบไม่มีสนามแม่เหล็กหลงเหลืออยู่แล้ว

ตอนนี้ถังเยว่ก็ไม่ต่างจากคนตาบอด แบกกระดองเต่าหนักอึ้ง เดินฝ่าพายุทราย โซซัดโซเซท่ามกลางลมกรรโชก แถมยังต้องไปช่วยผู้ช่วยของเขาอีก

แค่คิดก็น่าสังเวชแล้ว

"เจ้าแมวแก่! เจ้าแมวแก่!" ถังเยว่หายใจหอบ พละกำลังของเขาลดฮวบ ถังเยว่ขนย้ายของมาทั้งวันก็เหนื่อยแทบขาดใจอยู่แล้ว แถมมื้อเย็นยังไม่ได้กินอีก "ได้ยินแล้วตอบด้วย! ได้ยินแล้วตอบด้วย..."

ยังคงไร้เสียงตอบรับในช่องสื่อสาร สภาพการสื่อสารด้วยวิทยุในพายุทรายแย่เกินไป

ถังเยว่ได้แต่หวังว่าเจ้าแมวแก่จะยังมีสติและรับสายเขาได้ ขอแค่เขาเข้าไปใกล้พอ ใกล้พอที่สัญญาณวิทยุจะทะลุทะลวงคลื่นรบกวนได้

ถ้าเจ้าแมวแก่หมดสติไปแล้ว นั่นจะยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่... ในทัศนวิสัยแบบนี้ ถังเยว่ไม่มีทางหาคนหมดสติเจอแน่ ก้มมองเท้าตัวเองยังไม่เห็นเลย

"เจ้าแมวแก่-!" ขาของถังเยว่ก้าวไปข้างหน้าอย่างเครื่องจักร ค่อยๆ ไร้ความรู้สึก ความปวดเมื่อยผ่านพ้นไป เหลือเพียงความชาหนึบ

ถังเยว่เคยได้ยินมาว่าในเขตขั้วโลก สำหรับทีมนักวิจัย การหลงทางในพายุหิมะเท่ากับตาย พายุทรายบนดาวอังคารน่ากลัวยิ่งกว่าพายุหิมะที่แอนตาร์กติกาเสียอีก อุณหภูมิลบแปดสิบองศาเซลเซียสกับลมแรงสี่สิบเมตรต่อวินาที ทะลุขีดจำกัดภูมิอากาศโลกไปไกลลิบ และเจ้าแมวแก่ก็หายตัวไปในพายุทรายอันมืดมิดและกว้างใหญ่นี้

พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะหาเจ้าแมวแก่เจอไหม แต่ถังเยว่ไม่อยากยอมแพ้

ตราบใดที่ยังไม่ยอมแพ้ ก็ยังมีแสงแห่งความหวัง

"เจ้าแมวแก่-! เจ้าแมวแก่-!" เสียงของถังเยว่แหบพร่า ลำคอแห้งผากแสบร้อน ส่งเสียงเหมือนเลื่อยไม้ "ได้ยินแล้วตอบด้วย!"

นี่คือวันสิ้นโลกของจริง

มนุษย์คนสุดท้ายของโลกเดินเดียวดายกลางดินแดนรกร้างท่ามกลางพายุ ตะโกนจนคอแตก ไร้เสียงตอบรับ หากจักวาลนี้มีวันสิ้นโลกจริงๆ มันคงเป็นภาพแบบนี้ ชั่วขณะหนึ่งถังเยว่รู้สึกว่าเขาคงต้องตายอยู่ที่นี่

เดินไปได้นานแค่ไหนไม่รู้ จู่ๆ ตัวของถังเยว่ก็ถูกกระตุกจนตึง

เขาสะดุ้ง หันกลับไปมอง พบว่าเชือกนิรภัยตึงเปรี๊ยะ ความยาวสุดระยะแล้ว... ถังเยว่ตกใจ เชือกนิรภัยยาวเกือบสองร้อยเมตร แต่ยานอินทรีอยู่ห่างจากสถานีคุนหลุนแค่ร้อยกว่าเมตร ถังเยว่เดินออกมาสองร้อยเมตรแล้วยังไม่เจอยานอินทรี

