- หน้าแรก
- หลับใหลชั่วนิรันดร์ใต้แสงดาวอังคาร
- บทที่ 22 วันที่ 4 (3) ภาวะทุพภิกขภัยในศตวรรษที่ 21
บทที่ 22 วันที่ 4 (3) ภาวะทุพภิกขภัยในศตวรรษที่ 21
บทที่ 22 วันที่ 4 (3) ภาวะทุพภิกขภัยในศตวรรษที่ 21
บทที่ 22 วันที่ 4 (3) ภาวะทุพภิกขภัยในศตวรรษที่ 21
กล่องใบหนึ่งวางอยู่แทบเท้าถังเยว่ นี่คือพัสดุที่เขาเตรียมจะส่งออกไป... ถังเยว่หอบแฮกๆ ขนของเกือบครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็ลากกล่องใบแรกมาถึงตีนยานอินทรีได้สำเร็จ
แต่ตอนนี้เขากำลังเจอปัญหาใหญ่
ถังเยว่เงยหน้ามองยานลงจอดเบื้องบน พัสดุอยู่ที่เท้า แต่ยานพาหนะส่งของอยู่สูงเหนือหัวไปกว่าสิบเมตร จะเอากล่องนี่ขึ้นไปได้ยังไง?
ตามปกติแล้ว การขนของเข้าห้องเก็บสินค้าของยานอินทรีต้องใช้คนช่วยกันอย่างน้อยสามคน คนหนึ่งอยู่บนยานคอยคุมเครื่องกว้านและเครน อีกคนอยู่ข้างล่างคอยแพ็คของ คนที่สามช่วยประคองของระหว่างยกขึ้นไป
แต่ตอนนี้ถังเยว่ตัวคนเดียว เขาต้องทำหน้าที่ของสามคนด้วยตัวคนเดียว
ถังเยว่กดปุ่มให้สะพานเทียบเลื่อนลงมา
เจ้าแมวแก่เดินลงมาพร้อมสะพาน
หนึ่งคนหนึ่งแมวสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง
"ลงมาทำไม?" ถังเยว่ถาม "ไม่ใช่ว่ากำลังเช็กเครื่องยนต์อยู่เหรอ?"
"นายประสาทรึเปล่า?" เจ้าแมวแก่ย้อนถาม
ถังเยว่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปพร้อมสะพานเทียบ ปีนเข้าสู่ห้องเก็บสินค้าอย่างทุลักทุเล
เนื่องจากต้องชักรอกเสบียงขึ้นมาจากด้านล่าง ประตูใต้ท้องห้องเก็บสินค้าจึงปิดไม่ได้ ห้องเก็บสินค้าจึงเชื่อมต่อกับบรรยากาศภายนอก ถังเยว่เลยต้องใส่ชุด EVA ทำงานตลอดเวลา
ภายในห้องเก็บสินค้ามีรอกไฟฟ้าและเครื่องกว้านขนาดเล็ก หน้าที่ของรอกคือยกของจากพื้นขึ้นมา ทำงานได้ทั้งระบบไฟฟ้าและมือหมุน รับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม ประมาณน้ำหนักตัวถังเยว่สองคน
กล่องที่เจ้าแมวแก่แพ็คไว้แต่ละใบหนักเฉลี่ยประมาณ 100 กิโลกรัม อยู่ในเกณฑ์ที่รอกรับไหว
ถังเยว่หย่อนสายเคเบิลผ่านช่องประตูลงไป ปล่อยให้มันร่วงลงสู่พื้น
"บ้าเอ๊ย ยุ่งยากชะมัด" ถังเยว่ส่ายหน้า ค่อยๆ ลอดผ่านประตูออกมาคว้าสะพานเทียบ "ต้องขึ้นๆ ลงๆ ทุกรอบ ทำไมเขาไม่ออกแบบลิฟต์มาด้วยวะ?"
"น้ำหนักที่เพิ่มมานายจะกินเข้าไปแทนรึไง?" เจ้าแมวแก่เคาะแฟริ่งยานลงจอดตรงหน้า มันยังไม่ทันทำอะไร ก็ต้องเลื่อนลงไปข้างล่างพร้อมสะพานอีกรอบ
เจ้าแมวแก่ทำหน้าเซ็ง
"ฉันก็ต้องขึ้นๆ ลงๆ กับนายทุกรอบเหมือนกัน ทำไมเขาไม่ออกแบบสะพานเทียบมาสองอันนะ?"
"น้ำหนักที่เพิ่มมานายจะกินเข้าไปแทนรึไง?" ถังเยว่ได้ทีสวนกลับเจ้าแมวแก่อย่างสะใจ
เมื่อลงมาถึงพื้น ถังเยว่ดึงสายเคเบิลที่ห้อยลงมา ผูกติดกับกล่องให้แน่น แล้วกระตุกแรงๆ เพื่อเช็กความเรียบร้อย
การชักรอกของคนเดียวเป็นงานที่อันตรายมาก เพราะไม่มีคนคอยช่วยรับข้างล่าง ของอาจจะแกว่งไปมากลางอากาศตามแรงลม กล่องยักษ์หนักร้อยกิโลฯ แกว่งไปมาก็ไม่ต่างอะไรกับลูกตุ้มเหล็ก ใครโดนฟาดเข้าไปมีหวังกลับบ้านเก่าแน่
ดังนั้นถังเยว่ต้องระวังเป็นพิเศษ
เขาปีนกลับขึ้นไปบนห้องเก็บสินค้า ชะโงกหน้าลงมามองของข้างล่าง ยืนยันว่าทุกอย่างเรียบร้อย แล้วสับสวิตช์รอก
มอเตอร์ไฟฟ้าครางฮื่อๆ สายเคเบิลเริ่มม้วนกลับ ดึงกล่องลอยขึ้นมาช้าๆ
"เจ้าแมวแก่!" ถังเยว่ตะโกนผ่านช่องสื่อสาร "ระวังกล่องด้วย! มันแกว่งนิดหน่อย! อย่าให้โดนฟาดนะ!"
ไม่มีเสียงตอบรับ
ถังเยว่ใจหายวาบ เขานอนราบกับพื้นห้องเก็บสินค้า ชะโงกหน้าลงไปดู
อืม
เจ้าแมวแก่โดนสอยร่วงไปเรียบร้อยแล้ว
เจ้าแมวแก่ยืนอยู่บนสะพานเทียบ ครึ่งตัวมุดเข้าไปในช่องซ่อมบำรุงของแฟริ่ง ข้างๆ ตัวมีสายเคเบิลดังเอี๊ยดอ๊าดขึ้นๆ ลงๆ
ถังเยว่ง่วนอยู่กับการชักรอกเสบียงเข้าห้องเก็บสินค้า เขาเดินไปกลับระหว่างสถานีคุนหลุนกับยานลงจอด เข็นรถเข็นไปฮัมเพลงไป ลำเลียงกล่องน้อยใหญ่มากองไว้ที่ตีนยานอินทรี แล้วค่อยๆ ขนขึ้นห้องเก็บสินค้าทีละใบ
วุ่นวายกันมาทั้งบ่าย ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก
เสบียงที่จะส่งไปสถานีอวกาศยูไนเต็ดมีทั้งหมดสิบห้ากล่อง น้ำหนักรวมกว่าหนึ่งตัน ส่วนใหญ่เป็นอาหาร แต่ก็มีของใช้ประจำวันและยาปนอยู่ด้วย
ถังเยว่แบ่งเสบียงในสถานีคุนหลุนออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน เก็บไว้เองครึ่งหนึ่ง ให้ไม้ตงครึ่งหนึ่ง
ชายหนุ่มยืนอยู่ในห้องเก็บสินค้าที่ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยกล่องวางเรียงราย ห้องเก็บสินค้าของยานอินทรีไม่ได้ใหญ่โตอะไร ภารกิจลงจอดดาวอังคารครั้งก่อนๆ ห้องนี้จะเต็มไปด้วยตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งปกติหนักแค่ระดับกรัมหรือกิโลกรัม การบรรทุกน้ำหนักเป็นตันแบบนี้ถือเป็นครั้งแรก
ถังเยว่ใช้สายรัดไนลอนยึดกล่องไว้กับพื้นและผนังอย่างแน่นหนา มั่นใจว่าจะไม่ขยับเขยื้อน
ถ้ากล่องกลิ้งไปมาระหว่างยานพุ่งขึ้น จุดศูนย์ถ่วงของยานจะเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้การปล่อยยานล้มเหลวได้
"คุณถังเยว่คะ? อยู่ไหมคะ?"