ไม่ต้องสงสัยเลย เขาเดินเบี่ยงออกจากทิศทางที่ถูกต้องและเดินเลยยานลงจอดมาแล้ว

ในพายุทราย ต่อให้เดินเฉียดผ่านยานลงจอดไปแค่ไม่กี่สิบเซนติเมตร คุณก็อาจมองไม่เห็นมัน

ถังเยว่ทำอะไรไม่ได้นอกจากหันหลังกลับ เดินตามเชือกกลับไปที่สถานีคุนหลุน

แล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง

เขาอาจต้องเดินกลับไปกลับมาแบบนี้อีกหลายรอบ จนกว่าจะเจอเจ้าแมวแก่

"เจ้าแมวแก่... บ้าเอ๊ย เจ้าแมวแก่ ถ้าได้ยินก็ส่งเสียงหน่อยสิ! เลิกเล่นตัวได้แล้วน่า ฉันจะเหนื่อยตายอยู่แล้วนะ... ฉันจะเหนื่อยตายจริงๆ แล้วนะ..."

ถังเยว่สะดุดขาตัวเอง เท้าข้างหนึ่งจมลงในหลุมทราย เสียหลักหน้าทิ่มพื้นเต็มแรง

ถังเยว่ล้มจนมึนงงอยู่นาน นอนแผ่หลากับพื้นทราย หมดแรงจะลุกขึ้น

"เจ้าแมวแก่... เจ้าแมวแก่ ได้ยินฉันไหม?" หน้าของถังเยว่แนบกับกระจกหน้ากาก ร้องเรียกเสียงแผ่ว "เจ้าแมวแก่? เจ้าแมวแก่? เจ้าแมวแก่..."

ถังเยว่ค่อยๆ คลานไปข้างหน้า การเคลื่อนที่ในพายุด้วยการหมอบต่ำคลานสี่ขาทำได้ง่ายกว่าการเดินตัวตรงมาก จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง แรงต้านลมลดลง ถังเยว่กระดึ๊บไปข้างหน้าทีละนิ้ว เขาหวังว่าตัวเองคงไม่ได้คลานไปผิดทิศ การล้มเมื่อกี้ทำเขาเวียนหัวตาลาย ทิศทางที่กะเกณฑ์ไว้หายไปหมดแล้ว

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ทิศทางจริงๆ แค่ปิดตาแล้วหมุนตัวสองรอบ ก็หลงทิศหลงทางกันหมดแล้ว

ถังเยว่คลำทางคลานไปได้กว่าสิบเมตร ในที่สุดแม้แต่แรงจะคลานก็หมดเกลี้ยง

เขานอนแผ่หลาบนพื้นทราย แขนขาปวดร้าวไร้เรี่ยวแรง กล้ามเนื้อปฏิเสธคำสั่งเคลื่อนไหวจากสมอง รอบข้างมีแต่เสียงลมหวีดหวิวบาดหู ถังเยว่พยายามยกมือขึ้นเช็ดฝุ่นออกจากหน้าจอบนข้อมือ เครื่องวัดอุณหภูมิบอกว่าอุณหภูมิภายนอกลบแปดสิบสององศา ถังเยว่ดูตัวเลขนั้น แล้วก็นอนนิ่ง

เขานอนอยู่ในเกราะหมิงกวง รู้สึกเหมือนนอนอยู่ในโลงศพ

ฉันคงต้องตายที่นี่แน่ๆ

ถังเยว่คิดในใจ

อุณหภูมิบนดาวอังคารต่ำมากและอากาศแห้งแล้ง ไม่เหมาะกับการเติบโตของจุลินทรีย์ หลังจากถังเยว่ตาย ศพของเขาคงจะแห้งกรังไปตามธรรมชาติ กลายเป็นมัมมี่เก็บรักษาไว้ได้ยาวนาน

เมื่อคิดว่าศพของเขาอาจคงอยู่ได้เป็นร้อยเป็นพันปี เหมือนพระเกจิอาจารย์ในอดีตที่ละสังขารเป็นพระอรหันต์กายเนื้อ ถังเยว่จึงตัดสินใจจัดท่าทางให้ดูมีความหมาย เพื่อแสดงความรู้สึกภายในใจ ณ ช่วงเวลานั้น

เขาชูนิ้วกลางใส่ท้องฟ้า

จบบทที่ บทที่ 27 วันที่ 4 (8) กลายเป็นมัมมี่บนดาวอังคาร

คัดลอกลิงก์แล้ว