"อยู่ครับ" ถังเยว่คว้าสายเคเบิลรอก สูดหายใจลึก แล้วดึงกล่องเสบียงที่ห้อยอยู่ข้างล่างขึ้นมา "ตื่นแล้วเหรอครับ?"
เด็กสาวพยักหน้า กลั้นหาว "ตื่นแล้วค่ะ"
ไม้ตงบนสถานีอวกาศใช้เวลาส่วนใหญ่นอนหลับเพื่อประหยัดพลังงาน รอคอยถังเยว่กับเจ้าแมวแก่ส่งเสบียงมาให้
พอลองคิดดูแล้ว การกระทำของตาเฒ่าหวังช่างไม่รอบคอบเอาเสียเลย อาหารที่ทิ้งไว้ให้ไม้ตงมันน้อยเกินไปจริงๆ
ถ้าตาเฒ่าหวังทิ้งอาหารไว้ให้ไม้ตงมากกว่านี้ ถังเยว่คงไม่ต้องเร่งรีบขนาดนี้... แต่ความคิดนี้มันก็แค่เรื่องที่รู้งี้ทีหลัง เดิมทีอาหารที่สำรองไว้บนสถานีอวกาศก็พออยู่ได้จนกว่าถังเยว่จะกลับไป แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าโลกจะหายไป แล้วถังเยว่จะกลับไปไม่ได้? ไม้ตงบอกว่าจริงๆ แล้วตาเฒ่าหวังใจป้ำมากแล้ว แต่ระบบควบคุมอุณหภูมิห้องเก็บของยานออริออน 1 ดันเสีย ทำให้อาหารเน่าเสียไปล็อตใหญ่ พวกตาเฒ่าหวังต้องรัดเข็มขัดกันสุดฤทธิ์ ที่เหลือไว้ให้ไม้ตงนั่นคือเต็มกลืนที่พวกเขาจะเจียดให้ได้แล้ว
"เมื่อกี้ฉันฝันว่าโลกกลับมาแล้ว ฉันบินกลับไปที่โลก..." ไม้ตงเล่า "คนทื่ศูนย์บัญชาการทำอาหารอร่อยๆ มาต้อนรับเราเยอะแยะเลย มีเป็ดตุ๋นเบียร์ ปีกไก่ต้มโค้ก ลูกชิ้นหัวสิงห์น้ำแดง หม้อไฟเนื้อแกะ หมูสามชั้นน้ำแดง แล้วก็ของอร่อยอีกเพียบ"
"ฝันดีนะเนี่ย" ถังเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง "แล้วไงต่อครับ?"
"แล้วฉันก็ตื่นมาหิวค่ะ" เสียงเด็กสาวแผ่วลง
"ทางนั้นเหลืออาหารเท่าไหร่ครับ?"
"เหลือบิสกิตอัดแท่งสามชิ้น กับแซนด์วิชสองอันค่ะ" ไม้ตงตอบ "แต่นั่นเป็นส่วนของพรุ่งนี้... ฉันกินก่อนได้ไหมคะ?"
ถังเยว่รู้สึกสะท้อนใจ นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้วนะ แต่คำพูดของไม้ตงฟังดูเหมือนคนกำลังประสบภัยแล้งขาดแคลนอาหารยังไงยังงั้น
"ไม่ได้ครับ" ถังเยว่ห้ามเสียงเข้ม "คุณต้องเก็บอาหารนั่นไว้กินพรุ่งนี้ ไม่งั้นพรุ่งนี้คุณจะไม่มีแรง"
"อ้อ" เด็กสาวพยักหน้า "งั้นไม่กินก็ได้ค่ะ"
"พวกเราแพ็คของโหลดขึ้นยานหมดแล้ว ทุกอย่างพร้อม พรุ่งนี้จะส่งขึ้นไปให้ครับ" ถังเยว่ปลอบ "อดทนอีกนิดนะ อีกสิบสองชั่วโมง! พัสดุลงกล่องขึ้นรถแล้ว อีกสิบสองชั่วโมงส่งถึงมือแน่นอน แม่หนูน้อย อดทนอีกนิด แสดงจิตวิญญาณนักปฏิวัติผู้ทรหดออกมาหน่อยครับ! สหายไม้ตง!"
"คุณถังเยว่พูดจาตลกจัง" ไม้ตงยิ้ม แล้วลังเลอยู่นาน "ถัง... คุณถังเยว่คะ? ฉันมีคำถาม"
"หืม?"
"ฉัน... ฉันคิดมาตลอด... ถ้ามันล้มเหลวล่ะคะ?"
"ล้มเหลว?"
เด็กสาวพยักหน้า "ถ้ายานอินทรีปล่อยตัวล้มเหลว ฉัน... ฉันต้องตายอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ?"
"อย่าพูดจาเหลวไหล!" ถังเยว่ขัดขึ้นเสียงดุ "หัดหวังอะไรดีๆ บ้างสิครับ? มีผมกับเจ้าแมวแก่อยู่ทั้งคน จะพลาดได้ยังไง? สหายหญิงชอบคิดมากไปเอง ไม้ตง ความตื่นตัวทางอุดมการณ์ของคุณยังไม่พอนะ จะมามีความคิดขี้แพ้ต่อภารกิจปฏิวัติอันยิ่งใหญ่ได้ยังไง?"
"ขะ... ขอโทษค่ะ"
"คุณเป็นสมาชิกพรรคหรือเปล่า?" ถังเยว่ถาม
"เป็นค่ะ"
"สหายไม้ตง ตอนนี้คุณเป็นหนึ่งในมนุษย์สองคนสุดท้ายในจักรวาล ภารกิจที่องค์กรมอบหมายให้คุณคือต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี ต้องใช้ชีวิตอย่างมองโลกในแง่ดีสุดชีวิต"
ถังเยว่พูดจริงจังพลางยึดกล่องในมือให้แน่นหนา
"ดังนั้นห้ามมีความคิดลบ ห้ามมีความคิดขี้แพ้ พวกเรารับประกันว่าการปล่อยยานพรุ่งนี้จะสำเร็จแน่นอน"
ตอนนี้ในห้องเก็บสินค้ามีกล่องอยู่สิบใบ เสบียงที่กองอยู่ตีนยานอินทรีถูกขนขึ้นมาหมดแล้ว เหลืออีกห้ากล่องอยู่ที่สถานีคุนหลุน
ถังเยว่ปีนเข้าไปในโมดูลสั่งการ เขาตัดสินใจพักเอาแรงก่อน แล้วค่อยไปขนกล่องที่เหลือ
ถังเยว่เงยหน้ามองไปรอบๆ แล้วจู่ๆ ก็ชะงัก
"เจ้าแมวแก่!" ถังเยว่ตะโกนลงไปข้างล่าง
"หือ?"
"ทำไมฉันรู้สึกเหมือนอากาศข้างนอกกำลังจะเปลี่ยนวะ?" ถังเยว่เพ่งมองผ่านหน้าต่าง พยายามมองไปยังเนินทรายไกลลิบๆ ที่มีฝุ่นจางๆ ลอยฟุ้งขึ้นมา
เจ้าแมวแก่สะดุ้ง มันวางเครื่องตรวจจับรอยร้าวในมือลงทันที รีบตะเกียกตะกายปีนขึ้นมายืนข้างถังเยว่ มองไปตามทิศที่เขาชี้
เพียงแค่ไม่กี่วินาที แสงสว่างนอกหน้าต่างก็มืดลงถนัดตา
ไม่ใช่เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน แต่เพราะปริมาณฝุ่นในอากาศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความเข้มของแสงลดลง
"อากาศจะเปลี่ยนเหรอ?" ถังเยว่ถาม
สีหน้าของเจ้าแมวแก่เปลี่ยนไปทันที